ทันทีที่ทหารรักษาการณ์ในลานจวนล้มลง ฮวาเหยียนก็แอบเข้าไปในห้องหนังสืออย่างเงียบงัน
ห้องหนังสือของตี้หลิงหานมีขนาดใหญ่โตและเรียบร้อยเป็อย่างยิ่ง กำแพงทั้งสามด้านล้วนเป็ชั้นวางหนังสือ ภายในวางหนังสือไว้มากมาย แบ่งแยกชัดเจนเป็ระเบียบนัก ปราศจากความยุ่งเหยิงแม้เพียงนิด เผยให้เห็นว่าเ้าของห้องนี้ต้องเป็ผู้ที่อยู่ในกฎเกณฑ์และมีระเบียบ
ฮวาเหยียนไม่กล้าจุดเทียน หากเทียนส่องสว่าง ย่อมง่ายที่จะดึงดูดคนให้มาหา
ดังนั้นนางจึงทำเพียงอาศัยแสงจันทราที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างและไข่มุกราตรีเม็ดเล็กในมือให้ส่องแสงนำทางเพื่อเริ่มต้นค้นหาสัญญา
ห้องหนังสือเป็สถานที่สำคัญ แม้ฮวาเหยียนจะไม่ได้ออกจากูเามานานปี ทว่าทักษะทางด้านการแทรกซึมของนางไม่เคยตกเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้นยุคนี้ยังไม่มีกล้องวงจรปิดและเครื่องสแกนตรวจจับความร้อน การที่นางจะพลิกห้องหนังสือเพื่อหาของย่อมง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังแฝงความระมัดระวังและสุขุมเอาไว้ ทว่าท้ายที่สุดอาจมีความคลาดเคลื่อนบางอย่างระหว่างเครื่องมือในสมัยก่อนกับความรู้ความเข้าใจของนางเอง หากไม่ระวังย่อมง่ายต่อการถูกพลิกคว่ำเช่นกัน
ฮวาเหยียนทำการวิเคราะห์ก่อนหนึ่งรอบ อิงตามความเคยชินของคนยุคโบราณ แม้จวนไท่จื่อจะกว้างขวาง ทว่าตี้หลิงหานที่ถือสัญญาย่อมต้องหาแหล่งหลบซ่อนซึ่งปลอดภัยที่สุด นั่นก็คือห้องนอนและห้องทำงาน ในเมื่อห้องนอนไม่มี เช่นนั้นก็ต้องอยู่ในห้องหนังสือเป็แน่
ฮวาเหยียนเริ่มคลำหาอย่างระมัดระวังไปทีละนิด
บนโต๊ะ ในลิ้นชัก ในตู้หนังสือ...
แม้กระทั่งค้นหาใต้พรม
ในฐานะที่นางเป็ราชินีแห่งหัวขโมย ไม่ว่าสถานที่ใด ขอแค่มีการพลิกหา แม้จะยุ่งเหยิงเท่าไรก็สามารถจัดกลับจนคืนสภาพเดิมได้โดยไม่ปรากฏร่องรอยข้อบกพร่องใด ทว่าเพราะคืนนี้ถูกตี้หลิงหานทำให้ฉุนเฉียว นางจึงใจร้อนจนสติไม่มั่นคงอยู่บ้าง
เ้าสารเลวผู้นี้ สุดท้ายแล้วก็เป็เ้าสารเลวจริงๆ! นอกจากเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของทหารแนวหน้าแล้ว ยังมีใจจะแช่บ่อน้ำพุร้อนอีกหรือ?
ฮวาเหยียนโมโหยิ่ง นางจึงขโมยของในห้องนอนของเขาจนสะอาดเอี่ยม
ดังนั้นตอนนี้นางที่อยู่ในห้องหนังสือ เมื่อเห็นของดีใดก็โยนมันลงไปในไข่มุกทองัคะนองน้ำทันที
ไม่ออมมือให้แม้สักนิด
ไข่มุกทองัคะนองน้ำอันล้ำค่ามีประสิทธิภาพดียิ่ง ให้ความช่วยเหลือแก่นางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
น่าเสียดายที่ฮวาเหยียนพลิกหาในห้องหนังสืออยู่นาน ทว่าก็ยังไม่พบสิ่งใด
คิ้วของฮวาเหยียนขมวดเครียด ตี้หลิงหานผู้นี้ช่างซ่อนได้อย่างลึกลับนัก นี่คือการจงใจจะจัดการนางแน่ๆ
ทว่าจะให้กลับจวนมือเปล่าหรือ? นั่นย่อมเป็ไปมิได้...
ในเมื่อไม่อยู่ในส่วนสว่าง หรือจะวางอยู่ในห้องลับเล่า?
ฮวาเหยียนเริ่มสังเกตโครงสร้างของห้องหนังสือ มองหากลไกของห้องลับที่เป็ไปได้
นางยกไข่มุกราตรีในมือขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองกำแพงทั้งสี่ด้าน...
