วังหลวงชิงจิง!
ตูม!
เสียงสนั่นก้อง
ตำหนักราชวังถูกหางัทองตวัดฟาดถล่มยับ
อิฐหินดินทรายนับไม่ถ้วนกระจายเกลื่อนท้องฟ้าทั่วสารทิศ!
นอกวัง
บรรดาเ้าหน้าที่กำลังอพยพผู้คน หากยังมีคนอีกไม่น้อยที่ตั้งตาดูด้วยใจระทึก
บรรดาเซียนเทียนที่ถูกเกณฑ์มาจากเมืองเซียนต่างๆ
พากันตะลึงจนโง่งม
“อย่าแตกตื่นไป
มีัมารอยู่ในวัง พวกเราเชิญสำนักเซียนระดับสูงจากเมืองเซียนมาปราบั!
ขอให้ทุกคนระมัดระวังความปลอดภัยของตัวเองเป็ที่ตั้ง!
พร้อมทั้งช่วยปกป้องราษฎรในชิงจิง! ให้ราษฎรไปก่อน!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาของหวังเค่อมอบหมายงานตามคำสั่ง
เหล่าเซียนเทียนในชิงจิงต่างก็กลืนน้ำลายเอื๊อก
พวกเ้ามีโอกาสได้เจอสัตว์อสูรั์พวกนี้ได้ที่ไหนในชีวิตนี้? พวกข้าพบเจอสัตว์ร้ายมานับไม่ถ้วน
หลายตัวล้วนมีขนาดมโหฬาร แต่ไม่เคยเจอสัตว์อสูรัห้าสิบจั้งเวอร์วังขนาดนี้!
“ประมุขหวังบินขึ้น้าแล้ว
ตอนนี้มันเริ่มเล่นไล่จับกับัแล้ว!”
“ใช่แล้ว
ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าประมุขหวังไม่ต่างจากหงส์ัในมวลมนุษย์ เป็เช่นนั้นจริงๆ
ดูๆ กลุ่มดวงธาตุทองคำพวกนั้นเหยียบกระบี่เหินประดุจเซียน
ทั้งหมดล้วนเกรงใจท่านประมุขหวัง!”
“ประมุขหวังยังสามารถเชื้อเชิญทารกแกนิญญามาได้อีกสอง!
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
.........
.........
......
......
...
......
“ตระกูลหวังต้องผงาดขึ้นครอบงำใต้หล้าแล้วคราวนี้
โชคดีที่ข้าเข้าร่วมมากับมัน!”
.........
.........
......
......
...
...
คลื่นความตื่นเต้นของฝูงชนกระเพื่อมที่เบื้องนอกวังหลวง
ภายในวัง
หวังเค่อกำลังหลบห่าอิฐดินกระเบื้องที่ปลิวว่อนเกลื่อนฟ้าอย่างหัวซุกหัวซุน
“นี่หรือชีพจรั? แถมยังไม่ทันะเิออกก็ร้ายกาจปานนี้?” หวังเค่อเบิกตา
“แหฟ้าตาข่ายม่วง!”
จื่อปู้ฝานตวาด
ครืนนนนนน!
เมฆดำคลุมฟ้า อสนีบาตนับไม่ถ้วนฟาดผ่าลงใส่ัทองด้านล่าง
“ตรวนอาภรณ์แดง!”
จูหงอีแค่นเสียง
แคร่กกกๆๆๆ!
ตรวนแดงสิบเส้นราวอสรพิษสิบตน
ม้วนพันเข้าใส่ัทอง
“โฮกกก~~~~~~~!”
ัทองคำราม
พยายามจะสลัดหลุดจากแรงกดดันของสองทารกแกนิญญา
“ทุกคน จู่โจม!
รวมพลังกันโจมตีั เร็ว!” จูหงอีะโลั่น
“ทราบ!”
ศิษย์ลัทธิมารทั้งหมดขานรับ
บรึมมมม!
