กู้เหยียนฉีโมโหแทบตายแล้ว จินฝูถึงกับจ้องขนจมูกเขาเช่นนี้ นางจะใจกล้าเกินไปแล้ว
หลังจากที่นางกลับเรือนพักไปแล้ว กู้เหยียนฉีจึงเรียกไป๋หลางมาพบทันที เมื่อไป๋หลางมาถึงก็รีบทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม กู้เหยียนฉีเอ่ยว่าไม่ต้องมากพิธี แล้วจึงกวักมือเรียกไป๋หลางเข้ามาใกล้ๆ ไป๋หลางสงสัยยิ่งแต่ก็ยอมเข้าไปหาเ้านายแต่โดยดี
“ไป๋หลาง พวกเราสองคนเปรียบดั่งพี่น้อง ข้าเชื่อว่าเ้าจะต้องช่วยข้าได้”
ไป๋หลางสูดลมหายใจเฮือก ท่านอ๋องมีเื่คับข้องใจหรือ
“ท่านอ๋อง ทรงบอกมาได้ขอรับ เพื่อท่านอ๋องแล้ว ต่อให้ตายเป็หมื่นครั้งกระหม่อมก็ยินดี”
กู้เหยียนฉียิ้มเต็มใบหน้าแล้วตัดสินใจเอ่ยความคับแค้นใจของตนออกมา
“เ้าเคยเล็มขนจมูกหรือไม่?”
ไป๋หลางถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออกชั่วขณะ
คืนนั้นทั้งคืนเขาแทบไม่ได้หลับได้นอน เพราะต้องช่วยท่านอ๋องเล็มขนจมูกออก ผู้ใดกันมันชักชวนให้ท่านอ๋องทำเช่นนี้ บอกท่านอ๋องเื่เล็มขนจมูกแล้วเหตุใดจึงไม่มาสอนเอง เขาต้องมานั่งรับกรรมเช่นนี้ บัดซบ!
เช้าวันต่อมา จินฝูก็ตื่นนอนแต่เช้า ก่อนจะมุ่งหน้าออกจากจวนไปทำธุระของตนทันที โชคที่พ่อบ้านตู้และพ่อครัวหวังกำลังจะออกไปจัดการงานที่นอกจวนพอดี นางจึงไหว้วานให้พวกเขาไปส่งนางที เพราะนางไม่รู้ทิศทางเลย พ่อบ้านตู้ที่ได้ยินว่าท่านอ๋องทรงอนุญาตให้จินฝูออกนอกจวนได้จึงรับปากว่าจะช่วยนาง
ไม่นานก็มาถึงสถานที่รับส่งจดหมาย พ่อบ้านตู้เป็คนจัดการให้นางเสร็จสรรพนอกจากเงินและจดหมายแล้ว จินฝูยังส่งของกินไปอีกหลายอย่างด้วย ที่ส่วนอยู่นั้นนางจำได้จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม คนรับจดหมายเมื่อได้ยินว่าเป็คำสั่งของท่านอ๋องก็รีบจัดการอย่างกระตือลือล้นและยังบอกว่าจะต้องส่งของให้ถึงมือคนที่บ้านจินฝูอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จินฝูเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าและยิ้มรับ
หลังจากส่งจดหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อบ้านตู้จึงบอกให้นางไปช่วยพ่อครัวหวังซื้อของที่ตลาด เสร็จแล้วให้ไปพบกันที่ร้านผ้าตรงหัวมุมถนนทิศประจิม จินฝูเห็นว่าเื่เพียงเท่านี้สบายมากจึงตกปากรับคำ ตัวนางเองก็อยากจะไปเดินเที่ยวในตลาดของเมืองหลวงด้วย
พ่อครัวหวังค่อนข้างเกรงใจนางมากเพราะจินฝูเป็นางกำนลคนโปรดของท่านอ๋อง แต่จินฝูกลับไม่คิดเช่นนั้น นางช่วยเขาถือของอย่างตั้งใจและไม่บ่นหรือวางตัวสูงส่งเลยแม้แต่น้อย พ่อครัวหวังจึงชอบจินฝูมากขึ้นกว่าเดิมเป็เท่าตัว
ยามนี้ไม่มีใครในจวนไม่ชอบจินฝู เว้นแต่นางกำนัลที่มีใจริษยานาง จินฝูไม่เคยรังแกใครและเวลามีของดีดีนางก็จะแบ่งให้กับทุกคนอย่างไม่ตระหนี่
