สายลมเย็นสบายพัดโชยออกมา ใบไผ่ปลิวว่อนไปตามสายลม ความพิเศษของป่าไผ่ผืนนี้ก็คือ ต้นไผ่ทุกต้นจะเปล่งแสงสีเขียวมรกตออกมา เพื่อคอยมอบพลังชีวิตให้แก่ผู้คน ดูแล้วพวกมันเหมือนได้กลายไปเป็ภูตแล้ว
อีกทั้งพลังฟ้าดินที่อยู่ในป่าไผ่นี้ยังเปี่ยมล้นออกมาอย่างล้นหลาม พลังพวกนี้ได้เปลี่ยนคุณสมบัติของต้นไผ่ เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไประยะหนึ่ง คาดว่าพวกมันคงจะต้องพัฒนาการอีกขั้นเป็แน่
ทุกสรรพสิ่งในโลกใบนี้ล้วนสามารถบ่มเพาะได้ พวกมันล้วนมีจิติญญา หญ้าต้นหนึ่งก็สามารถบ่มเพาะจนกลายเป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้
ดวงตาของหวังจวิ้นเฟยร้อนผ่าว เขาเม้มริมฝีปาก สายตาจ้องเข้าไปในถ้ำโบราณแห่งหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าของป่าไผ่ ด้านข้างปากทางเข้าถ้ำมีหญ้าปกคลุมเอาไว้
ถ้ำโบราณนี้ไม่ธรรมดา มันปลดปล่อยพลังบริสุทธิ์ที่เปี่ยมล้นออกมา ทั้งยังมีแสงสว่างเปล่งประกายออกมาจากด้านใน ภายในนั้นจะต้องมีของล้ำค่าที่ยอดเยี่ยมอยู่แน่
“นายน้อยเฟย พลังที่อยู่ในป่าแห่งนี้อัดแน่นจนเอ่อล้นออกมา และเข้ามารวมกันอยู่ภายในถ้ำ เหมือนกับสัญญาของผลผ่านจิตมาก” เด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้
ได้ยินดังนั้น ดวงตาที่ร้อนผ่าวของหวังจวิ้นเฟยก็ลุกโชนขึ้น เขาฉีกยิ้มมุมปากแล้วกล่าวออกมาว่า “ไม่ผิด หวังว่าในนั้นจะมีผลผ่านจิตอยู่จริงๆ หากมีจริงๆ ละก็ ฮ่าๆ พลังขั้นสถิติญญาของข้าจะต้องเพิ่มขึ้นอีกมากโข”
“ข้าขอแสดงความยินดีกับความรุ่งโรจน์ของนายน้อยเฟยด้วย” เด็กหนุ่มกล่าวประจบสอพลอ เขารู้จักผลผ่านจิตเป็อย่างดี ผลผ่านจิตนั้นเป็ของล้ำค่าชนิดหนึ่งในโลกใบนี้ที่จะถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่พิเศษ ซึ่งเป็พลังต้นกำเนิดที่สำคัญต่อขั้นสถิติญญาเป็อย่างมาก
มูลค่าของมันนั้นสามารถทัดเทียมได้กับโอสถสถิติญญาจิตม่วงเลยทีเดียว
“ทำไมหวังหลิ่งถึงยังไม่มาอีกนะ?” ผ่านไปครู่หนึ่ง หวังจวิ้นเฟยก็กล่าวด้วยใบหน้าขึงขังออกมา “ให้มันไปจัดการเื่เล็กน้อยแค่นี้แต่กลับใช้เวลานานขนาดนั้น ฮึ!”