มีดดาบกระบี่กระบองรุมถล่มใส่ัทอง
ทั่วทั้งราชวังกลายเป็สมรภูมิรบัทอง
แม้ัวิเศษจะมีสภาพโปร่งใส
หากยังมีิญญา มันไม่อาจหลบหนี ัทองะเิความพิโรธบ้าคลั่งออกมา
หางของมันตวัดฟาดดวงธาตุทองคำอันแข็งแกร่งหลายสิบกระเด็นออกในพริบตา
พลังโจมตีแข็งแกร่งไร้สิ้นสุดสำแดงฤทธิ์
แน่นอนว่าเป็ไปไม่ได้อยู่แล้วที่หวังเค่อจะบินขึ้นไปช่วย
คนเฝ้ามองดูตำหนักในวังหลวงตำหนักแล้วตำหนักเล่าะเิกระจายด้วยแรงโจมตี
เ็ปไปถึงกระดองใจ
“เงินของข้าทั้งนั้น!
ไอ้สัตว์ประหลาดเอ๊ย!” หวังเค่อเศร้าโศก
มองสำรวจรอบทิศ
ทันใดนั้นหวังเค่อก็มองเห็นตำหนักที่คุมขังเหล่าสาวกอีกาทองคำที่ห่างออกไป
ศิษย์ลัทธิมารที่คอยอารักขารองวังทั้งหมดตอนนี้ต่างก็เหินลอยบนฟ้าเข้าโจมตีัทองหมดสิ้น
ไปช่วยพวกพรรคอีกาทองคำดีหรือไม่?
“ข้าไม่สนพวกมัน!
ไม่เห็นเกี่ยวผายลมอันใดกับข้า! ถ้าไปช่วยแล้วเกิดโดนพวกลัทธิมารจับได้ขึ้นมา
ข้าก็ซวยน่ะสิ!” หวังเค่อขมวดคิ้ว
ทว่า
เมื่อหวนนึกถึงจางหลี่เอ๋อร์ที่หมดสติอยู่นั้น
“โอ๊ย ทำไมอย่างนี้
ข้านี่มันใจอ่อนจริงๆ! จางหลี่เอ๋อร์ยัยตัวซวย เ้าจะมาชอบข้าทำไม? แล้วจะให้ข้าอยู่เฉยได้ยังไง! ถ้าไม่ช่วย เกิดเื่ราวแพร่ออกไป
ชื่อเสียงของข้าจะเอาไว้ที่ไหน?” หวังเค่อเค้นสมองทอดถอนใจ
เอาเถอะ ลองดูแล้วกัน!
แต่ว่า จะให้เดินไปเปิดประตูตำหนักเอาดื้อๆ
ตนเองย่อมไม่อาจกระทำ เกิดโดนจับได้เล่า?
“ไปทางอุโมงค์ดีกว่า
ไม่ต้องกลัวใครรู้ ในตำหนักราชินีเก่ามีอุโมงค์ลับไปยังตำหนัก ไป!”
หวังเค่อรีบเร่งไปยังตำหนักอีกหลังหนึ่ง
ท่ามกลางการศึกดุเดือด
หวังเค่อย่องเบาไปยังตำหนักไกลออกไป
เมื่อเข้าไปในตำหนัก ชายหนุ่มค่อยๆ
มองไปรอบๆ เพื่อยืนยันว่าไม่มีคนอื่นพบเห็น ก่อนจะค่อยๆ ปิดประตูตำหนัก
หวังเค่อคิดว่าตนเองกระทำการแเีไร้รอยต่อ
หารู้ไม่ว่าตนเองตกอยู่ในสายตาของคนสองคน
“หวังเค่อมันลับๆ ล่อๆ
มันจะไปไหน?” ถงอันอันพิศวง
ทุกคนกำลังช่วยกันจับั มันจะทำอะไร? ท่าทางหลบๆ ซ่อนๆ
หรือจะทำเื่ผิดมนุษย์มนา?
“นั่นมันตำหนักราชินี!”
จูเยี่ยนเอ่ยสีหน้าซับซ้อน
“ตำหนักราชินี? ในนั้นมีอะไร?” ถงอันอันถามอย่างสงสัย
“ก่อนหน้านี้
ข้าเคยสร้างวังใต้ดินไว้! ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันจะเข้าไปทำไม!”
