“ตุบ!”
ร่างของสือเซวียนร่วงจากกลางอากาศลงมาบนพื้นอย่างแรง
ท้องฟ้าเหนือศีรษะของเขายังคงมีสายฟ้าและแสงน้ำแข็งตัดสลับกัน งดงามและเจิดจ้าบาดตา
สือเซวียนที่ร่วงลงมาอย่างแรงจนหัวสมองมึนงงหยุดอยู่ห่างจากร่างของเนี่ยเทียนไปประมาณห้าเมตร เขาลืมตาขึ้น มองเนี่ยเทียนด้วยความงงงัน บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
ตู้ฮวงที่อยู่ด้านหน้าเนี่ยเทียนพอดี ศีรษะถูกกระบี่แหลมคมเล่มหนึ่งแทงทะลุ เห็นได้ชัดว่าตายสนิทจนไม่สามารถตายได้อีกแล้ว
เขาสังเกตเห็นว่าในภาพประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียนเปลี่ยนจากจุดแดงจุดเดียวมาเป็เจ็ดจุด
เขาจึงเชื่อทันทีว่า ตู้ฮวงผู้นั้น... ถูกเนี่ยเทียนฆ่าในท้ายที่สุดจริงๆ
“ลูกศิษย์ของอูจี้...” สายตาของสือเซวียนฉงนสนเท่ห์ “ต่อให้อูจี้จะร้ายกาจเพียงใด เนี่ยเทียนผู้นี้ก็มีตบะแค่ท้าย์เท่านั้น แล้วเขาจะฆ่าตู้ฮวงใน่สุดท้ายได้อย่างไร?” สือเซวียนรู้สึกเหลือเชื่อ
และเวลานี้เอง อวี๋ถงที่ร่ายตาข่ายปฐี พยายามใช้เวทลับของสำนักโลหิตมาต่อกรกับตู้ฮวงจึงหยุดชะงักกะทันหัน
“ฟิ้ว!”
เฟิงหลัวลดกายลงสู่พื้นดิน ยืนอยู่ข้างกายเนี่ยเทีน มองเห็นเนี่ยเทียนกำลังเหม่อมองแสงสีแดงเจ็ดจุดบนหลังมือตัวเอง
“ไอ้หนู ทำได้ดีมาก!” เขาชมออกมาจากใจจริง
่เวลาที่ตัดสินความเป็ความตายของสือเซวียน เขาไม่ได้นึกถึงอวี๋ถง และยิ่งไม่นึกถึงเจิ้งปิน แต่เรียก “เนี่ยเทียน” ออกมาโดยสัญชาตญาณ หวังให้เนี่ยเทียนช่วยสือเซวียน
นี่หมายความว่าจิตใต้สำนึกของเขาได้ยอมรับในความสามารถของเนี่ยเทียนแล้ว รู้สึกว่าเนี่ยเทียนแข็งแกร่งกว่าเจิ้งปินและอวี๋ถงมากมายนัก
และเนี่ยเทียนก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังจริงๆ อันดับแรกใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิขจัดความเสี่ยงภัยของสือเซวียน จากนั้นพอเขาโจมตีตู้ฮวงกะทันหัน ตอนที่ตู้ฮวงร่วงลงมาในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง เนี่ยเทียนก็สังหารตู้ฮวงทันทีอย่างเด็ดเดี่ยว
“ก็แค่โชคดีเท่านั้น” เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ หนึ่งครั้ง “ล้วนเป็เพราะท่านทำให้เขาาเ็สาหัส ทำให้ข้ามีโอกาสได้ฉกฉวย หากไม่มีการโจมตีนั้นของท่าน ตู้ฮวงย่อมไม่มีทางบังคับร่างตัวเองไม่ได้ แล้วก็ไม่มีทางััไม่ถึงความผิดปกติของสนามแม่เหล็กนั่นจนบุ่มบ่ามพุ่งเข้ามา”
“ข้าสามารถทำร้ายเขาาเ็ได้ก็เพราะไข่มุกน้ำแข็งะเิของเ้า ทำให้คาถาวิเศษที่เขาใช้สูญเสียประสิทธิผล ไม่มีการะเิของไข่มุกน้ำแข็งะเิ เขาก็คงไม่ถูกพลังโจมตีกลับ ข้าเองก็ไม่สามารถลอบโจมตีได้สำเร็จ” เฟิงหลัวยิงฟันหัวเราะเหอะๆ กล่าว “กุญแจประตู์ทั้งหกที่มาจากตู้ฮวงนั่นสมควรเป็ของเ้าแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งของที่ตู้ฮวงเก็บสะสมเอาไว้ในกำไลเก็บของ เ้าก็ควรได้ส่วนแบ่งเยอะที่สุดด้วย”
พอเขาพูดเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็ถือโอกาสกระชากกำไลเก็บของบนข้อมือของตู้ฮวงออกมา หมายจะเอามาแจกจ่ายส่วนแบ่ง
“ไม่รีบร้อน” เฟิงหลัวโบกมือ ขัดขวางการแบ่งสันปันส่วนของเขา และพูดว่า “ของสิ่งนั้นเ้าเก็บเอาไว้ก่อน พวกเรามีเื่อื่นที่ยังทำไม่เสร็จ”
เขาหันขวับไปมองเมืองคูน้ำแห่งนั้น
“อ้อ” เนี่ยเทียนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เอากำไลเก็บของของตู้ฮวงมาสวมไว้บนมือ แล้วก็มองไปยังซากเมืองคูน้ำแห่งนั้นด้วย
