เมื่อแน่ใจแล้วว่าห้องที่ได้ยินเสียงพูดคุย คือห้องของฟู่หลงเหยียนพวกเขาจึงเคาะประตู เพื่อส่งสัญญาณก่อนเข้าไปด้านในห้อง
“แกร็ก พวกเ้าเองหรอกรึรีบเข้ามาด้านในก่อน” เฉินอิ่นเดินมาเปิดประตูให้คนทั้งสาม
“คารวะนายท่าน!”
“อืม เป็อย่างไรสืบได้เื่อันใดบ้างหรือไม่”
“เรียนนายท่าน ทางพวกข้าสองคนฟังจากปากชาวบ้าน เื่ราวไม่แตกต่างกันสักนิด พวกเขาได้รับความลำบากอย่างมากขอรับ” จิ่งซวนรายงานในส่วนของตนกับสหาย
“ส่วนบ่าวจะเรียกว่าโชคเข้าข้างก็คงได้ขอรับ เพราะว่าได้รับการจ้างงานที่จวนของคหบดีไน่เหอ โดยมีพ่อบ้านตามหาบุรุษไปช่วยจัดสวน สำหรับจัดงานเลี้ยงครบรอบอายุหกสิบปี ซึ่งงานเลี้ยงจะจัดขึ้นใน่ค่ำของวันพรุ่งนี้ขอรับ ที่สำคัญยังมีเ้าเมืองตัวปลอมนั่น
มาร่วมงานเลี้ยงด้วยขอรับนายท่าน” อู๋จิ้งรายงานในส่วนของตนบ้างและคนฟังไม่คิดว่าจะมีความบังเอิญเกิดขึ้นได้
“เ้าพูดจริงรึอู๋จิ้ง?” ฟู่หลงเหยียนถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“บ่าวมิกล้าโกหกขอรับ”
“ในเมื่อโอกาสมาถึงมือพวกเราแล้ว จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด จิ่งซวนคนที่เหลืออยู่ด้านนอก พรุ่งนี้ไปตามเข้าเมืองมาให้หมด หน้าที่เก็บกวาดลูกน้องของเ้าเมืองตัวปลอม ยกให้พวกเ้าสองคนอย่าให้ใครมีลมหายใจอีก อู๋จิ้งบอกคนที่อยู่ในกลุ่มกับเ้า มาสมทบกับจิ่งซวนที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ ส่วนจวนคหบดีไน่เหอข้าจะนำคนไปยี่สิบคน เมื่อพวกเ้าจัดการลูกน้องได้หมดแล้ว ค่อยตามไปช่วยที่จวนคหบดีก็แล้วกัน” มีโอกาสลงมือฟู่หลงเหยียนไม่ยอมปล่อยผ่านแน่นอน
“ทราบแล้วขอรับนายท่าน”
“เฉินอิ่นนำกล่องยาของคุณหนูเจียงออกมา แบ่งยาถอนพิษและยารักษาาแต่าง ๆ ให้กับจิ่งซวนพกติดตัวไว้ หากถูกพิษไม่ว่าพิษจะรุนแรงหรือไม่ รีบกินยาถอนพิษทันทีอย่าได้เสียดาย รักษาชีวิตของพวกเ้าไว้ให้ได้ เพราะพวกเราจะกลับเมืองหลวงพร้อมกันทุกคน” เพราะอวี้จิ่นมอบยาดีมาให้เขาย่อมไม่้าให้ลูกน้องต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
“ขอรับ!”