"ซื้อของครบแล้ว พวกเรารีบกลับไปหาพ่อบ้านตู้ที่ร้านผ้ากันเถอะแม่นางจิน"
"ได้เ้าค่ะ มาๆข้าช่วยท่านถือเนื้อหมู ว้าว เนื้อหมูที่นี่นุ่มมาก พ่อครัวหวัง ข้าอยากจะกินเนื้อหมูย่างขึ้นมาเสียแล้ว"
"ไว้ข้าน้อยจะทำให้แม่นางจินกินนะขอรับ"
"บอกแลวว่าอย่าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับข้า มันน่าขนลุกชะมัด"
พ่อครัวหวังยิ้มตาหยี คนทั้งสองเดินมาเรื่อยๆจนถึงร้านผ้าที่พ่อบ้านตู้กำลังจัดการบัญชีอยู่ จินฝูอารมณ์ดียิ่ง วันนี้นางซื้อขนมหลายอย่างกลับไปฝากสหายและนางกำนัลคนอื่นๆด้วย เงินหนึ่งตำลึงนั้นคนส่งจดหมายไม่กล้ารับไว้ นางจึงคิดจะเอาไปคืนกู้เหยียนฉี แต่พ่อบ้านตู้กลับบอกว่าท่านอ๋องไม่ทรงรับคืนไปแน่นอน นางจึงเอาเงินนั้นมาใช้ประโยชน์ ด้วยการซื้อของกินอร่อยๆไปเผื่อทุกคนในจวน
ไม่นานคนทั้งสองก็เดินมาถึงร้านผ้า จินฝูเคยได้ยินพ่อบ้านตู้เล่าให้ฟังว่า ร้านผ้าแห่งนี้เป็สินเดิมของอดีตพระชายาชินอ๋อง มารดาของกู้เหยียนฉี ร้านผ้าแห่งนี้เป็ที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง อีกทั้งยังมีผ้าไหมชั้นดีอีกหลายพับให้ลูกค้าได้เลือกจับจ่าย และยังมีร้านรวงอีกมากมายในเมืองหลวงที่อยู่ภายใต้ชื่อของท่านอ๋อง ได้ยินว่ากำไรปีหนึ่งหลายหมื่นตำลึงจนนับแทบไม่หวาดไม่ไหว จินฝูถึงกับลอบอิจฉากู้เหยียนฉีที่เกิดมาบนกองเงินกองทองเช่นนี้
"ข้าจะเอาผ้าผืนนี้ พ่อบ้านตู้ เ้าก็เป็เพียงขี้ข้าคนหนึ่ง ริอาจกล้ามาขัดใจข้าหรือ เ้ารู้หรือไม่ อีกไม่นาน ข้าก็จะกลายเป็นายหญิงของพวกเ้าแล้ว!"
จินฝูและพ่อครัวหวังเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองหน้ากันคราหนึ่ง เป็จินฝูที่เดินเข้าไปในร้านก่อน เมื่อเข้ามาถึงก็พบว่าตอนนี้พ่อบ้านตู้กำลังถกเถียงกับสตรีนางหนึ่งที่หน้าตางดงามมาก อีกทั้งยังแต่งกายหรูหรา ดูจากการแต่งกายแล้วจินฝูก็เข้าใจได้ในทันที
อ้อ ไฮโซสาวยุคโบราณนี่เอง
จินฝูลอบอุทานในใจ พลางพินิจมองสตรีตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ
พ่อบ้านตู้นั้นยามนี้สีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เจอตัวปัญหาเข้า
"คุณหนูเจี่ยง ไว้ชีวิตบ่าวเถอะขอรับ ผ้าผืนนี้คุณหนูสวีสั่งเอาไว้แล้ว อีกทั้งยังจ่ายเงินมาแล้วด้วยขอรับ หากข้าน้อยมอบผ้าผืนนี้ให้ท่าน ร้านเราคงถูกตำหนิจากลูกค้าคนอื่นๆเป็แน่"
"เช่นนั้นเ้าก็คืนเงินนางไปสิ ข้าชังน้ำหน้านางนัก มีอาหญิงเป็เพียงกุ้ยเฟยแต่กลับคิดจะมาเทียบรัศมีกับข้าที่มีอาหญิงเป็ถึงฮองเฮา พ่อบ้านตู้ ข้าจะเอาผ้าผืนนี้มาตัดชุด หากไม่ทำตามใจข้า ข้าไม่มีทางละเว้นเ้าแน่!"