“ข้าว่าเ้าสองคนนั้นจะต้องแอบอู้กันอยู่อย่างแน่นอนเลยขอรับ” เด็กหนุ่มกล่าวประจบ “ข้าว่าข้างในนั้นไม่น่าจะมีอันตรายอะไร ทว่าถ้าหากมีจริง ด้วยพลังของท่าน จะต้องสามารถจัดการได้สบายๆ แน่ขอรับ”
หวังจวิ้นเฟยพยักหน้าเห็นด้วย คำพูดประจบสอพลอของเด็กหนุ่มได้ผลดียิ่งนัก หวังจวิ้นเฟยไม่รอช้า เขารีบก้าวเท้าเข้าไปภายในถ้ำในทันที
พวกเขาทั้งสองเข้าไปได้สักระยะหนึ่ง ด้านหลังหินก้อนใหญ่ เต้าหลิงได้แอบดูพวกเขาทั้งสองผ่านทางซอกหิน หัวใจก็พลันเต้นระรัว เพราะที่นี่เป็ที่ที่วิชาสยบฟ้าพาเขามา
“หรือว่าจะมีเืสัตว์อสูร์อยู่ในนี้จริงๆ” เต้าหลิงพยายามสงบใจ เมื่อเห็นว่าพวกเขาทั้งสองเข้าไปข้างในแล้ว เต้าหลิงก็ค่อยๆ ตามพวกเขาเข้าไปอย่างระมัดระวัง เขาอยากจะเห็นว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่
เมื่อเดินเข้ามาในถ้ำ เต้าหลิงก็ััได้ถึงพลังฟ้าดินที่เปี่ยมล้น ทั้งยังมีกลิ่นหอมสดชื่นลอยโชยออกมา ั์ตาของเขาประกายแสงระยิบระยับ ในนี้จะต้องมีสมุนไพริญญาอยู่แน่
สมุนไพริญญาเป็สิ่งที่หาได้ยากเป็อย่างมาก แต่ละต้นล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดา ทั้งพวกมันยังเกิดขึ้นในูเาิญญาขนาดใหญ่ ของสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะหามาได้ ที่สำคัญก็คือสมุนไพริญญาสามารถนำไปหลอมเป็โอสถได้ ซึ่งนั่นทำให้มูลค่าของสมุนไพริญญานั้นสูงและล้ำค่ายิ่งขึ้นไปอีก
เต้าหลิงเดินตามเส้นทางที่มืดทึบมาได้ครู่หนึ่ง สายตาของเขาจ้องมองไปข้างหน้า ตรงนั้นแสงหมอกสีเขียวมรกตโอบล้อมไปทั่ว มันผสมผสานเข้ากับไอพลังิญญาของถ้ำโบราณ แสงสว่างจ้าละลานตา
สายตาของหวังจวิ้นเฟยจ้องไปที่ต้นไม้ขนาดเล็กต้นหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาเป็ประกาย ต้นไม้ต้นเล็กปลดปล่อยแสงหมอกออกมา ไอพลังิญญาร่วงหล่นลงพื้น มันกำลังดูดซับพลังฟ้าดินรอบๆ ทั้งบนต้นไม้นี้ยังมีผลไม้สีเขียวมรกตอยู่ด้วยกันสามผล
มันมีขนาดใหญ่พอๆ กับกำปั้นของเด็กทารก รูปร่างสวยสดงดงาม ปล่อยกลิ่นหอมกระจายฟุ้ง เปล่งแสงประกายระยิบระยับเหมือนกับแกะสลักมาจากหยก์มรกต
“มีถึงสามผลเชียวหรือ!” หวังถวนตัวสั่นเทา ั์ตาแดงฉานจ้องเขม็งไปที่ผลไม้สามลูก ภายในใจอยากที่จะกินมันทั้งหมด
ในตอนนี้เองที่มันััได้ถึงสายตาคู่หนึ่งซึ่งกำลังมองมาอย่างเคร่งเครียด หวังถวนใจนสะดุ้ง พลันเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า
“นายน้อยเฟย หากท่านหลอมผลผ่านจิตทั้งสามผลนี้ พลังของท่านจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโเป็แน่ เดาว่าท่านจะต้องทะลวงไปจนถึงขั้นสถิติญญาหกชั้นฟ้าได้ในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอนขอรับ!”