“ขอบคุณนายท่านมากขอรับ” จิ่งซวนและซือหนงใช่ว่าจะไม่ทราบ ถึงชื่อเสียงของคุณหนูเจียงแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ แต่พวกเขายังไม่ว่างไปให้อวี้จิ่นทำนายดวงชะตาต่างหาก
“พรุ่งนี้กลางยามซวี พวกเราจะลงโทษเ้าเมืองตัวปลอมเสียที เพื่อคืนชีวิตปกติให้กับชาวบ้านทุกคน แยกย้ายกลับไปพักผ่อนได้”
“ขอรับ”
และคนที่รอฟังคำสั่งจากฟู่หลงเหยียน ต่างหมายมั่นอยากลงมือตามแผนโดยเร็ว แต่ต้องอดทนไว้เสียก่อน เมื่อเวลาที่ต้องลงมือยังมาไม่ถึง และรอจนกว่าจะถึงยามซวีของวันพรุ่งนี้ก็ตาม เมื่อถึงวันที่ต้องทำตามแผนทุกคนยังคงทำตัวเช่นเดิมเหมือนวันแรก จะมีเพียงจิ่งซวนกับซือหนงเท่านั้น ที่ต้องกลับไปบอกเล่าแผนการของหัวหน้า และพากันเข้าเมืองอีกครั้ง ทางด้านอู๋จิ้งพวกเขาทำงานได้ถูกใจพ่อบ้านมาก ทำให้สามารถสังเกตพื้นที่ของจวนได้โดยไม่มีผู้ใดสงสัยตัวของอู๋จิ้ง
ในที่สุดเวลาที่ทุกคนตั้งตารอคอยก็มาถึง จิ่งซวนและซือหนงนำกำลังไปลอบจัดการลูกน้องของเ้าเมือง ซึ่งคนเหล่านี้มักไม่ใส่ใจเื่ความปลอดภัย ด้วยคิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์ลอบสังหารขึ้น
“เอ้า ดื่ม ๆ วันนี้เต็มที่เลยพวกเรา หัวหน้าหยางได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยง ดังนั้นพวกเราจะดื่มบ้างมิได้รึ ฮ่า ๆ ๆ”
“ใช่ ยิ่งนึกถึงวันที่ต้องไปเก็บเงินกับพวกชาวบ้านแล้ว ยิ่งทำให้ข้ามีความสุขมากขึ้นไปอีก เงินทองมากมายไหนจะสตรีวัยดรุณถ้าหากยังอยู่บนเขาพวกเราจะมีวันนี้ได้หรือ”
พรึ่บ!!
“หึ เ้าพูดถูกถ้าจะให้ดีต้องไม่ทำความชั่ว มิฉะนั้นผลกรรมไม่ช้าก็เร็วย่อมตามสนอง เช่นตอนนี้พวกเ้าสมควรได้รับโทษ” จิ่งซวนและกำลังอีกส่วนหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดทนไม่ไหวจึงต้องเริ่มลงมือเสียที
ขวับ!!
“โอ้ มีพวกอยากตายมาหาถึงที่เสียด้วย ไปพวกเราอย่าทำให้พวกมันผิดหวัง”
“พวกเราลงมือได้!!”
ชิ้ง! ๆ ๆ เคร้ง! ฉึก อ่ะ เคร้ง! ฉัวะ อ๊ากก ปึก ผัวะ ฉึก ตุบ
คนที่ลงมืออย่างแม่นยำก่อน ย่อมเป็ฝ่ายได้ชัยชนะกลุ่มของซือหนงก็ไม่ต่างกันมากนัก กำลังเจ็ดสิบกว่าคนจากสำนักตรวจสอบฝีมือย่อมไม่เป็สองรองผู้ใด อาจจะมีาเ็บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเขาลงมืออย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว จนลูกน้องของหยางเสวียนไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน ตอบโต้กันไปมาไม่นานนัก ฝ่ายของซือหนงจึงสังหารโจรร้ายได้สำเร็จ รวมถึงคนของคหบดีไน่เหอก็ถูกกวาดล้างเช่นกัน เมื่อลงมือด้านนอกสำเร็จคงเหลือเพียงภายในจวนอันโออ่านั่นเสียที
ในห้องโถงจัดงานเลี้ยงเต็มไปด้วยเครื่องตกแต่ง ที่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามีราคาแพงมากเพียงใด ไหนจะบรรยากาศรื่นเริงท่ามกลางเหล่านางรำ ทั้งเ้าของจวนและแขกคนสำคัญจะไม่สุขสำราญได้หรือ แต่บรรยากาศนี้เป็อันต้องจบลง เมื่อฟู่หลงเหยียนนำกำลัง
