เสียงของหลิวชิงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดดังผ่านหูของหลิวหลงไปจนเขาชะงักไปทั้งร่าง
คนที่แทงเขา… คือพี่สาวของเขาเอง
ทันทีที่ดาบแทงทะลุ รูปแบบเคลื่อนย้ายก็แตกสลายเป็เศษแสงสว่างที่ดับวูบไปพร้อมกับความหวังทั้งหมดทันที
พลังทั้งหมดดับวูบลง หลิวหลงอ้าปากพูดอย่างยากลำบาก
“เ้า… เ้า…เป็ใครกัน…”
เสียงของเขาแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
ในขณะนั้นเอง ดวงตาของหลิวชิงเริ่มพร่าเลือน สติของนางถูกกลืนหายไปอีกครั้ง
เสียงประหลาดดังขึ้นในอากาศ เป็เสียงที่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็ของสิ่งมีชีวิตชนิดใด มันฟังดูคล้ายเสียงกระซิบซ้อนทับกันหลายชั้น
แม้มันอาจจะฟังไม่ชัด แต่ความหมายของคำพูดนั้นกลับชัดเจนอย่างประหลาด
“เ้าอยากให้นางรอดตายหรือเปล่า…”
สติของหลิวหลงเริ่มเลือนราง โลกทั้งใบเหมือนกำลังจมลงในความมืด
เขาฝืนเปิดปากพูด
“ถ้ามันช่วยให้คุณหนูรอดได้… เ้าอยากเอาอะไร…เอาไป… ขอแค่นางปลอดภัย…”
เสียงนั้นยังคงถามต่อไป
“ข้าคือผู้นำของคนชุดดำด้านนอก เ้ายังสนใจที่จะฟังข้อเสนอของข้าหรือไม่”
หลิวหลงตอบอย่างไม่ลังเล เขาไม่มีทางเลือกหรืออำนาจต่อรองใดๆ ในหัวของเขาตอนนี้คือขอแค่ให้กัวหนิงได้มีชีวิตต่อไป
“ข้าตกลง…”
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอีกครั้งอย่างเ็า
“แต่ชีวิตของเ้าต่อจากนี้จะเป็ของข้าตลอดไป”
หลิวหลงตอบทันที
“ข้าตกลง…”
เสียงนั้นยังคงเอ่ยต่อ ราวกับกำลังทดสอบ
“เพื่อให้นางมีชีวิตต่อไป… ข้าได้เห็นความสามารถของเ้าแล้ว… ข้าค่อนข้างชื่นชมเ้า.… ดังนั้นมาทำงานกับข้าสิ…”
หลิวหลงแทบไม่เหลือแรงแม้แต่จะหายใจ แต่คำตอบของเขายังคงชัดเจน
“ข้าตกลง…”
เสียงนั้นเงียบลงไปในทันทีพร้อมกับ หยดน้ำใสหยดหนึ่งลอยออกมาจากร่างของหลิวชิง ก่อนจะพุ่งเข้าสู่หัวของหลิวหลงอย่างรวดเร็ว
เขาััได้ถึงความเย็นเยียบที่แทรกเข้าไปในร่าง เหมือนสายน้ำกำลังไหลผ่านเส้นเืทุกเส้น มันกำลังฝังบางอย่างเอาไว้ในร่างกายของเขาและมันไม่ได้ฟังไว้จุดเดียวแต่มันกำลังฝังไปทั่วทั้งร่างั้แ่อวัยวะทุกส่วนจนถึงเศษเสี้ยวโลกใบเล็กของเขาเลย
จากนั้นความรู้สึกทั้งหมดก็จางหายไป เขาไม่สามารถรับรู้ได้อีกแล้วว่ามันอยู่ตรงไหนในร่างกายของเขาบ้าง
กระบวนการทั้งหมดั้แ่เริ่มต้นจนจบ เขาไม่ได้ต่อต้านมันเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีอ่อนก็ปะทุขึ้นจากภายในร่างของเขา พร้อมร่างของหลิวชิงที่ดึงดาบออกมา
ตูม!
พลังแห่งเพลิงลึกลับโอบล้อมร่างของหลิวหลง าแเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว เืหยุดไหล กระดูกที่แตกร้าวเชื่อมกลับเข้าหากัน
ผลกระทบของพิษในร่างกายของเขาเริ่มจางหายไป ลมหายใจของเขากลับมาเป็ปกติทีละน้อย
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน
หลิวหลงลอยอยู่ท่ามกลางแสงเพลิงที่ค่อย ๆ พุ่งทะยานขึ้น ดวงตาของเขาหลับสนิท ราวกับมีบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างถาวร
ด้านข้าง ร่างของหลิวชิงทรุดลงกับพื้น หมดสติอีกครั้ง ใบหน้าของนางซีดขาวราวกับคนไร้ิญญา
…..
อีกด้านหนึ่ง เมืองดาบ์ในเวลานี้ราวกับตกอยู่ในนรกที่ไร้ทางหนี
ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนสีเทาหม่นโปรยลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ราวกับม่านที่กั้นโลกทั้งใบออกจากความหวัง เมืองทั้งเมืองจมอยู่ในความมืดมิดและความหวาดกลัว
ชาวเมืองนอนแน่นิ่งอยู่ตามถนน ตรอกซอย และหน้าบ้าน ร่างกายแข็งทื่อจากพิษที่กัดกินเส้นลมปราณจนไม่อาจขยับได้ ดวงตาหลายคู่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนแทบแตกสลาย
เสียงมากมายดังขึ้นท่ามกลางสายฝน
บางคนกัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความแค้น
“หวังเฉียง ไอ้สวะ! ข้าขอให้เ้าไม่ตายดี!”
“ข้าขอสาปแช่งชีวิตเ้าทุกชาติทุกภพ!”
“ข้าขอให้ทั้งชีวิตของเ้าเจอแต่สิ่งเลวร้าย!”
เสียงด่าทอสาปแช่งเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่อัดแน่นมาจากส่วนลึกของจิตใจ
ขณะที่อีกหลายคนกลับร้องไห้สะอื้น น้ำตาไหลอาบใบหน้า
“ได้โปรด…อย่าฆ่าข้าเลย…”
“เ้าอยากเอาอะไรเอาไปเลย ข้าขอร้อง…ข้ายังไม่อยากตาย…”
“ได้โปรดปล่อยพวกเราไป พวกเราไม่ได้มีความแค้นอะไรกันเลยนะ!”
เสียงอ้อนวอนสั่นเครือดังสลับกับเสียงสะอื้นไม่ขาดสาย
แต่เสียงเ่าั้กลับถูกม่านฝนกลืนกินจนเบาบาง เหลือเพียงคนที่อยู่ใกล้เคียงกันเท่านั้นที่พอจะได้ยิน
ความสิ้นหวังปกคลุมทั่วทั้งเมือง คนจำนวนมากต่างเริ่มทิ้งความหวังและยอมรับในชะตากรรม
ทว่า…
ภายใต้ความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่างและความหวัง เปลวไฟเล็ก ๆ ที่ควรจะดับวูบไปแล้ว กลับถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
กลางลานกว้าง ร่างของคังห่าวที่ควรจะไร้ลมหายใจนอนอยู่ท่ามกลางเศษหินและคราบเื
นิ้วมือของเขาขยับเล็กน้อย ลมหายใจที่แ่เบาเริ่มกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับพลังบางอย่างกำลังตื่นขึ้นจากส่วนลึกของร่างกาย
ริมฝีปากของเขาขยับช้า ๆ พึมพำเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบจากโลกอีกฝั่ง
“ชีวิต… ความตาย… ชีวิต… ความตาย…”
ทันใดนั้น
ตูมมมมมมมมมมม!
ออร่าของคังห่าวะเิออกอย่างรุนแรง แรงกดดันมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในเสี้ยววินาที
พลังระดับนักบุญขั้นที่ 4 ปะทุขึ้นเต็มกำลัง ก่อนจะพุ่งทะลุขีดจำกัดทันที
นักบุญขั้นที่ 5..
