ด้านในอัดแน่นไปด้วยอักขระเต๋า คลื่นพลังที่น่ากลัวแผ่ซ่านออกมา ประตูโบราณเก่าแก่ปรากฏขึ้นซึ่งมันเกิดขึ้นมาจากการผสานกันของอักขระที่นำไปสู่พื้นที่ที่ไม่มีใครล่วงรู้
เต้าหลิงน้อยเบิกดวงตาสีดำสนิทมองไปรอบๆ คนสามคนในตระกูลเข้าไปข้างใน ก่อนปรากฏร่างขึ้นในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย
สถานที่โบราณที่มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล ทั้งยังอบอวลไปด้วยไอพลังิญญาแห่งยุทธ์ ที่เหมือนกับกดทับลงมาจากห้วงนภา ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
ภายในวิหารถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ตรงประตูมีผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่งอยู่
ชายแก่ใบหน้าน่าเกรงขามนั่งอยู่บนตำแหน่งของตน สายตามองไปยังจดหมายที่พวกเขาหยิบออกมาแล้วถอนหายใจยาว “ข้าจำได้ว่า ครั้งนั้น หากไม่ได้ตระกูลเต้าช่วยเหลือเอาไว้ ข้าจะต้องตายเป็แน่ พวกเ้ามีเื่อะไรก็พูดมาเถอะ ถ้าข้าสามารถช่วยได้ ข้าก็จะช่วย”
ใบหน้าของเต้าเสี้ยวเทียนเต็มไปด้วยความยกย่อง เขากล่าวออกมาอย่างนอบน้อมว่า “คุณสมบัติกายของลูกชายข้ามีปัญหาเล็กน้อย จึงอยากจะให้ท่านช่วยตรวจสอบเสียหน่อย”
แม่ของเต้าหลิงน้อยรู้สึกเป็กังวลอย่างมาก ผู้าุโท่านนี้เป็ปรมาจารย์นักปรุงโอสถฝีมือดี ถ้าขนาดเขายังทำอะไรไม่ได้ เช่นนั้นจะต้องกลายเป็ปัญหายุ่งยากแน่
อู่หวังต้งขมวดคิ้วขึ้น รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่พวกเขาใช้บุญคุณที่ล้ำค่านี้กับเื่ไร้สาระ ทั่วทั้งดินแดนลึกลับต่างก็มีคนมากมายอยากจะให้เขาหลอมโอสถให้ทั้งนั้น
ทว่าอู่หวังต้งก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาเดินเข้ามาอุ่มร่างของเด็กน้อยขึ้น คลื่นพลังจิต์มหาศาลพุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กน้อย เพื่อเริ่มตรวจสอบคุณสมบัติกายของเขา
จิต์นี้แทรกทะลวงเข้าทุกรูขุมขน พลังยิ่งใหญ่มหาศาลไร้ที่สิ้นสุด ราวกับมหาสมุทร์ เส้นพลางหลายหมื่นเส้นฝ่าทะลวงิัของเต้าหลิง ในตอนนั้น เขาก็ััได้ถึงคลื่นพลังเก่าแก่ ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมา
“แปลกเสียจริง เหตุใดในร่างของเด็กคนนี้ถึงได้มีพลังเก่าแก่อยู่?”
ั์ตาของเขาฉายประกายแสง คลื่นจิต์ที่ปลดปล่อยออกมาแข็งแกร่งมากขึ้นหลายเท่า ก่อนที่เขาจะใช้มายาลับจิต์วิชาหนึ่งไหลตามพลังเก่าแก่นั่นไปเพื่อหาว่าต้นกำเนิดของพลังนั้นอยู่ที่ไหน
ภายในส่วนลึกของเต้าหลิงน้อย เหมือนมีถ้ำสีดำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นอยู่ จิต์ของอู่หวังต้งไหลเข้าไปข้างใน พลันััได้ถึงความไม่ธรรมดาของกายนี้ จิต์ของเขาแผดเผารุนแรง เมื่อมาถึงในส่วนลึก แววตาของเขาก็ฉายสีความตกตะลึง
นี่คือพลังต้นกำเนิดชนิดหนึ่งที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยความดุดัน เหมือนกับว่าเขาได้มาถึงในยุคสร้างโลก พลังิญญาเต๋าไหลเวียนล่องลอยตามอากาศ ทุกสรรพสิ่งเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้น พลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา
พลังงานต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์กำลังฟื้นตัวขึ้น เหมือนกับพลังงานเปิดฟ้า น่ากลัวจนทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน
“พลังศักยภาพไร้ซึ่งขีดจำกัด” ร่างของอู่หวังต้งหนักอึ้ง นี่มันเป็พลังศักยภาพแบบไหนกัน เหตุใดกายนี้ถึงได้หวนกลับไปอยู่ในยุคสมัยที่เก่าแก่ที่สุดได้เล่า? หากเติบใหญ่ขึ้น จะต้องกลายเป็สุดยอดของใต้หล้าที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียมได้!
