เวลานี้เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งขุดเจาะเส้นทางจนผ่าน่กำแพงเพลิงเข้ามาแล้ว ก่อนขุดเจาะกลับไปยังเส้นทางปกติของโบราณสถาน
กระแสความร้อนะเิขึ้นมา ราชันหั่วยวินเยาซ่อนตัวมานาน กลิ่นอายเปลวเพลิงในนี้ไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้ เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งที่อยู่ห่างออกไปยังััได้
“พวกมันไล่ตามมาแล้ว”
ซูเฟยหยิ่งได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายติดตามมาห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตร และตระหนักได้ทันทีว่าเหล่าจอมยุทธ์ไล่ตามมาแล้ว
“ไม่เป็ไรครับ พวกเราซ่อนตัวกันก่อน”
เย่เฟิงกลอกตาเ้าเล่ห์พลางขบคิดแผนการ ดึงซูเฟยหยิ่งไปหลบอยู่มุมหนึ่งของโถงทางเดิน ก่อนใช้ทักษะอำพรางตาและทักษะล่องหนปกคลุมตัวเองและอาจารย์อย่างรวดเร็ว
ผู้าุโทั้งสี่ของตำหนักไท่จี๋ไม่น่าจะเห็นพวกเขา คงผ่านไปโดยที่ััถึงพวกเขาไม่ได้
ซูเฟยหยิ่งตระหนักถึงแผนการของเย่เฟิงในทันที ชายหนุ่ม้าให้คนของตำหนักไท่จี๋เป็ฝ่ายนำหน้า! หากราชันหั่วยวินเยาและผู้าุโทั้งสี่ของตำหนักไท่จี๋สู้กัน เย่เฟิงและเธอเองจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ในท้ายสุด
หญิงสวเกรงว่าพลังบ่มเพาะของเย่เฟิงจะน้อยเกินไป ทักษะล่องหนอาจไม่เพียงพอ จึงเขยิบเข้าใกล้ลูกศิษย์แล้วสะบัดมือขาว ใช้วิชาเซียนล่องหนที่มีระดับพลังบ่มเพาะถึงหนึ่งร้อยปี ปกคลุมตัวเองและเย่เฟิง สถานการณ์ตอนนี้แน่นอนว่าผู้าุโทั้งสี่ไม่มีทางที่จะััได้ถึงพวกเขาเลย
มั่นใจได้ว่าพวกเขานำศิษย์ตำหนักไท่จี๋สิบคน ผ่านเส้นทางที่เย่เฟิงขุดเอาไว้อย่างรวดเร็ว เมื่อออกจากเส้นทางนั้นแล้วหันไปมองกำแพงเพลิง สีหน้าก็ค่อนข้างมืดมน เนื่องจากพวกเขาคิดไม่ออกเลยว่า เย่เฟิงและเทพธิดามีวิธีการอันน่ากลัวแบบไหนกันแน่ ถึงสามารถขุดเจาะกำแพงโบราณสถานแห่งนี้ได้!
