เมื่อได้ยินเสียงของหยวนเป่า ฮวาเหยียนพลันผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกประตูไม่ได้มีเพียงหยวนเป่าคนเดียวที่ยืนอยู่ ทว่ายังมีจีอู๋ซวงที่กำลังแย้มยิ้มอย่างเป็มิตรอยู่ด้วย
ชายคนนี้มาที่นี่ทำไม?
“ท่านมีธุระอันใดหรือ?”
ฮวาเหยียนส่งเสียงถามออกไป
ชั่วขณะนั้นจีอู๋ซวงยิ้มกว้างจนกิ่งก้านดอกไม้ผลิบาน ดวงหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเป็มิตร “ข้ามิใช่ว่าต้องมาปรึกษากับแม่นางเหยียนเื่ส่วนแบ่งของหออู๋ิหรือ? ขอบังอาจละลาบละล้วงรบกวนแม่นางเหยียนแล้ว ขอให้แม่นางอย่าได้ถือโทษโกรธเคือง...”
ท่าทางของจีอู๋ซวงนั้นดียิ่ง และสิ่งที่เขาพูดทำให้ฮวาเหยียนรู้สึกสบายใจ คิ้วที่ขมวดมุ่นั้แ่เมื่อครู่พลันคลายลงโดยไม่รู้ตัว
“หลงจู้จี เชื่อถือได้จริงๆ”
ฮวาเหยียนยกย่องชื่นชม แววตาปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ
จีอู๋ซวงเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน เขาเป็หลงจู้แห่งหออู๋ิมานานหลายปี มองคนได้ทะลุปรุโปร่ง ย่อมทราบโดยธรรมชาติว่าต้องกล่าวเช่นไรถึงจะทำให้สตรีที่อยู่ตรงหน้าพึงพอใจ
“แม่นางเหยียน พวกเรารู้จักมักคุ้นกันดีเช่นนี้ เ้ายังเรียกข้าว่าหลงจู้จีอีก...”
เมื่อได้ยินคำพูดของจีอู๋ซวง ฮวาเหยียนก็เงยหน้าขึ้น “ไม่เรียกเ้าว่าหลงจู้จี เช่นนั้นให้เรียกท่านว่ากระไร?”
ราวกับจีอู๋ซวงจะยืนหยัดเป็พิเศษสำหรับเื่วิธีการเรียกขานเขา เื่นี้ดูเหมือนจะถูกพูดขึ้นมามากกว่าหนึ่งครั้งแล้ว
เมื่อคำพูดสิ้นสุดลง ในวินาทีต่อมาก็ได้ยินจีอู๋ซวงกล่าวว่า “เรียกข้าว่าน้องซวงก็พอ...”
แค่ก
ฮวาเหยียนเกือบสำลักน้ำลายตนเอง
จีอู๋ซวงพูดจาอะไรออกมาน่ะ?
น้องซวง? เรียกขานเขาเช่นนี้?
จีอู๋ซวงคือผู้ใด เขาเป็ถึงหลงจู้แห่งหออู๋ิ เหล่าขุนนางชนชั้นสูงทั่วทั้งอาณาจักรต้าโจวล้วนต้องสุภาพและเป็มิตรต่อเขาถึงสามส่วน อีกทั้งเขายังมีสายสัมพันธ์กับตี๋หลิงหาน เพียงแค่ความแข็งแกร่งและอิทธิพลของเขาล้วนมิอาจดูถูกได้ง่ายๆ
เขาให้นางเรียกขานเขาว่าน้องซวงหรือ? ล้อนางเล่นแล้วกระมัง!
“แม่นางเหยียน เ้าอย่าตื่นตระหนกไป ฟังคำอธิบายของข้าก่อน...”
เมื่อจีอู๋ซวงเห็นใบหน้าที่หวาดหวั่นของฮวาเหยียน เขาก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มตายิบหยีกล่าวว่า “เื่ราวเป็เช่นนี้ คุณชายน้อยแม้จะอายุน้อยทว่ามีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม สามารถเรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะในด้านการแพทย์แห่งใต้หล้า อีกทั้งตัวข้าเองก็มีความหลงใหลในวิชาแพทย์ั้แ่ยังเยาว์ เดิมคิดว่าตนเองมีความสามารถ ทว่าคาดไม่ถึงว่าต่อหน้าคุณชายน้อยแล้วข้ามิอาจอวดอ้างตนเองได้เลย การเรียนรู้นั้นไร้ที่สิ้นสุด ตัวข้า จีอู๋ซวงจึงคิดจะกราบคุณชายน้อยเป็อาจารย์”
จีอู๋ซวงพูดจบในลมหายใจเดียว ฮวาเหยียนถูกทำให้ตกตะลึงจนกล่าววาจาไม่ออก
นางมองไปที่จีอู๋ซวง จากนั้นก็มองไปที่หยวนเป่า “เ้า้ากราบบุตรชายของข้าเป็อาจารย์?”