เพราะพลังงานต้นกำเนิดนี้ น่ากลัวมากถึงกับทำให้ร่างของเขาสั่นเทา ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นในกายของหมู ทว่าในภายภาคหน้าเมื่อมันเติบโตขึ้นมามันก็สามารถกลายเป็หมู์เบิกนภาได้!
“ท่านผู้าุโอู่ เป็อย่างไรบ้าง?” เมื่อเห็นว่าเขาขมวดคิ้วครุ่นคิด เต้าเสี้ยวเทียนก็ถามขึ้นอย่างเป็กังวล
ได้ยินดังนั้น อู่หวังต้งก็ยิ้มพลางกล่าวออกมาว่า “ร่างกายของเด็กคนนี้มีปัญหานิดหน่อย ทว่าในวันนั้นเพราะตระกูลเต้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าจะใช้พลังทั้งหมดของข้ารักษาเด็กคนนี้ พวกเ้ารอข้าอยู่ที่นี่สักครู่ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณท่านผู้าุโอู่มาก” เต้าเสี้ยวเทียนกล่าวแล้วรีบผสานมือคำนับในทันที คนที่แข็งแกร่งมากอย่างเขาก็อดที่จะก้มหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ อย่างไรเสียนี่ก็เป็อนาคตของลูกชายของเขา
อู่หวังต้งอุ้มเต้าหลิงน้อยเดินเข้าไปด้านใน ผู้เป็แม่ของเต้าหลิงพลันขมวดคิ้วขึ้น นางรู้สึกว่าอู่หวังต้งนั้นดูแปลกๆ เหตุใดเขาถึงได้เดินไปอย่างไม่รีบร้อนเลยสักนิด อีกทั้งยังอุ้มลูกของนางไปอีก ทว่านางก็ไม่สามารถถามซักไซ้อะไรได้ หากทำให้ปรมาจารย์นักปรุงโอสถโกรธขึ้นมา แล้วเขาไม่รักษาลูกของนางจะต้องเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแน่
เต้าหลิงน้อยกะพริบตาปริบ ถึงจะอยู่ต่อหน้าสถานที่แปลกตา แต่เขาก็ไม่เกรงกลัวเลย ทว่าในตอนที่เข้ามาถึงในห้องลับ เขาก็กวาดสายตารอบๆ พลางกล่าวออกมาอย่างไร้เดียงสา “ท่านปู่ พวกเรามาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเสียงอยากรู้อยากเห็นของเด็กน้อยที่ดังขึ้นมา อู่หวังต้งก็ยิ้มแล้วกล่าวตอบกลับไปว่า “ไม่มีอะไรหรอก อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
ไม่นานนัก ก็มีชายแก่คนหนึ่งเดินเข้ามา ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยพลังที่น่าหวั่นเกรง แสงภายในตาทั้งสองประกายออกมาพลางเอ่ยถามขึ้นว่า “ผู้าุโสาม เ้าเรียกข้ามามีเื่อันใด? ทั้งยังให้ข้านำกระจกถ้ำนภามาอีก”
อู่หวังชิงสงสัย กระจกถ้ำนภาเป็สมบัติล้ำค่าของวิหารยุทธ์ คนธรรมดาไม่สามารถใช้มันได้
ปรากฏกระจกโบราณสีดำทมิฬขึ้น ดูเก่าแก่มาก ซึ่งมันเป็สมบัติล้ำค่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานั้แ่โบราณ ทั้งยังเป็อาวุธิญญาผ่านฟ้าที่นับได้ว่าเป็สมบัติของยุคโบราณ