บุกเข้ามาด้านใน สร้างความโกลาหลให้กับแขกในงานไม่น้อย ไม่มีใครวิ่งฝ่าออกไปจากห้องโถงนี้ได้ เนื่องจากตรงประตูมีเ้าหน้าที่จากสำนักตรวจสอบ ยืนถือดาบคอยกั้นคนที่คิดจะหนีไว้อีกชั้น
“แปะ แปะ แปะ ช่างเป็งานเลี้ยงที่อุดมสมบูรณ์จริง ๆ เหมาะสมกับฐานะคหบดีของเมืองซุยโจวเสียด้วย ดูท่าจะใช้เงินไปไม่น้อยกับงานเลี้ยงครั้งนี้สินะ” ฟู่หลงเหยียนเดินปรบมือเข้ามาพร้อมคำพูดเสียดสีคหบดีไน่เหอ
“พวกเ้าช่างบังอาจบุกงานเลี้ยงของข้าเชียวรึ ท่านเ้าเมืองก็อยู่ที่นี่กับข้า คอยดูเถิดพวกเ้าต้องถูกลงโทษอย่างสาสม”
“หึ พี่ใหญ่ไน่เหอท่านไม่ต้องกังวล คนของทางการฝีมือนั้นเหมือนเด็ก จะเก่งกาจเกินคนของข้าไปได้อย่างไร” หยางเสวียนกล่าวอย่างดูถูกในฝีมือการต่อสู้ ของแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างกลุ่มคนตรงหน้า
“นายน้อยนั่นมันหยางเสวียน! หัวหน้าโจรผู้โเี้ มิใช่ถูกทางการปราบปรามแล้วหรือขอรับ” เฉินอิ่นที่คุ้นใบหน้านี้แม้จะมีอายุมากขึ้น แต่เค้าโครงใบหน้ายังคงไม่เปลี่ยนไปมากนัก
“ใช่ เ้าเมืองตัวปลอมก็คือหยางเสวียน ที่หนีรอดจากการปราบปรามในคราวนั้น ไม่คิดว่าจะกลับมาทำร้ายชาวบ้าน ทั้งยังบังอาจใช้อำนาจของราชสำนักในทางที่ผิด” เขาจ้องคนตรงหน้าตาไม่กระพริบ
“ฮ่า ๆ ๆ ใครใช้ให้พวกเ้าเป็ขุนนางโง่เขลา ผ่านมาหลายเดือนเพิ่งจะระแคะระคายเื่ของข้า แต่ไม่ว่าจะส่งผู้ใดมาทุกคนล้วนต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่” หยางเสวียนพูดจายกยอตนเองโดยไร้ความละอายใจ
“ได้ ข้าก็อยากรู้เช่นกัน ว่าใครกันแน่ที่จะต้องตายในวันนี้”
“ดี! ข้าชอบคนเช่นเ้า หวังว่าจะรับมือข้าได้เกินห้าสิบกระบวนท่า จากนั้นข้าจะส่งเ้าลงนรกอย่างสบายเอง” หยางเสวียนจ้องมองเข้าไปในดวงตาของฟู่หลงเหยียน และดวงตาคมคู่นี้ไม่มีแววว่าจะเกรงกลัวสิ่งที่ตนข่มขู่ไปสักนิด
“หัวหน้าท่านจัดการเ้าเด็กหนุ่มนั่น ส่วนคนติดตามด้านหลัง ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกข้าเองขอรับ” เสี้ยวตงเอ่ยขอกับหยางเสวียน เพื่อจัดการกับเฉินอิ่นและอู๋จิ้ง
“อืม อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ” หยางเสวียนมั่นใจในฝีมือของลูกน้อง ที่ตนฝึกฝนทั้งสองมากับมือ
“ขอรับหัวหน้า”เสี้ยวตงและซั่วถู ต่างมั่นใจในฝีมือของตน
ฟู่หลงเหยียนยังคงมีท่าทีนิ่งสงบไม่หวาดหวั่น เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าเ้าเมืองตัวปลอม เมื่อทั้งสองยังคงหยั่งเชิงด้วยกันทั้งคู่ จนกระทั่งเสียงของอาวุธเข้าห้ำหั่นของลูกน้อง ช่วยทำให้พวกเขาตัดสินใจลงมือ แต่เป็ฝ่ายหยางเสวียนที่ทนไม่ไหว เขา้ากำจัดฟู่หลงเหยียนให้ได้โดยเร็ว
ทันใดนั้น ร่างของหยางเสวียนพุ่งเข้ามาพร้อมดาบในมือ ทว่าฟู่หลงเหยียนสามารถหลบได้ไวกว่า เขาย่อตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะสวนกลับด้วยการเตะที่กลางอก จนหยางเสวียนกระเด็นถอยหลังไปสองสามก้าว ฟู่หลงเหยียนหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ดาบของเขาปรากฏขึ้นในมือ สะท้อนแสงไฟที่ส่องลงมาได้น่าหวั่นเกรง
เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องโถง หยางเสวียนพยายามจู่โจมด้วยวรยุทธ์ของตน ที่คิดว่าเก่งกาจกว่าฝ่ายตรงข้าม แต่ฟู่หลงเหยียนยังคงเบี่ยงตัวหลบการโจมตี และสวนกลับด้วยการฟันดาบเข้าที่หลัง ขณะที่หยางเสวียนพลาดท่าอย่างรวดเร็ว แม่นยำ แต่ละท่วงท่าที่ออกมาแสดงถึงความชำนาญ
หยางเสวียนพยายามให้ลูกน้องล้อมกรอบอีกฝ่าย แต่ยามนี้กลับมีเสียงต่อสู้ดังขึ้นด้านนอก และมีบางส่วนบุกเข้ามาสมทบกับฟู่หลงเหยียน ยิ่งทำให้หยางเสวียนไม่พอใจมากขึ้นไปอีก เนื่องจากการโจมตีเด็กหนุ่มที่เขาประมืออยู่ สามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับน้ำไหล จนฟาดฟันดาบใส่ตนเองจนเริ่มาเ็มากขึ้น
เมื่อถูกเด็กหนุ่มผู้มีฝีมือเก่งกาจมากกว่า ทำเขาาเ็หนักจึงได้คิดถึงบางสิ่ง ที่สามารถทำให้อีกฝ่ายาเ็ทันที หรืออาจจะถึงขั้นพิการตาบอดก็เป็ได้ ก่อนหยางเสวียนจะถูกฝ่ามือซัดตรงหน้าอก เขาได้สะบัดผงบางอย่างเข้าที่ใบหน้าหน้าฟู่หลงเหยียนอย่างจัง
“อึก คิดจะสังหารข้ามันไม่ง่ายเช่นนั้นแน่”
พรึ่บ!!
“อ๊ะ!! หนอย!! เ้าสุนัขลอบกัด ตุบ”
“นายน้อย!! หมับ นายน้อยท่านเป็อย่างไรบ้างขอรับ” เฉินอิ่นที่ทำเสี้ยวตงลงไปนอนรอความตาย รีบถลาเข้ามารับร่างของเ้านายไว้
“อึก ๆ ไม่เป็อันใดมาก ยังดีที่มียาถอนพิษของจิ่นเอ๋อร์ ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะตาบอดตลอดชีวิต เ้าไปช่วยคนอื่นเถิดเฉินอิ่น ส่วนเ้าหัวหน้าโจรคนนี้ข้าจะตัดหัวของมันเอง” ฟู่หลงเหยียนเมื่อถูกสาดผงยาพิษ ก็รีบหยิบยาถอนพิษที่อวี้จิ่นให้ไว้กินมันลงไปทันที
หยางเสวียนที่ยามนี้ตาโตเท่าไข่ห่าน เขาไม่เชื่อว่าจะมียาถอนพิษกับพิษที่ร้ายกาจนี้ได้ แต่สิ่งที่ฟู่หลงเหยียนกินลงไป คงมิใช่ขนมหรือยาลูกกลอนรักษาโรคกระมัง เมื่อทำอันใดไม่ได้ก็ยิ่งเจ็บใจ
“หึ เ้าคงเห็นแล้วสินะ ว่าข้าเตรียมตัวมาเป็อย่างดี ยาพิษกระจอก ๆ นั่นช่างไร้ค่ายิ่งนัก เมื่อเทียบกับยาถอนพิษเม็ดนี้ของข้า” ฟู่หลงเหยียนลุกขึ้นยืนพูดพร้อมก้าวเดิน และหยุดอยู่ตรงหน้าของหยางเสวียน
“ไม่! เป็ไปไม่ได้! ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด!! ยาพิษร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้ในพริบตา มันจะมียาถอนพิษได้ในทันทีเชียวรึ หึ เ้ากำลังเล่นงิ้วหลอกข้าอยู่เป็แน่ใต้เท้า ฮ่า ๆ ๆ เ้ากำลังจะตาบอดแล้ว”
“ข้าไม่จำเป็ต้องอธิบายทุกอย่างให้เ้าฟัง รู้แค่เพียงว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าอยู่อีกตั้งหลายชั้น ใต้หล้านี้จะไม่มีคนเก่งกว่าเ้า ย่อมเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอนหยางเสวียน หึ ตอนนี้ถึงเวลาที่เ้าควรรับโทษเสียที” ฟู่หลงเหยียนไม่ปล่อยให้คนร้ายได้พูดอำลาอันใดอีกต่อไป
ฉับ!! ตุบ!!
