ในตอนนี้ทั่วทั้งเมืองจงไห่กำลังปกคลุมไปด้วยหิมะ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยลดลงต่ำกว่าศูนย์องศา
ด้วยเครื่องทำความร้อนที่นิยมใช้ในฤดูหนาว ทำให้บ้านของผู้คนในเมืองแปรเปลี่ยนกลายเป็สรวง์อันอบอุ่น จนทำให้ใครต่อใครต่างก็ี้เีลุกขึ้นมาทำงาน
โดยเฉพาะกับหยางเฉินที่ผ่านศึกรักมาเกือบร้อยรอบกับโม่เชี่ยนนี เขายังคงนอนอยู่บนเตียงนุ่มไม่ลุกไปไหน
ผู้หญิงนั้นมีกลิ่นเฉพาะตัวที่เป็เอกลักษณ์มาก เช่นเดียวกับเตียงที่หยางเฉินกำลังนอนหลับมันมีกลิ่นของโม่เชี่ยนนีกระจายอยู่เช่นกัน ทำให้เขารู้สึกมีความสุขเมื่อได้นอนหลับไปพร้อมกับกลิ่นอันหอมหวนนี้
เมื่อวันก่อนเป็วันพฤหัส ในวันศุกร์นี้หยางเฉินจะต้องไปทำงานที่บริษัท แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาแต่อย่างใด
ในที่สุดหยางเฉินก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เขามองไปยังโม่เชี่ยนนีที่อยู่ด้านข้าง แต่เหมือนว่าเธอจะไม่ได้นอนอยู่ข้างเขา แต่หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาก่อนแล้ว หยางเฉินลุกขึ้นมามองเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะพบว่าไฟในนั้นกำลังเปิดอยู่ ดูเหมือนว่าโม่เชี่ยนนีกำลังแต่งหน้าของเธอด้วยความพิถีพิถัน
หยางเฉินเผยรอยยิ้มออกมา เขาคิดว่าผู้หญิงทุกคนนั้นต่างก็ห่วงความสวยงามของตนอยู่ตลอดเวลา ถ้าว่างหรือมีโอกาสเมื่อไรพวกเธอก็จะรีบเข้าไปแต่งหน้าในห้องน้ำทันที
โม่เชี่ยนนีที่อยู่ในห้องน้ำค่อยๆ บรรจงแต่งหน้าอย่างช้าๆ เนื่องจากร่างกายที่เพิ่งผ่าน ''ศึกหนัก'' เมื่อคืน ทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้สะดวกมากนัก ในตอนแรกเธอคิดว่าหลังจากผ่านการกรำศึกรักระหว่างเธอกับหยางเฉินแล้ว เธอคงไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ โชคยังดีที่เธอยังมีแรงพยุงตัวลุกขึ้นมาแต่งหน้าในตอนเช้า
หยางเฉินลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วเดินไปยังกระจกหน้าห้องน้ำที่โม่เชี่ยนนีกำลังแต่งหน้าอยู่อย่างช้าๆ ภาพของทั้งคู่ซ้อนทับกันจนเป็เงาๆ เดียวอยู่ภายในกระจก หยางเฉินเดินเข้าไปสวมกอดโม่เชี่ยนนีจากด้านหลัง เขาค่อยๆ ยื่นมือไปโอบรอบเอวบางของเธอ
“คุณตื่นั้แ่เมื่อไรเหรอครับ?”
โม่เชี่ยนนีเห็นว่าหยางเฉินเดินเข้ามากอดเธอ ทำให้เธอคิดไปถึงค่ำคืนที่น่าอายที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าทั้งเธอและเขาจะเห็นร่างกายของอีกฝ่ายไปทุกส่วนแล้ว แต่โม่เชี่ยนนีก็ยังรู้สึกอายอยู่ดี
ผู้ชายคนนี้ได้กำไรมากเกินไป นอกจากเธอจะเหนื่อยจนขยับไม่ได้แล้ว เขายังได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้นด้วย
“ั้แ่ตีสี่ ฉันนอนไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ”
หยางเฉินขมวดคิ้ว “เชี่ยนเชี่ยนน้อย คุณไม่คิดว่ามันไวเกินไปเหรอ ในความเป็จริงแล้วต่อให้คุณไม่แต่งหน้าคุณก็สวยอยู่ดีนั่นแหละครับ”
“มันแตกต่างกันนะคะ” โม่เชี่ยนนีลดศีรษะของเธอลง เนื่องจากใบหน้าของเธอกำลังค่อยๆ แดงขึ้น
หยางเฉินรู้สึกสงสัย “แตกต่างตรงไหนเหรอครับ?”
“คุณแม่ของฉันเคยบอกว่าถ้าวันใดฉันแต่งงานกับคนที่รัก ฉันจะต้องลุกออกจากเตียงก่อนสามีจะตื่นเสมอ ตื่นขึ้นมาแต่งตัวให้สวยเพื่อให้สามีได้เห็นเป็คนแรก เพื่อให้เขาเห็นว่าฉันแคร์คนที่ฉันรักมากขนาดไหน”
หัวใจของหยางเฉินพลันอบอุ่นขึ้นมาจากคำพูดของโม่เชี่ยนนี เขาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวเบาๆ “ผมต้องขอบคุณแม่สะใภ้จริงๆ ที่สอนคุณให้เป็คนที่มอบความรักให้ผมอย่างจริงใจ”
โม่เชี่ยนนีเผยรอยยิ้มออกมา “นั่นเป็เพราะฉันแต่งงานกับนายไม่ได้ ที่ฉันทำได้ก็แค่ให้นายรู้สึกดีเวลาที่ลุกออกจากเตียงหลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมาเท่านั้น”
“คุณอยากให้ผมหย่ากับน้องสาวของคุณ แล้วมาแต่งงานกับคุณอีกครั้งเหรอครับ?” หยางเฉินโอดครวญขึ้นมา
"ใช่!"
โม่เชี่ยนนีตอบหยางเฉินอย่างจริงจัง แต่หลังจากนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมา “แต่ฉันไม่คิดจะทำอย่างนั้น ฉันรู้ว่านายเข้าใจ”
“ผมเข้าใจ แต่ไม่ใช่เพราะว่าผมห่วงความสัมพันธ์ของคุณกับท่านประธานคนก่อน ที่ผมไม่ทำก็เพราะผมอยากจะมั่นใจมากกว่านี้ อย่างน้อยที่สุดถ้าผมไม่มั่นใจ ผมก็จะไม่ทำมันอย่างเด็ดขาด” หยางเฉินกล่าวเสียงต่ำ
“พูดอีกครั้งสิ ผู้หญิงตรงหน้านายอยากจะได้ยินคำนั่นอีกสักครั้งจัง” โม่เชี่ยนนีเอ่ยด้วยสายตาซุกซน เธอยิ้มให้คำพูดของหยางเฉิน
หยางเฉินแทบจะอดใจไม่ไหวในทันที แต่ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นยืนและกระแอมไอออกมาสองสามครั้ง พร้อมทั้งมองออกไปยังนอกหน้าต่าง “ในตอนแรกผมไม่คิดจะกลับไปที่ตัวเมืองจงไห่ในวันนี้ นอกจากนี้ผมยังรู้สึกเหมือนเป็ไข้นิดๆ ด้วย อยากได้น้ำอุ่นจัง...”
“นายทำตัวงี่เง่าอีกเเล้ว เชิญทำต่อไปเถอะ ใครจะสนล่ะ!” โม่เชี่ยนนีกลอกตาไปมาก่อนจะยิ้มที่มุมปากราวกับเด็กซุกซน