เมื่อครู่ขณะพวกเขาไล่ตาม ไม่นานก็ค้นพบว่ามันเป็เพียงร่างปลอม พลันตระหนักได้ว่าพลาดท่าแล้ว จึงหันหลังกลับเข้ามายังเส้นทางนี้ แต่ไม่คิดว่าจะช้าไปก้าวหนึ่ง ไม่สามารถหยุดสองคนนั้นได้
“ไม่เป็ไรหรอก ผู้าุโจู๋ ท่านกลับไปเรียกกำลังเสริมก่อน พวกเราจะถือโอกาสนี้สำรวจลึกเข้าไปในโบราณสถานก่อน”
หญิงชราผู้นี้คือผู้าุโเหมย บนใบหน้ามีผ้าคลุม เธอเอ่ยปากพูดกับผู้าุโจู๋
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลายคนต่างเห็นด้วย ทำให้ผู้าุโจู๋ต้องกลับไป เพื่อเรียกศิษย์ตำหนักไท่จี๋ด้านนอกมาเป็กำลังเสริม ส่วนคนที่เหลือจะเข้าไปสำรวจส่วนลึกของโบราณสถานก่อน เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ เื่นี้ทำให้ผู้าุโจู๋ค่อนข้างอึดอัด
แม่มันเถอะ! ถ้ามีของดีอยู่ในส่วนลึกของโบราณสถานแห่งนี้ ไม่ใช่ว่าผู้าุโอีกสามคนจะได้มันไปหรือ? ทั้งสามคนลงความเห็นให้เขากลับออกไป เขาก็ได้แต่ทำตามเสียงส่วนมาก แน่นอนว่าข้างในกลับไม่พอใจ
ผู้าุโจู๋หันกลับไปทันที เหตุการณ์ด้านนี้ดูผิดปกติเล็กน้อย และสถานการณ์ของตระกูลถังกับสำนักหมัดเทวาก็ดูเหมือนไม่ถูกต้องเช่นกัน จำเป็ต้องติดต่อไปยังฐานบัญชาการของตำหนักไท่จี๋ ให้พวกเขาส่งกำลังคนมาเพิ่มขึ้น
ขณะสำรวจลึกเข้าไปในโบราณสถาน ตราบเท่าที่ผู้าุโเหมย ผู้าุโหลาน และผู้าุโจวี๋ ไม่รีบเร่งและโลภมาก มันควรจะไม่มีปัญหาอะไร นอกจากนี้ผู้าุโทั้งสามยังมีระดับวรยุทธ์รวมกันเกือบสามร้อยปี ในโลกนี้คงไม่มีใครสามารถเอาชนะทั้งสามได้ง่ายดายนัก
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ต้องเผชิญหน้าไม่ใช่ของบนโลกใบนี้?
ภายใต้ทักษะล่องหนของซูเฟยหยิ่ง พวกเขาซ่อนตัวจากคนของตำหนักไท่จี๋ได้สำเร็จ หลังจากผู้าุโจู๋จากไปแล้ว ผู้าุโทั้งสามก็เผยสีหน้าเ้าเล่ห์มากแผนการ ก้าวลึกเข้าไปในโบราณสถาน
ในหมู่สี่ผู้าุโ ผู้าุโจู๋มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประมุขตำหนักไท่จี๋คนปัจจุบัน ในการคัดเลือกประมุขคนใหม่ที่จะมาถึงเร็วๆ นี้ ทำให้ผู้าุโทั้งสามไม่พอใจนัก พวกเขาไม่้าให้ผู้าุโจู๋ได้รับผลประโยชน์
ขณะมองกลุ่มคนมุ่งหน้าเข้าไป เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งก็แอบติดตามพวกเขาอยู่เื้ัโดยปราศจากเสียง เย่เฟิงได้กลิ่นหอมจากร่างแบบบางของซูเฟยหยิ่งที่อยู่ด้านข้าง พลันขบคิดเื่บางอย่าง อาจารย์มักเป็คนกล้าหาญปราศจากความกลัวแต่รอบคอบมาก เมื่อต้องจัดการราชันหั่วยวินเยาจึงระแวดระวังอย่างยิ่ง
ซูเฟยหยิ่งเอียงหัว ไม่รู้ว่าเย่เฟิงมองตนทำไม แต่ร่างอันงดงามแสดงออกถึงความสุข ในโลกเทวะ เนื่องจากทรัพยากรมีน้อย พร์ของเย่เฟิงจึงไม่โดดเด่น แต่หลังจากมาโลกนี้ เย่เฟิงเติบโตอย่างรวดเร็ว ตราบเท่าที่ให้เวลากับเขา เขาคงสามารถรับมือโม่จิ่วเกอได้เลย แน่นอนว่าบนโลกนี้เต็มไปด้วยสมบัติ์ และไม่มีทางตกไปอยู่ในมือูเาแดนใต้ของตระกูลโม่ได้
