อวี้จิ่นกลับมาถึงจวนก็พบว่า ทั้งบิดามารดาและพี่ชายมานั่งรวมกันอยู่ในห้องรับแขกอย่างพร้อมเพรียง นางเลิกคิ้วด้วยความสงสัยว่าเหตุใดทุกคนถึงมานั่งอยู่ที่นี่
“คารวะท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ใหญ่เ้าค่ะ พวกท่านมานั่งอยู่ที่นี่กำลังรอผู้ใดอยู่หรือไม่เ้าคะ” อวี้จิ่นตั้งคำถามเมื่อทำความเคารพเสร็จก็ค่อย ๆ เดินไปนั่งเช่นคนอื่นบ้าง
“จิ่นเอ๋อร์!! จิ่นเอ๋อร์!! จิ่นเอ๋อร์!!”
“ห๊า!! จะ จะ เ้าคะ หยะ หยะ อยู่กันแค่นี้ทำไมเรียกซะเสียงดังเชียวเ้าคะ” อวี้จิ่นสะดุ้งโหยง เมื่อถูกเรียกชื่อจากคนทั้งสามตรงหน้าของนาง
“ลูกพ่อ เ้าช่างเก่งกาจอะไรเช่นนี้แค่ไม่นานก็มีชื่อเสียงเสียแล้ว”
“ลูกแม่ ฝีมือเื่ยาสมุนไพรของเ้าเหนือกว่าหมอในเมืองหลวงเชียวหรือนี่”
“น้องพี่ ยามนี้เ้าคงถูกคุณหนูในห้องหอมากมายเพ่งเล็ง เพราะอิจฉาริษยาความเก่งกาจของเ้าแน่ ๆ แต่พวกนางจะทำสิ่งใดได้ ในเมื่อน้องสาวของพี่เป็ลูกรักของท่านเทพนี่นา ฮ่า ๆ ๆ”
“เฮ้อ นึกว่าเกิดเื่อันใดขึ้นเสียอีกพวกท่านทำข้าใแทบแย่”
“จิ่นเอ๋อร์รู้ไหมว่ายามนี้ผู้คนต่างก็พูดถึงบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ ว่ามีฝีมือด้านยาสมุนไพรและเริ่มระแคะระคายเื่การทำนายดวงชะตา ทั้งสองเื่ต่างเป็ข่าวลือออกมาจากจวนใต้เท้ากวนทั้งสิ้น”จางฮูหยินรู้สึกว่าบุตรสาวของตน รู้จักใช้ความสามารถให้เป็ประโยชน์ ไม่อยากอยู่เป็แค่คุณหนูในห้องหอรอวันออกเรือน
“ถึงจะมีเสียงชื่นชมเสียส่วนมากแต่ใช่ว่าพวกที่ไม่เชื่อ หรือคนที่ทำอาชีพหาเงินด้วยการทำตัวเป็หมอดู หลอกเงินชาวบ้านจะพอใจเ้านะ เื่นี้พ่อคิดว่าจิ่นเอ๋อร์ย่อมรู้ดีใช่หรือไม่” แม่ทัพใหญ่ทั้งดีใจและเป็ห่วงพวกที่ทำอาชีพนี้ หลอกเงินผู้อื่นจะหาเื่บุตรสาว
“ท่านพ่ออย่าคิดมากเลยเ้าค่ะ ข้าไม่ใช่คนที่หลงระเริงไปกับคำชื่นชม และรู้ดีว่าคนอิจฉาริษยาย่อมมีนั่น ถือเป็อุปสรรคที่ต้องข้ามผ่านไปให้ได้ ด้วยการทำนายดวงชะตาของข้าไม่เหมือนผู้ใด ถ้ามีใครคิดจะกลั่นแกล้งใส่ร้ายเื่นี้พวกเขาคิดผิดมากเ้าค่ะ” อวี้จิ่นย่อมเข้าใจที่บิดาเป็ห่วงนาง ชาติที่แล้วถึงไม่เปิดตำหนักอย่างโจ่งแจ้ง และให้สหายคอยหาลูกค้ามาให้เป็การส่วนตัวเท่านั้น
“แล้วร้านค้ากับที่ดินจิ่นเอ๋อร์ซื้อมา้าทำกิจการอันใดหรือ เ้าอยากซื้อสิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่มีเงินตำลึงพอไหม ถ้าไม่พอต้องใช้อีกเท่าไหร่มาบอกพี่ใหญ่ได้นะ ตอนนี้พี่ใหญ่หยิบติดมือมาแค่ห้าพันตำลึงทอง จิ่นเอ๋อร์เก็บไว้ใช้ก่อนนะไว้พี่ใหญ่จะเอามาให้เ้าอีก”
เจียงหยวนรู้จากมารดา เื่ที่น้องสาวออกไปซื้อร้านค้าและที่ดินนอกเมืองกำแพงเมือง ซึ่งมารดามอบเงินให้ไปสองพันตำลึงทอง แต่ตนเกรงว่านางจะไม่เหลือเงินไว้ใช้ จึงได้หยิบเงินส่วนตัวออกมาห้าพันตำลึงทอง เผื่อว่าน้องสาวอยากได้สิ่งใดเพิ่มอีก
