บ้าจริง ถูกพบแล้วหรือ?
เสิ่นม่านทิ้งเหอยวนยางไว้และวิ่งไปปากทางเข้าคุกใต้ดิน แต่กลับได้ยินเสียงคนเ่าั้วิ่งจากไปไกลกว่าเดิมเรื่อยๆ เสิ่นม่านจึงหาจังหวะแอบกลับห้องนอนไป
เพิ่งเดินได้ไม่ถึงสิบนาทีก็เจอกับกลุ่มคนที่กำลังตามจับตัวผู้บุกรุกเมื่อครู่ เสิ่นม่านรีบหลบไปซ่อนข้างหลังทันที แต่กลับถูกเห็นก่อน
“เทพธิดาหลิน?”
แย่แล้ว ถูกเจอจนได้
เสิ่นม่านเดินออกมาจากความมืดและสบตากับคนเ่าั้ นางพยายามทำให้ตนเองดูไม่ผิดปกติ “เกิดอะไรขึ้น? ดึกดื่นค่อนคืน พวกเ้าทำอะไรกันอยู่ด้านนอก?”
คนผู้นั้นตอบ “เรากำลังตามจับผู้บุกรุก คืนนี้มีคนแอบเข้ามาในค่าย แล้วยังสังหารพี่น้องของเราไปหลายคน ท่านเห็นคนผิดปกติผ่านมาแถวนี้หรือไม่?”
คนผิดปกติ? ไม่จริงน่า? หรือว่ามีคนอื่นที่แฝงตัวเข้ามาในค่ายโจรเหมือนนาง?
หรือจะเป็คนของใต้เท้าจาง?
เสิ่นม่านส่ายหน้า “ไม่มี ข้าเองก็ได้ยินว่าพวกเ้ากำลังจับผู้บุกรุก จึงเดินมาดู”
เหตุผลฟังดูมีน้ำหนัก แต่ว่า…
คนผู้นั้นถามย้ำ “เทพธิดาหลิน ห้องนอนของท่านอยู่ทางด้านนั้นไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงมาอยู่ตรงนี้?”
เอ่อ… เสิ่นม่านลูบคางพร้อมกับทำท่าไร้เดียงสา เสริมความงุนงงสับสนอีกเล็กน้อย
“หากข้าบอกว่าออกมาหาห้องน้ำและหลงทาง เ้าจะเชื่อหรือไม่?”
โฉมงามทำปากยื่นน้อยๆ ดูลำบากและอับจนหนทาง ใครเห็นก็ไม่อาจสงสัยได้ลงคอ
หัวหน้ากลุ่มถูกความงามครอบงำ ไม่เพียงเชื่อคำพูดของเทพธิดาอย่างไร้กังขา ยังหวังดีให้คนส่งนางกลับอีกด้วย
เสิ่นม่านรู้สึกสบายอารมณ์
หลังจากข้ามมิติมาเป็หญิงอ้วนอยู่หลายเดือน จู่ๆ กลายเป็สาวงาม ได้รับการป้อยอเอาใจจากผู้คน ความแตกต่างนี้เยอะมาก ยากจะปรับตัวจริงๆ
เพียงแต่! นางอยากบอกว่า: การเป็สาวงามช่างดีเหลือเกิน!
สาวงามเดินตัวลอยกลับเข้าห้อง จากนั้นนอนหลับจนถึงเช้า พอตื่นเช้ามาก็มีคนเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้นางล้างหน้าล้างตาแล้ว
เสิ่นม่านล้างหน้าอย่างสบายใจเฉิบ เพิ่งจะกินอาหารเช้าเรียบร้อยก็ถูกคนตามไปโถงใหญ่อย่างเร่งรีบ
ในห้องโถงใหญ่ กองหินเล็กใหญ่กองสูงขนาดเท่าตัวคน
เสิ่นม่านเปลือกตากระตุก นางเดินเข้าไปใกล้ ด้านหลังกองหินมีเจี่ยต้าหลงกับหลิวเฮยชีที่ดวงตาเปล่งประกาย
ชายชราใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับดอกเก๊กฮวย เขาเค้นรอยยิ้มที่คิดเอาเองว่าเมตตา
“เทพธิดาหลิน ข้าให้เด็กไปควานหาก้อนหินบนเขามาแต่เช้า นี่ถึงรวบรวมได้หนึ่งกองเล็ก หากไม่ติดอะไร ก็ช่วยเสกก้อนหินเป็ทองให้ข้าสักหน่อยเถิด”
หลังจากกวาดตามองก้อนหินที่สูงเท่าคนนี้ คำด่าะนับหมื่นก็แล่นผ่านความคิดของเสิ่นม่าน
เ้าเรียกของกองนี้ว่ากองเล็กๆ? ดูแล้วเ้าตั้งใจหาเื่ให้ข้าลำบากมากกว่า!
