“ภรรยาของผมฉลาดที่สุด แค่นี้ก็มองออกแล้ว” หยางเสวียเหวินหยอกล้อ
จากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆไปสักพัก
“ทำอะไรน่ะ?” เสียงของหวางเจาหวาดังขึ้นอีกครั้ง ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดไปถึงเื่อย่างว่าทันที
และก็ไม่ผิดคาด หยางเสวียเหวินพูดจาลามก “ซวี่เอ๋อร์ก็มีคนดูแลแล้ว พวกเรามามีลูกเพิ่มอีกสักคนเถอะ”
“คุณยังมีหน้ามาพูดอีกหรือ บังคับเอาลูกสาวคนอื่นมาด้วยวิธีสกปรกเช่นนั้นแท้ๆ”
“ผมใช้วิธีสกปรกอะไร? คุณเห็นผมเป็คนเช่นนั้นหรือ?”
ขนาดมีผนังกั้น แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินก็ยังััได้ถึงความโมโหของหยางเสวียเหวินอย่างชัดเจน
“คุณใช้วิธีอะไร?” หวางเจาหวาทวนคำพูดของเขา ก่อนจะพูดเพียงแค่ว่า “ตัวคุณรู้ดีที่สุด”
จากนั้นเสียงก็เงียบไปพักหนึ่ง ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกว่าพวกเขาคุยกันจบแล้ว จังหวะที่กำลังจะหลับตานอน เสียงของหยางเสวียเหวินกลับดังขึ้นอีกครั้ง
“เจาหวา คุณฟังผมก่อน” หยางเสวียเหวินเหมือนจะสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว เขาพูดน้ำเสียงทุ้มลึก
หยางเสวียเหวินเล่าถึงเื่ที่พาฮั่วเสี่ยวเหวินมาที่นี่โดยแลกกับการปล่อยตัวจางเจียิ
เขาไม่พูดถึงเื่ที่ตัวเองรับเงินจากยายแก่ฮั่วเพื่อตัดสินโทษจางเจียิสถานหนักแม้แต่คำเดียว ซ้ำยังบอกว่ากว่าจะช่วยจางเจียิออกมาได้ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
“หากปล่อยให้เสี่ยวเหวินอยู่กับเด็กที่ไม่ได้รับการอบรมอย่างจางเจียิ ไม่รู้ว่าวันหน้าจะโตมาอย่างไร ผมพาเธอมาอยู่ที่นี่ มีอาหารให้กิน มีที่นอนอุ่นๆ เช่นนี้ไม่ดีตรงไหน?”
หยางเสวียเหวินพูดอย่างมีเหตุผลเต็มปากเต็มคำ ประหนึ่งว่าเขาช่วยฮั่วเสี่ยวเหวินไว้อย่างไรอย่างนั้น
“ตอนนี้ซวี่เอ๋อร์ติดเสี่ยวเหวินขนาดนี้แล้ว หากวันใดเสี่ยวเหวินหนีไป ฉันเป็ห่วงว่าซวี่เอ๋อร์จะ…” พูดถึงตรงนี้ หวางเจาหวาพูดต่อไม่ออก
ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดด้วยความโมโห ‘หยางเสวียเหวินติดคุณขนาดนี้ หากวันใดหย่ากัน เขาจะทำอย่างไร?’
โลกนี้มีคนอยู่ไม่ได้เพราะการจากไปของใครบางคนจริงหรือ? เช่นนั้นเหตุใดวันนั้นจางเจียิจึงพูดว่าไม่ชอบเธอแล้วได้อย่างง่ายดายปานนั้น? ง่ายดายราวว่ากับกำลังพูดเื่ของคนอื่น
“เสี่ยวเหวิน วันนั้นฉันเป็คนโทรศัพท์เรียกคุณพ่อกลับมาเอง” หยางซวี่ที่นอนอยู่ด้านข้างพูดขึ้น
ฮั่วเสี่ยวเหวินหันไปมองเขา เขาเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน ดวงตาของเขาเบิกโต ไม่ได้กำลังละเมอแต่อย่างใด
มิน่าเล่า จู่ๆ วันนั้นเขาก็หายตัวไป จากนั้นก็เดินออกมาจากบ้าน ที่แท้ก็ไปโทรศัพท์
หากไม่ใช่เพราะใช้เวลาร่วมกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ฮั่วเสี่ยวเหวินคงสงสัยว่าเขาแกล้งไม่สมประกอบ
คนไม่สมประกอบที่ไหนจะรับรู้ได้เร็วขนาดนั้นว่าหวางเจาหวาจะส่งตัวเธอกลับไป ทั้งยังแอบไปส่งข่าว
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้แล้ว แต่หยางเสวียเหวินและภรรยาอยู่ในห้องติดกัน เธอจึงจำเป็ต้องพูดเสียงเบา “ทำไมนายต้องทำเช่นนั้น?”
