พอมาลองคิดดูให้ดีก็พบว่าที่นี่คือพื้นที่ในูเา มันเป็จุดชุกชุมของเหล่ามอนสเตอร์ที่พบเห็นได้บ่อยในโลกแฟนตาซีอยู่แล้ว
“อึก...จะมาก็มาเลยเซ่!”
ผมเอื้อมมือไปหยิบพลั่วจากด้านหลังออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมเอาไว้
และแล้วในที่สุดก็มีก้อนเงาหนึ่งพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ตรงหน้า
“ว้ากกกก!”
ผมจึงทำการหวดพลั่วไปอย่างสุดแรง...แต่มันก็ไม่เข้าเป้า นั่นก็เพราะว่าร่างเงาดังกล่าวมันร่อนลงมายังจุดที่ห่างออกไปจากตัวของผมเล็กน้อย
เมื่อลองเลื่อนสายตาลงไปเล็กน้อยนั้นก็พบกับสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกระต่ายตัวใหญ่ซึ่งมีเขางอกออกมาจากหน้าผาก
เ้ากระต่ายมันเล็งเขามายังทิศทางของตัวผมแล้วก็ย่ำเท้าไปมาหลายครั้ง
“โหย~... ฮอร์นแรบบิทอะไรนั่นสินะ? ถ้าโดนเขาแทงเข้าละก็มีหวังเจ็บแย่”
ผมวางสัมภาระที่เกะกะเอาไว้บนพื้น แล้วก็ตั้งท่าถือพลั่วเผชิญหน้ากับฮอร์นแรบบิท
จากนั้น— การต่อสู้อันดุเดือดก็เริ่มต้นขึ้น
“โอ๊ะ! ฮ่า! ฮึบ!”
ผมสามารถหลบการโจมตีของฮอร์นแรบบิทได้อย่างฉิวเฉียด
แม้การหลบจะสร้างโอกาสทองในการโจมตีฮอร์นแรบบิทที่ยังพุ่งไปตามน้ำได้ก็ตาม แต่มันก็มีเหตุผลที่ผมไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
“บ้าที่สุด...ทำไมถึงขนฟูน่ารักแบบนี้ละ ขี้โกงนี่หว่า!”
โดยส่วนตัวแล้วผมชอบสัตว์ที่ขนฟูดูนุ่มนิ่มเป็ที่สุดเลย พวกสุนัขหรือแมวนี่ไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกระต่ายนี่เป็อะไรที่แพ้ทางสุดๆ
ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะสามารถใช้พลั่วทุบสิ่งมีชีวิตสุดน่ารักแบบนี้ลงอยู่แล้วละ
“ช่วยไม่ได้แฮะ...คงต้องทนจนกว่ามันจะอ่อนแรงลงแล้วกัน!”
ทางเลือกที่เหลือคือหนึ่งเดียว...คือการคอยหลบไปเรื่อยๆ จนกว่าน้องกระต่ายจะยอมแพ้แล้วหนีไป!
เมื่อผมตัดสินใจได้ดังนั้นก็เหวี่ยงพลั่วทิ้งไป
“อย่าขยับนะ!”
ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นซึ่งมาพร้อมกับลูกธนูที่ปักเข้าเต็มตัวของน้องกระต่าย
[ปู้!?]