อู่หวังต้งไม่ได้กล่าวอะไร พลางฟื้นพลังของสมบัติชิ้นนี้ขึ้นมา บานกระจกโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัว ตนได้ะโข้ามผ่านห้วงเวลาไปในยุคโบราณ แสงสีดำทมิฬส่องออกมาปกคลุมร่างของเต้าหลิงเอาไว้
กระจกล้ำค่าพลันน่ากลัวขึ้น อู่หวังต้งที่ใช้สมบัติชิ้นนี้ ดวงตาทั้งสองประกายแสงสว่าง เขามองเห็นภาพที่น่ากลัวอยู่ในร่างของเขา พลังเต๋าไหลทะลักออกมาเหมือนกับมหาสมุทร ทั้งยังแฝงไปด้วยไอพลังเบิกฟ้า
นี่คือพลังาที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง ยิ่งอู่หวังต้งมอง หัวใจของเขาก็ยิ่งสั่นเทา พลังศักยภาพของเขาน่ากลัวมากเกินไปแล้ว เพราะพลังงานานี้สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างไร้ซึ่งขีดจำกัด ทำเอาหัวใจของเขาสั่นสะท้าน
“หรือว่านี่จะเป็กายาศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่เล่าขานกัน?” เขากล่าวเสียงหลงออกมาในใจ ใบหน้าพลันขึงขังขึ้น ถ้าเด็กคนนี้โตขึ้นมา ใครเล่าจะสามารถประมือกับเขาได้
วิหารยุทธ์ก็เพิ่งจะให้กำเนิดอัจฉริยะรุ่นหลังที่น่ากลัวขึ้นมา ซึ่งเป็ไปได้ว่าเขาจะกลายเป็สุดยอดจักรพรรดิของดินแดนลึกลับ
ทว่าการปรากฏขึ้นของกายาศักดิ์สิทธิ์ทำให้ในใจของเขาพลันเย็นะเืขึ้น จะปล่อยเด็กคนนี้ไว้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะต้องกลายเป็ตัวปัญหาในภายภาคหน้าแน่
ไม่นานนัก อู่หวังต้งก็ส่งตัวเต้าหลิงน้อยคืนให้กับเต้าเสี้ยวเทียนและภรรยา เมื่อทั้งสองรู้ว่าสามารถรักษาอาการนอนหลับของเด็กน้อยได้ พวกเขาก็ดีอกดีใจกันมาก
อู่หวังต้งบอกกับพวกเขาทั้งสองว่าจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้ามาอยู่ข้างในวิหารยุทธ์ โดยที่มีเด็กหญิงฝาแฝดสองคนมาเป็เพื่อนเล่นของเต้าหลิง
“พวกเขาจะเกรงใจไปหน่อยหรือเปล่า?” ผู้เป็แม่ของเต้าหลิงขมวดคิ้วขึ้น พลางใช้สายตามองไปที่ลูกน้อยของตนที่กำลังเล่นอยู่กับเด็กหญิงทั้งสอง นางรู้ดีว่าสถานะของอู่หวังต้งนั้นสูงส่งขนาดไหน จึงไม่จำเป็ต้องเกรงใจ ทว่าอย่างไรเสีย พวกเขาเป็คนรุ่นหลัง อีกทั้งตำแหน่งของอีกฝ่ายก็ยังสูงมาก
“เ้าไม่ต้องกังวลไป อู่หวังต้งเป็คนที่มีคุณธรรมและบารมีสูง ทั้งตระกูลเต้าของเราก็เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ครั้งนึง พวกเขาไม่มีทางทำอะไรที่ไม่ดีหรอก” เต้าเสี้ยวเทียนโบกมือ