"คุณหนูเจี่ยงไมได้จริงๆขอรับ"
จินฝูมองดูเื่ราวตรงหน้าอยู่เงียบๆ นางยังไม่อยากสอดมือเข้าไปยุ่งเพราะคิดว่าพ่อบ้านตู้คงจะรับมือได้ แต่ทว่านางกลับคิดผิด สตรีที่พ่อบ้านตู้เรียกขานว่าคณหนูเจี่ยงผู้นั้นกลับฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของพ่อบ้านตู้อย่างแรง พ่อบ้านตู้ที่อายุมากแล้วเมื่อถูกตบเข้าก็เซถลาจะล้มลงไปบนพื้น ช่างน่าเวทนานัก
“จำไว้ อีกไม่นานข้าก็จะแต่งเป็พระชายาเอกของท่านอ๋อง ของทุกชิ้นของท่านอ๋องก็คือของๆข้า เ้าเป็เพียงบ่าวอย่าเสนอหน้ามาอวดดีกับข้า"
เอ่ยจบเจี่ยงเหยาก็ยิ้มเยาะหยัน มีผู้ใดบ้างกล้ามีเื่กับนาง นางคือเจี่ยงเหยา บุตรสาวคนเล็กของแม่ทัพใหญ่เจี่ยง พี่ชายนางก็รั้งตำแหน่งรองเ้ากรมกลาโหม ท่านอาหญิงก็เป็ถึงฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ มีสิ่งใดบ้างที่นางหมายตาแล้วไม่อาจคว้าเอามาเป็ของตนได้
จินฝูไม่ชอบใจจริงๆ การที่สตรีนางนั้นตบหน้าพ่อบ้านตู้ก็เท่ากับตบหน้าท่านอ๋อง หากพ่อบ้านตู้ทำตามใจนาง กู้เหยียนฉีก็จะถูกกล่าวหาว่าไร้ความยุติธรรมเที่ยงตรงไปด้วย
จินฝูจึงรีบเข้าไปประคองพ่อบ้านตู้เอาไว้ทันที
"พ่อบ้านตู้เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ?"
พ่อบ้านตู้ที่เห็นว่าจินฝูเข้ามาช่วยประคองก็ยิ้มให้นางคราหนึ่ง
"ข้าไม่เป็อันใด เ้ามีอันใดก็ไปทำเถอะ ทางนี้ข้าจััดการเอง"
จินฝูยังอยากจะเอ่ยอันใดต่อ แต่พ่อบ้านตู้กลับส่ายหน้าไปมา จินฝูจึงยอมถอยออกมา เจี่ยงเหยาที่เห็นว่าอยู่ๆก็มีนางกำนัลน้อยหน้าตางดงามนางหนึ่งโผล่มาตรงหน้า ซ้ำยังงามยิ่งกว่าตนก็เริ่มไม่พอใจ
"เ้าเป็ผู้ใดกัน?”
