คนหนึ่งคือศิษย์เอกของผู้นำหน่วย อีกคนหนึ่งคือศิษย์ของหนานตี้ ความแตกต่างนี้ แค่คิดก็รู้แล้ว ต่อให้เื้ัของเทียนหลางมีผู้าุโที่ใหญ่ยิ่งกว่าหนุนหลัง ทว่าฐานของหนานตี้ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำอะไรหนานกงซวิน การที่หลงเหยียนเข้าไปตีสนิทกับเขาถือว่ามีประโยชน์มาก
อย่างไรก็ตาม เพื่อรับพลังสายฟ้าสิบระลอก หลงเหยียนจึงออกห่างจากพวกเขา ออกจากหนานกงซวิน
แม้เทียนหลางเกลียดหลงเหยียนมากเพียงใด ทว่าเพราะมีหนานกงซวินอยู่ ทำให้เขาจำต้องควบคุมความโทสะ
“ตอนนี้คนก็มากันพอประมาณแล้ว เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเถิด” เทียนหลางมองหนานกงซวิน จากนั้นก็มองหลงเหยียน แล้วพาคนของเขาจากไปก่อน
หลงเหยียนมีหนานกงซวินปกป้อง ทำให้คนที่ตามหลังหลิงเทียนอวี่สิบคนและหลี่เมิ่งเหยามองหลงเหยียนพักหนึ่ง ถึงในใจนางจะโกรธที่คืนนั้นหลงเหยียนไปไม่กลับมา วันนี้ก็นางก็ภาวนาให้หลงเหยียนรอด
“หลงเหยียน ระวังตัวด้วย”
หลงเหยียนมองหญิงสาวที่น่าเย้ายวน จากนั้นก็พยักหน้า “พี่เมิ่งเหยาวางใจเถิด”
เดินอยู่ด้านหลังขบวน หลงเหยียนคุยกับหนานกงซวินครู่หนึ่ง ถามไถ่ถึงหนานกงฉู่ด้วย
“พี่ซวิน ที่ผ่านมาข้าอยากหาโอกาสไปหาพี่ฉู่มากจริงๆ เื่ที่เนินดารา ข้ายังต้องขอบคุณพวกท่าน หากไม่ใช่เพราะพวกท่านมาช่วยไว้…”
หนานกงซวินตบบ่าหลงเหยียน “นั่นสิ พวกเราสบายดี เรายังคุยกันไว้ว่าจะไปหาเ้าอยู่เลย ฮึๆ นึกไม่ถึงว่าจะเจอเ้าที่นี่ จริงด้วย ฉินเซียนที่เ้าช่วยไว้ครั้งก่อนเล่า เขาไม่เป็ไรใช่หรือไม่”
“อืม ไม่เป็ไรแล้ว ทว่าเขาอยู่ที่หุบเขาผีเสื้อ พวกเราพบนักหลอมยาท่านหนึ่ง…”
พวกเขาพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง เพราะหนานกงซวินมีภารกิจ ฉะนั้นจึงต้องแยกจากหลงเหยียน ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ที่พามาด้วยหายไปจากสายตาเขา
หนานกงซวินเดินไปพักหนึ่ง สิงโตน้อยหลบในถุงผ้าเฉียนคุน พูดกระซิบ “พี่เหยียน เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าคนระดับสูงที่พวกท่านพูดถึงนั้นทิ้งสมบัติอะไรบางอย่างในวงเวทเฉียนคุนแห่งนี้ และยังไม่ได้ถูกขุดไป”
“สมบัติหรือ เป็ไปไม่ได้หรอก ผ่านมาจนป่านนี้แล้ว หากมีละก็ ตระกูลอู่ตี้คงขุดไปตั้งนานแล้ว มีหรือจะทิ้งเอาไว้จนถึงตอนนี้?”
อย่างไรก็ตาม สิงโตน้อยรู้ดีว่าส่วนใหญ่แล้ว คนระดับสูงเฉกเช่นเทพเซียน วินาทีที่พวกเขาจะสลายหายไป ส่วนมากมักทิ้งร่องรอยเอาไว้ หรือเป็การสืบทอดอะไรบางอย่างไว้ในโลกเฉียนคุนของตนเอง ทว่าหาก้าหาให้เจอ คงเป็เื่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ของบางอย่าง เราไม่สามารถมองเห็นด้วยสายตา
“พี่เหยียน พวกเราตรวจสอบรอบๆ อย่างละเอียดก่อน ไม่แน่อาจเจอสมบัติอะไรก็ได้”
หลงเหยียนพยักหน้า
มองเงาหลงเหยียนเดินจากไป หลี่เมิ่งเหยายืนอยู่ที่เดิม นางไม่เข้าใจอย่างยิ่ง ‘เหตุใดใต้เท้าผู้นำต้องส่งหลงเหยียนไปเขตแดนชีพ์ด้วย ที่นั่นเป็เขตแดนของคนระดับสูง ไม่แน่เทียนหลางที่มีพลังระดับชีพธรณียังอาจปรากฏตัวที่นั่น หรือใต้เท้าผู้นำไม่เป็ห่วงความปลอดภัยของหลงเหยียนเลยหรือ?’