จูเยี่ยนขมวดคิ้วกังขา
“เอ๋? วังใต้ดิน?
แถมมันยังไปคนเดียวด้วย? นั่นมิใช่ดียิ่งหรอกหรือ?
ไป พวกเราไป!” ถงอันอันกระตือรือร้น
“ตกลง! ระวังด้วย!”
จูเยี่ยนผงกศีรษะ
ในสถานการณ์วายป่วง
ทั้งสองลอบติดตามหวังเค่อสู่ตำหนักราชินี เมื่อตรวจสอบว่าไม่มีใครพบเห็น
ก็รีบหลบเข้าตำหนักราชินีโดยเร็ว
ทันทีที่พวกมันเข้าสู่ตำหนักก็พลันตื่นตัวทันที
“คนเล่า?” ถงอันอันมองหน้าจูเยี่ยน
“ข้าก็ไม่รู้!”
จูเยี่ยนเอ่ยงุนงง
ตำหนักราชินีว่างเปล่า
ไม่เห็นมีใครสักคน?
“วังใต้ดิน? เ้าบอกว่ามีวังใต้ดิน อยู่ไหน?” ถงอันอันเร่ง
จูเยี่ยนรีบพาถงอันอันไปยังวังใต้ดินที่มันขุดเอาไว้
ทั้งสองยืนนิ่งอึ้งที่ปากทางเข้าวังใต้ดินอยู่พักใหญ่
“เ้าเรียกนี่ว่าวังใต้ดินหรือ??”
ถงอันอันเอ่ยด้วยสีหน้าอัปลักษณ์
“ข้าเองก็คิดไม่ถึง
หวังเค่อมันว่างมากจนเอาดินมาถมตรงนี้หรือไง? พวกเ้าไม่ได้ใช้ก็ไม่น่าเอาดินมาถมไม่ใช่เรอะ!”
จูเยี่ยนพร่ำบ่น
“แล้วจะเอายังไง? หวังเค่อไปไหนแล้ว?” ถงอันอันเอ่ยเสียงหม่น
หายไปใต้จมูกง่ายๆ อย่างนี้? ใครจะทนได้?
“ตำหนักราชินีไม่มีประตูหลัง
มันต้องมีทางลับแน่ หาเร็ว!” จูเยี่ยนหายใจลึก
ถงอันอันได้แต่ผงกศีรษะ
พากันตามหาทางลับในตำหนักราชินี
จูเยี่ยนและถงอันอันไม่รู้ทางลับอยู่ตรงไหน
แต่หวังเค่อมีแผนผัง มีหรือจะไม่รู้? คนเข้าสู่ทางอุโมงค์ลับในพริบตา
ท่องไปในทางอุโมงค์อย่างรวดเร็ว
การศึกเบื้องบนเดือดพล่านจนหวังเค่อสามารถได้ยินเสียงและแรงะเืจากอุโมงค์ด้านล่าง
“นี่
ดีนะที่ข้าสอนพวกพี่ใหญ่เอาไว้ให้ใช้คอนกรีตในการเสริมทางอุโมงค์
ไม่งั้นข้าคงถูกอุโมงค์ถล่มตายไปนานแล้ว!” หวังเค่อลอบโล่งอก
ผ่านไปไม่นาน
หวังเค่อก็มาถึงตำหนักใหญ่ที่ศิษย์อีกาทองคำทั้งหมดถูกคุมขัง คนรีบผลักเปิดฝาปิดออกไป
สายตาหวังเค่อแข็งค้างทันที!
.........
“อ๊า~~~~~~~~!”
ในตำหนักที่ศิษย์อีกาทองคำถูกคุมขัง
จางหลี่เอ๋อร์ะเิเพลิงอีกาทองคำท่วมร่าง
“พลังฟื้นฟูของศิษย์พี่หญิงเพิ่มพูนขึ้นต่อเนื่อง
ผนึกถูกคลายแล้ว? ยอดเยี่ยม!” ศิษย์น้องหญิงคนหนึ่งอุทาน
“ทำไมมีเสียงของสัตว์อสูรั์ด้านนอก?