นักบุญขั้นที่ 6…
นักบุญขั้นที่ 7…
นักบุญขั้นที่ 8…
นักบุญขั้นที่ 9…
คลื่นพลังแผ่กระจายออกเป็วงกว้าง พื้นดินสั่นะเื อาคารรอบด้านสั่นไหว
ก่อนที่พลังจะพุ่งทะลุขึ้นสู่ระดับาานักบุญอย่างไร้การหยุดยั้ง
พลังแห่งกฎสีขาวดำเริ่มควบแน่นรอบตัวเขา เศษเสี้ยวโลกขนาดเล็กก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะ หมุนวนช้า ๆ เปล่งประกายกฎแห่งชีวิตและความตายออกมา
ตูม!
การบ่มเพาะของเขาพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง
าานักบุญขั้นที่ 1…
าานักบุญขั้นที่ 2…
าานักบุญขั้นที่ 3…
าานักบุญขั้นที่ 4…
าานักบุญขั้นที่ 5…
าานักบุญขั้นที่ 6…
าานักบุญขั้นที่ 7…
จนในที่สุดพลังทั้งหมดก็หยุดลงที่าานักบุญขั้นที่ 7
แรงกดดันมหาศาลแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ชาวเมืองที่นอนอยู่ใกล้ต่างเบิกตากว้างเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เกิดอะไรขึ้นกับท่านเ้าเมืองกัน…”
“ข้า…ข้าก็ไม่รู้…”
อีกคนพึมพำด้วยเสียงสั่น
“หรือว่า์กำลังช่วยพวกเราอยู่…”
ในขณะนั้น เสียงชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ข้ารู้… นี่มันคือสิ่งที่เรียกว่าการตรัสรู้”
เสียงรอบด้านเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน
“ห๊ะ… การตรัสรู้งั้นเหรอ?!”
อีกคนพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นั่นไม่ใช่เพียงเื่เล่าของพวกคนแก่เหรอ…”
เสียงหนึ่งถามอย่างงุนงง
“การตรัสรู้คืออะไรกัน…”
ทันใดนั้น
ตูมมมมม!
พลังสีขาวดำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรุนแรง เส้นแสงสองสีบิดเกลียวเข้าหากันเหมือนหยินหยางที่กำลังหมุนวน
หมู่เมฆบนฟากฟ้าถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้น ๆ ความมืดมิดที่ปกคลุมเมืองมานานถูกผลักออกไป
สายฝนหยุดลงในชั่วพริบตา แสงสว่างสาดลงมาจากช่องว่างบนท้องฟ้า อาบทั่วทั้งเมือง
ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจของผู้คน
เหมือนความหวังที่ดับไปแล้ว… ถูกดึงกลับมาอีกครั้ง กลางแสงนั้น คังห่าวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีขาวดำลึกซึ้ง ราวกับมองเห็นวงจรของชีวิตและความตายทั้งหมดในโลกใบนี้
ชาวเมืองทั้งหมดต่างเงยหน้าจ้องมองไปยังร่างของคังห่าวอย่างไม่อาจละสายตาได้ พลังที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาในตอนนี้ชัดเจนจนแม้แต่คนธรรมดาก็ยังััได้ว่าเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมไปแล้ว ร่างของเขาลอยอยู่กลางอากาศ เส้นผมและชายเสื้อปลิวไหวท่ามกลางกระแสพลังขาวดำที่หมุนวนอย่างช้า ๆ ราวกับกฎแห่งโลกทั้งสองกำลังโคจรรอบตัวเขา
บนใบหน้าของผู้คนเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหวัง ความยินดี ความใ และความตื่นเต้น เปลวไฟเล็ก ๆ ที่เคยริบหรี่ในหัวใจของพวกเขาเหมือนได้รับเชื้อเพลิงใหม่ มันลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับความมืดมิดที่ปกคลุมเมืองมานานกำลังถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น
