เมื่อเทียบกับทักษะการควบคุมพลังที่ซุนเฟยฝึกเมื่อคืนแล้ว ทักษะการซ้อนทับพลังและทักษะการหมุนเกลียวคลื่นพลังค่อนข้างละเอียดและลึกซึ้งมากกว่า ผู้ที่จะฝึกฝนทักษะนี้ได้จำเป็ต้องมีความแข็งแกร่งและพร์สูง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ซุนเฟยได้ศึกษาหนังสืออีกเล่มที่องค์จักรพรรดิยาซินเขียน บวกกับเนื้อหาในหนังสือทั้งสองเล่มต่างต่อเนื่องกัน ดังนั้นซุนเฟยจึงสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย
นี่เป็อีกครั้งที่ซุนเฟยกำลังจมดิ่งลงไปในเนื้อหาของหนังสือจนตัดขาดจากทุกสิ่ง ซุนเฟยยืนนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่ในหลุมั์พลางศึกษา 'ทักษะการซ้อนทับพลังและทักษะการหมุนเกลียวคลื่นพลัง' อย่างละเอียด ท่าทางของเขาเหมือนนักเดินทางในทะเลทรายที่กำลังจะตายด้วยความกระหายน้ำ และบังเอิญไปพบกับโอเอซิสที่เขียวชอุ่มเข้า
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ดวงอาทิตย์กำลังลอยขึ้นมาจากฝั่งตะวันออก ท้องฟ้าที่มืดมิดเริ่มมีแสงสว่างเรืองรอง ซุนเฟยพักเื่เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ไว้ก่อน เขาใช้ประโยชน์จากการวิ่งฝ่าวงเวทและทักษะตามหนังสือทักษะสีม่วงเพื่อฝึกพลังจิตของตัวเอง
เมื่อแสงแรกของวันเริ่มฉายแสงส่องสว่างอยู่ที่เส้นขอบฟ้าฝั่งตะวันออก เป็เวลาเดียวกันกับที่ซุนเฟยเสร็จสิ้นการฝึกของเขา ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็ค่ำคืนแห่งการฝึกฝนที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เขาเคยฝึก ก่อนรุ่งอรุณจะมาถึง ซุนเฟยได้ตัดสินใจกลับไปที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด การฝึกในครั้งนี้มันยอดเยี่ยมมากเสียจนซุนเฟยไม่อาจห้ามใจให้หยุดฝึกได้เลย
หลังเปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' ร่างของซุนเฟยก็ทะยานออกจากหลุมั์อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะสว่างขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ซุนเฟยก็ยังสามารถทะลวงผ่านจุดตรวจที่มีการคุ้มกันอย่างแ่าไปอย่างง่ายดายจนมาถึงค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
ตอนนี้เอง อัศวินบรอนซ์เซนต์และเทศกิจต่างพากันนั่งขัดถูอาวุธของพวกเขาให้เงาวับ บนร่างของพวกเขาสวมชุดเกราะเต็มยศ และสวมเกราะม้าให้กับม้าศึกของตัวเอง พวกเขากำลังรอคำสั่งของาาเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เวทีการประลองอันยิ่งใหญ่ พวกเขาพร้อมจะสู้เพื่อคว้าชัยชนะและเกียรติยศให้กับเมืองแซมบอร์ด
ซุนเฟยเปลี่ยนมาสวมชุดาาที่แองเจล่าเตรียมไว้ให้ จากนั้นก็ยกมงกุฎทองคำที่ฝังอัญมณีสีแดงขึ้นมาสวมบนศีรษะและคว้าคทาาามาถือไว้ในมือ หลังจากตรวจความเรียบร้อยเสร็จ ซุนเฟยก็เดินออกมาจากเต็นท์ทันที วินาทีที่ก้าวเท้าออกมา เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกึกก้องไปทั่วค่าย
เืของทหารทุกคนกำลังเดือดพล่าน พวกเขาจ้องไปยังาาผู้ไร้พ่ายของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและศรัทธา แค่เห็นรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและมุ่งมั่นบนใบหน้าของซุนเฟย พวกเขาก็รู้สึกร้อนระอุไปทั่วร่างราวกับเืกำลังเดือดพล่าน คล้ายมองเห็นเทพแห่งากำลังลงมายังโลกมนุษย์ ทหารเมืองแซมบอร์ดทุกนายต่างสาบานด้วยดวงจิตที่ลุกโชนไปด้วยความศรัทธา
“ข้ายินดีที่จะสู้ตายเพื่อฝ่าา!”
“ฝ่าาจงเจริญ!”
“องค์าาจงเจริญ!”