“ข้าก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น” นางพยักหน้าพลันรู้สึกได้ว่าตนนั้นคิดมากไป เด็กน้อยเพียงคนเดียว พวกเขาไม่ทำอะไรหรอก
ภายในที่ประชุม กลุ่มคนใหญ่คนโตของวิหารยุทธ์รู้สึกไม่สบายใจมาก ข่าวที่พวกเขาได้มานั้นทำให้พวกเขาตื่นตระหนก อู่หวังต้งคิดว่าเด็กน้อยคนนี้กำลังเก็บสะสมพลังงานเอาไว้ เมื่อไรที่พลังตื่นขึ้นมา ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีใครสามารถต้านทานเขาเอาไว้ได้
“กายาศักดิ์สิทธิ์เป็กายโบราณเก่าแก่ซึ่งกายนี้ไม่ได้ปรากฏขึ้นมานานหลายทศวรรษแล้ว ในสมัยโบราณกาลมีเพียงแค่นักบุญหญิงโบราณอิสตรีเพียงคนเดียวที่มีกายนี้ เป็เื่เล่าขานน่ากลัวมาก คิดไม่ถึงเลยว่าตระกูลเต้าจะมีทายาทที่มีกายเช่นนี้” ชายชราคนหนึ่งเอ่ยเสียงเบา
“ตระกูลเต้าไม่มีทางฟื้นกลับขึ้นมาได้ หรือว่าพวกเขา้าเฉิดฉายขึ้นมาในยุคสมัยนี้อย่างนั้นหรือ?” มีคนกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังสังหาร
“ในยุคสมัยนี้ จะต้องเป็ตี้เอ๋อของตระกูลเราเท่านั้นที่จะอยู่เหนือใต้หล้านี้ จะมีที่สองเกิดขึ้นมาไม่ได้” อู่หวังต้งกล่าวด้วยใบหน้าเ็า พลังที่น่ากลัวเอ่อล้นจากภายในร่าง พลังโกลาหลถูกปลดปล่อยออกมาราวกับเทพ์
“ข้าเห็นด้วย ตระกูลเต้าไม่อาจจะฟื้นพลังกลับคืนมาได้เหมือนในอดีตกาล ทั้งพวกเขาก็ยังไม่รู้เื่กายาศักดิ์สิทธิ์ แค่ฆ่าขยะไปตัวหนึ่ง พวกเขาจะต้องไม่กล้าว่ากล่าวอันใดแน่”
“ใช่แล้ว ผู้าุโสามเป็คนตรวจดูร่างกายของเขา ก็แค่บอกไปว่าเกิดอุบัติเหตุก็เท่านั้น” หญิงชราคนหนึ่งเอ่ย
กลุ่มคนพลันกล่าวปรึกษากัน รอบๆ ตลบอบอวลไปด้วยจิตสังหาร หลังจากนั้นราวๆ หนึ่งชั่วยาม อู่หวังต้งก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ฟ้าช่างเข้าข้างพวกเราวิหารยุทธ์เสียจริง ฮ่าๆๆ”
“ผู้าุโสาม มีเื่อันใดถึงได้ดีใจขนาดนั้น?” อู่หวังชิงถามขึ้น ในตอนนี้จะมีเื่อะไรที่น่าดีใจอีก
“ข้าเพิ่งจะไปที่หอคัมภีร์มาแล้วก็ได้พบวิชาโบราณวิชาหนึ่ง ซึ่งสามารถเอาพลังต้นกำเนิดของกายาศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมเข้าไปในร่างกายของตี้เอ๋อได้ ไม่อยากคิดเลยถ้าหลอมรวมสำเร็จแล้ว อู่ตี้จะแข็งแกร่งมากขนาดไหน”
อู่หวังต้งกล่าวออกมาด้วยความดีใจ หากมีวิชาโบราณนี้ โอกาสสำเร็จจะต้องเพิ่มขึ้นสูงมากแน่
“ว่าไงนะ” เหล่ากลุ่มคนพลันตกตะลึงไปตามๆ กัน พวกเขาลุกยืนขึ้นมาพลางแผดเสียงคำรามกล่าวออกมาว่า “เป็เื่จริงอย่างนั้นหรือ?”