โลภน้อยเหลือเกินนะ ทำไมไม่ยกมาทั้งูเาเลยล่ะ?
เสิ่นม่านแอบกลอกตามองบน ขณะที่นางกำลังคิดหาข้ออ้างให้หลุดพ้น สองพี่น้องสกุลเฉียนก็พากำลังคนมาล้อมห้องโถงใหญ่ไว้มิดชิด
สองพี่น้องสกุลเฉียนยืนอยู่ข้างกองหินและยิ้มชั่วร้าย
“เทพธิดาหลิน เราสองพี่น้องนับถือวิชาเซียนของเ้ายิ่งนัก จึงตั้งใจเรียกเหล่าพี่น้องในค่ายมาเปิดหูเปิดตา เ้าคงไม่ถือสาหรอกนะ?”
เสิ่นม่าน: ไม่ถือสา เ้ารีบยื่นหัวสุนัขของเ้ามาให้ข้าตบสักหลายฉาด ข้าก็จะไม่ถือสา!
แต่นางไม่อาจปฏิเสธ สี่ัโจรูเามารวมตัวกันอยู่ที่นี่หมด แล้วยังโจรเหล่านี้…
เหตุใดถึงดูเหมือนกำลังจะมารวบตัวนาง?
แต่นางไม่กระวนกระวาย เสิ่นม่านยิ้มบางๆ ทอดมองเฉียนิเจี๋ยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เทพธิดาเช่นข้าจะถือสาอะไรได้? เพียงแต่ทางออกของโถงใหญ่นี้ถูกเ้าพาคนมาห้อมล้อมจนมิดชิด ฮวงจุ้ยดีๆ ถูกรังสีสังหารของพวกเ้าทำลายจนหมดเกลี้ยง แล้วข้าจะใช้วิชาได้อย่างไร?”
หลิวเฮยชีรู้สึกว่าเทพธิดาพูดได้สมเหตุสมผล การใช้วิชาของปรมาจารย์ทั้งหลายล้วนต้องดูฤกษ์ยาม สถานที่ และบุคคล
เขาถาม “เช่นนั้นควรทำอย่างไร? ไม่อาจเสกทองคำได้แล้วหรือ?”
เสิ่นม่านลูบคาง ท่าทางเคร่งเครียด
“เมื่อวานข้าดูแล้ว ค่ายของพวกเ้า เื้ัมีภูผา เบื้องหน้ามีธารา หันหน้าทางทิศใต้ ป้องกันภัยร้ายและเปิดรับสิ่งดี ฮวงจุ้ยดีเลิศ เพียงแต่กรรมชั่วที่พวกเ้าสังหารคนหนักหนาเกินไป ชี่พิฆาตจึงทำลายฮวงจุ้ยที่ดีนี้ ดังนั้นข้าจึงใช้วิชาไม่ได้ ยามนี้คนของพวกเ้ายังมาล้อมที่นี่ไว้มากมาย ชี่พิฆาตรุนแรงเกินไป วิชาของข้าคงไม่อาจให้ผลลัพธ์ที่พวกเ้า้าได้”
“เช่นนั้นต้องทำอย่างไร?” เจี่ยต้าหลงร้อนใจ
แต่สองพี่น้องสกุลเฉียนไม่ร้อนใจและถามกลับ “อะไรกัน พอทุกคนมา วิชาของเ้าก็ใช้ไม่ได้? เทพธิดาหลิน เ้าคงไม่ได้กำลังหลอกลวงทุกคนหรอกนะ?”
เจตนาตั้งแง่กันเช่นนี้ ใครบ้างจะดูไม่ออก?
เสิ่นม่านรู้ว่าสองคนนี้ตั้งใจปะทะกับนาง วันนี้หากนางเสกทองออกมาไม่ได้ เดาว่านางคงไม่อาจหลุดรอดไปได้แน่ แต่ความน่าอัดอั้นที่พวกเขาจงใจหาเื่นางเช่นนี้ หากนางไม่ได้ระบายออกมาก็อย่าเรียกว่าเสิ่นม่าน!