“นั่นสินะ” หวังจวิ้นเฟยพยักหน้าด้วยความปีติ ผลผ่านจิตสามารถทำให้เขาทะลวงขั้นพลังย่อยไปได้หลายขั้น และที่สำคัญผลผ่านจิตก็ยังช่วยเพิ่มพลังภายในร่างของเขาให้เพิ่มขึ้นหลายเท่า พอถึงตอนนั้นแล้ว เขาก็จะสามารถขึ้นไปในขั้นพลังสถิติญญาได้สูงมากขึ้นไปอีก
หวังถวนรู้สึกไม่พอใจเท่าใดนัก ผลผ่านจิตทั้งสามลูกนี้ ดูท่าหวังจวิ้นเฟยคงคิดจะกินหมดคนเดียวเป็แน่ ทว่าพอนึกถึงสถานะของอีกฝ่าย ความคิดนั้นของเขาก็ดับมอดไปในทันที
เต้าหลิงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืด เขากำหมัดแน่น ภายในใจเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย หากพุ่งเข้าไปตอนนี้คงยากที่จะชนะได้ แต่ถ้าหวังจวิ้นเฟยหลอมผลผ่านจิต เขาก็ไม่อาจจะประมือกับอีกฝ่ายได้
ภายในถ้ำโบราณแห่งนี้ยังมีทางแยกไปมาอยู่อีกหลายทาง เขาััได้ว่าความเร็วในการท่องคัมภีร์ของวิชาสยบฟ้าเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ ส่วนลึกของถ้ำโบราณแห่งนี้จะต้องมีเืสัตว์อสูร์อยู่แน่
หวังจวิ้นเฟยทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาก้าวเท้าเดินออกไปพลางยื่นมือคว้าผลผ่านจิตมา
ในตอนนั้น ด้านข้างต้นผ่านจิต มีต้นไผ่สีเขียวต้นหนึ่งรากของมันฝังลึกลงไปในดิน มองดูแล้วก็แค่ต้นไผ่ธรรมดา ความสูงของมันสูงราวๆ หนึ่งฟุต ทว่าจู่ๆ มันก็สั่นไหว ก่อนที่จะปรากฏร่างของิญญามิงค์ขนาดเล็กตัวหนึ่งพุ่งะโออกมา ั์ตาโตประดุจหินล้ำค่าสีแดงจ้องไปยังคนที่กำลังจะขโมยอาหารของมันพลางขู่คำรามอย่างดุดันแล้วพุ่งกระโจนเข้าใส่
เห็นเขาสีขาวพุ่งเข้ามา ทว่าหวังจวิ้นเฟยกลับหาได้สนใจไม่ เขารู้สึกเจ็บที่ข้อมือ เมื่อหันไปก็พบว่าที่ข้อมือเต็มไปด้วยรอยเขี้ยว
“อะไรกัน?” ใบหน้าหวังถวนเปลี่ยนสี เมื่อเห็นิญญามิงค์ที่อยู่บนพื้นเขาก็กล่าวออกมาด้วยความหวาดผวา “นั่นมันสัตว์ิญญาฟ้าดิน นายน้อยเฟยระวังด้วยขอรับ”
สีหน้าของหวังจวิ้นเฟยดำมืด เขารู้สึกเจ็บที่ข้อมือเป็อย่างมาก สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ิญญามิงค์ ก่อนจะะเิเสียงคำรามออกมา “ไอ้เดรัจฉาน ข้าจะฆ่าเ้า!”
ถ้ำโบราณพลันสั่นไหว พลังภายในร่างหวังจวิ้นเฟยะเิออกมา กดทับร่างของิญญามิงค์ ในใจหมายจะฆ่ามันให้ตายเสีย
ิญญามิงค์หวีดร้องเสียงแหลม ขนสีขาวราวกับหิมะลุกชัน ขนปุกปุยของมันะเิพลังิญญาที่เปี่ยมล้นออกมา ขาหลังของมันเหยียดถอยหลัง พลังมหาศาลเอ่อล้นทะลักออก ผืนดินปรากฏรอยร้าวขึ้น ก่อนที่มันจะกระโจนเข้าหาหวังจวิ้นเฟย
ความเร็วของิญญามิงค์นั้นมากนัก เหมือนกับเงาลวงตาที่กำลังวิ่งวนรอบตัวของหวังจวิ้นเฟย แต่หวังจวิ้นเฟยก็ได้ปลดปล่อยพลังออกมาคลุมร่างเอาไว้ชั้นหนึ่ง จึงทำให้สามารถป้องกันการโจมตีของิญญามิงค์ได้อย่างต่อเนื่อง