แถมยังมีเสียงตวาดของจูหงอีและจื่อปู้ฝานอีก? มันกำลังต่อสู้กับใคร?”
......
.........
...
......
.........
“มีคนมาช่วยพวกเรา?”
“ไม่น่าใช่
บางทีอาจเป็สัตว์อสูรทรงพลังบางอย่าง ใช่หรือไม่?”
......
.........
......
...
......
กลุ่มคนทั้งหมดงุนงง
.........
จางหลี่เอ๋อร์ทลายคำสาปทั่วร่างออกในท้ายที่สุด
แต่เนื่องจากพลังอันท่วมท้น เพลิงนับไม่ถ้วนพลันลุกท่วมร่าง
แม้จะสามารถควบคุมไฟไว้ แต่พลังส่วนเกินยังหลงเหลือจนไหม้เสื้อผ้า
จางหลี่เอ๋อร์เร่งปกปิดร่างกายด้วยผ้าม่านก่อนจะเผยร่างเปลือย
“ศิษย์พี่หญิง
ท่านทลายผนึกได้แล้ว?” ศิษย์น้องหญิงอุทานด้วยความหวัง
“สลายไปหมดแล้ว รอเดี๋ยว!”
จางหลี่เอ๋อร์เอ่ยอย่างตื่นเต้น
“แต่ ศิษย์พี่หญิง
ท่านเอาม่านมาคลุมตัวทำไม?” ศิษย์น้องหญิงถามอย่างงุนงง
จางหลี่เอ๋อร์ที่ม่านคลุมอยู่หน้าดำ
นี่ข้าต้องรายงานเ้าด้วยหรือว่าข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า?
จางหลี่เอ๋อร์เมินศิษย์น้องหญิงคนนั้นก่อนจะเร่งเปลี่ยนเสื้อผ้า
หญิงสาววางเสื้อผ้าที่เปลี่ยนออกบนโต๊ะหิน
สวมเสื้อผ้าชุดใหม่
ตอนนี้เอง โต๊ะหินพลันเคลื่อนที่
ก่อนจะแยกออกไปทั้งสองด้าน เผยให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่
เสื้อผ้าของจางหลี่เอ๋อร์ร่วงลงในช่องว่างทันที
จางหลี่เอ๋อร์ตะลึงลาน เกิดอะไรขึ้น? ทำไมโต๊ะถึงมีช่องเปิด?
จากนั้น
หัวคนหัวหนึ่งโผล่ออกมาจากรูเปิด
บนหัวยังกองไว้ด้วยเสื้อผ้าที่ตนเองเพิ่งถอดเปลี่ยนไป
นั่นก็คือหวังเค่อ
ชายหนุ่มไหนเลยจะคาดว่าเมื่อเปิดกลไกประตูลับ จู่ๆ
ดันมีสายรัดเอวและเสื้อผ้าขาดวิ่นชุดหนึ่งร่วงใส่! คนถึงกับตั้งตัวไม่ทัน
ท่ามกลางความสับสน
หวังเค่อดึงเศษผ้าและสายรัดเข็มขัดออกจากหัว ช้อนตามองขึ้นไป
“อ๊า~~~~~~~~~~~!”
เสียงกรีดร้องลั่น ศิษย์น้องหญิงชายทั้งหมดด้านนอกผ้าม่านสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน
เกิดอะไรขึ้น? ศิษย์พี่หญิงเสียงเปลี่ยนไป?
ทำไมมีเสียงบุรุษกรีดร้องดังออกมาจากหลังม่าน?
“ร้องหาน้องสาวเ้าเหรอ!
