“นี่มันที่ไหนเนี่ย ทำไมมีแต่สัตว์อสูรระดับพิภพที่น่าสะพรึงกลัวมากขนาดนี้ วานรสุวรรณนี่พาข้ามาที่ไหนกันแน่?” เย่เฟิงคิดในใจ พอนึกย้อนกลับไปที่นอกเขาเทียนเสวียน ในใจของเขาก็รู้สึกเย็นะเื ไม่นึกว่าจงเทาจะตั้งใจยั่วโมโหวานรสุวรรณ แล้วฉวยโอกาสลอบโจมตีเขาในตอนที่ยังไม่พร้อม จากนั้นก็ถูกวานรสุวรรณพามาสถานที่บ้าบอที่มีแต่สัตว์อสูรนี่อีก หาก้าหนีก็ไม่มีทางเป็ไปได้เลย
เย่เฟิงกลับแคลงใจอะไรบางอย่างมากกว่า เหตุใดวานรสุวรรณไม่ฆ่าเขาโดยการเขมือบเสีย หรือกลืนเขาลงท้องซะ แต่กลับพาเขามายังที่แห่งนี้? บางทีมันอาจคิดว่าเนื้อเขาไม่อร่อย จึงพามาแบ่งให้ฝูงสัตว์อสูร เย่เฟิงฉุกคิดได้เช่นนี้ก็อดตัวสั่นสะท้านไม่ได้
จากนั้นเย่เฟิงััได้ว่าบรรยากาศรอบ ๆ ดูผิดแปลกไป ปีศาจพิภพที่อยู่รอบ ๆ ไม่เหลียวแลเขาแม้แต่นิดเดียว พวกมันขยับตัวเพียงน้อยนิด ซึ่งไม่ต่างจากรูปปั้นเลย ขณะเดียวกันก็มีสายตาคู่หนึ่งมองมาที่เย่เฟิง เพียงมองแวบเดียวก็ทำให้เย่เฟิงหายใจไม่ทั่วท้อง เหงื่อเย็นผุดขึ้นที่หน้าผาก
นั่นเป็แรงกดดันที่มองไม่เห็น มีเพียงการดำรงอยู่ที่ทรงพลังจึงจะสามารถปลดปล่อยแรงกดดันเช่นนี้ได้
เย่เฟิงหันไปมอง ก่อนจะเห็นเงาร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หิน และในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดปีศาจพิภพเหล่านี้ถึงดูผิดปกติ ที่แท้ก็เป็เพราะหวาดกลัวเงาร่างนั้น
“ไม่เลว เก็บเขาไว้ ถึงเวลาเขาจะมีประโยชน์ต่อข้า!” เงาร่างนั้นกล่าวขณะมองสำรวจเย่เฟิง จากนั้นลุกขึ้นเดินจากไป ส่วนปีศาจน้อยตนนั้นก็ยังคงน่ารักเช่นเดิม
เย่เฟิงก็สังเกตเห็นปีศาจน้อยตนนั้นเช่นกัน ไม่รู้เพราะเหตุใดจู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา
“ปีศาจน้อยตนนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดา” เย่เฟิงคิดในใจขณะมองเงาร่างนั้นที่เดินออกไปด้วยสายตาเผยประกายคมกริบ เขาไม่เข้าใจว่าการมีอยู่ที่ทรงพลังนี้จับเขามาไว้ที่นี่ทำไม แต่อย่างไรเสียเขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
จากนั้นเย่เฟิงถูกปีศาจพิภพสองสามตนจับตัวออกไปจากที่นี่ แม้จะไม่เต็มใจ แต่เย่เฟิงในเวลานี้ทำได้เพียงอดกลั้นอดทน เพราะเขารู้ว่าปีศาจพิภพเหล่านี้สามารถบดขยี้ร่างเขาได้อย่างง่ายดาย ผ่านไปไม่นานเย่เฟิงก็ถูกพาตัวมายังป่าลึก
ป่าลึกนี้กว้างขวาง และล้อมรอบไปด้วยูเาสูงตระหง่าน บางครั้งมีสัตว์อสูริญญาระดับสูงออกมาหาอาหาร นี่ถึงกับทำให้เย่เฟิงถอนใจ เขาเทียนเสวียนสมกับเป็์ของสัตว์อสูรจริง ๆ