“พ่อบอกว่าเธอเป็ภรรยาฉัน จะช่วยซักผ้า ทำอาหาร” หยางซวี่ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง พูดจบแล้วก็หัวเราะออกมา “ดังนั้นฉันจะไม่ให้เธอไปไหน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินอยากถอดรองเท้ามาฟาดเขาให้ตาย สมแล้วที่เป็ลูกชายของหยางเสวียเหวิน พ่อเป็อย่างไร ลูกก็เป็อย่างนั้น น่ารังเกียจเหมือนกันไม่มีผิด
วันเวลาดำเนินไปอย่างสุขสบาย หวางเจาหวาแทบไม่ให้ฮั่วเสี่ยวเหวินทำงานใดๆ หล่อนบอกแค่ว่าช่วยดูแลซวี่เอ๋อร์ก็พอแล้ว
เื่นี้ล้มล้างความเข้าใจของฮั่วเสี่ยวเหวินโดยสมบูรณ์ ตอนที่ดูโทรทัศน์เมื่อชาติก่อน หญิงวัยกลางคนในนั้นมักด่าทอทุบตีเ้าสาวเด็กและมีงานให้ทำในแต่ละวันอย่างไม่รู้จบ
การปล่อยให้ตัวเองอยู่เฉยๆ ไม่ใช่เื่ดี ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดไว้แล้วว่าได้ทำบัตรประชาชนเมื่อไรเธอจะไปจากที่นี่ หยางเสวียเหวินทำงานที่สถานีตำรวจ ตอนนี้คงหาวิธีเอาทะเบียนบ้านเธอมาแล้ว
มื้อเย็นหยางเสวียเหวินพาเพื่อนร่วมงานกลับมาคนหนึ่ง เขาสวมชุดเครื่องแบบเต็มยศเหมือนกลัวคนไม่รู้ว่าเป็ตำรวจ
“เหล่าหยาง ฉันรู้สึกว่าสวีเถียนคร่ำครึเกินไป ยายแก่ฮั่วมาสถานีตั้งหลายรอบแล้ว แต่เขากลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย”
ฮั่วเสี่ยวเหวินเอ่ยแทรกขึ้นมาหนึ่งคำ “ยายแก่ฮั่ว?”
เมื่อนึกถึงยายแก่ฮั่วแล้วฮั่วเสี่ยวเหวินจำได้เพียงใบหน้าแก่ชราของหล่อน ตอนที่หล่อนมาขอร้องในคืนวันนั้น หล่อนดูแก่ชราลงกว่าเดิม ทั้งแววตายังหมองหม่นลงมาก
ถามว่ายังเกลียดหล่อนอยู่หรือไม่? เมื่อก่อนเธอคงตอบว่าใช่อย่างไม่ลังเล แต่ตอนนี้กลับลังเล ก็แค่คนที่แก่เจียนจะลงโลงแล้ว เกลียดไปจะมีความหมายอะไร?
ชายคนนั้นพยักหน้า จากนั้นจึงพูดต่อ “ไม่รู้ว่ายายแก่คนนั้นไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ หากฉันเป็ผู้รับผิดชอบคดีนี้ เงินห้าร้อยหยวนนั่นคงเป็ของฉันแล้ว ไม่ปล่อยให้หล่อนพกกลับไปกลับมาหลายรอบหรอก”
หยางเสวียเหวินหัวเราะอย่างดูถูก “นายไม่เคยรับเงินสกปรกหรือไร? ก็แค่ห้าร้อยหยวน”
ทั้งสองหัวเราะอย่างใจตรงกัน ฮั่วเสี่ยวเหวินร่วมหัวเราะด้วย คิดในใจว่าหรือจะเป็เงินจากการขายตัว? ไม่อย่างนั้นหล่อนจะไปเอาเงินเยอะแยะขนาดนี้มาจากไหน? เพราะนอกจากบ้านที่ไหม้จนแทบกลายเป็เถ้าถ่านแล้ว หล่อนจะยังมีอะไรอีก?