ข้าต่างหากที่ต้องร้อง เ้าจะร้องทำไม! โอ๊ย!” จางหลี่เอ๋อร์โวยวาย
หลังจากเร่งพันผ้าบนตัวให้เรียบร้อย
จางหลี่เอ๋อร์ยื่นกรงเล็บคว้าคอหวังเค่อขึ้นจากรู
อะไรเนี่ย
ทำไมข้ามาถูกมันเอาเปรียบอีกแล้ว เพิ่งจะใส่เสื้อผ้าได้ครึ่งเดียวเ้าก็โผล่ออกมา? ถึงจะไม่ได้ถูกมันเห็นภาพวาบหวิวอะไรไป
แต่เ้ามาถือสายรัดเอวข้าไว้ทำไม?
“โอ๊ย เจ็บ เจ็บ เจ็บ เบาๆๆ อย่าใช้เล็บ!”
หวังเค่อร่ำร้อง
แม้กลุ่มศิษย์อีกาทองคำทั้งหมดจะถูกมัดเป็แหนมย่น
แต่พวกมันยังคงบิดกายกลิ้งเกลือกคืบคลาน สะบัดเปิดม่านโผล่หัวเข้าไปดูก็ต้องพลันมองเห็นฉากเหตุการณ์อันน่าตะลึง
ศิษย์พี่หญิง เปลี่ยนเสื้อผ้า? มือกำลังจิกที่หลังคอของหวังเค่อ
แล้วหวังเค่อโผล่มาจากไหน? แต่นั่นไม่สำคัญ
ที่สำคัญคือในมือซ้ายของหวังเค่อกำลังถือสายรัดเอว? ส่วนมือขวากำลังถือเสื้อผ้า
“ขาดวิ่น” ของศิษย์พี่หญิงอยู่?
สายรัดเอว? ศิษย์น้องหญิงหลายคนที่เคยอาบน้ำกับศิษย์พี่หญิงล้วนจำได้
สายรัดเอวนั่นมันของศิษย์พี่หญิง!
นี่มัน ภาพนี่มัน?
“ศิษย์พี่หญิง
พวกท่านเมื่อกี้กำลังทำกิจกรรมกันสินะ? ใส่เสื้อผ้าเร็วจังเลย!”
ศิษย์น้องคนหนึ่งอุทานอย่างตื่นตะลึง
“โอ๊ะ
ข้าไม่เห็นท่านกับหวังเค่อจู๋จี๋กันนะ!” ศิษย์น้องหญิงคนหนึ่งรีบออกตัว
ศิษย์น้องหญิงทั้งหลายกลายร่างเป็หนอนน้อย
บิดกลิ้งคืบคลานร่างที่ถูกพันธนาการ ถอยกลับออกจากหลังม่าน
จางหลี่เอ๋อร์ “…!”
“นี่ พวกเ้าจะหนีทำไม?
หวังเค่อไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!” จางหลี่เอ๋อร์รีบแก้ตัว
บ้าเอ๊ย
ศิษย์น้องพวกนี้มันสมองไหลกันหมดแล้ว หวังเค่อไม่ได้เห็นอะไรซะหน่อย
จางหลี่เอ๋อร์กระชากสายรัดเอวและเสื้อขาดในมือหวังเค่อคืนด้วยความโกรธ
ใส่กลับเข้าไปในกำไลมิติ ก่อนกระชากเปิดม่านออกมา
“ข้าบอกแล้วไง
หวังเค่อไม่เห็นอะไรทั้งนั้น! ครั้งนี้ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
ไม่ใช่แบบครั้งที่แล้ว!” จางหลี่เอ๋อร์แก้ตัวอย่างร้อนรน
“ครั้งที่แล้ว?” กลุ่มศิษย์น้องทั้งหลายชะงัก
จางหลี่เอ๋อร์หน้าดำคล้ำ นี่
มิใช่การสารภาพหรอกหรือ?
จางหลี่เอ๋อร์สะบัดหน้ากลับไปจ้องหวังเค่ออย่างโกรธแค้น
“หวังเค่อ เ้าตัวบัดซบ กล้ามาโผล่ให้ข้าเห็นอีกหรือ?”
“อย่าจิกคอ เจ็บ เจ็บ
ปล่อยมือเร็ว! ข้ามาช่วยพวกเ้านะ เ้านี่ไม่รู้จักดีชั่วจริงๆ!” หวังเค่อร่ำร้อง
“ศิษย์พี่หญิง
ท่านทำหวังเค่อเจ็บนะ!”