เมืองคูน้ำตั้งอยู่บนหินอุกกาบาตก้อนใหญ่ั์ ปลดปล่อยแสงเจ็ดสีออกมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าลึกลับอย่างมาก
“สือเซวียน เ้าเป็อย่างไรบ้าง?” เฟิงหลัวเอ่ยถามเสียงหนัก
สือเซวียนส่ายหัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น “ตอนนี้ไม่ว่าข้าพบเจอกับผู้ใดก็ตามที่เข้ามาในประตู์ ก็มีแต่จะถูกฆ่าอย่างไร้ความปราณี ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ เกรงว่าข้าคงยากจะฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้าตัดสินใจว่า... จะอยู่ให้ห่างจากเมืองคูน้ำผุพังแห่งนั้น”
“ตกลง” เฟิงหลัวเองก็ไม่พูดมากความ เขาหยิบเอายาออกมาหนึ่งขวดแล้วโยนไปที่เท้าของสือเซวียน “กินยาพวกนี้ของสำนัก รอจนเ้าฟื้นพลังขึ้นมาสักหน่อยแล้วจงรีบไปจากที่แห่งนี้ซะ ตามความเห็นข้า ในเมืองคูน้ำนั่นเกรงว่าคงไม่ได้มีเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งจากต่างอาณาจักรคนเดียว หากเ้าเข้าไปก็คงไม่มีโอกาสได้รอดชีวิตจริงๆ”
“ข้าเข้าใจ” สือเซวียนพยักหน้าแล้วนั่งลงบนพื้น กลืนยาไปสองสามเม็ด รอให้ยาออกฤทธิ์
“เ้ารักษาตัวด้วย” เฟิงหลัวไม่พูดอะไรมากอีกก็มองพวกเนี่ยเทียนสามคนหนึ่งครั้ง แล้วก็มองไปยังซากเมืองคูน้ำแห่งนั้น
คราวนี้เขาไม่ได้เร่งเร้าให้คนทั้งสามเดินทางไปด้วยกัน คล้ายว่าให้พวกเขาตัดสินใจกันเอง
ในสายตาของเขา บางทีในเมืองคูน้ำผุพังแห่งนั้นอาจจะมีโชควาสนาครั้งใหญ่รออยู่ แต่หากคิดจะได้รับโชควาสนาครั้งนั้น ก็จำเป็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่มหาศาลจนน่าใ
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มีความมั่นใจแม้แต่นิด แล้วก็ไม่รู้สึกว่าการมุ่งหน้าไปที่ซากเมืองคูน้ำเป็การตัดสินใจที่ถูกต้อง
ดังนั้นเขาถึงได้ไม่พูดเกลี้ยกล่อมอีก
“อู้!”
ไร้ซึ่งความลังเลใด เนี่ยเทียนที่เพิ่งได้รับจุดแสงหกจุดเดินหน้าตามไปด้วยทันที
ในใจของอวี๋ถงตีกันให้วุ่นวาย นางลังเลอยู่ชั่วครู่สุดท้ายก็พูดว่า “ท่านลุงสือ ข้าจะอยู่กับท่าน”
นางตัดสินใจสละสิทธิ์
“ก็ดี” สือเซวียนถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าว “ในสายตาของข้า การตัดสินใจของเ้านั้นถูกต้องแล้ว โอกาสในประตู์ยังมีอีกเยอะมาก ไม่จำเป็ต้องบุกเข้าไปในซากเมืองคูน้ำนั่นเสมอไป ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ ขอแค่ได้อยู่ในประตู์ ต่อไปอาจจะยังได้เจอโอกาสอื่น”
“อืม” อวี๋ถงพยักหน้าเบาๆ
“คือว่า...” เจิ้งปินสีหน้ากระอักกระอ่วน แต่กลับไม่ได้ติดตามเฟิงหลัวและเนี่ยเทียนไป เลือกที่จะอยู่ต่อเช่นกัน “ข้าอยู่กับพวกเ้าก็แล้วกัน ทุกคนอยู่ด้วยกันจะได้เป็เพื่อนกัน”
เขาเองก็ใไปกับความโหดร้ายและนองเืของหนทางเบื้องหน้า จึงล้มเลิกความคิดที่จะแสวงหาความจริง รู้สึกว่าควรรักษาชีวิตรอดไว้ก่อนถึงจะสำคัญที่สุด
ดูเหมือนตู้ฮวงจะเป็คนที่ขวางทางคนสุดท้าย
ระหว่างทางที่เนี่ยเทียนและเฟิงหลัวสองคนมุ่งหน้าไปที่เมืองคูน้ำอีกครั้งจึงไม่เจอใครมาขัดขวางพวกเขา
ข้ามผ่านแท่งหินเล็กยาวแท่งหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหินอุกกาบาตใหญ่ั์อันเป็ที่ตั้งของเมืองคูน้ำ แล้วก็มองเห็นได้ทันทีว่าบริเวณใกล้เคียงกับเมืองคูน้ำมีเงาร่างของคนมากมายพุ่งแฉลบไปมา
“ท่านลุงลี่! ท่านลุงหลิว!”