บนผนังด้านหลังโต๊ะแขวนภาพตัวอักษรใหญ่ไว้อยู่สี่คำ ‘ั เหินฟ้า หงสา ร่ายรำ’ ด้านซ้ายเป็แถวของชั้นวางหนังสือ ด้านขวาเป็ชั้นวางหนังสือตัวเตี้ย ธนูยาวแขวนอยู่บนชั้นวาง มองไปด้านข้างจะเห็นภาพที่ไม่เข้ากันถูกแขวนเอาไว้
ฮวาเหยียนแค่เหลือบสายตาและมองผ่านไป ทว่าไม่ถูกต้อง...
ภาพวาดนั้นดูหัวมังกุท้ายั ไม่เข้าพวกไปสักหน่อย อีกทั้งเมื่อครู่ที่นางกวาดสายตามอง พลันเกิดความรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมา
ฮวาเหยียนหรี่ตาลง นางพุ่งเข้าหาภาพวาดนั้นอย่างรวดเร็ว ในมือยกไข่มุกราตรีขึ้น และมองดูภาพวาดอย่างละเอียดอีกครั้ง
การมองในครั้งนี้ มิได้ร้ายแรง ทว่าดวงตาที่เหมือนแมวของฮวาเหยียนกลับเบิกกว้างขึ้นทันที ลมหายใจติดค้างอยู่ในลำคอ นี่ นี่ นี่...
นี่คืออันใด!
คือนางเอง!
นี่คือตัวนางชัดๆ
ลักษณะที่อ่อนน้อมถ่อมตน ท่าทางรินชาด้วยความเคารพนั่น คือนางหรือ?
ฮวาเหยียนโน้มตัวไปข้างหน้า พินิจอย่างละเอียด มองจนชัดเจน เป็นาง องคาพยพทั้งห้ามิมีอันใดขาดไปแม้แต่ส่วนเดียว เมื่อมองไปที่บุรุษซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ท่าทางโดดเด่นงามสง่าเ็า สูงส่งราวกับเทพเซียน ดวงตาที่เฉยเมยและเหินห่างนั้นเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่ง
นี่ นี่ นี่ นี่คือตี้หลิงหาน!
ฮวาเหยียนโกรธจนแทบกระอักเื มีดวงดาวระยิบระยับปรากฏสู่สายตา ั์ตากลายเป็สีแดงเื และการหายใจของนางก็หนักหน่วงขึ้นอีกหลายระดับ!
ตี้หลิงหาน เ้าคนต่ำช้า!
เลวทรามต่ำช้า น่ารังเกียจไร้ยางอาย สกปรกโสมม สุภาพบุรุษจอมปลอม!
ฮวาเหยียนะเิโทสะ!
นางจัดการดึงภาพวาดออกจากผนัง ้าฉีกมันเป็ชิ้นๆ ตี้หลิงหาน เ้าไม่ต้องรักษาชื่อเสียงแล้วหรือ? จึงได้วาดภาพเหมือนของคนสองคน อีกทั้งยังวาดตนเองออกมาเช่นนี้?
ภาพวาดนี่มันบ้าอันใด?! เห็นชัดๆ ว่านี่คือนาง! เหมือนเหลือเกิน ไม่ว่าใครที่เห็นย่อมสามารถบอกได้ทันทีว่าคนสองคนในภาพวาดคือนางกับตี้หลิงหาน อีกทั้งมองแค่แวบเดียวก็เห็นได้ชัดเจนว่าตี้หลิงหานเป็เ้านาย ส่วนนางเป็หญิงรับใช้
ช่างน่าโมโหนัก!
ไร้ยางอาย!
ไร้ยางอายไม่มีที่สิ้นสุด
ฮวาเหยียนมิอาจควบคุมแรงที่ใช้ในการจับภาพวาดได้ นาง้าฉีกมันเป็ชิ้นๆ ทว่ากลับไร้ประโยชน์ ไม่รู้ว่าภาพวาดนี้ใช้วัสดุอันใด ในเมื่อมิอาจฉีกภาพวาดนี้ได้ นางจึงยิ่งโมโหมากกว่าเดิม หญิงสาวโยนภาพวาดลงพื้นแล้วเหยียบมัน ทว่าเมื่อเห็นหน้าของตนเองที่ลงสีอย่างงดงามหาใดเปรียบโดนเหยียบย่ำ ใบหน้าบนภาพวาดนั้นเป็ตัวแทนของนาง นางจึงมิอาจเหยียบลงไปได้อีก เหตุใดนางต้องเหยียบหน้าตนเองด้วยเล่า?
ฮวาเหยียนขยับร่างกายของตนเองแล้วเหยียบลงไปบนใบหน้าของตี้หลิงหานแทน ข้าจะเหยียบ เหยียบ เหยียบ เหยียบ เหยียบเ้าให้ตาย! ใบหน้าของตี้หลิงหานถูกเหยียบจนเป็รอยเท้าสีดำหลายรอยในคราเดียว นางยังคงไม่หายโมโห หมุนตัวหันหลังและวิ่งไปที่โต๊ะ คว้าหมึกมาวาดลงบนใบหน้าของตี้หลิงหาน ทำให้ใบหน้างดงามจนใต้หล้าตกตะลึงนั้นกลายเป็ถ่านดำก้อนโต จนในที่สุดนางก็หายใจได้คล่องคอ
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก...