กายาศักดิ์สิทธิ์เป็กายที่น่ากลัวมากยิ่ง หากสามารถนำพลังต้นกำเนิดในร่างของเด็กน้อยคนนี้ออกมาแล้วหลอมรวมใส่เข้าไปในร่างของอู่ตี้ได้ล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าในภายหลังอู่ตี้จะน่ากลัวมากแค่ไหน
หลังจากนั้น อู่หวังต้งก็เข้ามาหาพวกเขาพลางถามขึ้นมาอย่างใจกว้างว่า “เสี้ยวเทียน พวกเ้าทั้งสองคนอยู่กันสบายดีหรือไม่?”
“ท่านผู้าุโอู่ ข้าเกรงใจท่านยิ่งนัก” เต้าเสี้ยวเทียนผสานมือคำนับพลางถามออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า “ขออภัยท่านผู้าุโ คือว่า แล้วเื่ของคุณสมบัติกาย”
ได้ยินดังนั้น อู่หวังต้งก็ถอนหายใจออกมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “มีวิธีแก้ไข ทว่า”
“ทว่าอะไรอย่างนั้นหรือ?” เต้าเสี้ยวเทียนใมากก่อนรีบกล่าวออกมา “ขอแค่สามารถรักษาลูกชายของข้าให้หายได้ ไม่ว่าจะราคาเท่าไรข้าก็ยอม”
“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” อู่หวังต้งโบกมือพลางกล่าว “ทว่าข้า้าของเหลวศักดิ์สิทธิ์ผสาน์ เ้าก็รู้ว่าของสิ่งนี้หายากมาก ขนาดข้ายังไม่สามารถหามาได้ ว่ากันว่ามันเป็ของศักดิ์สิทธิ์ ต้องหาจากเหมืองโบราณเหวลึกเท่านั้น”
“เหมืองโบราณเหวลึก” เต้าเสี้ยวเทียนถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างใจหาย ที่นั่นเป็สถานที่ที่อันตรายมาก ถ้าไปก็เหมือนกับเอาชีวิตไปทิ้ง เขาครุ่นคิดพลางกล่าวออกมา “เื่นี้วางใจข้าได้ ข้ารู้ว่ามีที่ที่มีของสิ่งนั้นอยู่”
“เช่นนั้นก็ดีมาก” อู่หวังต้งยิ้มออกมาด้วยความปีติ
ผู้เป็แม่ของเต้าหลิงรู้สึกเป็กังวลอย่างมาก นางรู้ว่าสถานที่นั้นไม่ใช่สถานที่ที่ดี ง่ายต่อการเอาชีวิตไปทิ้ง ในคืนนั้นเขาก็ได้เตรียมตัวและออกไปที่เหมืองโบราณเหวลึกเพื่อออกตามหาหินผสาน์
“ท่านแม่ ท่านพ่อไปไหนแล้ว?” เต้าหลิงน้อยกะพริบดวงตาสีดำสนิทปริบๆ เขาน่ารักมาก เหมือนกับตุ๊กตากระเบื้อง น้ำเสียงกล่าวออกมาอย่างไร้เดียงสา ทว่าคำพูดที่เปล่งออกมานั้นยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก
ใบหน้าสะสวยของนางฉายสีความวิตก นางโอบกอดเต้าหลิงน้อยอยู่ภายในวิหารยุทธ์ จนกระทั่งหนึ่งเดือนผ่านไป คืนนั้นเป็คืนที่ฝนตก เต้าเสี้ยวเทียนกลับมาพร้อมกับร่างที่ชโลมไปด้วยเื เขาพบเจอกับภัยอันตรายในเหมืองโบราณเหวลึกจนเกือบตาย ทว่าใบหน้าของเขาก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นมา เพราะเขาได้หาหินผสาน์เจอ
ในคืนนั้นสายฟ้าฟาดลงมาดังสนั่นหวั่นไหว ฝนเทลงมาชุดใหญ่น่ากลัว ทั้งยังรุนแรงมาก บรรยากาศทั่วฟ้าดินแปรเปลี่ยน
ภายในห้องลับ เต้าหลิงน้อยกำหมัดเบาๆ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองไปที่ชายชราพลางกล่าวถามออกมาด้วยความดีใจว่า “ท่านปู่ พวกท่านจะรักษาข้าใช่หรือไม่?”