ทั้งฮูหยินสุดที่รักและบุตรชายต่างหยิบยื่นเงินให้อวี้จิ่นได้ใช้จ่าย แล้วคนเป็บิดาตำแหน่งใหญ่โตจะน้อยหน้าได้อย่างไร
“จิ่นเอ๋อร์ลูกพ่อกิจการของเ้าย่อมต้องมีเงินทุนไหนจะปรับปรุงร้านค้า จากนั้นยังต้องตกแต่งภายในร้านอีก และที่ดินนอกเมืองเ้าอยากสร้างบ้านหรือสร้างสิ่งใดล้วนต้องใช้เงินอีกมาก เช่นนั้นพ่อมอบเงินให้เ้าเก็บไว้ใช้จ่ายอีกหนึ่งหมื่นตำลึงทองนะ ทั้งร้านค้าหรือการก่อสร้างนอกเมืองเ้าเลือกใช้วัสดุอย่างดีได้เลย” ไม่ว่าบุตรสาวจะทำสิ่งใด ขอแค่นางทำแล้วมีความสุขตนย่อมสนับสนุน
“ขอบคุณพวกท่านมากนะเ้าคะ ที่ยินดีสนับสนุนสิ่งที่ข้าอยากทำ แต่อันดับแรกข้าจะรบกวนพ่อบ้านเจียงช่วยหาช่างสร้างบ้านให้สักคน เพราะต้องต่อเติมด้านข้างเรือนเพิ่มทำเป็ห้องปรุงยาสมุนไพรเ้าค่ะ เนื่องจากกิจการแรกที่จะเปิดทำการเร็ว ๆ นี้คือการขายยาสมุนไพร ที่ผ่านการปรุงสำเร็จจากข้าสำหรับรักษาอาการเจ็บป่วย และจะแบ่งขายเป็สองแบบหนึ่งสำหรับชาวบ้านที่มีรายได้น้อย สองสำหรับคนที่มีฐานะปานกลางขึ้นไปจนถึงระดับคหบดี แม้แต่เชื้อพระวงศ์ข้าก็ยินดีขายให้นะเ้าคะ แต่กลัวว่าหมอหลวงจะตกงานเท่านั้นเองเ้าค่ะ”
“อืม นั่นสินะ ถ้าหากขายในราคาเดียวกันชาวบ้านที่ฐานะยากจน มองอย่างไรก็คล้ายถูกเอาเปรียบ จากพวกฐานะร่ำรวยหากเ้าขายยาในราคาไม่แพงให้ไป หากจะแยกขายจิ่นเอ๋อร์ต้องแบ่งสรรพคุณของยา ให้มีความแตกต่างสักเล็กน้อยนะลูก พวกที่ร่ำรวยย่อมยินดีจ่ายเงินเมื่อเป็ยาดีสรรพคุณของยาเหมาะสมกับราคา” แม่ทัพใหญ่คิดว่าการจัดสรรพคุณของยาให้มีความต่างสักเล็กน้อย ก็มีความเหมาะสมกับเงินที่ทุกคนอยากซื้อเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย
“ใช่เ้าค่ะ ร้านยาสมุนไพรของข้าช่วยรักษาโรคของทุกคนก็จริง แต่ทุกอย่างย่อมมีต้นทุนจะขายในราคาถูกกับคนร่ำรวยก็คงไม่ได้ สำหรับชาวบ้านอาจอนุโลมสำหรับคนที่มีเงินไม่พอ โดยการหาสมุนไพรมาแลกยากับร้านก็ได้เช่นกันเ้าค่ะ ส่วนร้านค้าที่ซื้อมานั้น จะปรับปรุงเป็ตำหนักทำนายดวงชะตาชั่วคราว ระหว่างรอการสร้างตำหนักบนที่ดินนอกกำแพงเมืองเ้าค่ะ” อวี้จิ่นอธิบายสิ่งที่ตนเองได้เริ่มลงมือต่อจากนี้
“จิ่นเอ๋อร์ของแม่ช่างเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายเหลือเกิน เ้าอยากช่วยเหลือชาวบ้านที่ฐานะยากจน แต่ก็ไม่ได้ช่วยเปล่า ๆ ชาวบ้านเองก็ต้องช่วยตนเองด้วยเช่นกัน จะรอรับความช่วยเหลือฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ไว้พวกเราจะช่วยสนับสนุนให้เ้าประสบความสำเร็จให้จงได้นะ” จางฮูหยินยิ่งภูมิใจในตัวบุตรสาวที่นางไม่เปลี่ยนนิสัย เมื่อฐานะความเป็อยู่มิใช่ขาวบ้านทั่วไปอีก