นางลุกขึ้นพลางสูดหายใจเข้าลึก ฮวาเหยียนสงบอารมณ์ของตนเอง นางมิได้โมโหเช่นนี้มานานมากแล้ว!
ในโลกเดิมนางเป็ถึงราชินีแห่งหัวขโมย ใช้ชีวิตตามอำเภอใจด้วยความสง่างามและสอนบทเรียนให้คนอื่นเสมอ จะมีผู้ใดกล้ายั่วโทสะนาง? ทว่าหลังจากที่นางจับพลัดจับผลูย้อนอดีตมา มิต้องพูดถึงชายหน้ากากทองที่นางพบเมื่อสี่ปีก่อน บุรุษที่ผลักนางตกหน้าผาด้วยฝ่ามือเดียว ความอัปยศอดสูและความแค้นลึกล้ำนั้นนางยังคงไม่ลืม ภายหลังก็มีตี้หลิงหานโผล่มาอีกคน ยังมิต้องพูดว่าอีกฝ่ายทำตัวชั่วช้ากับนาง เื้ัยังมีภาพดังกล่าวแขวนอยู่ในห้องหนังสือด้วย หากผู้อื่นเห็นสิ่งนี้เข้าจะคิดเช่นไร?
นางยังเป็คนอยู่อีกหรือไม่? ช่างรังแก ข่มเหงกันเกินไปแล้ว! เขาตัดสินแล้วว่านางไม่สามารถรวบรวมเงินจำนวนสามล้านตำลึงได้ และมั่นใจว่านางจะต้องตกอยู่ในกำมือเขา นี่ล้วนคำนวณไว้อย่างชัดเจนแล้วมิใช่หรือว่านางจะต้องกลายเป็ข้ารับใช้ของเขา?
ช่างน่าโมโห...
ช่างน่าโมโหจริงๆ!
ฮวาเหยียนค้นหาอีกครู่หนึ่ง เกือบจะพลิกหาทั้งห้องหนังสือ ทว่าก็ยังไม่พบสิ่งใด
สัญญาฉบับนั้นหายไปที่ใดแล้ว? โดนตี้หลิงหานกินเข้าไปแล้วหรือ?
ใช่แล้ว!
หรือว่า? วางติดกาย!
มิใช่ว่าตี้หลิงหานเก็บสัญญาไว้กับตัวหรือ?!
ฮวาเหยียนขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง หากนางรู้ว่าของสิ่งนั้นอยู่ที่ใด นางจะมุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างไม่มีทางพลาดแน่นอน ทว่าตอนนี้นางไม่รู้ว่าตี้หลิงหานซ่อนสัญญาเอาไว้ที่ใด สถานที่สำคัญทั้งสองแห่ง นางล้วนพลิกแผ่นดินหาแล้วทั้งสิ้น ทว่ากลับไม่พบแม้แต่เบาะแส ฮวาเหยียนเริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมาบ้างแล้ว คงมิใช่ว่าเขาเก็บไว้กับตัวจริงๆ หรอกนะ?
เขามิได้เป็โรคจิตจริงๆ ใช่หรือไม่?
ทว่ายามนี้บุรุษผู้นั้นกำลังแช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนโดยมีองครักษ์เงาคอยคุ้มกัน หากนางผลีผลามบุกเข้าไป เช่นนั้นย่อมเป็ความเสี่ยงอันใหญ่หลวง
เช่นนั้นนางต้องกลับไปมือเปล่าหรือ?
ไม่มีทางเป็แน่!
จิติญญาการต่อสู้ของฮวาเหยียนลุกไหม้โดยพลัน หากราตรีนี้นางหาสัญญาไม่พบ นางก็จะขโมยของล้ำค่าในจวนไท่จื่อให้เกลี้ยง หรือไม่ก็จัดการตี้หลิงหานให้สิ้นซาก! มิเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าสุภาพบุรุษจอมปลอมผู้นั้นจะจัดการนางเช่นไรในภายหน้า! ฮวาเหยียนครุ่นคิด อย่างไรนางก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว ถึงแม้จะอยู่ในเส้นทางของการพัฒนาเป็คนดีก็ตาม
ฮวาเหยียนทำตัวเหมือนแมวที่พร้อมจะย่องออกจากห้องหนังสือ
ทว่าทันใดนั้นเอง—
เสียงนกหวีดดังขึ้นในราตรีอันมืดมิด แหลมคมบาดหูนัก
“มีนักฆ่า มีนักฆ่า...”
คบไฟถูกจุด ทั่วทั้งจวนพลันสว่างไสวราวกลางวัน
ฮวาเหยียนเปลี่ยนสีหน้าทันที มิได้การ! นางถูกพบเสียแล้ว...