แน่นอนว่าจะให้เย่เฟิงรับมือทั้งูเาแดนใต้ของตระกูลโม่คงเป็ไปไม่ได้ แม้เย่เฟิงมีระดับพลังบ่มเพาะหนึ่งร้อยปีก็ยังคงเป็เื่ยากสำหรับเขา เว้นเสียแต่ว่า…
ซูเฟยหยิ่งใช้จิตหยั่งรู้ตรวจสอบผู้ฝึกิญญาทั้งสองที่อยู่เื้ั เห็นได้ชัดเจนว่าเย่เฟิงสนใจในการจัดตั้งกองกำลังของตัวเองบนโลกนี้ เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น ควบคู่กับร่างชีพจรเซียนของหลงหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกาย บางทีอาจจะรับมือูเาแดนใต้ของตระกูลโม่ได้
อย่างไรก็ตาม เป็ไปไม่ได้ที่ซูเฟยหยิ่งจะหวังพึ่งแต่เย่เฟิง เธอมักแข็งแกร่งอยู่เสมอ แม้เย่เฟิงจะสามารถรับมือตระกูลโม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้น ตัวเธอเองก็ต้องแข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว การที่ศิษย์จะล้ำหน้ากว่าอาจารย์ ดูเหมือนเป็สิ่งที่ซูเฟยหยิ่งยากจะยอมรับ
เหล่าศิษย์ตำหนักไท่จี๋เดินนำอยู่ด้านหน้า ส่วนเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งติดตามอยู่เื้ั สามารถััได้ว่าความร้อนในอากาศยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งบางมุมถึงขั้นปรากฏเปลวเพลิงขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเข้าใกล้ตำแหน่งที่ราชันหั่วยวินเยาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ
แม้บรรยากาศตึงเครียด แต่ผู้าุโทั้งสามไม่คิดว่าตนมาผิดทาง ตราบเท่าที่พวกเขาเดินไปตามเส้นทางที่มีความร้อน
สมบัติวิเศษอะไรกันถึงสามารถสร้างความร้อนได้ขนาดนี้?
เฉินเจี้ยนสยงถูกชิงกระจกครอบสุริยะไป พวกเขากลับพบสมบัติวิเศษตระกูลไฟ ดังนั้นเื่นี้พวกเขาจึงเป็ต่อ เมื่อถึงเวลาเลือกประมุขคนใหม่ เฉินเจี้ยนสยงจะต้องไม่มีโอกาสอีกแน่!
ผู้าุโเหมย ผู้าุโหลาน และผู้าุโจวี๋ต่างคิดการณ์ไกล ภายในใจร้อนรุ่ม ฝีเท้ายิ่งก้าวเร็วขึ้น
ไม่นานทุกคนก็มาถึงทางเข้าใจกลางโบราณสถาน!
“หยุดก่อน มันอยู่ที่นี่ ” อยู่ๆ ซูเฟยหยิ่งก็รั้งเย่เฟิงให้หลบอยู่มุมกำแพง ชะลอฝีเท้า ซ่อนตัวอยู่ด้วยกัน “ราชันหั่วยวินเยาอยู่ข้างหน้านี้เอง”
เมื่อเสียงใสของนางเอ่ยจบ เบื้องหน้าพลันเกิดเสียงร้องตื่นใ ซึ่งก็คือผู้าุโเหมย ผู้าุโหลาน และผู้าุโจวี๋ รวมถึงศิษย์ทั้งสิบคนเช่นกัน
แรกเริ่มพวกเขารู้สึกยินดีและเร่งฝีเท้า แต่เมื่อมาถึง แท้จริงกลับพบภูตผี ได้แต่หวังว่าจะหันหลังกลับออกจากโบราณสถานนี้ให้เร็วที่สุด ผลประโยชน์อะไรต่างลืมไปหมดสิ้น
ในมุมห่างไปไม่ไกลที่ซูเฟยหยิ่งและเย่เฟิงอยู่ มันเป็เวทีขนาดใหญ่อยู่ใจกลางตำหนัก มีอสูรร้ายนอนหลับอยู่ในตำหนักนั้น แท้จริงคือราชันหั่วยวินเยา รูปร่างสูงเกือบสี่เมตร หัวกระทิงและทั้งร่างปกคลุมด้วยเปลวเพลิง แม้กระทั่งนัยตาก็ดูเฉยชา แต่กลิ่นอายทรงพลังที่ไม่อาจประเมินได้ทำให้ศิษย์ตำหนักไท่จี๋ตื่นตระหนกจนแทบเสียสติเลยทีเดียว
นี่เป็ภูตผีปีศาจอะไรกัน?!
