ตอนที่ 5
ความวุ่นวายในงานเลี้ยงครอบครัว
ซ่งสือฮวนคาดการณ์ไว้แล้วว่าคนพวกนั้นจะต้องเริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อได้ยินข่าว
แต่นางไม่คิดเลยว่าความอดทนของพวกเขาจะสั้นยิ่งกว่าเวลาที่ใช้ตุ๋นไก่ไม่กี่ตัวเสียอีก
ที่โต๊ะอาหาร ซ่งสือฮวนนั่งอยู่อย่างเงียบเชียบ
ซ่งหยูผู้ใจสลายขณะจ้องมองไก่ตุ๋นที่ควันฉุย เพิ่งจะตัดสินใจกินเพิ่มอีกสักสองสามคำเพื่อปลอบประโลม "ความเศร้า" ของตน ตอนที่พ่อบ้านชราก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ
"ทูลท่านอ๋อง ขันทีเฉินจากตำหนักฮองเฮามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ เขาแจ้งว่าพระนางทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องและองค์หญิงน้อยเข้าวังเพื่อร่วมเสวยพระกระยาหารในทันที"
เมื่อสิ้นคำนั้น เส้นด้ายแห่งความอดกลั้นเส้นสุดท้ายในใจของซ่งหยูก็ขาดผึง
"ต่อให้์ลงมาขวาง ข้าก็จะกินไก่ตัวนี้ให้ได้ในวันนี้" ซ่งหยูประกาศ พลางคีบเนื้อชิ้นหนึ่งวางลงบนจานของซ่งสือฮวน "อาฮวน กินเถอะ"
"ท่านพ่อก็ควรทานด้วยนะเพคะ"
พ่อลูกผลัดกันคีบอาหารให้กันและกัน โดยเมินเฉยต่อคำแจ้งของพ่อบ้านอย่างสิ้นเชิง
เนื้อไก่นั้นนุ่มและไร้ที่ติ—เป็อาหารคุณภาพชั้นเลิศอย่างแท้จริง
ซ่งหยูพยักหน้าอย่างพอใจระหว่างที่เคี้ยว ในเมื่อสุดท้ายมันก็มาลงเอยในท้องของเขาและอาฮวน ไก่พวกนี้ก็ถือว่าไม่ได้ตายเปล่า
ซ่งสือฮวนเหลือบมองผ่านหน้าต่างไปเห็นเฉินฉียืนอยู่ในลานเรือน—เขาคือขันทีคนโปรดที่สุดของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน
ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่ไร้ที่ติ ไม่แสดงความไม่พอใจออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเป็คนสนิทที่ฮองเฮาทรงไว้เนื้อเชื่อใจ
"ท่านพ่อ เสด็จย่าทรงเป็อย่างไรบ้างเพคะ? พระนางทรงใจดีและอ่อนโยนเหมือนเสด็จปู่หรือไม่?" ซ่งสือฮวนถามเบาๆ นางกำนัลที่อยู่ใกล้ๆ รีบเดินไปปิดประตูและหน้าต่างอย่างรู้ความ
"ไม่มีทางเป็เช่นนั้น"
ซ่งหยูเคาะหน้าผากซ่งสือฮวนเบาๆ "เสด็จปู่ของเ้าน่ะห่างไกลจากคำว่าใจดีนัก พ่อจำไม่ได้แล้วว่าโดนท่านตีไปกี่ครั้ง"
และท่านก็ไม่เคยออมมือเลยเสียด้วย
"ส่วนเสด็จย่าของเ้า..." ซ่งหยูวางตะเกียบลง ดวงตาของเขาหม่นลงราวกับมีม่านหมอกมาบดบัง "เ้าเป็หลานสาวแท้ๆ ของนาง นางย่อมต้องรักเ้า"
หัวใจของซ่งสือฮวนสั่นสะท้อน ในชั่วขณะนั้น ซ่งหยูดูเหมือนจะแบกรับความโศกเศร้าอันมหาศาลไว้
นางกำนัลอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจเบาๆ หลังจากเหตุการณ์คราวนั้น นางเคยคิดว่าท่านอ๋องจะไม่มีวันมีผู้สืบทอดเสียแล้ว
ทว่าตอนนี้ เหนือความคาดหมายทั้งปวง เขากลับมีบุตรสาวของตนเองจนได้
......