เสิ่นม่านเปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกตำรา ใบหน้างดงามหยดย้อยและดวงตาจับจ้องที่เฉียนิเจี๋ยราวกับสามารถก่อตัวเป็น้ำแข็งให้ได้
นางเอียงศีรษะและเอ่ยอย่างเชื่องช้า “หาว่าข้าเื่มาก? เก่งจริงเ้าก็ทำเองสิ”
เฉียนิเจี๋ย “…”
เฉียนซานเจียงด่าด้วยความโมโห “หากข้าเสกหินให้เป็ทองได้ แล้วจะมีเ้าไว้ทำอะไร?”
เสิ่นม่านมองเขาด้วยหางตาและแสยะยิ้ม
“ในเมื่อเสกไม่เป็ เช่นนั้นก็หุบปาก! อยากได้เงินแต่ไม่ทำตามคำขอของข้า แล้วยังกล้าสงสัยความสามารถของข้าอีกหรือ? ขออภัยด้วย ข้าไม่อยากทำแล้ว!”
พูดจบ เสิ่นม่านปัดมือเตรียมก้าวเท้าหนี
“ช้าก่อน!” คนที่ห้ามนางไว้คือเจี่ยต้าหลง
เสิ่นม่านแสร้งหันหลังอย่างมีน้ำโห รอเขาเอ่ย
เจี่ยต้าหลงถามเสียงต่ำ “แม่นางหลินจะไปไหนหรือ? น้องสามกับน้องสี่ไม่รู้มารยาท สั่งให้พวกพ้องมาทำเ้าเสียเื่ ขอแม่นางได้โปรดอย่าถือสาพวกเขาเลย...”
ดูสิ ทนไม่ไหวแล้วสินะ เสิ่นม่านยกยิ้มมุมปาก
ต่อหน้าเงินทอง สายใยฉันพี่น้องเปรียบดั่งก้อนกรวด แล้วนี่ยังเป็เพียงสายใยพี่น้องจอมปลอม
เปราะบางยิ่งนัก!
เสิ่นม่านไม่ยอมอ่อนข้อ นางมองเจี่ยต้าหลงพร้อมกับยิ้มอ่อน “จะให้ข้าไม่ถือสาพวกเขา? ง่ายมาก! ก่อนอื่นต้องให้พวกเขาคุกเข่าขอขมาข้า”
“มารดาเถอะ! หยามกันเกินไปแล้ว!”
เฉียนซานเจียงโมโหจนขาดสติ ให้พวกเขาพี่น้องคุกเข่าให้นางตัวดีที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าหรือ? คิดว่าตนเองเลิศเลอจริงหรือ?
เสิ่นม่านปรายตามองเฉียนซานเจียง จากนั้นเลื่อนไปทางเจี่ยต้าหลงอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเปี่ยมด้วยพลังเย้ายวนน่าหลงใหล
“หัวหน้าใหญ่ ขอเพียงข้า้าไป ลำพังกายหยาบของพวกเ้าไม่มีทางขวางข้าได้ ข้าจะอยู่ต่อหรือไม่ ล้วนขึ้นกับความจริงใจของพวกท่าน”
เจี่ยต้าหลงสีหน้าตึงเครียดและไม่พูดจา
เสิ่นม่านยิ้ม เขายังไม่ได้ลิ้มลองความหอมหวาน จึงลังเลว่าควรสละสิ่งใด
เช่นนั้นนางจะช่วยส่งเสริมให้เอง
เสิ่นม่านดีดนิ้ว ก้อนหินตรงหน้ากลายเป็กองสมบัติเงินทองที่เปล่งประกายแวววาวในพริบตา แทบจะทำให้ตาสุนัขของโจรทั้งหลายบอดได้เลย
“โอ้! รวยแล้ว!”
มีคนที่ทนไม่ไหวและโพล่งออกมาอย่างผู้ไม่เคยเห็นโลกกว้าง
เสิ่นม่านหัวเราะเบาๆ และดีดนิ้วอีกครั้ง สมบัติเงินทองเปลี่ยนกลับเป็ก้อนหินในพริบตา
ความรู้สึกแตกต่างนี้ยิ่งใหญ่และไม่ธรรมดา!
เจี่ยต้าหลงหวั่นไหว เขาหันไปทางสองพี่น้องสกุลเฉียนด้วยสีหน้าขึงขัง “พวกเ้าสองคน รีบขอขมาเทพธิดาเร็วเข้า!”
-----