คริติคอลดาเมจ
น้องกระต่ายส่งเสียงร้องออกมาอย่างสุดน่ารักแล้วนอนแน่นิ่ง
“เกือบไปแล้วนะ”
เมื่อผมหันไปตามต้นเสียงที่ดังขึ้นก็พบกับชายคนหนึ่งที่อายุราวๆ 30 ปรากฏตัวออกมา ในมือของเขามีธนูอยู่ด้วย ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกเขาน่าจะเป็นายพรานละมั้ง
ร่างกายกำยำ หนวดเคราเฟิ้ม ที่แก้มมีรอยแผลขนาดใหญ่
เอาเป็ว่าผมคงต้องพูดอะไรออกมาก่อน
“ขะ...ขอบพระคุณมากเลยนะครับ เป็เพราะคุณแท้ๆ ที่ช่วยผมให้รอดมาได้”
ผมกล่าวขอบคุณชายที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็โค้งศีรษะลง
“ไม่เป็ไร มันก็แค่นี้เอง เป็เพราะนายช่วยถ่วงเวลามันไว้เลยทำให้ฉันจัดการมันได้ยังไงละ”
พอชายคนดังกล่าวพูดเสร็จแล้วเขาก็ยิ้มขึ้น จากนั้นเขาก็เดินไปดึงลูกธนูที่ปักน้องกระต่ายอยู่
“ว่าแต่นายเป็นักเดินทางเหรอ? ไม่เคยเห็นใครแต่งตัวแบบนี้ในละแวกนี้เลย”
เมื่อเขาเห็นสไตล์การแต่งตัวของผมที่เป็ชุดสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งนั้นเขาจึงแสดงสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจ
สำหรับคนในโลกแห่งนี้นั้นเขาคงคิดว่าผมเป็คนต่างถิ่นต่างแดนแน่
แน่นอนว่าผมได้คาดคะเนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าการมายังต่างโลกแบบนี้ต้องมีคำถามในลักษณะนี้เกิดขึ้นแน่ เพราะฉะนั้นจึงได้จำลองเหตุการณ์ลักษณะนี้ในหัวหลายรอบเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดเอาไว้
“ที่จริงแล้ว...ดูเหมือนว่าผมจะโดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่ศีรษะ ตอนนี้เลยนึกอะไรไม่ออกเลยละครับ...”
ผมแสดงสีหน้าอย่างเศร้าสลดอย่างถึงที่สุด
“เฮ้ยๆๆ ไหวปะเนี่ย? มีตรงไหนที่เจ็บอีกรึเปล่าน่ะ?”
“ไหวอยู่ครับ ที่เจ็บมีแต่หัวเท่านั้น”
การตอแหลซึ่งหน้าแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกเ็ปเอาเื่
“งั้นรึ...”
ชายคนนั้นชะโงกหน้าเข้ามามองด้วยแววตาที่เป็กังวล
ท่าทางเขาจะเป็คนดีเอาเื่เลยแฮะ
“สรุปก็คือ ไม่รู้ว่าตัวเองมาจากไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงอยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ”
“...ครับ”
“จำชื่อของตัวเองได้รึเปล่า?”
“อ๊ะ ถ้าชื่อยังจำได้อยู่ครับ”
ผมเลื่อนสายตาไปมองหน้าของผู้ชายคนนั้น แล้วก็ยกมือขึ้นประคองอกแล้วก็บอกชื่อของตัวเองไป
“ผมชื่อมาซากิครับ โคโนเอะ มาซากิ”
“หืม มาซากิเรอะ ช่างเป็ชื่อที่แปลกดีแฮะ ฉันชื่อเมลองนะ เมลอง โดเรียน ก็ตามที่เห็นละนะฉันเป็นายพราน”
ชายคนดังกล่าวที่ชื่อว่าคุณเมลองนั้นเขาแกว่งธนูที่ถืออยู่แล้วก็อมยิ้มขึ้น
“แล้วเอาไงต่อล่ะมาซากิ นายมีจุดหมายปลายทางที่คิดจะไปต่อหรือเปล่าน่ะ?”
“ไม่ครับ...ไม่มีเลยครับ”
“...งั้นเหรอ เอาน่า อย่าทำหน้ามุ่ยแบบนั้นสิ อีกไม่นานเดี๋ยวนายก็จะนึกออกเอง หากไม่มีที่ไปละก็ดีเลยละมั้ง ช่วยถือเ้านี่หน่อยแล้วกัน แล้วจะให้พักที่บ้านของฉันเป็การตอบแทน”
พอคุณเมลองกล่าวจบแล้วเขาก็ตบหลังของผม “ก๊ากๆ” แล้วก็หัวเราะลั่นออกมา
และแล้วค่ำคืนแรกภายในโลกต่างมิตินั้นก็ลงเอยด้วยการพักค้างคืนที่บ้านของคุณเมลอง
“กลับมาแล้ว~”
จุดปลายสายตาซึ่งคุณเมลองยกมือโบกไปให้นั้น คือผู้หญิงที่แสนสวยคนหนึ่ง
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณ”
“กลับมาแล้วอิซาเบลล่า วันนี้ฉันพาแขกมาด้วยละ”
“แขก...เหรอคะ?”
“อื้ม เขาคือมาซากิ เขาเกือบจะโดนฮอร์นแรบบิทเล่นงานแต่ก็ได้ธนูของฉันเข้าไปช่วยเอาไว้! ใช่ปะ?”