หลังจากมื้ออาหาร ซ่งหยูและซ่งสือฮวนแยกกันขึ้นรถม้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังพระราชวัง
ภายในรถม้า สีหน้าของซ่งสือฮวนเ็าและห่างเหิน นางเอนหลังหลับตา ดูเหมือนเป็คนละคนกับตอนที่อยู่กับซ่งหยูอย่างสิ้นเชิง
นางกำนัลชินเสียแล้วกับภาพนี้ องค์หญิงน้อยมักจะสำรวมตนอยู่เสมอ และจะเผยด้านที่เป็เด็กออกมาเฉพาะต่อหน้าท่านอ๋องเท่านั้น—ซึ่งนั่นยิ่งทำให้นางดูน่าเอ็นดูมากขึ้นไปอีก
ท้องถนนเงียบสงัด และในไม่ช้ารถม้าก็หยุดลงที่หน้าประตูวัง
"อาฮวน เราถึงแล้ว"
เสียงของซ่งหยูดังขึ้นขณะที่นางกำนัลเลิกม่านออก เขาใช้แขนข้างเดียวอุ้มซ่งสือฮวนลงจากรถม้า
ดวงตาของเฉินฉีหม่นลงเมื่อเห็นภาพนั้น ฮองเฮาทรงคำนวณพลาดเป็ครั้งแรก
ฉินอ๋องไม่เพียงแต่ไม่รังเกียจองค์หญิงน้อย—แต่เขายังรักใคร่นางอย่างยิ่ง
ตำหนักจิ่งเหริน
ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ก้าวเข้าไป เสียงอันเกรี้ยวกราดของฮ่องเต้หยวนหยูก็ดังออกมา
"นี่เราต้องอ้อนวอนให้เขามาร่วมโต๊ะเลยรึ? คนทั้งโต๊ะต้องมารอเขาคนเดียวเช่นนี้หรืออย่างไร?"
"ฝ่าา โปรดระงับพระโทสะเถิดเพคะ หยูเอ๋อร์คงถูกรั้งตัวไว้ด้วยธุระด่วน" เสียงอันอ่อนโยนเอ่ยปลอบ ทว่ากลับยิ่งสุมไฟโทสะของฮ่องเต้ให้ลุกโชนขึ้นไปอีก
"ธุระด่วนอะไรที่มันจะมีได้? เ้าลูกไม่รักดีนั่นเอาแต่วันๆ เที่ยวเตร่เสเพลอยู่ข้างนอก ทำวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย!"
ซ่งหยูแคะหูอย่างไม่ใส่ใจ เขาได้ยินคำด่าทอแบบนี้บ่อยเสียจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้ว
ดวงตาของซ่งสือฮวนหรี่ลง นางหยิกต้นขาด้านในของตัวเองอย่างแรง
ซี้ด— เจ็บชะมัด
น้ำตาเอ่อล้นออกมาในทันที ได้ผลดียิ่งกว่าความพยายามเมื่อตอนเช้าเสียอีก
"ฉินอ๋องเสด็จแล้ว—"
เพล้ง!
ถ้วยน้ำชาแตกกระจายอยู่แทบเท้าของซ่งหยูและซ่งสือฮวน ซ่งหยูรีบดึงนางเข้ามากอดในอ้อมแขนเพื่อปกป้องทันที
ก่อนที่ฮ่องเต้หยวนหยูจะทันได้เริ่มตำหนิ เด็กน้อยในอ้อมกอดของซ่งหยูก็ะเิเสียงสะอื้นออกมาดังลั่น
"เสด็จพ่อ หากท่านโกรธก็มาลงที่ลูก! จะไปขู่เด็กให้ขวัญเสียทำไม?" ซ่งหยูสวนกลับ พลางจ้องเขม็งไปที่ฮ่องเต้
ฮ่องเต้หยวนหยูผู้ซึ่งชินกับการระบายอารมณ์ใส่ซ่งหยู ลืมไปชั่วขณะว่าซ่งสือฮวนก็อยู่ที่นั่นด้วย เมื่อเห็นนางร้องไห้อย่างน่าสงสาร สีหน้าของพระองค์ก็เริ่มเจื่อนลง
ความจริงแล้ว พระองค์ทรงเอ็นดูหลานสาวที่เพิ่งพบคนนี้อยู่ไม่น้อย
"อาฮวน ปู่แค่ทำมือลื่นเมื่อครู่นี้เอง อย่ากลัวไปเลยนะ"
ฮองเฮาองค์ปัจจุบันกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ั้แ่เมื่อไหร่กันที่ฮ่องเต้ทรงแสดงความอ่อนโยนเช่นนี้ต่อหลานคนอื่นๆ?
พระนางทรงประชวรใน่งานเลี้ยงวันเกิดจึงไม่ได้เห็นความโปรดปรานนี้ด้วยตาตนเอง
แต่ตอนนี้...