วันต่อมาตำรวจนายนั้นออกไปล่าสัตว์กับหยางเสวียเหวิน ทั้งสองพกแค่ปืนล่าสัตว์ ไม่พกอะไรอย่างอื่นอีก
ดูก็รู้ว่าล่าสัตว์ไม่เป็ ฮั่วเสี่ยวเหวินอยากหัวเราะ คิดว่ากระต่ายป่าจะยืนเฉยๆ ให้ยิงหรือไร?
“เสวียเหวิน ไปล่าสัตว์หรือ!” ตลอดทางมีหลายคนเข้ามาทักทาย คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านรู้จักเขาก็จริง แต่ไม่ได้ถึงขั้นทักทายทุกคน
หยางเสวียเหวินเดินไปเรื่อยๆ ทว่าวันนี้ทุกคนกลับเข้ามาทักทาย คิดว่าน่าจะเป็ผลจากชุดตำรวจที่ใส่
หยางเสวียเหวินไม่รู้สึกผิดปกติ ขอแค่จ่ายเงินมาเขาจะช่วยทำงานให้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็คนหมู่บ้านเดียวกัน
และก็เป็ดังที่คิดไว้ ตอนออกจากบ้านมีแค่ถุงเปล่า ตอนเย็นกลับมาแม้ถุงจะยังคงว่างเปล่าเช่นเดิม แต่ก้นถุงมีวัตถุทรงกลมหลายลูก
ฮั่วเสี่ยวเหวินจงใจวิ่งเข้าไปหา แสร้งทำเป็สงสัย “ฉันอยากดูกระต่าย”
ชายในชุดเครื่องแบบหัวเราะกระอักกระอ่วน “วันนี้โชคไม่ดี ไม่เจอกระต่าย”
แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินก็แย่งถุงมาดูอยู่ดี เธอหยิบมันฝรั่งลูกหนึ่งออกมาจากถุง
หยางเสวียเหวินรีบแย่งมันฝรั่งกลับมาเก็บเข้าถุง “เสี่ยวเหวิน อย่าซน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะชั่วร้าย “คุณอาหยางเก่งมาก ล่ากระต่ายป่าไม่ได้ แต่ ‘ล่า’ มันฝรั่งจากห้องใต้ดินบ้านคนอื่นมาได้ไม่น้อย”
หยางเสวียเหวินหน้าเขียว หากไม่ใช่เพราะหวางเจาหวายืนอยู่ด้านข้าง เขาคงลงมือฟาดไปแล้ว
สีหน้าของชายในชุดเครื่องแบบไม่ค่อยดีเช่นกัน เขามองหยางเสวียเหวิน “เหล่าหยาง ลูกสาวนายแก่แดดไม่เบา”
หยางเสวียเหวินพูดอย่างเดือดดาล “หากเป็ลูกสาวจริงคงตีตายไปแล้ว”
ชายในชุดเครื่องแบบหัวเราะ ทุกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องพูด ที่แท้ก็เป็เ้าสาวเด็ก มิน่าถึงได้หยอกล้อหยางเสวียเหวินเช่นนี้
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่กลัว ทั้งที่รู้ว่าหยางเสวียเหวินโกรธจนควันจะออกหูแล้วแต่เธอก็ยังราดน้ำมันลงกองไฟเพิ่ม “มีคำกล่าวว่าตำรวจเป็ผู้รับใช้ของประชาชน ฉันเพิ่งเคยเห็น ‘ผู้รับใช้ของประชาชน’ ที่ทั้งรับของขวัญทั้งขโมยของเป็ครั้งแรก”
หยางเสวียเหวินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาชี้ปืนล่าสัตว์ไปที่ฮั่วเสี่ยวเหวิน “เชื่อหรือไม่ว่าวันนี้ฉันจะฆ่าเธอให้ตาย?”