“ท่านพ่อข้าคิดว่ายกเรือนหลังเล็กที่อยู่ใกล้ ๆ ให้จิ่นเอ๋อร์ เพื่อใช้เป็ห้องปรุงยาจะดีกว่าหรือไม่ แค่ให้พ่อบ้านเจียงและบ่าวไพร่ช่วยกันจัดห้องให้เหมาะสม จิ่นเอ๋อร์จะได้ใช้ปรุงยาได้ไม่ต้องเสียเวลาอีกด้วยขอรับ” เจียงหยวนนึกถึงเรือนหลังเล็กที่ไม่ได้ใช้งาน และมันยังอยู่ใกล้ ๆ กับเรือนของน้องสาวน่าจะนำมาใช้ประโยชน์เสีย
“โอ้ว พ่อลืมไปได้อย่างไรว่ามีเรือนหลังเล็กอยู่ตรงนั้น จิ่นเอ๋อร์ไม่ต้องต่อเติมเรือนแล้วนะลูก ใช้เรือนเล็กนั่นได้ตามสบายเลย พ่อจะให้พ่อบ้านเจียงกำชับบ่าวไพร่ว่ามิให้เข้าไปวุ่นวายที่นั่น หากไม่มีคำสั่งจากเ้าดีหรือไม่ลูกพ่อ” แม่ทัพใหญ่พอคิดตามที่บุตรชายพูดมาก็เห็นด้วยกับเื่นี้
“ดีมากจริง ๆ เ้าค่ะ พี่ใหญ่ช่างฉลาดหลักแหลมสมกับเป็พี่ชายของข้า เมื่อมีเรือนเล็กหลังนี้ก็จะได้เริ่มปรุงยาเตรียมไว้ล่วงหน้า คาดว่าเถ้าแก่เฮ่อน่าจะใช้เวลาปรับปรุงร้านสมุนไพรไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเตรียมยาไว้พร้อมแล้ววันเปิดร้านอีกครั้ง จะได้มียาพร้อมขายในวันนั้นทันที ข้าต้องขออนุญาตท่านพ่อท่านแม่ว่าจะขอตัวจัดการเื่ยาสมุนไพร และไม่ได้มาร่วมโต๊ะอาหารสักสองสามวันนะเ้าคะ แต่จะไม่ลืมทานอาหารให้ครบทุกมื้ออย่างแน่นอนเ้าค่ะ” อวี้จิ่นเอ่ยชมผู้เป็พี่ชายบ้างเขาจะได้ไม่น้อยใจ
“ถ้าเช่นนั้นแม่จะให้มู่เสียคอยดูเื่สำรับอาหารให้เ้าเองนะ”
“บ่าวจะจัดสำรับอาหารและยกไปให้คุณหนูที่เรือนด้วยตนเองนะเ้าคะ เพื่อป้องกันพวกอยากรู้อยากเห็น ที่อาจจะทำให้คุณหนูเสียสมาธิในการปรุงยาได้เ้าค่ะ” มู่เสียเองก็อยากมีส่วนร่วมในการช่วยงานอวี้จิ่นบ้าง
“ขอบคุณท่านแม่ ขอบคุณท่านอามู่เสียเ้าค่ะ”
“เอาล่ะตอนนี้ให้จิ่นเอ๋อร์ไปพักเสียหน่อยเถิด เพิ่งจะกลับมาจากการไปเดินอยู่ข้างนอกมาหลายชั่วยาม ไว้ถึงสำรับเย็นเมื่อใดแม่จะให้คนไปตามเ้าที่เรือนนะลูก” จางฮูหยินอยากให้บุตรสาวได้พักผ่อน หลังจากไปตะลอนอยู่นอกจวนมาหลายชั่วยาม
“ได้เ้าค่ะท่านแม่ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะท่านพ่อ พี่ใหญ่”
เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับเรือนได้ อวี้จิ่นจึงทำความเคารพก่อนจะกลับเรือนของตน แต่นางไม่ได้พักผ่อนนอนหลับนางนั่งเขียนสัญญาการค้า เพื่อในวันพรุ่งนี้จะให้ตงลู่นำไปให้เถ้าแก่เฮ่อได้อ่านเสียก่อน ถ้าเถ้าแก่เห็นด้วยกับข้อตกลงในสัญญาการค้าก็ให้ลงลายมือชื่อกลับมาหานาง และที่สำคัญคืนนี้กลางยามซวีอวี้จิ่นจะเข้าไปดูเฉินหนงปรุงยาสำหรับกิจการของนางด้วยตนเอง
อีกด้านหนึ่งอู๋จิ้งก็เฝ้ารอเวลาที่จะได้ลงมือ ตามที่ฟู่หลงเหยียนได้สั่งเอาไว้ ซึ่งเวลานั้นได้ใกล้เข้ามาทุกทีตามที่อู๋จิ้ง้า ไม่ว่าพบเจอสิ่งใดที่น่าสงสัยเขาจะกวาดมันกลับไปทั้งหมด