“ใช่ ศิษย์พี่หญิง
ข้ารู้ว่าท่านเสียหน้า แต่พวกเราทั้งหมดล้วนล่วงรู้แล้ว
ท่านไม่ต้องแอบซ่อนเหมือนไม่มีอะไรกับหวังเค่อก็ได้
เช่นนี้ไม่ดีต่อหวังเค่อเช่นกัน มันมาเพื่อช่วยพวกเรานะ!”
“ศิษย์พี่หญิง แค่หยิกก็พอ!
หวังเค่อเพื่อท่านต้องลำบากลำบน! ท่านทำร้ายร่างกายมัน ใจท่านก็เจ็บไปด้วย!”
“ใช่ ศิษย์พี่หญิง
อย่าทำร้ายตนเองเลย พวกเราไม่มีใครถือสาเื่นี้หรอก!”
กลุ่มศิษย์น้องหญิงชายทั้งหมดพยายามโน้มน้าว
.........
จางหลี่เอ๋อร์หน้าดำคร่ำเครียด
“พวกเ้าบ้าไปแล้ว? หยิกมัน ข้าเองก็เ็ปใจ? ผายลม
มารดามีแต่จะอยากบีบคอมันให้ตายน่ะสิ!”
“ศิษย์พี่หญิง
ล้วนเป็พวกเราไม่ดี เมื่อครู่ไม่ควรแอบมองเข้าไปในม่านรบกวนพวกท่าน…อา
เลยได้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น! ท่านอย่าโกรธไปเลย! ปล่อยหวังเค่อก่อนเถอะ!”
ศิษย์น้องโทษตัวเอง
จางหลี่เอ๋อร์หน้าหม่นทะมึน
พวกเ้าบ้ากันหมดแล้ว?
“เร็วเข้าเถอะ
พวกเ้าไม่ควรอยู่ที่นี่ ตามข้ามา พวกมารด้านนอกกำลังปราบัอยู่
ไม่มีเวลามาสนใจพวกเ้า! รีบตามข้ามาเร็ว ถ้าพวกมันรู้ตัวเมื่อไหร่ก็จบเห่
หนีไม่ได้แล้ว!” หวังเค่อเร่ง
“ศิษย์พี่หญิง
ได้ยินหวังเค่อหรือไม่? เร็วเข้าเถอะ
รีบตัดเชือกที่มัดพวกเราออก นี่มันเื่ความเป็ความตาย ไม่อาจชักช้า!”
ศิษย์น้องทั้งหลายเร่ง
“ใช่แล้ว
ศิษย์พี่เสินซวีตอนนี้เหลือลมหายใจร่อแร่ ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
พวกเราต้องพาเขากลับไปรักษาตัวโดยเร่งด่วน เื่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับหวังเค่อขอให้วางไว้ก่อน
ออกไปจากที่นี่กันเถอะ!” ศิษย์น้องอีกคนเร่งกระชั้น
จางหลี่เอ๋อร์หน้าดำคล้ำเครียด “ความสัมพันธ์กับหวังเค่ออะไรของเ้า
มารดามันเถอะ!”
ทว่าแม้แต่จางหลี่เอ๋อร์ที่กำลังหัวเสียก็รู้ดีถึงห้วงเวลาอันคับขัน
จำต้องปล่อยหวังเค่อออกอย่างเสียไม่ได้ พริบตานั้น ประกายกระบี่แลบแปลบเสือกแทงออก
สะบั้นพันธนาการของบรรดาศิษย์น้องทั้งหมด
เช่นนี้
ศิษย์น้องทั้งหลายด้วยอาการาเ็จึงตะกายยืนขึ้นอย่างยากลำบาก เคลื่อนไหวเงอะๆ
งะๆ
“นอกประตูมีพวกมารอยู่
พวกเ้าออกทางประตูหน้าไม่ได้ ตามข้าลงอุโมงค์มาเร็ว!” หวังเค่อร้องเรียก
พร้อมกันนั้น
หวังเค่อะโลงอุโมงค์ไปทันที
ทั้งหมดช่วยกันพยุงจางเสินซวีที่ยังไม่ได้สติลงสู่ทางอุโมงค์
อย่างไรเสีย
จางหลี่เอ๋อร์ก็ยังเป็ศิษย์พี่หญิงของพรรค แม้จะเกลียดชังหวังเค่อ
ก็ยังเห็นแก่ภาระหน้าที่ในฐานะศิษย์พี่มาก่อน
ส่วนเื่ความแค้นระหว่างนางกับหวังเค่อ รอจนทุกคนปลอดภัยค่อยสะสาง!
ไม่นาน คนทั้งหมดก็ลงสู่ทางอุโมงค์
“หวังเค่อ ข้าเชียร์เ้านะ!
ศิษย์พี่หญิงปากร้ายใจอ่อน เ้าแค่ต้องง้อนางให้มากหน่อยก็พอ!”
ศิษย์น้องหญิงในพรรคอีกาทองคำที่ลงสู่อุโมงค์เอ่ยต่อหวังเค่อ
สีหน้าหวังเค่อแข็งค้าง
“เ้าหมายความว่าไง? อย่าฝันเพ้อเจ้อหน่อยเลย ข้าช่วยพวกเ้าออกมาแล้ว
ยังไม่หยุดลากข้าลงหลุมอีก!”
“เอ๋…?” ศิษย์น้องหญิงท่านนั้นผงะ เ้าหมายความว่าไง?
“แม่นางท่านนี้เข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่?
ข้าหวังเค่อมีคนรักอยู่แล้ว เลิกทำให้ข้ามีมลทินได้แล้ว? ข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ไปมีสัมพันธ์กันั้แ่ตอนไหน? นางต่างหากที่ตามตื๊อข้า!
ข้าบริสุทธิ์นะ!” หวังเค่อหัวเสีย
ศิษย์น้องท่านนั้นเหม่อจ้องหวังเค่อเป็นาน
ทั่วทั้งอุโมงค์กลายเป็เงียบกริบ
“อุ๊บ!”
ศิษย์น้องหญิงพลันหลุดหัวเราะออกมา
“หวังเค่อ เ้าน่าขันจริงๆ
ฮ่าฮ่า! เ้าจะมาทุ่มเทเพื่อนางขนาดนั้นทำไมถ้าไม่ได้ชอบนาง? ฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วง พวกเราจะไม่ปูดเื่ของเ้ากับนางเด็ดขาด
พวกเราจะช่วยเ้ารักษาความลับ!” ศิษย์น้องหญิงเอ่ยกลั้วยิ้ม
หวังเค่อสีหน้าแข็งทื่อ “…!”
“หวังเค่อ
พวกเราทั้งหมดจะเป็กำลังใจให้เ้ากับศิษย์พี่หญิง!”
ศิษย์น้องทั้งชายหญิงที่ทยอยลงมาในอุโมงค์ต่างพากันเอ่ย
หวังเค่อหน้าแข็งค้าง พวกเ้าทำอะไร? ข้าเคยได้ยินแต่ทุบตียวนยางพรากรักจากกัน[1]
เพิ่งจะเคยเจอคนบีบบังคับจับคู่เป็ครั้งแรก! นี่เ้าคิดว่ายุคอะไร
นึกว่ายุคโบราณคลุมถุงชนหรือไง?
“ยังไม่นำทางอีก!”
จางหลี่เอ๋อร์ที่มาถึงทางอุโมงค์จ้องมองหวังเค่อ
หวังเค่อ “…!”
นี่ข้าไม่มีอะไรดีๆ ทำใช่มั้ย? มาช่วยพวกเ้า
นอกจากจะไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังมาถูกบังคับจับคู่ แถมยังมาถูกตะคอกด่าทอ
ข้าไปทำกรรมอะไรเอาไว้กันแน่!
[1] หมายถึงใช้กำลังบังคับพรากคนรักจากกัน