หอกอันคมกริบได้สะท้อนแสงสีแดงของพระอาทิตย์และความหนาวเย็นในฤดูหนาว จิตสังหารไหลทะลักเข้ามาในเืที่กำลังเดือดพล่าน สิ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าของซุนเฟยก็คือกองทัพไร้พ่าย ดวงตาของพวกเขาทุกคนเต็มไปด้วยความศรัทธาที่มีต่อาาหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความหวั่นกลัวใดๆ!
ดาบของพวกเขาจะกวัดแกว่งเพื่อาา!
เืของพวกเขาจะหลั่งเพื่อาา!
ซุนเฟยถูกบรรยากาศที่เร่าร้อนตรงหน้ากระตุ้นให้ฮึกเหิม เขาชูคทาาาในมือขึ้นสูง ทันใดนั้น เหล่าทหารที่กำลังะโก็เงียบลง ซุนเฟยกวาดสายตามองใบหน้าของทุกคนแล้วกล่าวด้วยเสียงที่เบาราวเสียงกระซิบแต่หนักแน่นดุจภูผาว่า “ชัยชนะ!”
“ชัยชนะ!” ทหารทุกคนต่างกู่ร้องออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ความรุ่งโรจน์คือชีวิตข้า!” ซุนเฟยพลิกร่างขึ้นขี่หลัง ‘สุนัข’
“ความรุ่งโรจน์คือชีวิตข้า!” อัศวินบรอนซ์เซนต์และเทศกิจทุกคนต่างพลิกร่างขึ้นขี่หลังม้า มือข้างหนึ่งกำบังเหียนม้า มืออีกข้างหนึ่งกำอาวุธแน่น แสงสว่างกระทบคมดาบทอประกายแวววับ
“เดินหน้า!”
ซุนเฟยะโสั่งออกมา สิ้นประโยคคำสั่ง 'ลมกรดทมิฬ' ก็พลันคำรามออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินออกจากค่าย
เสียงคำรามของ 'ลมกรดทมิฬ' เปรียบได้กับเสียงคำรามของัที่ดังสะท้อนอยู่ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ทุกวันนี้ 'ลมกรดทมิฬ' ยังคงดื่ม 'น้ำยาฮัลค์' ในปริมานน้อยๆ แต่ต่อเนื่อง ด้วยฤทธิ์ยาทำให้ร่างกายของมันไพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ เมื่อสุนัขั์สีดำยืนสี่ขาจะมีความสูงประมาณสามเมตรกว่าๆ รูปลักษณ์ภายนอกของมันดูองอาจสง่างาม ขนสีดำของมันมีแสงสีฟ้าส่องประกายจางๆ ยามมันวิ่งจะดุดันเหมือนพยัคฆ์และรวดเร็วดุจสายฟ้า ทำให้ใครหลายๆ คนยากจะมองออกว่ามันเป็เพียงสุนัขพันธุ์ทางธรรมดาๆ เท่านั้น 'ลมกรดทมิฬ' มีแนวโน้มว่าอาจจะพัฒนาไปเป็สัตว์อสูรได้ในอนาคต
ด้านหลังของซุนเฟยเป็เพียร์ซและดร็อกบา 'สองอสุรกาย' ที่ถือธงรูปสุนัขสองหัวคาบขวานเปื้อนเืที่เป็สัญลักษณ์ของเมืองแซมบอร์ด
ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนสูงเกินสองเมตรและมีกล้ามเนื้อเป็หมัดๆ ดูเผินๆ เหมือนูเาเดินได้ก็ไม่ปาน พวกเขาขี่หลังสัตว์อสูรระดับสี่เฟลมมิ่ง บีตส์ที่ดูสง่าผ่าเผยคนละตัว กีบเท้าทั้งสี่ของมันมีเปลวไฟสีแดงจางๆ ลุกโชน ดวงตาของพวกมันฉายแววกระหายเื จังหวะการก้าวย่างก็แ่เบาและรวดเร็ว อีกทั้งบนร่างของพวกมันยังเจือไปด้วยพลังเวทจางๆ
เฟลมมิ่ง บีตส์คือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะที่ยึดมันมาจากอาณาจักรชื่อสุ่ย ด้วยการดูแลและฝึกฝนของแองเจล่า ทำให้พวกมันเรียกคืนสัญชาตญาณเดิมที่ดุร้ายกลับมาได้ สัญชาตญาณสัตว์ป่ากระหายเืที่ถูกกดไว้ ในที่สุดก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา
สัตว์อสูรระดับสี่เฟลมมิ่ง บีตส์ที่ดุร้ายบวกกับชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ ทำให้เกิดแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมา
ด้านหลังของ 'สองอสุรกาย' มี ตอร์เรส แช็ค เอเลน่าและยอดฝีมือของเมืองแซมบอร์ดคนอื่นตามหลังมาติดๆ พวกเขาขี่สัตว์อสูรระดับสี่เฟลมมิ่ง บีตส์ สวมชุดเกราะเต็มยศและแผ่กลิ่นอายสังหารอย่างรุนแรงออกมา พวกเขาประกบข้างรถม้าวิเศษคันหนึ่งที่ถูกลากโดยม้าศึกสี่ตัว ในรถม้ามีแองเจล่า เจ็มม่า และเหล่าสาวงามทั้งแปดนาง สาวงามไร้ที่พึ่งทั้งแปดนางได้รับความเมตตาจากซุนเฟยให้อาศัยอยู่ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดต่อ ใช้เวลาเพียงไม่นาน สาวงามทั้งแปดก็ค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตภายในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
อัศวินบรอนซ์เซนต์และหน่วยเทศกิจจำนวนห้าสิบคนเดินเรียงแถวตามหลังมา
พวกเขาทุกคนต่างก็ขี่สัตว์อสูรระดับสี่เฟลมมิ่ง บีตส์เช่นกัน พวกเขาทั้งห้าสิบคนขี่ม้าเดินผ่านถนนไปอย่างเงียบๆ ราวกับเป็ขบวนพาเหรดของพระเ้า บรรยากาศที่ดุดันทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่บนถนนต่างพากันหลีกทางให้ทันที ไม่มีใครกล้าเดินขวางทางเลยสักคน เพราะในสายตาของพวกเขา กลุ่มคนทั้งห้าสิบคนที่อยู่ตรงหน้าดูเหมือนสัตว์อสูรกระหายเืมากกว่า ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์พาหนะต่างก็ปล่อยแรงกดดันที่น่ากลัวออกมา
นี่คือกองกำลังของเมืองแซมบอร์ดที่จะเข้าร่วมการแข่งขันการซ้อมรบอย่างเป็ทางการ
อดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองแซมบอร์ด แฟรงก์ แลมพาร์ด ได้รับคำสั่งให้เฝ้าค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดพร้อมกับเหล่าเทศกิจที่เหลือ เพื่อรอทุกคนกลับมาพร้อมชัยชนะ
ทุกสายตาต่างหันมามองกองกำลังชุดใหม่ที่เดินเข้ามายังลานกว้างตรงกลางค่ายทหารอาณาจักรบริวารด้วยสายตาหวาดกลัวปนตะลึง
“โอ้พระเ้า! นั่นคือกองกำลังของเมืองแซมบอร์ดที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน? แข็งแกร่ง แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“จุ๊ๆๆๆ คิดไม่ถึง! คิดไม่ถึงจริงๆ ว่านอกจากชาวแซมบอร์ดจะมียอดฝีมือจำนวนมากแล้ว แม้แต่อาวุธชุดเกราะที่สวมล้วนเป็ของชั้นยอด พวกเ้าเห็นสิ่งที่พวกเขาขี่ไหม? พวกมันเป็ม้าที่ดุร้ายอันดับหนึ่งในตำนาน เฟลมมิ่ง บีตส์! พวกมันได้ชื่อว่าเป็าาในหมู่ม้าศึก ฝีเท้าของพวกมันรวดเร็วดุจสายฟ้า นอกจากจะสามารถบรรทุกของหนักหรือมีความอดทนสูงแล้ว ยังโจมตีได้อีกด้วย พวกมันเป็ม้าในฝันของเหล่าทหารม้า แม้แต่พวกอัศวินชั้นสูงหลายๆ อาณาจักรก็ยังไม่สามารถหามันมาได้เลย...”
“มารดามันเถอะ! ทีแรกข้ายังคิดว่าเราต้องระวังแค่าาอเล็กซานเดอร์เพียงคนเดียว อุตส่าห์นึกว่ายังพอมีโอกาส! แต่มาตอนนี้...บัดซบ พวกเราพลาดไปแล้ว!”
“ฮ่าๆๆ น่าสนใจ! การแข่งขันในปีนี้ช่างน่าสนใจ ฮึๆๆ อาณาจักรบริวารระดับหนึ่งมีศัตรูที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาเสียแล้ว บางทีเมืองแซมบอร์ดอาจจะสั่นคลอนตำแหน่งอาณาจักรบริวารระดับหนึ่งทั้งสิบก็เป็ได้!”