และในยามจื่ออู๋จิ้งได้ลักลอบเข้าไปภายในร้านสมุนไพรของตระกูลเฝิง โดยที่ร้านนี้ไม่มีคนคอยดูแลคงไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำอันใดกระมัง อู๋จิ้งเข้าไปอย่างเงียบเชียบและเริ่มค้นภายในห้องทำงาน ไม่มีมุมใดซอกใดที่ไม่ถูกรื้อค้นจนอู๋จิ้งไปสะดุดโดนกลไกโดยบังเอิญ ทำให้ชั้นหนังสือเลื่อนออกจากกันเผยให้เห็นถึงกองสมุดบัญชีนับสิบเล่ม
“กึก! ครืด ๆ ๆ”
“หึ เฝิงเกาซูมาดูกันว่าเ้าซุกซ่อนสิ่งใดไว้ในช่องลับนี้บ้าง”
อู๋จิ้งหยิบสมุดบัญชีมาเปิดดูเพียงหน้าแรกก็ทำเขาไปไม่เป็ เพราะมันเป็รายชื่อสมุนไพรที่ขายในร้านและส่งเข้าวังหลวง แต่ที่น่าใก็คือเฝิงเกาซูบังอาจใช้สมุนไพรเก่าปะปนไปด้วยนี่สิ
“นี่มัน!!! ตระกูลเฝิงพวกเ้ากินดีหมีหัวใจเสือจากที่ใด ถึงได้กระทำเื่เช่นนี้กับฝ่าา แม้แต่สมุนไพรที่ขายให้กับผู้คนในเมืองหลวงก็แทบไม่มีสมุนไพรชั้นดีสักนิด พวกเ้าโลภมากส่งสมุนไพรชั้นดีขายให้กับต่างแคว้น เพื่อเงินมากมาย หึ เตรียมตัวรับผลกรรมที่พวกเ้าได้ทำไว้จากนายน้อยของข้าได้เลย แต่ตระกูลเฝิงจะใจกล้าลำพังมิได้หากไม่มีขุนนางให้ความร่วมมือ”
เมื่อคิดได้ดังนั้นอู๋จิ้งรีบเก็บสมุดบัญชีทุกเล่มออกมา และนำหนังสือเข้าไปวางไว้ด้านในช่องลับนั้นแทน ก่อนจะมองดูรอบ ๆ ห้องว่ามีจุดไหนผิดปกติอีกหรือไม่ หลังจากดูแล้วทุกอย่างปกติจึงกลับออกไปทันที
ฟูหลงเหยียนที่ยังนั่งสะสางงานที่นำกลับมาอยู่ในห้องหนังสือ เขาจำต้องวางพู่กันในมือลงเสียก่อน เมื่ออู๋จิ้งกลับมาจากการทำภารกิจและไม่คาดคิดว่า เพียงแค่เขา้าเฝ้าระวังปัญหาให้อวี้จิ่น จะทำให้ค้นพบเื่ใหญ่ที่เฝิงเกาซูซุกซ่อนไว้ตามมาด้วย
“ก๊อก ๆ ๆ นายน้อยอู๋จิ้งกลับมาแล้วขอรับ” เฉินอิ่นเคาะประตูรายงานกับเ้านาย
“เข้ามาได้”
“คารวะนายน้อยขอรับ”
“อืม ว่ามาเถิด”
“เรียนนายน้อย บ่าวไม่คิดว่าแค่ท่าน้าปกป้องคุณหนูเจียง จะทำให้บ่าวพบเจอเื่ใหญ่เข้าจนได้ เชิญนายน้อยดูด้วยตาตนเองเถิด ในห่อผ้านี้เป็สิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคนอย่างแน่นอนขอรับ” อู๋จิ้งพูดพร้อมปลดห่อผ้าที่ผู้ไว้กับตัวออกและยื่นให้กับฟู่หลงเหยียน
“ปึก พรึ่บ...!!!”
“ปัง!!! บังอาจ!! บังอาจเกินไปจริง ๆ ตระกูลเฝิงเห็นชีวิตของเชื้อพระวงศ์ไม่มีค่าหรืออย่างไร ถึงได้ส่งสมุนไพรชั้นดีไปขายให้กับต่างแคว้น แต่ในวังหลวงกลับได้ใช้สมุนไพรเก่าเก็บแทน” ฟู่หลงเหยียนยามนี้เขาอยากลากเฝิงเกาซูมาตัดหัวเสียให้รู้แล้วรู้รอด
เฉินอิ่นเห็นเ้านายโกรธเคืองรุนแรงถึงเพียงนี้ ก็อยากรู้ว่ามันคือสิ่งใดจึงได้หยิบสมุดบัญชีบนโต๊ะมาเปิดดูบ้าง และอาการก็คล้ายฟู่หลงเหยียนเช่นกัน
“นายน้อย!! นี่มัน!!”