“ใช่แล้ว ข้าได้ปรึกษาเื่นี้กับหยวนเป่าแล้ว ทว่าหยวนเป่าไม่เห็นด้วย ดังนั้นข้าก็เลยคิดจะกล่าวกับเ้าสักคำ ใจของข้าที่้ากราบเขาเป็อาจารย์มีฟ้าดินเป็พยาน ตะวันจันทราเป็ผู้รับรอง”
จีอู๋ซวงชูนิ้วขึ้นมาเพื่อแสดงความจริงใจ
ฮวาเหยียนพูดไม่ออก
นางเหลือบมองไปที่บุตรชายของตน ใบหน้าของหยวนเป่าเองก็มีสีหน้าลำบากใจ “ท่านแม่ ข้าได้ใช้สมุนไพรและวัตถุดิบทางการแพทย์ไปมากมายทีเดียว วันนี้ั้แ่ยามเช้า ข้าได้กล่าวกับท่านตาว่าจะขอไปซื้อสมุนไพรเพิ่ม ท่านตามอบตั๋วเงินให้ข้าไม่น้อย ข้าจึงตรงไปยังหออู๋ิ ทว่านอกจากท่านพี่อู๋ซวงจะมอบวัตถุดิบทางการแพทย์ให้ข้ามากมายแล้ว ยังให้ข้าเลือกได้ตามใจชอบ อีกทั้งยังไม่ยอมรับเงิน สุดท้ายก็กล่าวว่าจะกราบข้าเป็อาจารย์ขอรับ”
หยวนเป่ากล่าวเื่ราวที่เกิดขึ้นในเช้าของวันนี้โดยสรุปให้ฮวาเหยียนได้ฟัง
เมื่อฮวาเหยียนได้ยินสิ่งนี้ พลันคิดว่าจีอู๋ซวงเป็คนฉลาดล้ำ อันดับแรกให้หยวนเป่าเลือกวัตถุดิบของยาทุกชนิดจากหออู๋ิตามใจชอบ และท้ายที่สุดก็ไม่ยอมรับเงินจากเขา เขาย่อมต้องพยายามทุกวิถีทาง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลเพื่อโน้มน้าวหยวนเป่า สุดท้ายก็กล่าวถึงเื่ที่จะกราบเขาเป็อาจารย์ หยวนเป่าที่รับของคนอื่นย่อมมือไม้อ่อนต้องเกรงใจ เกรงว่าคงลำบากในการเอ่ยปฏิเสธเป็แน่
มิอาจมิพูดได้ว่า สิ่งที่ฮวาเหยียนวิเคราะห์ออกมานั้นถูกต้องทุกอย่าง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ก็พลันมองอย่างเ็าทันที “ประสาท”
วันนี้นางออกจากบ้านไม่ดูฤกษ์ยามจริงๆ เพียงแค่่เช้าก็พบคนประสาทถึงสองคน คนหนึ่งคือเจียงจื่อเฮ่า ส่วนอีกคนก็คือจีอู๋ซวง
“แม่นางเหยียน ท่านรับปากด้วยเถิด ตัวข้านั้นจริงจังและจริงใจ เป็บุรุษไม่โลภมาก ไม่โปรดสิ่งยั่วยุสวยงาม หลงใหลเพียงวิชาแพทย์เท่านั้น ข้าเกิดมาเพื่อวิชาแพทย์ และยอมตายเพื่อวิชาแพทย์ ข้า...”
จีอู๋ซวงกุมอกของตนเอง กล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความศรัทธาอันลึกซึ้ง สีหน้าของเขาในยามนี้เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ฮวาเหยียนมองจนขนกายลุกชัน “พอแล้ว ข้าเชื่อทุกอย่างที่ท่านพูดแล้ว ท่านไม่โลภมาก ไม่โปรดสิ่งยั่วยุสวยงาม? เช่นนั้นเป็ผู้ใดที่ชั่วร้ายที่เพียงเปลี่ยนมือก็ขายหญ้าิญญาลึกลับด้วยราคาเท่าตัว เป็ผู้ใดกันที่ขายโอสถเซวียนลี่และโอสถจินฉวนในราคาที่เพิ่มมากขึ้นถึงห้าเท่า อีกทั้งผู้ใดกันที่ออกท่องยามราตรี จนรุ่งเช้ามิอาจลุกขึ้นจากเตียงได้...”