คำพูดไร้เดียงสาของเขาไม่ได้ทำสีหน้าของอู่หวังต้งเปลี่ยนไป เขากล่าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ใช่แล้ว อีกไม่นานก็เสร็จแล้วล่ะ”
อู่หวังชิงเดินเข้ามาใกล้ ภายในมือโอบอุ้มของเหลวที่ล้อมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ทั้งภายในนั้นยังมีพลังิญญาเต๋าสีดำไหลเวียนอยู่ มันปรากฏขึ้นในห้วงมิติเป็ระลอกๆ
ด้านหลังของเขามีเด็กอยู่คนหนึ่งเดินตามมา อายุราวๆ สี่ห้าขวบ ท่าทางดูฉลาดหลักแหลม ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยพลังธาตุ์ ดูโดดเด่นมาก ราวกับเทพ์ในยุคสมัยใหม่
ใบหน้าของอู่หวังต้งเต็มไปด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวกับเด็กชายว่า “เด็กน้อย เมื่อครู่ที่ข้าสอนเ้าเอาไว้ เ้าจำได้แล้วใช่หรือไม่?”
เด็กชายพยักหน้า ดวงตาทั้งสองประกายแสง์ พลางนั่งขัดสมาธินิ่งไม่ขยับไปไหน
เต้าหลิงน้องเบิกดวงตากว้างมองไปที่เด็กชายคนนั้น เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้แตกต่างออกไป ทั้งยังเหมือนกับตอบสนองอะไรบางอย่างต่อร่างกายของเขา
สีหน้าของอู่หวังต้งพลันหนักอึ้ง เขาหยิบกระจกถ้ำนภาออกมา แสงสีดำที่น่ากลัวพุ่งออกมา ทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังจิต์ที่ล้นทะลัก
เขากลับมาที่ฟ้าดินนี้อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้น่ากลัวกว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อนมาก พลังเต๋าเหมือนดั่งนภาที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
หัวใจของอู่หวังต้งพลันสั่นไหว เขาเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผา พลังจิต์ะเิออกมา เส้นแสงนับพันหมื่นแทรกชอนไชเข้าไปในส่วนลึกของร่างกายเต้าหลิงน้อย แต่ละเส้นจิต์ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็กระบี่ล้ำค่าที่ทะลวงเข้าไป
“เจ็บ เจ็บ” ร่างเล็กของเต้าหลิงน้อยสั่นไหว ใบหน้าขาวอมชมพูได้กลายเป็สีขาวซีด
“ท่านปู่ เจ็บ” เต้าหลิงน้อยกล่าวเสียงสั่น ร่างเล็กที่เหมือนกับตุ๊กตาดิ้นไปมา เืไหลซึมออกมาจนอาบไปทั่วเตียงหินจนกลายเป็สีแดงฉาน
“จับเขาเอาไว้ อย่าให้เขาขยับตัว” อู่หวังต้งแผดเสียงคำราม “ระวังอย่าให้เขาตายเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นพลังต้นกำเนิดจะถูกทำลาย”
อู่หวังชิงพยักหน้า พลางใช้มือข้างหนึ่งจับร่างของเต้าหลิงน้อยเอาไว้ ถึงแม้ว่าเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าจะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ปเพียงไร ทว่าสายตาของเขาก็ยังเฉยชาราวกับมองมดตัวหนึ่ง และด้วยความรำคาญที่เด็กน้อยร้องเสียงดังเขาจึงเอามืออีกข้างหนึ่งมาปิดปากเต้าหลิงน้อยเอาไว้
เต้าหลิงน้อยหวาดกลัวมาก เขาไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร มีเพียงความหวาดกลัวที่เข้าปกคลุม ก่อนที่เด็กน้อยจะร้องในใจว่า “ท่านแม่ ข้ากลัว ท่านอยู่ที่ไหน?”
ผู้เป็แม่รอยคอยอยู่ด้านนอกวิหารอย่างร้อนอกร้อนใจ ฝ่ามือทั้งสองกุมเอาไว้ตรงอกพลันขมวดคิ้ว
ร่างของเต้าเสี้ยวเทียนอาบโฉกไปด้วยเื ยังไม่ทันที่เขาจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ในตอนนั้นเขาก็พลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเหมือนกับจะมีเื่เลวร้ายเกิดขึ้น