หลังจากที่เข้ามาใกล้ เขาถึงได้พบว่าลี่ฝานและหลิวเยี่ยนก็อยู่ในกลุ่มคนเ่าั้ด้วย พวกเขากำลังโอบล้อมต่อสู้กับเมืองที่ปลดปล่อยแสงเจ็ดสีแห่งนั้น
เมืองคูน้ำแห่งนั้นเมื่อมองไกลๆ สภาพของมันผุพังไม่เหลือชิ้นดี ทว่าตอนที่ปลดปล่อยแสงเจ็ดสีออกมากลับเปลี่ยนมาเป็หรูหราและเคร่งขรึม
เมื่อเมืองคูน้ำส่ายไหวไม่หยุด หากมองอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่ามันลอยอยู่ ไม่ได้ตั้งอยู่บนหินอุกกาบาตอย่างที่เขาคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้
เมืองคูน้ำแห่งนั้นคล้ายไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ จากแรงโน้มถ่วงแม้แต่นิด มันลอยอยู่กลางอากาศประมาณสิบกว่าเมตร
มองดูเหมือนส่ายไหว ทว่าในความเป็จริงแล้วคือมันล่องลอยไม่อยู่นิ่ง เปลี่ยนทิศทางไปอย่างต่อเนื่อง
บนกำแพงที่เก่าแก่ มีอักขระประหลาดมากมายที่เนี่ยเทียนไม่เคยเห็นมาก่อนสลักเอาไว้ อักขระเ่าั้มีทั้งรูปพระอาทิตย์ พระจันทร์และดวงดวง มีทั้งรูปกรงเล็บและฟันของสัตว์โบราณ แล้วก็มีเหมือนลายเส้นของต้นไม้ สารพัดรูปแบบพิลึกพิลั่น แล้วก็ไม่รู้ว่ามันเป็อักษรของชนเผ่าหนึ่งหรือรวมของทุกชนเผ่าเอาไว้
คลื่นพลังงานน่าใลอยกระเพื่อมออกมาจากในเมืองนั้นเป็ระลอก
ดูเหมือนคลื่นพลังงานแปลกประหลาดเ่าั้จะทำร้ายคนไม่ได้ ผู้ฝึกลมปราณที่ถูกโจมตีด้วยพลังงานเ่าั้ไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น แถมั์ตายังเผยแววมีความสุขด้วยซ้ำ
ราวกับว่าคนเ่าั้กำลังทำความเข้าใจกับความลับอะไรบางอย่างจากคลื่นพลังงานที่เมืองแห่งนั้นส่งออกมา
ผู้แข็งแกร่งต่างอาณาจักรสี่คนกระจายตัวกันอยู่สี่มุมของเมืองคูน้ำ ต่างก็ถูกผู้ฝึกลมปราณของเจ็ดสำนักในอาณาจักรหลีเทียนโอบล้อม ทว่าสี่คนนั้นกลับไม่หวาดกลัวแม้แต่นิด ทั้งยังรับมือได้อย่างสบายๆ
อีกทั้งเมื่อใดที่ผู้ฝึกลมปราณของเจ็ดสำนักถูกสี่คนนั้นฆ่า ภาพประตู์บนหลังมือก็จะหายวับไปทันใด ถูกพวกเขาดูดซับเอาจุดแสงสีแดงไป
สี่คนนั้นเนี่ยเทียนเคยเห็นมาก่อนตอนที่ยังไม่เข้ามาในประตู์
คนต่างอาณาจักรที่รูปร่างผอมสูง มือถือกระบี่แสงสีเขียวเล่มหนึ่งก็อยู่ในบรรดาคนเ่าั้ด้วย เขาเคยลงมือสังหารอย่างโเี้ตรงหน้าประตู์ ทั้งยังไม่ไว้หน้าวังยมบาลแม้แต่น้อย
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน คนผู้นั้นน่าจะเป็ผู้แข็งแกร่งตบะต้น์่ท้าย
อีกสามคนที่เหลือก็แข็งแกร่งไม่ต่างกัน บนหลังมือของพวกเขาล้วนมีจุดแสงสีแดงกะพริบวาบสิบกว่าจุด ซึ่งจุดแสงเ่าั้เป็ตัวแทนผลงานของพวกเขา
จุดแสงทุกจุดก็คือคนตายหนึ่งคน
ด้านข้างเมืองคูน้ำยังมีศพมากมายกองระเกะระกะ ศพเ่าั้ตบะไม่เท่ากัน หลายคนในนั้นก่อนหน้านี้เนี่ยเทียนยังเคยได้ยินมาว่าเป็ผู้แข็งแกร่งกลาง์่ท้าย หรือไม่ก็ต้น์่ต้น
“เนี่ย เนี่ยเทียน!”