“ไอ้เดรัจฉานนี่มันเร็วจริงๆ!” สีหน้าของหวังจวิ้นเฟยเป็สีเขียวขึ้นมา เมื่อครู่เขาเกือบจะได้ผลผ่านจิตมาแล้วเชียว ทว่าใน่เวลาสำคัญเช่นนั้นไอ้เดรัจฉานนี่กลับเข้ามาขวางเอาไว้ ทำให้เขาโกรธเป็อย่างมาก
เต้าหลิงเม้มริมฝีปากพลางยิ้มออกมา ภายในใจก็พลันตื่นเต้นขึ้น นี่ก็เท่ากับว่าเขาไม่จำเป็ต้องทำอะไรเลย เมื่อครู่หวังจวิ้นเฟยคิดจะฆ่าตน แต่คิดไม่ถึงเลยว่ากรรมจะตามสนองได้เร็วขนาดนี้
ร่างของิญญามิงค์ไม่ใหญ่นัก ทั่วร่างเป็สีขาวดุจหิมะ ใบหูแหลม ดวงตาราวกับหินอัญมณีสีแดงล้ำค่า แววตาของมันปลดปล่อยไอพลังเย็นออกมา
“ไอ้เดรัจฉาน ไม่มีใครสั่งใครสอนเ้าหรืออย่างไร!” สีหน้าหวังจวิ้นเฟยเริ่มดูไม่ดีนัก ถึงแม้ว่าความเร็วของิญญามิงค์จะเร็วมาก แต่ว่ามันก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้มาก่อน เดาว่ามันน่าจะเกิดที่นี่
ในตอนนั้นเองหวังจวิ้นเฟยก็หงายฝ่ามือออกแล้วปล่อยออกไป ปรากฏเข็มเงินจำนวนมากขึ้นที่ฝ่ามือ เข็มเงินพุ่งทะลวงฝ่าอากาศออกไปด้วยความรุนแรง
“กี้” ิญญามิงค์สะดุ้งโหยงก่อนจะวิ่งหนี ขนสีขาวปุกปุยขยับไปมากลางอากาศ ท้ายที่สุดมันก็พลาดท่า ถูกเข็มเล่มหนึ่งแทงเข้าที่ิัจนเืไหลรินออกมาเป็สาย
ฟึ่บ ฟึ่บ
เข็มเงินทั้งสิบสองเล่มแข็งแกร่งมาก มันผสานรวมเข้าด้วยกันเหมือนกับค่ายกลสังหารที่ะเิไอพลังโหดร้ายบ้าคลั่งออกมา เข็มเงินทุกๆ เล่มอุดมไปด้วยแสงล้ำค่า ด้วยความรุนแรงของมัน ทำให้ถ้ำโบราณสั่นไหวก่อนจะมีหินถล่มลงมา
“ฮ่าๆ ไอ้เดรัจฉาน!” หวังจวิ้นเฟยหัวเราะดังลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ถึงแม้ว่าเมื่อครู่ิญญามิงค์จะเข้ามาขัดขวางเื่ของเขา แต่ลองมาคิดดูๆ แล้วขอแค่ฆ่าไอ้เดรัจฉานนี้จากนั้นผลผ่านจิตก็จะกลายมาเป็ของเขา
“นั่นมันของล้ำค่า!” เต้าหลิงกำหมัดแน่น ฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งเขาได้มาอยู่ด้านหลังของหวังถวนด้วยความเงียบ
หวังถวนกำลังโห่ร้องให้กำลังใจหวังจวิ้นเฟย เขาะโอยู่เสียงก็หายไป แล้วหันหน้ากลับมาก็เห็นใบหน้าเล็กที่กำลังแสยะยิ้มอยู่ หัวใจของเขาก็พลันสั่นระรัวในขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก นิ้วของเต้าหลิงก็แตะเข้าที่ระหว่างคิ้วของเขา
แสงสีทองเส้นหนึ่งพุ่งฝ่าอากาศทะลวงหัวกะโหลกของหวังถวนออกไปราวกับกระบี่สีทองขนาดเล็ก
ในตอนนั้นเข็มเงินทั้งสิบสองเล่มบินว่อนไปทั่วสารทิศ หินขนาดใหญ่แต่ละก้อนแตกสลายเป็ผุยผง พวกมันที่อยู่รวมกันได้ะเิพลังอานุภาพที่น่ากลัวมากยิ่งขึ้นออกมา ทว่าสีหน้าของหวังจวิ้นเฟยกลับขาวซีด ของล้ำค่านี้ไม่ใช่ของล้ำค่าธรรมดา ทำให้เขาใช้มันได้อย่างยากลำบาก