ชัดเจนว่าฮ่องเต้ทรงเห็นเด็กคนนี้เป็คนสำคัญ
ความสนใจเช่นนี้ควรจะเป็ของหลิงเอ๋อร์—ทว่ามันกลับตกไปอยู่ที่ซ่งหยูแทน
แบบนี้ไม่ได้การแน่!
"หยูเอ๋อร์ พ่อของเ้าก็แค่กังวลหลังจากที่ต้องรอนาน" ฮองเฮาเอ่ยพลางลุกขึ้นอย่างสง่างาม "แม่อยากจะพบเด็กคนนี้ในวันนี้ อาฮวน มาหาปู่ย่าสิจ๊ะ"
ซ่งสือฮวนไม่ขยับเลยแม้แต่นิ้วเดียว ฮองเฮายังคงรักษาท่าทีที่สงบนิ่งไว้ได้
"เด็กดี ย่าได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนแล้ว ย่าได้ดุด่าพวกเขาอย่างหนักไปแล้ว" พระนางบุ้ยใบ้ไปทางองค์รัชทายาทและพระชายารัชทายาท
"เ้าเป็เืเนื้อเชื้อไขของพวกเขาเอง มีหรือที่พวกเขาจะไม่รักเ้า?"
"เสด็จแม่เข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ซ่งหยูเค่นยิ้ม
"นี่คือลูกของลูก นางไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตำหนักตะวันออกทั้งสิ้น"
"แต่ว่า... เืข้นกว่าน้ำนะ เ้าถึงขั้นต้องตัดสายสัมพันธ์เลยหรือ?" ดวงตาของฮองเฮาเริ่มแดงระเรื่อ
"มันไม่เคยมีสายสัมพันธ์มาั้แ่แรกแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ท่าทีดื้อรั้นของซ่งหยูจุดไฟโทสะของฮ่องเต้หยวนหยูขึ้นมาอีกครั้ง "สามหาว! เ้าปล่อยให้ทุกคนรอ แล้วตอนนี้ยังกล้าทำตัวโอหังเช่นนี้อีกรึ?"
ทันทีที่ซ่งหยูยืดไหล่เตรียมจะโต้เถียง ซ่งสือฮวนก็พูดแทรกขึ้นมาผ่านเสียงสะอื้น
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะเพคะเสด็จปู่"
"เป็ความผิดของอาฮวนเอง ท่านพ่อตุ๋นไก่ชนจากในจวนเพื่อปลอบใจอาฮวน พวกเรากำลังกินกันอยู่ตอนที่ท่านขันทีไปถึง... นั่นคือเหตุผลที่พวกเรามาสายเพคะ"
ฮ่องเต้หยวนหยูถึงกับชะงักตะลึง พระองค์หูฝาดไปหรือเปล่า?
ไอ้ไก่ชนเวรพวกนั้นในจวนฉินอ๋อง—โดนจับตุ๋นงั้นรึ?
"อาฮวน บอกปู่ที—เ้ากินอะไรลงไปกันแน่?"
"ไก่ตัวโตๆ ที่ท่านพ่อมักจะพาออกไปข้างนอกด้วยกันบ่อยๆ เพคะ ทั้งหมดถูกตุ๋นเป็ซุปไปแล้ว" ซ่งสือฮวนสะอึกสะอื้น
"ท่านพ่อยังทิ้งจิ้งหรีดไปหมดเลยด้วย ส่วนสุรา—อาฮวนไม่ชอบเพคะ ท่านพ่อเลยสั่งให้ขนออกจากจวนไปจนหมดแล้ว"
สีหน้าของฮ่องเต้หยวนหยูเปลี่ยนจากพายุคลั่งเป็สว่างไสวในชั่วพริบตา
"พวกเ้ากินไก่พวกนั้นหมดหรือยัง?"
"ยังเพคะ อาฮวนกับท่านพ่อกินต่อไม่ไหวแล้ว" นางลูบท้องที่กลมป่องเพื่อเป็การยืนยัน
"ใครก็ได้ ไปที่จวนฉินอ๋องแล้วเอาไก่ที่เหลือกลับมา อุ่นมันซะ—เราจะกินด้วย"
ไก่ชนต้องสาปพวกนั้นเคยทำให้พระองค์พิโรธจนนอนไม่หลับมาถึงสามคืนเต็ม!
ฮองเฮาองค์ปัจจุบันฝืนยิ้ม พลางบดเคี้ยวฟันจนแทบแหลกเป็ผง