หลิวเยี่ยนที่ล้อมโจมตีชายถือกระบี่แสงสีเขียว ขณะที่กำลังต่อสู้ได้เหลือบมามอง เมื่อพบว่าเนี่ยเทียนก็มาอยู่ที่นี่ด้วย หน้าของเขาพลันเปลี่ยนสีในพริบตา
ก่อนอื่นเขารู้สึกตะลึงและแปลกใจเล็กน้อย ตะลึงว่าเนี่ยเทียนใช้วิธีการใดถึงตามมาที่นี่ได้
เพราะว่ากว่าที่พวกเขาทุกคนจะมาถึงที่แห่งนี้ล้วนต้องผ่านเส้นทางการต่อสู้นองเื ผู้ที่มีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้ก็มีแค่สิบกว่าคนเท่านั้น
คนอื่นๆ ล้วนถูกฆ่าระหว่างทางอย่างไร้ความปราณี
นอกจากจะตะลึงแล้ว เขาก็ยังเป็ห่วงเนี่ยเทียนด้วย รู้สึกว่าเนี่ยเทียนช่างใจกล้ายิ่งนัก เพียงแค่ตบะท้าย์ก็ยังกล้าเหยียบย่างเข้ามาเผชิญกับความอันตรายครั้งนี้ด้วย
“รีบไปจากที่นี่ซะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เ้าควรมา!” หลิวเยี่ยนตวาดเสียงดัง
“ฟิ้ว!”
แสงกระบี่สีเขียวมันขลับเส้นหนึ่งแฉลบผ่านหน้าอกของหลิวเหยี่ยนไป หลิวเหยี่ยนที่เสียสมาธิหันมาพูดคุยจึงร้องอู้อี้ในลำคอทันที
าแบนหน้าอกเป็รอยปริแตก พอรอยแผลปรากฏก็มีน้ำหนองไหลออกมา คล้ายถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว
ได้ยินคำเตือนของหลิวเยี่ยน ลี่ฝานจึงหันหน้ากลับมามอง พอพบว่าเนี่ยเทียนมาที่นี่จริงๆ ก็อึ้งตะลึง รีบพูดเสียงดัง “ไอ้หนู! หากไม่อยากตายก็จงรีบไปให้ไกลจากที่นี่ซะ!”
เพราะว่าร้อนใจเกินไป เขาไม่มีเวลามาสนใจพิธีการอะไรอีก จึงไม่เรียกเนี่ยเทียนว่าอาจารย์อาน้อย
“พวกเจียงหลิงจูล่ะขอรับ?” เนี่ยเทียนะโถาม
“หลิงจูอ่อนแอเกินไป ข้าจัดให้นางไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง ไม่ได้ให้นางตามมาด้วย” สายตาลี่ฝานแสดงความเ็ป “แต่คนอื่นๆ ส่วนใหญ่ล้วนตายไปหมดแล้ว”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี จากนั้นก็สังเกตศพที่กระจัดกระจายอยู่รอบด้านอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วจึงมองเห็นว่าหลายศพในนั้นมาจากสำนักหลิงอวิ๋นจริงๆ
“ฟู่ว!”
และเวลานี้เอง เปลวไฟสีเขียวมันขลับกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาที่ไหล่ของลี่ฝาน
ไหล่ของลี่ฝานคล้ายถูกสาดด้วยพิษร้ายแรง พริบตาเดียวก็เริ่มกัดกร่อน
เขาตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด ใช้มีดคมๆ กรีดผิวเนื้อที่เน่าเละทิ้งไป คล้ายว่ามีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะขัดขวางไม่ให้อาการาเ็ลุกลามสาหัสเพิ่มขึ้น
“รีบไปซะ!” ลี่ฝานตวาดกร้าว
-----