คุณเมลองกล่าวพร้อมกับยิ้มแฉ่งขึ้น เสร็จแล้วเขาก็ใช้ฝ่ามือตบที่หลังของผม ซึ่งนั่นทำให้คุณอิซาเบลล่าได้สังเกตเห็นตัวตนของผมเป็ครั้งแรก
ซึ่งเื่นั้นก็ไม่ใช่ความผิดของหล่อนแต่อย่างใด ก็เพราะคุณเมลองนั้นเป็คนที่มีรูปร่างกำยำมาก การเดินตามหลังของเขาเลยทำให้ร่างของผมถูกบังมิดหมดเลย
“สวัสดีครับคุณอิซาเบลล่า ผมชื่อมาซากิครับ ที่รอดจากภัยได้ในวันนี้เป็เพราะคุณเมลองช่วยเอาไว้”
“แหมๆ สวัสดีจ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ ฉันเป็ภรรยาของเขา ชื่อว่าอิซาเบลล่าจ้ะ”
คุณอิซาเบลล่าปรายยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน
ดูเป็คนที่สงบเสงี่ยมดีแฮะ เราเองก็อยากจะมีภรรยาแบบนี้เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ผมเคยได้มีโอกาสไปนัดบอดกับเขามาแล้วหนหนึ่ง ผู้หญิงที่เจอล้วนแต่เหมือนกับตัวบอสโทรลใน Dragon Quest เกือบหมดเลย
“ดูนี่สิอิซาเบลล่า! ดูฮอร์นแรบบิทตัวนี้สิ!”
พอคุณเมลองกล่าวจบแล้วเขาก็ชูกระต่ายออกมา
“เกิดมาพึ่งเคยเห็นฮอร์นแรบบิทตัวใหญ่ขนาดนี้เลยค่ะคุณ!”
“ใช่ไหมละ เป็เพราะมาซากิแท้ๆ เลย ถ้าเอาขนของเ้านี่ไปขายก็หายห่วงเื่เงินค่ากินอยู่ไปหนึ่งเดือนเลยละนะ!”
“หุๆ คุณเนี่ยจะดี๊ด๊าเกินไปแล้วนะคะ คุณมาซากิกำลังมองทางนี้อยู่นะคะ”
“การที่นายพรานอวดเบ่งของที่ตัวเองล่าได้มันผิดตรงไหนเล่า! นายก็คิดเหมือนกันใช่ไหมล่ะมาซากิ”
คุณเมลองหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้วเขาก็ใช้แขนข้างหนึ่งโอบหลังของผมเอาไว้
เมื่อเขาเลี้ยงชีพด้วยธนูคันเดียวแบบนี้ คงไม่ใช่เื่แปลกเลยที่เขาจะภาคภูมิใจในความสามารถด้านการล่าของตนเอง
เพราะฉะนั้นผมจึงกล่าวตอบไปว่า
“ฮะๆๆ แน่อยู่แล้วสิครับ”
พร้อมกับยิ้มขึ้นอย่างมีไมตรีจิต
“ว่าแต่ว่าคุณมาซากิเป็นักเดินทางเหรอคะ? คุณแต่งตัวแบบที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนเลยน่ะค่ะ...”
“นั่นสินะครับ ผมควรจะพูดยังไงดีล่ะ...”
“มาซากิโดนกระแทกเข้าที่หัว ความทรงจำของเขาเลยหายไปน่ะ ดูเหมือนว่าจะจำได้เฉพาะชื่อของตัวเองอย่างเดียว”
ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ในหัวว่าจะพูดอะไรออกไปดี ก็กลายเป็ทางฝั่งของคุณเมลองที่กล่าวขึ้นมาแทน
“ตายจริง”
“เพราะฉะนั้นเลยตั้งใจว่าจะดูแลเขาสักพักหนึ่งน่ะ เดี๋ยวไปเก็บกวาดข้าวของในห้องเก็บของสักหน่อยก็น่าจะมีที่พอซุกหัวนอนได้แล้ว”
“มะ ไม่ดีนะครับ ผมรู้สึกผิดแย่เลย”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า เพราะนายเป็นกต่อให้เลยทำให้สามารถล่าเหยื่อชิ้นโตได้แบบนี้...แต่สีหน้าของนายตอนนั้นเนี่ยมันเจ๋งจริงๆ เลยแฮะ นี่ไงอิซาเบลล่า เ้ามาซากิตอนนั้นมันทำหน้าแบบนี้ด้วยแหละ”