“ไม่แน่ว่า เมืองแซมบอร์ดอาจจะสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการเป็ผู้ชนะในการแข่งขันก็ได้นา”
“มันก็ไม่แน่หรอก าาแซมบอร์ดอาจมีในโอกาสในการแข่งขันแบบเดี่ยว ความแข็งแกร่งของเขาไม่เป็ที่กังขา ดูได้จากการที่เขาสามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้ แต่ถ้าเป็การแข่งขันแบบกลุ่มมันก็ยากที่จะพูด อย่างไรก็ตาม อาณาจักรบริวารระดับหหนึ่งมีทั้งทรัพยากรและประสบการณ์ กองกำลังของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่กองกำลังลูกเจี๊ยบจะสามารถโค่นล้มได้...”
“ฮี่ๆ รอดูต่อไปเถอะ เื่นี้มันไม่ง่ายดายขนาดนั้นหรอก ต้นไม้สูงในป่าจะถูกพัดโค่นเป็อันดับแรก1 ่นี้เมืองแซมบอร์ดมีข่าวมากเกินไป ทั้งยังเปิดเผยความแข็งแกร่งออกมามากมาย และนั่นคือจุดอ่อนของพวกเขา ฮึๆๆ อยากเปลี่ยนแปลงสถานการณ์? เฮอะ อีกไม่นานกองกำลังเก่าอย่างพวกเขาจะสั่งสอนชาวแซมบอร์ดผู้หยิ่งทระนงพวกนั้นเอง!”
เมื่อเห็นกองกำลังเมืองแซมบอร์ดเดินตรงไปยังตรงกลางลานสนามในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด เสียงพูดคุยและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ยิ่งดังขึ้น
.......
.......
ใจกลางค่ายทหารอาณาจักรบริวาร
อาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยสี่สิบสี่อาณาจักร ยอดนักรบกว่าสองหมื่นคน รวมทั้งาาและองค์ชายจากทั่วทุกอาณาจักรต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ธงมากมายปลิวไสวไปตามสายลมหนาวภายใต้แสงแดดที่สดใส เสียงม้าศึกพ่นไอหมอกสีขาวดังขึ้นมา ณ ที่แห่งนี้มีเหล่ายอดฝีมือจากทุกอาณาจักรบริวารที่อยู่ภายใต้การปกครองของเซนิทมารวมตัวกัน…
ทหารชั้นยอดกว่าสองหมื่นนายจากอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยสี่สิบสี่แห่งต่างจัดขบวนทัพที่มีขนาดแตกต่างกันไป พื้นที่ส่วนใหญ่ในลานสนามต่างถูกพวกเขาอย่างเนื่องแน่น
ถึงแม้ว่าซุนเฟยจะมีชื่อเสียงโด่งดังใน่นี้ ทั้งยังแสดงความแข็งแกร่งออกมาจนเป็ที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน แต่ถ้าวัดจากระดับของอาณาจักร เขาก็ยังคงเป็อาณาจักรบริวารระดับหก ดังนั้น ตำแหน่งของกองกำลังเมืองแซมบอร์ดจึงถูกจัดไว้อยู่ด้านหลังของทุกอาณาจักร เห็นเพียงแท่นกลางที่สูงกว่ายี่สิบเมตรและห่างออกไปหลายพันเมตรเท่านั้น
แท่นนี้ทำมาจากต้นไม้อายุนับร้อยปีที่ถูกตัดออกจากป่าในูเามอร์โร มันดูสวยงามจริงๆ
ด้านล่างสุดของแท่นจะมีพื้นที่ขนาดหนึ่งร้อยตารางเมตร แท่นนี้จะแบ่งออกเป็เก้าชั้นและมีบันไดไม้อยู่สองด้านที่จะนำขึ้นไปยังข้างบนสุด ตามประเพณีแล้ว องค์จักรพรรดิยาซินจะต้องปรากฏตัวขึ้นมาที่ชั้นบนสุดของแท่น และกวาดสายตามองเหล่าทหารหาญจากทุกอาณาจักบริวาร จากนั้นจะเริ่มทำพิธีบูชาเทพเ้าโดยมีเหล่านักบวชจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์คอยให้การช่วยเหลือ จากนั้นองค์จักรพรรดิยาซินจะใช้ดาบสั้นฆ่าวัวสีขาวที่เลี้ยงดูมาอย่างดีตลอดสามปีเพื่อควักหัวใจวัวออกมา และหัวใจนั่นก็จะถูกส่งต่อไปให้เหล่านักบวชทำนายโชคชะตาอีกสามปีข้างหน้าของราชอาณาจักร…
พิธีบูชาเทพเ้าเป็ส่วนที่ขาดไม่ได้ในการแข่งขันและมันก็มีความสำคัญอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปีนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนเดิม
---------------------------
1 ต้นไม้สูงในป่าจะถูกพัดโค่นเป็อันดับแรก อุปมาว่า ผู้ที่มีพร์ที่โดดเด่นเสี่ยงที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือทำลาย
