“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงประตูห้องบานใหญ่ถูกเคาะดังสนั่น ก่อนที่คะนิ้งจะละจากหน้าจอคอมพ์แล้วเดินไปเปิดประตู
“พี่เชนทร์ มีไร คะนิ้งยุ่งอยู่” ดวงหน้าอ่อนหวานมองชายหนุ่มอย่างสงสัย
“ยุ่งอะไรไหนดูซิ” เขาเดินพลวดเข้ามาในห้อง ก่อนได้รับอนุญาต ตรงดิ่งมายังคอมพิวเตอร์ตัวจิ่วที่เปิดหน้าจอสว่างโร่อยู่
“อ่านนิยายน้ำเน่า นี่หรือที่ยุ่ง” คเชนทร์จ้องมองตัวหนังสือที่โชว์อยู่บนหน้าจอ แล้วหันไปถามน้องสาวพลางอมยิ้มเล็กน้อย
“อ่ะ ปากกาพี่เอามาคืน วันนี้โดนนายพีทล้อซะไม่มีดีเลย ที่ใช้ปากกาเธอ” คเชนทร์ยื่นปากกาลายหวานคืนให้กับน้องสาว ก่อนที่ร่างบางจะเดินมุ่ยหน้ามารับไป
“พี่พีทนิสัยไม่ดีนั่นน่ะหรือคะ เมื่อไหร่พี่จะเลิกคบกับเขาเสียที คะนิ้งเจอพี่ที่มหาวิทยาลัยไม่อยากเข้าไปหาพี่ชายตัวเองเพราะพี่พีทคนเดียวเลย” หญิงสาวบ่นยาวเหยียดก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวโปรด
“ยังไม่เลิกงอนมันอีกหรือไง”
“ไม่ค่ะ” เธอตอบเสียงแข็งพลางนึกย้อนถึงวีรกรรมที่เขามักใช้วาจาทำร้ายเธอ
“เลิกงอนได้แล้ว วันเสาร์นี้พี่จะพาเพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้าน รวมถึงนายพีทด้วย” หญิงสาวหันขวับมองตรงมายังพี่ชายของตัวเองก่อนจะถอนหายใจ เธอเบื่อเต็มทีกับงานปาร์ตี้ที่พี่ชายขยันจัดแทบทุกเดือน ชายหญิงต่างมาสังสรรค์กันอย่างบ้าคลั่ง บ้างก็ถอดเสื้อเล่นน้ำกลางสระ บ้างก็เต้นดีดดิ้นไปมาอย่างกับงูเงี้ยว เสียงดนตรีดังสนั่นหวั่นไหวเพียงแค่นึกภาพก็อยากจะหนีไปอยู่ที่อื่นให้รู้แล้วรู้รอด บิดากับมารดาก็ดูจะตามใจ ทำอย่างกับเขาเป็เทวดามาเกิด
“เธอกำลังต่อว่าพี่ในใจใช่ไหม” เขายีศีรษะคะนิ้งเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้อง
“รู้ทันตลอด” คะนิ้งหันมองตามร่างหนาของชายหนุ่ม มิวายบ่นตามหลังเขา
คเชนทร์เดินตรงไปยังห้องของตัวเอง ก่อนเห็นบิดายืนรออยู่หน้างประตู หน้าตาเหี่ยวย่นของชายชรามองชายหนุ่มอย่างสงสัย
“พ่อครับมีอะไร มายืนบังห้องผมทำไม”
“วันนี้แกให้คุณไผ่ติดดาวให้นักศึกษาแพทย์ชายปีสอง ไหนลองบอกเหตุผลพ่อแจ่มๆ มาสักข้อซิว่าทำไม” ชายชรามองหน้าคเชนทร์ พลางยกมือขึ้นมากอดอกเอาคำตอบ
“เื่นี้นี่เอง คุณไผ่นี่สมกับเป็คนไผ่จริงๆ นะครับ รายงานได้รวดเร็วทันใจคุณพ่อทุกเื่”
“อย่าพูดมาก ตอบฉันมา”
“เื่ก็คือนายนั่นขับรถเร็ว จนเกือบชนนักศึกษาใหม่ เท่านั้นยังไม่พอยังทำกร่างยืนด่าผู้หญิงอีก แล้วก็มากระชากคอผม”
“ความผิดแค่นี้เอาเขาออกไม่ได้หรอก”
“ผมก็ไม่ได้เอาเขาออกนี่ครับ แค่ติดดาวเอาไว้ก่อน ครบสามครั้งเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน พ่อก็รู้ผมไม่เคยให้พ่อบังคับใครออกมั่วๆ ทุกคนที่โดนสามดาวก็ทำผิดร้ายแรงทั้งนั้น แล้วนายนั่นเรียนแพทย์ นิสัยแบบนี้จะไปเป็แพทย์ได้อย่างไร ผมล่ะสงสารคนไข้มันจริงๆ” ธเนศผู้เป็บิดายอมแพ้แต่โดยดี เมื่อนึกถึงคนที่เขาให้ออกจากการเป็นักศึกษาของมหาวิทยาลัย เพราะแต่ละรายล้วนแล้วทำผิดร้ายแรงแทบทั้งสิ้น ลูกชายของเขาแม้จะเ้ายศเ้าอย่างอยู่มาก หากแต่ไม่เคยเที่ยววางอำนาจโดยไม่มีเหตุผล
“เื่นักศึกษาหญิงที่มาตามกรี๊ด แกก็ระวังตัวเองไว้บ้าง ถ้ามีข่าวเสียหายภาพพจน์มหาลัยก็จะพลอยเสียชื่อไปด้วย ตอนนี้สื่อก็ติดตามข่าวแกจากพ่อไม่เว้นแต่ละวัน วันนี้ก็มีคนโทรมาหาพ่อขอให้แกไปเล่นละคร”
“อย่ารับนะพ่อ ผมไม่อยากเป็ดาราอะไรทั้งนั้น ขออยู่เงียบๆ ดีกว่า ส่วนนักศึกษาหญิงพวกนั้นผมก็ไม่คิดเอามาเป็แฟนอยู่แล้ว ผมรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ผมจะเลือกผู้หญิงที่พ่อกับแม่เห็นควรด้วยเท่านั้น” ธเนศพยักหน้ายิ้ม เขารู้สึกปลาบปลื้มลูกชายคนนี้มากเป็พิเศษตรงที่แม้จะดื้อรั้นบ้าง หากแต่ไม่ค่อยมีเื่ผู้หญิงให้ต้องลำบากใจ