ฮวาเหยียนวิพากย์วิจารย์ออกมาเป็ข้อๆ ทำให้จีอู๋ซวงที่เพียงแค่ได้ยินก็อยากจะมุดโคลนหนี เขานับว่ามองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง มู่อันเหยียนผู้นี้ไม่เพียงแต่โลภมาก ทั้งยังมีความแค้นฝั่งใจเป็พิเศษอีกด้วย
เขาลูบจมูกอย่างกระดากอาย “แม่นางเหยียน นั่นเป็เื่ราวในอดีตที่ผ่านมาแล้ว ข้าเคยคิดว่าทักษะทางการแพทย์ของข้าในใต้หล้าไร้ผู้ใดเทียบเทียม ทว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ความมั่นใจของข้าถูกคุณชายน้อยหยวนเป่าตีแตกจนละเอียดแล้ว”
ปากของจีอู๋ซวงนั้นหวานล้ำ คำพูดที่เขากล่าวนั้นยิ่งพูดก็ยิ่งน่าฟัง หากหูของฮวาเหยียนเบาสักหน่อย คงถูกเขาเกลี้ยกล่อมสำเร็จแล้ว
“มิได้”
แม้จีอู๋ซวงจะกล่าวคำเยินยอสักเท่าใด ฮวาเหยียนก็ยังคงปฏิเสธอยู่ดี
“เพราะเหตุใดกันเล่า? หยวนเป่าบอกว่า ขอเพียงแค่เ้าตอบรับ เขาก็จะตกลงเช่นกัน”
จีอู๋ซวงกล่าว
หลังจากได้ยินคำนี้ ฮวาเหยียนก็มองไปที่บุตรชายของนาง ทว่ากลับเห็นหยวนเป่าเม้มริมฝีปากยิ้ม แสดงท่าทางว่าได้โยนปัญหาไว้กับนางเรียบร้อยแล้ว นิสัยของบุตรตนเอง นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร? แน่นอนว่าเขาถูกจีอู๋ซวงทำให้หวั่นเกรงแล้ว
ฮวาเหยียนเบะปากจ้องไปที่จีอู๋ซวง จริงๆ เชียว...ชายผู้นี้ยังมีบรรยากาศอันสูงส่งเ็าและสง่างามของหลงจู้แห่งหออู๋ิที่ใดกัน!
กราบเด็กห้าขวบเป็อาจารย์ เขายังมีแก่ใจจะพูดออกมาอีก
“ข้าไม่เห็นด้วย”
ฮวาเหยียนโบกมือ ปฏิเสธอย่างราบเรียบ
จีอู๋ซวงถอนหายใจด้วยความหดหู่ “เพราะเหตุใดหรือ? แม่นางเหยียน เ้าต้องให้เหตุผลกับข้าด้วย!”
“เหตุผล?”
ฮวาเหยียนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะทัดเกี่ยวผมยาวไว้หลังใบหูของตน ดวงตาแมวหรี่ลงเล็กน้อย พาให้ทุกคนประหลาดใจ “ท่านกราบบุตรชายของข้าเป็อาจารย์ เช่นนั้นท่านจะเรียกขายข้าว่าอย่างไร? อาจารย์ย่า? อาจารย์แม่? หรือมารดาท่านอาจารย์? ข้าผู้นี้งดงามราวกับบุปผา งามสุดในแผ่นดิน จะกลายเป็ผู้ที่ต้องข้องเกี่ยวกับคำเรียกขานาุโเช่นนั้นได้อย่างไร? ดังนั้น ข้าไม่เห็นด้วย!”
ฮวาเหยียนปฏิเสธอย่างเป็เหตุเป็ผล
สาเหตุของการปฏิเสธมีความชัดเจนและมิอาจหักล้างได้
สมองของจีอู๋ซวงชะงักค้าง! เขาค้นพบอีกครั้งว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ไม่เพียงโลภมาก ช่างอาฆาตแค้นแล้วยังหลงตัวเองอีกด้วย!
“อา…”
เป็ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงร้องแ่เบาออกมาจากภายในห้อง จากนั้นประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ขอทานตัวน้อยที่มีนามว่าฉิงคงผลุนผลันออกมา ใบหน้าของนางขาวซีด ดวงตาแดงก่ำ สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ภาพตรงหน้าที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมานี้ทำให้หยวนเป่าและจีอู๋ซวงใจนสะดุ้งโหยง
“ขอทานผู้นี้มาจากที่ใดกัน?”
จีอู๋ซวงกล่าวออกมาโดยไม่รู้ตัว
ในตอนนั้นเอง ขอทานตัวน้อยฉิงคงยังยืนอยู่ที่ประตู ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้า สีหน้าท่าทางอึดอัดยิ่ง
ทว่าฮวาเหยียนกลับสงบนิ่งเป็อย่างยิ่ง
“ท่านแม่ นางเป็ผู้ใดหรือขอรับ?”
หยวนเป่าเบิกตาโตและพูดออกมาด้วยความสงสัย
ฮวาเหยียนลูบหัวหยวนเป่า “ลูกรัก ช่วยไปตรวจชีพจรของนางที”
ฉิงคงผู้ที่ยังยืนอยู่ที่ประตู เมื่อนางได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน น้ำตาก็ร่วงพรูเป็สาย นางกัดริมฝีปากและจ้องไปที่หยวนเป่า ราวกับว่านางกำลังจะเสียสติทว่าก็พยายามฝืนกลั้นเอาไว้ นางร้องไห้โดยไร้เสียง ทว่ากลับพาให้คนมองอึดอัดใจมากกว่าตอนที่นางร้องไห้คร่ำครวญเสียอีก “คุณหนูใหญ่ ท่านนี้คือคุณชายน้อยหรือเ้าคะ?”