“กรอดดด หึ ตระกูลเฝิงอย่าได้กล่าวโทษข้าเลยต้องโทษตัวของพวกเ้าเอง ที่ทำความชั่วเกี่ยวกับชีวิตผู้คนมากมาย จนมาบัดนี้เวรกรรมมันตามมาหาพวกเ้าถึงที่แล้ว” ฟู่หลงเหยียนต้องยกความดีความชอบให้อวี้จิ่นอีกครั้ง หากมิใช่นางอยากเปิดร้านขายยาสมุนไพรแล้วละก็ เชื้อพระวงศ์ในวังหลวง ยังคงต้องใช้ยาที่สรรพคุณการรักษาโรคแทบไม่มีต่อไปอีกนาน
“นายน้อยจะทำอย่างไรกับเื่นี้ต่อหรือขอรับ” เฉินอิ่นเห็นเ้านายเงียบไปจึงอยากรู้ว่า จะรับมือกับเื่ยาสมุนไพรเช่นไร
“เก็บหลักฐานเหล่านี้เอาไว้ให้ดีและยังคงต้องเป็เ้าอู๋จิ้ง ข้าไม่เชื่อว่าตระกูลเฝิงจะทำเื่เช่นนี้เพียงลำพังได้ เ้าหาโอกาสเข้าไปที่สำนักหมอหลวง ข้า้าคนสมรู้ร่วมคิดและหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากจิ่นเอ๋อร์เปิดร้านขายยาสมุนไพร หากพวกตระกูลเฝิงคิดลงมือกำจัดร้านนี้อีกครั้ง ข้าจะนำหลักฐานทั้งหมดถวายต่อฮ่องเต้ด้วยตนเอง”
“รับทราบขอรับนายน้อย”
ด้านหนึ่งก็ได้หลักฐานการกระทำความผิดของคนเห็นแก่ตัว อีกด้านกำลังนั่งดูการปรุงยาตามสูตรที่ตน้าอย่างสนุกสนาน
ในมิติของอวี้จิ่นยามนี้เฉินหนงกำลังขะมักเขม้นปรุงยาสูตรต่าง ๆ ั้แ่โรคที่พบเจอได้ทั่วไปเช่นไข้หวัด ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไปจนถึงโรคเรื้อรัง แม้แต่ยาสมานกระดูกที่ร้านของนางก็ต้องมี ทั้งยาต้ม ยาเม็ดลูกกลอนหรือยาน้ำสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ เฉินหนงล้วนทำออกมาได้ครอบคลุม ร้านสารพัดยาของนางต้องเป็อันดับหนึ่งของแคว้นเท่านั้น
วันต่อมาด้านเถ้าแก่เฮ่อได้อาเหมาไปจ้างนายช่างมาปรับปรุงร้าน ซึ่งตงลู่ได้นำสัญญาการค้ามาให้เถ้าแก่ได้อ่านการแบ่งกำไร และเงินทุนของทั้งสองฝ่ายรายละเอียดในสัญญาเป็ที่พอใจสำหรับเถ้าแก่มาก เพราะเขามีหน้าที่ตรวจอาการและขายยาตามโรคที่ชาวบ้านเป็ รวมถึงการรับซื้อยาสมุนไพรจากชาวบ้านเช่นที่ผ่านมาเท่านั้น ส่วนสำคัญที่สุดอย่างการสกัดและปรุงยาสมุนไพร อวี้จิ่นจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เถ้าแก่ไม่รีรอเขาลงลายมือชื่อพร้อมประทับลายนิ้วมือเป็อันตกลง
และก็เป็อย่างที่อวี้จิ่นบอกทุกคนไว้ คือเถ้าแก่เฮ่อใช้เวลาปรับปรุงร้านเพียงหนึ่งสัปดาห์ ร้านสมุนไพรก็พร้อมเปิดทำการอีกครั้งและยาของอวี้จิ่นก็พร้อมแล้วเช่นกัน นางนั่งสมาธิเพื่อคำนวณวันเวลาที่เป็มงคลสำหรับการเริ่มกิจการ ซึ่งได้ฤกษ์มงคลอีกห้าวันต่อจากนี้ใน่เวลาเข้าสู่ปลายยามเฉินเล็กน้อย
โดยอวี้จิ่นให้ตงลู่ไปเชิญครอบครัวตระกูลฟู่และตระกูลกวนเข้าร่วมงาน ส่วนครอบครัวของนางได้บอกทุกคนไว้เรียบร้อยแล้ว
“อืม ต้องเดินหาหีบไม้ที่มีกุญแจล็อคด้วยจะดีกว่าปลอดภัยไว้ก่อน เพราะต้องนำยาไปจัดเรียงไว้ที่ร้านก่อนหนึ่งวัน”
อวี้จิ่นเดินหาตามร้านค้าในมิติจนเจอหีบไม้ แต่นางคิดไม่ตกเื่ที่จะนำหีบจำนวนห้าสิบใบ ไปยังร้านยาสมุนไพรของเฉินหนง แต่นางก็ต้องใอีกครั้งเพียงแค่คิดอย่างทอดถอนใจ หีบไม้พวกนั้นก็ลอยเป็แถวไปกองอย่างเป็ระเบียบหน้าร้านสมุนไพรแล้ว
“...!!!”