นางส่ายหน้าเบาๆ เพราะความไม่เข้าใจ…
หลังผ่านไปครึ่งวัน ภายใต้การนำทางของหลิงเทียนอวี่ ด้านหน้าปรากฏทางแยกสองทาง
ทางหนึ่งคือเส้นทางที่นำไปสู่เขตแดนชีพมนุษย์ ส่วนอีกทางนำไปสู่เขตแดนชีพ์ หลิงเทียนอวี่คิดหนัก เขามองทางแยกตรงหน้าด้วยสีหน้าหนักอึ้ง ทว่าหลงเหยียนฉลาดยิ่งนัก มองเพียงครู่เดียวก็รู้แล้วว่าเขาเป็กังวล
“พี่อวี่ ในเมื่อข้างหน้ามีทางแยก เช่นนั้นพวกเราก็แยกทางกันเถิด เชื่อข้า ข้าเป็คนดวงแข็งมาก ไม่มีใครเอาชีวิตข้าไปได้หรอก พวกท่านไปเถิด ข้าจะเลือกอีกทางเอง แยกจากพวกท่าน”
หลิงเทียนอวี่มองหลงเหยียนแล้วตบบ่าเขาเบาๆ ต่อให้มีหนานกงซวิน ทว่าการมีหลงเหยียนอยู่ในกลุ่มอาจทำให้เทียนหลางตามสังหารได้
“สหาย รักษาตัวด้วย!”
เมื่อพูดจบเขาก็นำเก้าคนที่เหลือไปยังเขตแดนชีพมนุษย์!
หลงเหยียนก็ก้าวเข้าสู่อีกทางโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือเขตแดนชีพ์
ถนนเส้นนี้เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายที่เหือดแห้ง ใต้เท้าพบโครงกระดูกสัตว์อสูรได้เรื่อยๆ ไม่รู้ว่าที่นี่มีโครงกระดูกมากเท่าไร ต้นไม้ขนาดใหญ่เต็มไปหมด บ้างก็มีลมพัดเป็ระลอกๆ ทรายปลิวไปทั่ว ทำให้หลงเหยียนรู้สึกเหมือนตกเข้าสู่กลางทะเลทรายที่เหน็บหนาว ยิ่งไปกว่านั้น ด้านหน้าล้วนไร้ทุ่งหญ้าหรือดอกไม้ ไร้กลิ่นหอมและทิวทัศน์ที่งดงาม มีอีกาดำหลายตัวส่งเสียงร้องแหลมแสบแก้วหูเป็พักๆ
คนที่ได้ยินต่างรู้สึกหวาดกลัว อีกาดำเหล่านี้มีชีวิตโดยอาศัยการกินศพคนตายและปีศาจอสูร บนตัวของพวกมัน หลงเหยียนััได้ถึงกลิ่นอายของโลหิต
“นี่คือโลกเฉียนคุนที่แท้จริงหรือ? เหตุใดข้ารู้สึกว่ามันไม่เหมือนที่ถูกบันทึกไว้เลย?”