โลกมนุษย์ถูกควบคุมและสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาโดยมนุษย์เอง โลกสัตว์อสูรก็เช่นกัน สัตว์อสูรเป็เ้าของเทือกเขาแห่งนี้ คอยควบคุมทุกอย่างและขณะเดียวกันก็ยังสร้างกฎของตัวเองขึ้นมา
แม้เย่เฟิงจะถูกควบคุม แต่ปีศาจพิภพที่คุมเขากลับไม่จำกัดอิสรภาพของเขา เขาสามารถเดินไปไหนมาไหนตาม้าได้ ตราบใดที่ไม่ออกนอกเขตควบคุมของปีศาจพิภพเ่าั้ก็เป็พอ
หลายวันผ่านไปในพริบตา เย่เฟิงเอาแต่ฝึกฝนอยู่ที่นี่ เงาร่างนั้นก็ยังมาหาเขาบ่อยครั้ง เพียงแต่ดูเย่เฟิงฝึกฝนโดยไม่รบกวนแต่อย่างใด ทำให้เย่เฟิงยิ่งสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด เพราะว่ามีปีศาจพิภพตนหนึ่งทำนอกเหนือจากคำสั่งของเขา จึงถูกเงาร่างนั้นทรมานด้วยวิธีโเี้
ปีศาจพิภพร่างั์มิอาจทนทานต่อการทรมานที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นได้ ทั่วทั้งร่างมันเต็มไปด้วยาแราวกับถูกถลกหนังก็ไม่ปาน ศักดิ์ศรีและความน่าเกรงขามของปีศาจพิภพหายไปจนหมดสิ้น
นี่ก็คือสาเหตุที่ปีศาจพิภพเหล่านี้เกรงกลัวเงาร่างนั้น โลกสัตว์อสูรมีกฎเคร่งครัดยิ่งกว่าโลกมนุษย์หลายเท่า ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะควบคุมความเป็และความตาย
เพราะความแข็งแกร่งของเงาร่างนั้น จึงกลายเป็ผู้ปกครองเขาเทียนเสวียน ไม่มีสัตว์อสูรตนใดกล้าขัดคำสั่งของเขา แม้จะเป็ปีศาจพิภพที่แกร่งกล้า เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ยังเชื่องเหมือนแมวน้อย นี่แหละความแข็งแกร่ง
แม้เงาร่างนั้นจะอยู่ในคราบมนุษย์ แต่เย่เฟิงกลับััได้ถึงปราณอสูรจากร่างอีกฝ่าย เพียงแต่ไม่รู้ว่าร่างจริง ๆ เป็สัตว์อสูรประเภทใด ไม่นึกว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ และทำให้ปีศาจพิภพทั้งเขาเทียนเสวียนภักดีต่อเขา
สามวันต่อมา เงาร่างนั้นมาอีกครั้ง เหล่าปีศาจพิภพต่างต้อนรับด้วยความหวาดผวา กลัวว่าอีกฝ่ายจะทรมานพวกเขาหากทำอะไรไม่เข้าตา
ขณะนั้นเย่เฟิงตื่นจากภวังค์การบ่มเพาะพลังพอดี ก่อนจะเห็นเงาร่างนั้นที่อุ้มปีศาจน้อยเดินมาหาเขา
“คนผู้นี้คิดจะทำอะไร?”
ฉากนี้ทำให้เย่เฟิงชะงักเล็กน้อยและอดตึงเครียดไม่ได้
“ฝึกได้ดี แต่ยังช้าไป ข้าไม่มีเวลามากพอที่จะมารอเ้า กินยานี้ซะ แล้วอีกสามวันค่อยทะลวงขั้นพลัง!”
เงาร่างนั้นมองสำรวจเย่เฟิงรอบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยท่าทีเกียจคร้านเช่นเดิม จากนั้นเห็นยาเม็ดหนึ่งขนาดเท่าถั่วปรากฏที่ด้านหน้าของเงาร่างนั้น มันค่อย ๆ ลอยมาหาเย่เฟิง
“เหตุใดชายผู้นี้จึงสนใจการทะลวงขั้นพลังของข้า หรือจะมีเจตนามุ่งร้าย?”