“นอกจากร้านสมุนไพรของเฉินหนงที่สื่อสารผ่านทางจิตได้ แม้แต่ตลาดครอบจักรวาลของข้า ก็สั่งผ่านความคิดได้เช่นกันงั้นหรืออัศจรรย์เกินไปแล้ว ดีที่หัวใจแข็งแรงไม่เช่นนั้นคงใจนหัวใจวายตายอยู่ในมิตินี้ลำพังแน่”
‘เฉินหนงรบกวนเ้าช่วยจัดยาแต่ละชนิดลงหีบไม้ทีเถิด ข้าเพียงคนเดียวคงใช้เวลาอีกนานกว่าจะยกได้แต่ละหีบ’
‘เฉินหนงจัดการให้นายหยิงเองขอรับ’
“พรึ่บ!! พรึ่บ!! กริก ๆ ๆ ๆ”
‘ขอบใจมากนะเฉินหนงทั้งเ้าทั้งตลาดยอดเยี่ยมมาก’
‘ขอให้กิจการของนายหญิงขายดีมีกำไรร่ำรวย ๆ ขอรับ’
‘คิ คิ คิ นั่นมันแน่อยู่แล้ว’
เมื่อจัดการนำขวดยาและห่อยาสมุนไพรลงเก็บในหีบแล้ว ก็ส่งเสียงเรียกเฟยอินกับตงลู่เข้าไปยังเรือนเล็ก เพื่อลำเลียงหีบยาทั้งหมดขึ้นเกวียน แต่ละหีบมีชื่อยาแปะไว้ครบทุกใบ ยามนำไปจัดเรียงในร้านจะได้ไม่สับสนและเกิดการหยิบยาผิดให้กับลูกค้า เถ้าแก่เฮ่อทำตามคำแนะนำของอวี้จิ่นไม่มีผิดเพี้ยน
ในที่สุดวันที่อวี้จิ่นรอคอยก็มาถึงเสียที นางตื่นขึ้นมาเตรียมตัวั้แ่ปลายยามอิ๋น แม้แต่คนในครอบครัวก็พลอยตื่นเต้นไปนางด้วยเช่นกัน เมื่อเดินทางไปถึงร้านสมุนไพรฟู่หลงเหยียนก็มารอพร้อมบิดามารดาของเขา รวมถึงใต้เท้ากวนที่คอยประคองิ่ฮูหยินไว้ตลอดเวลา ยามนี้มีชาวบ้านทั้งในเมืองและนอกเมืองทุกฐานะ มายืนรอแสดงความยินดีและ้าซื้อยาตามอาการป่วยของตน เพื่อพิสูจน์ว่าที่พวกตนได้ยินข่าวลือมาจะเป็เื่จริงหรือไม่
เมื่อกล่าวทักทายกันพอเป็พิธี เถ้าแก่เฮ่อได้กล่าวกับแขกด้านหน้าทุกคน นอกจากนี้ยังได้กำชับเื่การซื้อยาสำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อมาก ให้แยกไปทางด้านซ้ายมือส่วนด้านขวามือสำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อน้อย แต่เถ้าแก่ยืนยันว่าสรรพคุณของยาเมื่อใช้กับโรคที่เป็รับรองว่าหายอย่างแน่นอน
“ขอบคุณทุกท่านที่มาแสดงความยินดี กับการเปิดร้านสารพัดยาสมุนไพร ซึ่งเป็การร่วมมือระหว่างคุณหนูเจียงกับข้า ซึ่งครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเื่ของยาสมุนไพร เนื่องจากทางร้านได้ปรุงยารักษาโรคไว้ในรูปแบบของยาลูกกลอน ยาน้ำสำหรับเด็ก ๆ และยังมียาต้มรักษาเฉพาะโรคที่หายากและรุนแรง แต่ไม่ว่าจะเป็ยาด้านซ้ายหรือด้านขวาเมื่อทานไปแล้วอาการป่วยย่อมหายอย่างแน่นอน”
“นี่เ้าได้ยินไหมเถ้าแก่เฮ่อบอกว่ามียาลูกกลอนที่ทำยากมาขายด้วย นั่นช่างเหมาะกับคนกินยายากเช่นข้าเสียเหลือเกิน”
“นั่นน่ะสิแต่ข้าชอบยาน้ำสำหรับเด็กนะ เผื่อว่าบุตรหลานของข้าเจ็บป่วย จะได้ไม่ร้องงอแงยามต้องกินยาต้มขม ๆ เช่นเดิมอีก”
“เถ้าแก่เฮ่อรับรองสรรพคุณของยาด้วยตนเองเช่นนี้ แสดงว่าเถ้าแก่ต้องเคยใช้ยามาก่อน ที่จะนำมาขายให้พวกเราแน่ ๆ ข้าเชื่อใจยาที่ร้านของเถ้าแก่เฮ่อว่ามันต้องเป็ยาชั้นดี และหากคนในครอบครัวข้าเจ็บป่วยจะมาซื้อยาที่ร้านนี้เท่านั้น”