เมื่อเปรียบเทียบกับถนนเส้นที่หลงเหยียนเดินแล้ว เส้นทางที่หลิงเทียนอวี่กับพรรคพวกเลือกดีกว่ามาก บางทีอาจเพราะหลงเหยียนไม่รู้ว่านั่นคือเขตแดนระดับชีพ์ เข้ามาในนี้ ไม่ถูกคนสังหารตายก็ถือเป็โชคแล้ว
หลิงเทียนอวี่กดเสียงต่ำ พูดพึมพำ “หวังว่าเ้าจะไม่เป็ไรนะ”
หลงเหยียนไปเพียงลำพัง ขณะที่ทุกคนหายไปแล้ว บ้างก็ถอนหายใจเพราะห่วงหลงเหยียน บ้างก็หัวเราะในใจ ในที่สุดหลงเหยียนก็จะตายในนี้แล้ว
เพียงชั่วพริบตา เวลาก็ผ่านไปสองชั่วยามแล้ว หลงเหยียนยังคงตรวจสอบรอบข้างอย่างระมัดระวัง
มีดอัคคีสำคัญมาก ทว่าหากเทียบกับชีวิตแล้ว มันเป็เพียงสิ่งของที่ไร้ค่า หลงเหยียนปล่อยพลังจิตออกไป รัศมีพลังจิตของเขาขยายวงออกไปได้กว้างกว่าเทียนหลางมาก
ิญญายุทธ์ััได้ ทำให้หลงเหยียนััถึงทุกการเลื่อนไหว รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบข้าง เขาตรวจสอบความสงบรอบๆ หาที่ปลอดภัยเพื่อผสานพลังสายฟ้า ระหว่างนั้นก็ตามหาปีศาจอสูรตัวใหญ่ หลงเหยียนสามารถใช้พลังโลหิตดูดโลหิตของปีศาจอสูรเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของตนมาเลื่อนระดับพลังปราณ มีเพียงเช่นนี้ถึงช่วยให้เขาทนรับพลังสายฟ้าได้มากยิ่งขึ้น
“คาดว่าเทียนหลางกับพรรคพวกก็คงกำลังตามหามีดอัคคีอยู่เหมือนกันกระมัง ภายในเวลาสิบวัน ข้าสามารถผสานพลังสายฟ้าสิบระลอกจนกลายเป็นักรบสายฟ้าได้หรือไม่?”
หลงเหยียนเดินไปพลาง ใช้พลังจิตตรวจสอบรอบๆ ไปพลาง หากมีอันตราย สิ่งแรกที่ต้องทำคือซ่อนตัว
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป อยู่ๆ หลงเหยียนก็ััได้ถึงรังสีพลังที่แข็งแกร่งระลอกหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาหาตน หลงเหยียนสะดุ้งตัวโยน นั่นคือพลังที่รวดเร็ว แทบเกิดขึ้นภายในชั่วพริบตา พลังระลอกนั้นก็มาถึงตรงหน้าหลงเหยียนแล้ว
ทว่าิญญายุทธ์ของหลงเหยียนกลับััไม่ได้ถึงการมาของผู้แข็งแกร่ง…
“ใครน่ะ?” หลงเหยียนไม่ร้อนรน ทว่าเป็รอดูการมาของใครบางคน
‘เทียนหลาง?’ หลงเหยียนตกตะลึงในใจ ตนปล่อยพลังจิตออกไป เหตุใดเ้าหมอนี่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ทั้งยังไม่ใช่เพียงคนเดียวเท่านั้น ด้านหลังเขายังมียอดฝีมือสองคน ต่างมีพลังระดับชีพมนุษย์ทั้งสิ้น
เว่ยเชียนมู่อยู่ข้างกายเขาเช่นกัน แสดงท่าทางหยิ่งทะนง
“ไอ้หนุ่ม นึกไม่ถึงว่าเราจะเจอกันเร็วเพียงนี้!”
หลงเหยียนเห็นพวกเขาแล้วพูดในใจ ‘เมื่อครู่พวกเขาทั้งสี่คนต้องกินยาระดับที่สูงกว่ายาซ่อนิญญาแน่ ไม่อย่างนั้น เหตุใดข้าถึงไม่พบพวกเขาล่ะ!’
ที่แท้นึกว่าการปรากฏตัวของเทียนหลางจะทำให้หลงเหยียนรู้สึกหวาดผวา ทว่าตอนนี้ดูมาแล้ว หลงเหยียนยืดตัวตรงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายไม่กลัวตาย
“อ้อ… ที่แท้ก็เทียนหลางนี่เอง ข้าก็นึกว่าใคร เลียนแบบลุกขึ้นยืนพูดเหมือนคนั้แ่เมื่อไร… ข้ารู้แล้ว หมาป่าที่บำเพ็ญมานานคงสามารถยืนคุยเหมือนคน ไม่ใช่เื่ประหลาด”
หลงเหยียนแสดงท่าทางเอื่อยเฉื่อย กลับทำให้แววตาเทียนหลางประกายรังสีสังหาร ส่วนเว่ยเชียนมู่ที่อยู่ข้างๆ ก็แสดงสีหน้าเยือกเย็น
“หลงเหยียน เ้ากล้าดีอย่างไร กล้ามาด่าพี่เทียนหลาง?”
--------------------