จินฝูเงยหน้าไปมองเจี่ยงเหยา เดิมทีนางไม่อยากจะสนทนากับสตรีเช่นนี้ แต่เพราะไม่อยากมีปัญหาจึงเอ่ยตอบไปให้สิ้นเื่สิ้นราวเสีย
“หม่อมฉันมีนามว่าจินฝู เป็นางกำนัลที่คอยรับใช้ท่านอ๋องเพคะ”
เจี่ยงเหยาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็โทสะปะทุ ท่านอ๋องเก็บสตรีจิ้งจอกหน้าตางดงามเช่นนี้ไว้กับตัวได้เช่นไรกัน นางยังไม่ทันแต่งเข้าไปเขาก็รับสตรีอื่นมาเป็นางบำเรอเสียแล้ว ไม่ได้การ นางจะต้องจัดการตัดไฟเสียั้แ่ต้นลม
เจี่ยงเหยาไม่ถามอันใดต่อก็ยกมือขึ้นมาตบหน้าจินฝูอย่างแรงจนหน้าสวยๆของนางเกิดรอยแดงห้านิ้ว จินฝูมึนงงไปชั่วขณะ พ่อบ้านตู้ที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเอาตนเองเข้ามาบังตัวจินฝูเอาไว้ แต่กลับถูกเจี่ยงเหยาตบหน้าจนล้มลงไปกับพื้นอีกหน
"วันนี้ข้าจะจัดการเ้าให้ตายคามือ"
เจี่ยงเหยาคำรามลั่น และสั่งให้นางกำนัลของตนเข้าไปจับตัวจินฝูเอาไว้ แต่จินฝูกลับจัดการนางกำนัลพวกนั้นจนร้องโอดครวญ เจี่ยงเหยาที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ่งโมโห นางจึงเข้ามากระชากผมจินฝูอย่างแรง
จินฝูหมดความอดทนแล้ว คุณหนูบัดซบนี่ตบตีคนอื่นเป็ฝ่ายเดียวหรือไรกัน
จินฝูนึกแผนการหนึ่งขึ้นมาได้ นางยิ้มเย็นในใจ แล้วจึงยื่นมือไปที่หว่างขาของเจี่ยงเหยาและหยิกนาผืนน้อยของเจี่ยงเหยาอย่างแรง เจี่ยงเหยาที่ถูกหยิกของสงวนอย่างไม่ทันตั้งตัวก็แหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บ ไม่เพียงเท่านั้นจินฝูยังหยิกบั้นท้ายของนางด้วย!
จินฝูยิ่งหยิกยิ่งมันมือ นางจึงออกแรงหยิกให้หนักหน่วงขึ้น
ตรงนี้ของเ้าคันนักหรือ เอาแต่อวดอ้างสรรพคุณว่าจะเป็พระชายาท่านอ๋องของข้า ได้ฟังแล้วโมโหนัก มา !ข้าจะหยิกให้หายคัน!
เจี่ยงเหยาเจ็บจนตาเหลือกแล้ว ั้แ่่เกิดมายังไม่เคยมีใครมาหยิกของลับของนางมาก่อน แต่นางกำนัลบัดซบนี่กลับหยิกเอาหยิกเอา ให้ตายเถอะ มันหยิกตรงเม็ดของนางแล้ว
"อ๊ะ อย่าหยิกตรงนั้น ข้าเสียว ไม่ใช่สิ! ข้าเจ็บ อ๊า!"
จินฝูออกแรงหยิกไม่พัก เจี่ยงเหยาเจ็บจนขาสั่นพับๆ ไม่นานก็หมดสติไปทันที ผู้คนที่มามุงดูต่างลนลานอีกทั้งยังประซิบกระซาบกันว่าเจี่ยงเหยากำลังเล่นละครปาหี่ ตนเองจิกหัวคนเขาไม่หยุด นางกำนัลน้อยผู้นั้นเพียงยกมือปรามเท่านั้น แต่เจี่ยงเหยากลับสลบไปก่อนช่างเสแสร้งสิ้นดี
ด้านจินฝูเมื่อได้หยิกเจี่ยงเหยาจนสาแก่ใจแล้วก็ทรุดตัวลงพลางร้องไห้ละล่ำละลักจนตัวสั่น
"ฮือ คุณหนูเจี่ยงโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย เหตุใดจึงสลบไปแล้วเล่าเ้าคะ บ่าวยังไม่ได้ทำอันใดคุณหนูเลย ์! ข้าคงต้องตายแน่แท้"
นางกู่ร้องอย่างน่าเวทนา ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนลอบยกยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข
เหอะ!ฉี่ไม่ออกไปเถอะ เขียวบวมเป็เดือนแน่นังโง่!