“เอาล่ะ ๆ ทุกท่านการซื้อยาอย่าได้เร่งรีบ พวกท่านต้องบอกอาการที่เป็อย่างละเอียด ข้าถึงจะจัดยาที่เหมาะกับโรคที่พวกท่านเป็ได้ถูกต้อง เพราะข้าไม่อยากให้พวกท่านกินยาผิดมันจะทำให้ยิ่งป่วยหนัก หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจความหวังดีนี้จากข้าและคุณหนูเจียงนะ ตอนนี้ก็เป็ฤกษ์ดีสำหรับเปิดร้านแล้วขอเชิญทุกท่านด้านในร้านได้ ณ บัดนี้”
“แปะ ๆ ๆ ๆ”
“ไปเร็วเข้าข้าอยากได้ยาบำรุงไปฝากท่านพ่อท่านแม่แล้ว”
“หลานชายข้าก็เป็ไข้หวัดเพราะต้องลมเย็น คงต้องลองซื้อยาน้ำกลับไปให้ดื่มเสียหน่อยเหมือนกัน”
เมื่อลูกค้าทยอยเดินต่อแถวเข้าไปด้านในเพื่อบอกเล่าอาการป่วย กับท่านหมอที่อวี้จิ่นให้เถ้าแก่เฮ่อจ้างมาชั่วคราว สำหรับรับมือลูกค้าในวันแรกของการเปิดร้านยาสมุนไพร หลังจากนี้ค่อยถามความสมัครใจของท่านหมออีกครั้ง
ส่วนฟู่หลงเหยียนั้แ่อวี้จิ่นมาถึงที่ร้าน เขาก็คอยเดินตามนางทุกฝีก้าวจนคนเป็พี่ชายอย่างเจียงหยวน ยังรู้สึกหมั่นไส้สหายยิ่งนักได้แต่มองค้อนครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นควรเป็หน้าที่ของพี่ชายอย่างตนมิใช่รึ
อวี้จิ่นเลี่ยงมากล่าวแสดงความยินดีกับใต้เท้ากวนและิ่ฮูหยิน ที่ยามนี้กำลังมีความสุข เมื่อสิ่งที่รอคอยมานานได้มาเติมเต็มพวกเขาเสียที
“ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้ากวนและฮูหยินด้วยนะเ้าคะ ในที่สุดก็สมหวังทั้งยังมีบุตรครั้งเดียวได้ถึงสองคนอีกด้วย”
“ข้ากับฮูหยินต่างหากที่ต้องกล่าวขอบคุณคุณหนูเจียง ที่ได้เอ่ยทักดวงชะตาในวันนั้น และยังมอบยาบำรุงอย่างดีมาให้อีก พอได้รับคำเชิญให้มาร่วมงานวันนี้ฮูหยินจึงอยากมาขอบคุณท่านด้วยเช่นกัน”
“ใช่แล้ว ข้าไม่รู้จะตอบแทนคุณหนูเจียงเช่นไรถึงจะเหมาะสม หากไม่มีท่านสามีของข้าคงต้องรับอนุภรรยาอย่างไม่เต็มใจ แม้จะมีบุตรแต่ก็อยู่อย่างไม่มีความสุขแน่ ๆ พวกเราสองคนปรึกษากันเื่ของตอบแทนให้ท่าน สุดท้ายก็คิดได้ว่าที่คุณหนูเจียงเปิดร้านขายสมุนไพร ทั้งยังไม่เลือกว่าลูกค้าจะมีฐานะเช่นไร ข้าจึงขอมอบเงินจำนวนห้าพันตำลึงทอง เพื่อสนับสนุนคุณหนูเจียงในการหาซื้อสมุนไพร มาทำยาและแบ่งขายให้กับชาวบ้านที่ฐานะยากจนต่อไป” ิ่ฮูหยินคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะตอบแทนอวี้จิ่นอย่างไร นางคิดว่าช่วยสนับสนุนอวี้จิ่นน่าจะดีที่สุด
“ขอบคุณิ่ฮูหยินที่มีน้ำใจช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากจนเ้าค่ะ เมื่อทุกคนเจ็บป่วยล้วน้ายารักษาที่ดี เพื่อให้หายป่วยจะได้อยู่กับครอบครัวไปอีกนาน ๆ สำหรับเงินที่ท่านมอบให้ข้าสัญญาว่า จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเ้าค่ะ และขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และเ้าตัวเล็กทั้งสองคนนะเ้าคะ นี่เ้าสองคนพี่น้องจงเป็เด็กดีว่านอนสอนง่าย และจงรักบิดามารดาของเ้าให้มากเข้าใจไหม” อวี้จิ่นรับกล่องใส่เงินมาถือไว้ และกล่าวอวยพริ่ฮูหยินกลับไปเช่นกัน
“ท่านแม่ทัพใหญ่ จางฮูหยินบุตรสาวของพวกท่านช่างเป็เด็กมีน้ำใจงามยิ่งนัก ขอให้บุตรของข้าทั้งสองเติบโตได้สักครึ่งหนึ่งของคุณหนูก็ยังดีขอรับ”
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณที่ชมใต้เท้ากวน บุตรของท่านย่อมเป็เด็กดีข้าเชื่อว่า คำพูดของจิ่นเอ๋อร์พวกเด็ก ๆ ย่อมได้ยินเป็แน่”
“อย่างไรเสียก็ต้องระวังให้มากนะเ้าคะ เวลาจะลุกจะนั่งหรือเดินอย่าได้รีบร้อน อาหารการกินต้องพอดีอย่ามากเกินไป หากบำรุงจนเด็ก ๆ ตัวโตจะทำให้คลอดยากเอาได้เ้าค่ะ” อวี้จิ่นยังไม่ลืมกำชับการดูแลิ่ฮูหยินกับใต้เท้ากวน
“ข้าจะทำตามคำแนะนำของคุณหนูเจียงอย่างเคร่งครัด” ใต้เท้ากวนก็คิดเช่นอวี้จิ่น เขาไม่ลืมกำชับบ่าวไพร่ก่อนไปทำงานทุกครั้ง
เซี่ยฮูหยินที่ยืนอยู่กับสามีพอได้เห็นสิ่งที่อวี้จิ่นทำก็ยิ่งเอ็นดูนาง แล้วหันไปดูบุตรชายของตนก็กลายเป็หมั่นไส้แทนเสียอย่างนั้น อะไรจะกลัวคนหายถึงกับต้องตามติดอีกนิดก็แทบจะสิงร่างอวี้จิ่นอยู่แล้ว
สำหรับการเปิดกิจการอีกครั้งของเถ้าแก่เฮ่อ เื่ย่อมไปถึงหูของเฝิงเกาซู แม้คนสนิทอย่างจ้วงอู่จะพยายามปะปนอยู่กับชาวบ้าน ก็หาได้รอดสายตาของเฉินอิ่นและอู๋จิ้งที่คอยสอดส่องผู้คน ร่วมกับลูกจ้างของร้านที่มีวรยุทธ์สำหรับดูแลร้านโดยเฉพาะไม่
“นายน้อยขอรับคนของเฝิงเกาซู มาสังเกตสถานการณ์ที่นี่และเพิ่งจะกลับไป น่าจะนำเื่นี้ไปรายงานกับเฝิงเกาซูขอรับ” เฉินอิ่นเดินเข้ามากระซิบบอกกับฟู่หลงเหยียน
“ก่อนจะกลับอย่าลืมกำชับตงลู่คาดว่าไม่เกินสามวันนี้ เฝิงเกาซูต้องส่งคนมาก่อกวนหาเื่ที่ร้านอย่างแน่นอน” ถึงจะส่งคนมาก่อกวน แต่เขาไม่อนุญาตให้ทำลายแม้แต่บันไดร้านได้หรอก
“ขอรับนายน้อย”
เจียงหยวนไม่รู้ต้นสายปลายเหตุก็จริง แต่หากใครคิดจะทำลายกิจการของน้องสาว ที่นางพยายามทำด้วยความตั้งใจเขาไม่ปล่อยพวกมันไว้เช่นกัน
เมื่อถึงเวลากลับจวนเจียงหยวนแยกตัวไปหาฟู่หลงเหยียน เพื่อ้าพูดคุยเื่ที่เฉินอิ่นได้รายงานไปก่อนหน้านี้ ซึ่งฟู่หลงเหยียนก็เต็มใจบอกเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้สหายได้ฟัง หลังจากได้ฟังแล้วมีหรือเจียงหยวนจะไม่ร่วมมือจัดการตระกูลเฝิง ในเมื่อลักลอบนำยาสมุนไพรชั้นดีส่งไปขายให้ต่างแคว้น เช่นนั้นครั้งนี้เจียงหยวนจะกลายเป็โจรป่า เข้าปล้นสมุนไพรมาให้น้องสาวปรุงยาขายให้หมด