เย่เฟิงคิดในใจ แรกเริ่มเขาััได้ถึงความผิดปกติของอีกฝ่าย โดยเฉพาะสายตาที่ลุกโชนดั่งเปลวไฟของเขา ราวกับมองสมบัติที่หาได้ยาก
บัดนี้ชายผู้นี้แสดงท่าทีเป็กังวลเกี่ยวกับการบ่มเพาะของเขา นี่ทำให้เย่เฟิงสงสัยในความพยายามของเงาร่างนั้น แต่ถึงอย่างนั้นเย่เฟิงก็รับยาเม็ดนั้นมา
“ทำตามที่ข้าบอก แล้วอีกสามวันข้าจะมาหาเ้า” เงาร่างนั้นกล่าว ก่อนจะเดินจากไป
หลังจากเงาร่างนั้นออกไป เย่เฟิงไม่ได้กินยาเม็ดนั้นตามที่อีกฝ่ายบอกทันที แต่เดินไปหาปีศาจพิภพที่เฝ้าอยู่ที่นี่
เย่เฟิงโค้งคำนับเล็กน้อย พร้อมกล่าวถามขึ้น “เหล่าผู้าุโ ผู้เยาว์มีปัญหาจึงอยากขอคำชี้แนะจากพวกท่าน มิทราบว่าพวกท่านจะแก้ปัญหานี้ให้ผู้เยาว์ได้หรือไม่?”
ปีศาจพิภพเ่าั้ได้ยินก็หันมามองเย่เฟิงด้วยสายตาซับซ้อน กลับได้ยินเย่เฟิงพูดขึ้นอีกครั้งว่า “พวกท่านคือสัตว์อสูรระดับพิภพ มีสติปัญญาล้ำเลิศ ผู้เยาว์ทราบว่าพวกท่านเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูด ได้โปรดคลายความสงสัยของผู้เยาว์ที”
เหล่าปีศาจพิภพเห็นเย่เฟิงอ้อนวอนอีกครั้ง พวกเขาก็สบตากัน แล้วหนึ่งในนั้นพยักหน้าให้เย่เฟิง ถือเป็อันตกลง
“ขอบคุณผู้าุโ”
“ขอบังอาจถามผู้าุโ ที่นี่คือส่วนลึกของเขาเทียนเสวียน คนนั้นที่เพิ่งมาเมื่อสักครู่เป็ใคร แล้วเป็สัตว์อสูรระดับใดหรือ?” เย่เฟิงดีใจมากจึงกล่าวออกมาเช่นนั้น
คำถามนี้ค้างคาอยู่ในใจเย่เฟิงมานานหลายวัน เขาอยากถามอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสเสียที
ตอนนี้เย่เฟิงรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่มีมากขึ้นของเงาร่างนั้น ทำให้เขาเป็พะวงและอยากหนีออกไปจากที่นี่
ปีศาจพิภพเ่าั้ได้ยินคำพูดของเย่เฟิงก็ชะงักนิ่ง จากนั้นเห็นว่าลำแสงพุ่งออกจากหว่างคิ้วของปีศาจพิภพหนึ่งในนั้น ก่อนจะหายเข้าไปในหว่างคิ้วของเย่เฟิง
นี่คือความทรงจำของปีศาจพิภพตนนั้นที่จะตอบคำถามของเย่เฟิง วิธีการคล้ายคลึงกับการส่งเสียงผ่านจิตระหว่างผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์
ในตำนานเล่นขานกันว่า สัตว์อสูรที่อยู่ต่ำกว่าระดับ์มิอาจแปลงกายเป็มนุษย์ได้ และพูดภาษามนุษย์ไม่ได้ ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็วิธีที่มักจะใช้สื่อสารระหว่างสัตว์อสูรกับมนุษย์
จากนั้นเย่เฟิงเพ่งจิตและอ่านความทรงจำที่ปีศาจพิภพตนนั้นส่งมาให้เขา จากคำตอบของปีศาจพิภพตนนั้น ที่แห่งนี้คือส่วนลึกของเขาเทียนเสวียนจริง ๆ
ส่วนเงาร่างนั้นก็เป็ผู้ปกครองของเขาเทียนเสวียนแห่งนี้ตามที่เย่เฟิงคาดการณ์ไว้เช่นกัน ทั้งยังอยู่ปลายยอดระดับพิภพ และปกครองสัตว์อสูรทั้งหมดของเขาเทียนเสวียน หากมีสัตว์อสูรตนใดกล้าขัดคำสั่ง สัตว์อสูรตนนั้นจะได้รับโทษด้วยวิธีการที่โเี้ที่สุด
ตัวจริงของเงาร่างนี้คือจิ้งจอกขาว ในความเ้าเล่ห์แฝงด้วยความโเี้และความกระหายเื พวกเขาปีศาจพิภพเหล่านี้เคารพนอบน้อม และไม่กล้าไม่เชื่อฟังแม้แต่นิดเดียวเพราะต่างก็ถูกอีกฝ่ายลงโทษด้วยวิธีโหดร้ายทารุณกันทั้งสิ้น