“จากนี้ไปทุกคนในเมืองซุยโจว จะได้อยู่กันอย่างสบายใจเสียที แค่ก ๆ ๆ”
“นายน้อย บ่าวว่าท่านนั่งพักก่อนเถิดขอรับ ถึงจะกินยาถอนพิษไปแล้ว แต่ไม่ควรใช้พลังมากเกินไป บ่าวว่านี่คงเป็อาการข้างเคียงหลังจากกินยาถอนพิษ อย่างไรนายน้อยกินยาบำรุงเพิ่มอีกนิดเถิดขอรับ” เฉินอิ่นยังคงอยู่ไม่ห่างกับฟู่หลงเหยียนมากนัก จึงเข้ามาประคองร่างหนาไว้ได้ทันอีกครั้ง
“ใต้เท้าแล้วคนที่สมรู้ร่วมคิดจะลงโทษเช่นไรขอรับ” จิ่งซวนถามถึงคหบดีไน่เหอ ที่สติกระเจิดกระเจิงไม่อยู่กับร่องกับรอยผู้นั้น
“ปะาสถานเดียวเท่านั้น!!” ไม่มีทางที่จะมีคนรอดชีวิตไปได้อีก
“ขอรับใต้เท้า”
“เฉินอิ่นอย่าลืมลงไปช่วยท่านเ้าเมือง หากมีอาการาเ็จงมอบยาให้รักษาตัว อีกสองวันค่อยพามาพบข้า เข้าใจหรือไม่”
“รับทราบขอรับนายน้อย”
“อืม บอกจิ่งซวนกับซือหนงว่า นำเงินทองที่พวกมันเก็บมาจากชาวบ้าน ทยอยจ่ายคืนอย่างเป็ระเบียบ แค่ก ๆ ๆ” ฟู่หลงเหยียนยังคงไออยู่เล็กน้อย
“บ่าวทราบแล้วขอรับ ตอนนี้นายน้อยรักษาตนเองก่อนเถิด เื่ที่เหลือพวกบ่าวและผู้ช่วยทั้งสอง จะจัดการแทนท่านเองขอรับ” เฉินอิ่นเกรงว่าเ้านายจะล้มป่วยเพราะผลข้างเคียงของยาพิษ จึงพยายามให้ฟู่หลงเหยียนรีบพักผ่อน
“อืม ฝากเ้าด้วย”
ฟู่หลงเหยียนนั่งมองลูกน้องช่วยจัดการเื่ที่เหลือ พาลให้คิดถึงคำพูดของอวี้จิ่นที่เตือนเขาเอาไว้ รวมถึงยาต่าง ๆ ก็ยังมอบให้กับเขาด้วยความเป็ห่วง เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจเสียเหลือเกิน มื่อนึกถึงสีหน้ากังวลของอวี้จิ่น ตระกูลคหบดีไน่เหอรับโทษปะา จากนั้นฟู่หลงเหยียน ต้องอยู่จัดการเื่ราวต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทางจนกว่าจะเรียบร้อย ก็ใช้เวลาประมาณเจ็ดวันเขาจึงได้ถอนกำลังกลับเมืองหลวง
