ค่ำคืนหนึ่ง หลังจากที่มาเรีย ถูกส่งกลับมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เป็บ้านของเธอกับทัคคุงตามปกติ ร่างเล็กของ มาเรีย ก็ดูเรียบร้อยเหมือนทุกครั้ง แต่ทัคคุงรู้ดี มันเป็เพียงเปลือกนอกเท่านั้น
เธอพยายามทำเหมือนทุกอย่างปกติ แต่แววตากลมใสกลับพร่ามัวสั่นไหว ร่างเล็กสั่นระริกในทุกครั้งที่หายใจ เหงื่อซึมออกตามไรผมแม้อากาศจะเย็นสบาย
ทัคคุงนั่งมองเธออยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง ความเงียบอึมครึมปกคลุมบรรยากาศอยู่นาน ก่อนที่มาเรียจะเอ่ยเสียงเบา สั่นระคนลังเล
“ทัคคุง…ถ้าวันหนึ่ง…ถ้าวันหนึ่งมาเรียเผลอทำผิดพลาดไป…ทัคคุงจะยกโทษให้มาเรียไหมคะ?”
ประโยคนั้นทิ่มแทงหัวใจเขาเหมือนคมมีด ดวงตาของมาเรียไม่กล้าสบกับเขาตรง ๆ แต่ริมฝีปากเล็กสั่นระริก น้ำเสียงพร่าเหมือนกำลังอ้อนวอน เธอรู้ตัวเองดีว่าผนึกของริคกำลังผลักดันให้เธอใกล้ขอบเหวเข้าไปทุกที ความเสียวที่สะสมจนแทบขาดใจทำให้ความคิดในใจเธอเริ่มสั่นคลอน
ทัคคุงเบิกตาเล็กน้อย หัวใจบีบแน่น แต่เขาก็สูดลมหายใจลึก ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและมั่นคงที่สุด สมกับเป็ชายที่เธอรัก
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…ไม่ว่าเธอจะทำผิดพลาดแบบไหน ผมก็จะไม่มีวันเกลียดคุณ…มาเรีย คุณคือคนสำคัญที่สุดของผมเสมอ”
คำตอบนั้นเหมือนสายลมอุ่นโอบกอดหัวใจของเธอทันที ดวงตากลมโตคลอด้วยน้ำตา สะโพกเล็กสั่นระริกเพราะอารมณ์ที่ตีรวนระหว่างความโล่งใจ ความรัก และความเสียวที่เก็บกดจนแทบบ้า
มาเรียยกมือปาดน้ำตาแล้วแย้มยิ้มบางเบา ยิ้มที่ดูทั้งเ็ปทั้งสวยงาม ก่อนหลุบตาลงต่ำซ่อนแววตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยการตัดสินใจ
ถ้าทัคคุงจะรักและให้อภัยไม่ว่าเธอจะพลาดไปอย่างไร…
บางที…บางทีเธอก็ไม่ควรต่อต้านมันอีกแล้ว
เงียบงันครู่หนึ่ง เหมือนเวลาหยุดหมุน ทัคคุงยิ้มอบอุ่นให้เธอโดยไม่รู้เลยว่าในหัวใจของหญิงสาวตรงหน้ากำลังตัดสินบางสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
