“อ๋อ นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน หลานที่บ้านติดเล่นจนเผลอทำบ้านไฟไหม้ ถึงอย่างไรบ้านนี้ก็ถูกปล่อยว่างอยู่แล้ว”
ยายแก่ฮั่วพูดอย่างไม่อายปาก จากนั้นก็หันมาด่าฮั่วเสี่ยวเหวิน “ทำบ้านไฟไหม้ยังกล้ากลับมาอีก แกได้โดนดีแน่”
สวีเถียนมองฮั่วเสี่ยวเหวิน “เธอเผาบ้านตัวเอง?”
“คุณอาตำรวจ วันก่อนฮั่วต้าซานจะจับฉันไปขายเป็เ้าสาวเด็กของคนอื่น ฉันเลยไม่กลับเข้าบ้านทั้งบ้าน วันนี้กลับมาแล้วก็ตรงไปสถานีตำรวจทันที ไม่รู้เื่นี้มาก่อน” ฮั่วเสี่ยวเหวินอธิบายอย่างจริงจัง ในใจรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย เ้าเป๋สามขาคงปล่อยข่าวไปทั่วหมู่บ้านแล้วเป็แน่
“คุณตำรวจอย่าไปฟังที่เธอพูด เธออาจไม่เก่งเื่อื่น แต่เก่งเื่การโกหกที่สุดแล้ว ขนาดฉันยังเคยถูกเธอหลอกหลายครั้ง” ยายแก่ฮั่วถือกะละมังด้วยมือข้างหนึ่ง และพยายามดึงสวีเถียนเข้าบ้านด้วยมืออีกข้าง
สวีเถียนยังจะมีอารมณ์ดื่มชาอีกหรือ? ที่สถานียังมีงานรอให้จัดการอีกเป็กอง ส่วนเื่ที่นี่ก็ไม่ใช่จะจัดการได้ง่ายๆ
“ผมไม่เข้าบ้านแล้วดีกว่า วันนี้ยังมีธุระต่อ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ หากพวกคุณกล้าขายเธอ อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”
สวีเถียนพูดจบก็จากไป ยายแก่ฮั่วจึงต้องกลืนคำที่เตรียมจะพูดกลับลงท้อง
“ถ้าอย่างนั้นฉันเดินไปส่งค่ะ” ยายแก่ฮั่ววางกะละมังลงบนพื้นแล้วพยายามจะเดินไปส่งสวีเถียน แต่อีกฝ่ายกลับขี่รถจักรยานจากไปแล้ว ประหนึ่งว่าไม่ได้ยินสิ่งที่หล่อนพูดอย่างไรอย่างนั้น
เห็นยายแก่ฮั่วหน้าแตก ฮั่วเสี่ยวเหวินหลุดหัวเราะดัง ‘พรืด’
ฮั่วต้าซานออกมาเห็นฉากนี้เข้าพอดี เขารู้สึกโมโหเดือดดาลขึ้นมา เดินเข้ามากระชากคอเสื้อฮั่วเสี่ยวเหวินกลับเข้าบ้าน
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยายามขัดขืนไม่ปล่อยให้เขาลากเข้าบ้านทั้งอย่างนี้ ยายแก่ฮั่วเดินตามเข้ามาด้วย ไม่รู้ว่าในมือไปหยิบไม้มาจากไหน
มีเสียงดัง ‘ตุบ’ ยายแก่ฮั่วทิ้งกะละมังไม้ลงพื้น และทำท่าจะยกไม้ขึ้นตีฮั่วเสี่ยวเหวินอย่างแรง
ฮั่วเสี่ยวเหวินะโขึ้นมาในจังหวะสำคัญพอดี “พรุ่งนี้คุณลุงของฉันก็มาแล้ว เชิญตีให้ตายไปเลย!”
ยายแก่ฮั่วปล่อยมือลง สีหน้าเริ่มหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด “เฉินเทียนเหลยจะมาหา?”
ฮั่วต้าซานแย่งไม้ไปจากยายแก่ฮั่ว ปากพลางด่าไม่หยุด บอกว่าใครมาก็ช่าง ตีให้ตายก่อนแล้วค่อยว่ากันอย่างมากก็แค่เอาศพไปฝังตอนมืด
“เหอะ ฉันบอกคุณลุงไปแล้วว่าพวกคุณทุบตีฉัน บอกว่าหากเขาไม่มาจะถูกพวกคุณตีตาย เขารับปากว่าพรุ่งนี้มาถึงแน่นอน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่กลัวเพราะรู้สึกว่าตัวเองมีคนหนุนหลัง คิดในใจว่าแน่จริงก็ตีให้ตายไปเลย ทุกคนจะได้ตายตกไปตามกันให้หมด หากเธอตายไป คุณลุงไม่ปล่อยพวกเขาไว้แน่
ยายแก่ฮั่วแย่งไม้คืนจากฮั่วต้าซาน “ต้าซาน แกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?”
ฮั่วต้าซานยังคงยืนยันคำเดิม “แม่ ตีหล่อนให้ตายแล้วเอาไปฝังก็จบ ถึงเวลาค่อยบอกว่าเธอหนีออกจากบ้าน คนตายพูดอะไรไม่ได้ เฉินเทียนเหลยจะทำอะไรพวกเราได้กัน?”
“ต้าซาน แกฟังแม่ก่อน” ยายแก่ฮั่วดึงฮั่วต้าซานเข้าห้อง ปิดประตูพูดเสียงเบา “แกนี่มันโง่จริงๆ พรุ่งนี้ลุงหล่อนจะมาไม่ใช่หรือ พวกเราบอกไปว่านังสำส่อนนั่นเป็คนเผาบ้านเรา เฉินเทียนเหลยต้องจ่ายเงินชดใช้ให้พวกเราไม่ใช่หรือไร?”
ฮั่วต้าซานคิดแล้วก็ใช่ เขาหัวเราะ บอกว่าพรุ่งนี้จะให้เฉินเทียนเหลยชดใช้พันหยวน แล้วพวกเราจะได้สร้างบ้านใหม่ จากนั้นก็แต่งจางหวาเข้าบ้าน
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินห่างออกมาเมื่อแอบฟังถึงตรงนี้ รู้สึกขบขันในใจ “สร้างบ้านใหม่? แต่งภรรยา? ฝันไปเถอะ!”
สองแม่ลูกบ้านฮั่วเดินหน้าระรื่นออกมาเมื่อปรึกษากันเสร็จ ยายแก่ฮั่วพูดกับฮั่วเสี่ยวเหวินอย่างอารมณ์ดีว่า “แกคงเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางสินะ ฉันจะไปทำอาหารมาให้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินกำลังจะพูดว่าไม่ต้อง แต่หล่อนกลับเดินออกไปแล้ว ส่วนฮั่วต้าซานจู่ๆ ก็เดินมาหาเธอ พร้อมกับส่งยิ้มแข็งทื่อให้
เห็นชัดว่าฮั่วต้าซานไม่ชินที่จะต้องเล่นละคร เมื่อยิ้มเสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ เขารีบพูดว่าจะไปช่วยงานแม่ที่ครัว จากนั้นก็เดินออกไปประหนึ่งกำลังหนีตาย
เห็นสองแม่ลูกนิสัยเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบสนองไม่ค่อยถูกนัก
“มา ฮั่วเสี่ยวเหวิน กินให้เยอะหน่อย” ที่โต๊ะอาหารยายแก่ฮั่วคีบกับข้าวให้ฮั่วเสี่ยวเหวินอย่างขะมักเขม้นราวกับคนความจำเสื่อม
เหมือนยายแก่ฮั่วจะลืมไปแล้วว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังเรียกเธอว่า ‘นังเด็กสำส่อน’ อยู่เลย ส่วนฮั่วต้าซานก็ลืมเื่ที่จะตีเธอให้ตายไปแล้ว
“มา พ่อตักข้าวให้” ฮั่วต้าซานพูด ได้ยินว่าสายตาคนเราจะล่อกแล่กเวลาพูดโกหก ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงจ้องที่ตาของเขา พบว่ามันขยับไปมาไม่หยุด
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก เหตุใดพวกเขาต้องเอาใจเธอด้วย
‘คงเพราะมองเธอเป็เงินหนึ่งพันหยวนกระมัง!’ คิดได้ดังนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินก็รู้สึกเย้ยหยันในใจ เธอยื่นชามข้าวออกไป
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน กินเยอะๆ หน่อย จะได้โตเร็วๆ” ยายแก่ฮั่วใช้ฝีมือการแสดงอีกครั้ง หากหล่อนทะลุมิติมาอยู่ยุคปัจจุบันคงประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง!
ทว่าฮั่วเสี่ยวเหวินกลับพยักหน้าอย่างจริงจัง ทุกอย่างสมจริงขนาดนี้ ได้รับความรักจากคุณพ่อและคุณย่า เป็ความอบอุ่นแบบที่ชีวิตนี้ไม่เคยััมาก่อน
เธอรู้มาั้แ่ต้นว่านี่คือความฝัน ความฝันที่ต้องแตกสลายในวันพรุ่งนี้ แต่ถึงกระนั้นเธอก็อดมีความสุขไปกับมันไม่ได้อยู่ดี แม้จะยิ้มไม่ออกและยังคงมีคำว่า ‘ฉันจะแก้แค้น’ วนเวียนอยู่ในหัวก็ตาม
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน คืนนี้นอนกับย่าดีหรือไม่?” เพิ่งกินข้าวเสร็จยายแก่ฮั่วก็เข้ามาคุยเื่เข้านอน เสมือนว่าหากเธอไม่ยอมนอนด้วย หล่อนจะปูพื้นเป็เตียงนอนให้เธอเดี๋ยวนี้
ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกน้ำตาคลอ จมูกเริ่มรู้สึกหน่วงแล้วเช่นกัน เธอพยักหน้าตอบตกลง
ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดอย่างไร้เดียงสา หากวันใดแม่ลูกบ้านฮั่วดีต่อเธอจากใจจริงเช่นนี้ ขอแค่ทั้งครอบครัวอยู่อย่างสงบ เธอก็น่าจะวางความแค้นในอดีตลงได้กระมัง
นอนหลับใต้ผ้าห่มแม้ผ้าห่มจะเก่าขาด ต้องขดตัวจึงจะไม่หนาว แต่เธอกลับมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เมื่อตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น ฮั่วต้าซานวางกับข้าวลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองต่างกำลังรอฮั่วเสี่ยวเหวิน
เห็นสองแม่ลูกบ้านฮั่วจอมปลอมถึงขั้นรอกินข้าวพร้อมกับตัวเธอ ฮั่วเสี่ยวเหวินเริ่มทนไม่ไหว คิดในใจว่าช่วยตั้งใจแสดงให้มันดีกว่านี้ไม่ได้หรือ?
หลังจากสวมรองเท้าเสร็จเรียบร้อย เธอเหลือบตามองยายแก่ฮั่วที่กำลังยิ้มประจบ “ไม่เหนื่อยหรือ?”
ยายแก่ฮั่วกลับไม่ถือสาแม้แต่น้อย คนเราแก่แล้วมักหน้าหนาขึ้น หล่อนพูดว่าเด็กคนนี้พูดเหลวไหลประหนึ่งเป็ผู้ใหญ่
เห็นอีกฝ่ายเป็เช่นนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา คิดในใจว่าได้โอกาสถากถางคืนแล้ว หากไม่ยอมใช้โอกาสครั้งนี้มิเช่นนั้นคงผิดต่อตัวเธอเองแล้ว
“หน้าไม่อายจริงๆ ปั้นหน้ายิ้มประจบ ขนาดฉันยังรู้สึกสะอิดสะเอียนแทน”
ใบหน้าของยายแก่ฮั่วเปลี่ยนสีสลับไปมา ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ค่อยสะใจนักจึงเปลี่ยนเป้าหมาย “ฮั่วต้าซาน คุณรู้สึกว่าแม่ของคุณน่าสะอิดสะเอียนไหม?”
“นังเด็กสำส่อน” ฮั่วต้าซานขว้างชามข้าวบนโต๊ะออกไปด้วยความโมโห
“อะไรกัน? ไม่เล่นละครต่อแล้วหรือ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินยิ้มเยาะ เมื่อครู่ยังเล่นละครอยู่เลยไม่ใช่หรือไร?