ดวงตาสีแดงของิญญามิงค์ฉายแววร้อนรนออกมา ถึงแม้ว่ามันจะเร็ว แต่เข็มเงินนั้นเร็วกว่ามาก ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไป ชีวิตของมันได้จบสิ้นเป็แน่
เต้าหลิงค่อยๆ เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เขากำลังจะถึงตัวหวังจวิ้นเฟยนั้น เขาก็หงายฝ่ามือออก พลันปรากฏหอคอยแสงม่วงขึ้นกลางฝ่ามือ ทั่วทั้งหอคอยโอบล้อมไปด้วยแสงสีม่วง ในตอนนั้นเองมันก็ะเิพลังออกมา
หอคอยล้ำค่าหมุนลอยอยู่กลางอากาศ ทั้งเก้าชั้นปลดปล่อยแสงสีทองสว่างจ้าออกมา ทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัว
“อะไรกัน” หวังจวิ้นเฟยรู้สึกเสียวสันหลังจนต้องหันกลับไปมองด้วยใบหน้าเปลี่ยนสี
สติของเขาหวนกลับมาก่อนที่เขาจะใช้เข็มทั้งสิบสองเล่มโจมตีเข้าใส่หอคอยล้ำค่า
หอคอยแสงม่วงและเข็มเงินทั้งสิบสองเล่มพุ่งปะทะเข้าด้วยกัน คลื่นลมขนาดใหญ่ะเิออกกระจายตัวเป็วงกว้าง ถ้ำโบราณสั่นไหว ก้อนหินหล่นกระจัดกระจายทั่วพื้นดิน
“ฟู่วว!” เต้าหลิงอ้าปากแล้วพ่นพลังสีทองออกไปผสมกับหอคอยแสงม่วง พลังที่ปลดปล่อยออกมาจากหอคอยแสงม่วงรุนแรงขึ้นหลายเท่า แล้วเริ่มปะทะกับเข็มเงินด้วยความดุเดือด
เข็มเงินทั้งสิบสองสั่นสะท้าน สีหน้าของหวังจวิ้นเฟยซีดเผือดก่อนที่เขาจะกล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เป็ไปได้อย่างไร ทำไมเ้าถึงมีอาวุธล้ำค่า อีกทั้งยังเป็อาวุธล้ำค่าระดับกลาง!”
อาวุธล้ำค่านั้นเป็สิ่งที่หาได้ยากเป็อย่างมาก เข็มเงินทั้งสิบสองเล่มนี้เองก็เป็อาวุธล้ำค่าระดับกลาง ทว่าหากใช้เข็มทั้งหมดรวมกันจะสามารถต่อกรกับอาวุธล้ำค่าระดับสูงได้
หวังจวิ้นเฟยนั้นมีสถานะที่ค่อนข้างสูงในตระกูลหวัง เป็ธรรมดาที่เขาจะมีของล้ำค่า แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายก็จะมีของล้ำค่าเช่นเดียวกัน นั่นทำให้เขาถึงกับหน้าชา หรือว่าหวังหลิ่งจะถูกฆ่าแล้ว
“ที่แท้ก็คืออาวุธล้ำค่านี่เอง” เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก พลางควบคุมหอคอยแสงม่วงเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง หอคอยแสงม่วงยกตัวสูงขึ้นกลางอากาศ พลังที่ะเิออกมาแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ มันปะทะกับเข็มเงินอยู่กลางอากาศ
เข็มเงินทั้งสิบสองเล่มนี้น่ากลัวเป็อย่างมาก มันเหมือนกับเครื่องจักรสังหารขนาดใหญ่ หากหวังจวิ้นเฟยควบคุมมันได้ดั่งใจนึก ิญญามิงค์และเต้าหลิงไม่มีทางรอดจากน้ำมือของเขาได้แน่
“บัดซบ เ้ารนหาที่ตายเองนะ ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ทั้งนั้น!” ใบหน้าของหวังจวิ้นเฟยบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ไอพลังสังหารถูกปลดปล่อยออกมา ก่อนที่เขาจะแผดเสียงคำราม “ข้าจะฆ่าเ้า!”
