“คุณหนูใหญ่ เสี่ยวอิ่ง!”
บนกำแพงเมือง อันเหอแห่งตระกูลอันก็โผล่หน้าออกมาโบกมือเรียก
เนี่ยเทียนเงยหน้าขึ้นมองจึงพบว่านอกจากอู๋เทาแล้ว อันเหอ หรือแม้แต่อวิ๋นจื้อกั๋วแห่งตระกูลอวิ๋นก็อยู่้านั้นเช่นกัน
“อู้!”
สัตว์สายฟ้านิลกาฬที่พาทุกคนมาส่งที่นี่ หลังจากรอให้คนทั้งหมดลงมาจากร่างเรียบร้อยแล้วก็สยายปีกบินขึ้นสูง พริบตาเดียวก็หายไปไม่เห็นแม้แต่เงา
“แอด!”
ประตูเมืองหนาหนักถูกเปิดออกช้าๆ พวกเนี่ยเทียนเดินเข้าไปในเมืองเฮยอวิ๋นด้วยอารมณ์ที่หนักอึ้งราวกับประตูเมือง
ประตูใหญ่นี้หันหน้าไปยังทิศทางของเขาหลิงอวิ๋น จะปิดสนิทก็ต่อเมื่อฟ้ามืดเท่านั้น
ตอนนี้เป็เวลากลางวันสว่างโร่ ทว่าประตูเมืองกลับปิดแน่น เห็นได้ชัดว่าผิดปกติ
เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก็รู้ว่าประตูเมืองที่ปิดสนิท แท้จริงแล้วก็เพื่อป้องกันผู้แข็งแกร่งของวังยมบาล
ทว่าวังยมบาลนั้นแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าสำนักภูตผีและสำนักโลหิตเสียอีก หากคิดจะบุกเข้ามาในเมืองเฮยอวิ๋นจริงๆ ด้วยพละกำลังของเมืองเฮยอวิ๋น...จะเอาอะไรมาต้านทานได้?
“ท่านพ่อข้าสั่งไม่ให้พวกเ้าออกไปจากเมืองเฮยอวิ๋น?” พอเข้าเมืองมาได้ เจียงหลิงจูก็เอ่ยถามทันที “เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ดูเหมือนว่า... เขาหลิงอวิ๋นจะถูกล้อมเอาไว้แล้ว” อู๋เทาแห่งตระกูลเนี่ยตอบพร้อมยิ้มเจื่อน
“คุณหนู จะกลับบ้านก่อนหรือไม่ขอรับ?” อันเหอถาม
“พวกเราไปที่ตระกูลเนี่ยก่อน แล้วค่อยบอกให้ท่านผู้เฒ่าตามไปที่ตระกูลเนี่ยก็แล้วกัน” อันซืออี๋ตอบรับ
“ขอรับ” อันเหอพยักหน้า
ทุกคนเดินทางไปที่ตระกูลเนี่ยทันที ระหว่างทางอู๋เทาก็ได้อธิบายให้พวกเขาฟังด้วยว่าเมื่อสองวันก่อน ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นได้มาเยือนกะทันหัน บอกกับพวกเขาว่าในชั่วระยะเวลาสั้นๆ นี้ห้ามใครออกไปจากเมืองเฮยอวิ๋น
ทว่าสาเหตุเป็เพราะอะไรนั้น ลี่ฝานกลับไม่ได้อธิบายมากนัก กลับกลายเป็ตระกูลอวิ๋นที่พึ่งพาหุบเขาเทาเสียอีกที่พอจะได้ข่าวมาว่ามีผู้แข็งแกร่งที่ไม่รู้ที่มาจำนวนมากคอยด้อมๆ มองๆ อยู่รอบๆ สำนักหลิงอวิ๋น
อวิ๋นจื้อกั๋วแห่งตระกูลอวิ๋นที่อยู่บนกำแพงเมืองมองกลุ่มของเนี่ยเทียนจากไปทางตระกูลเนี่ยด้วยสีหน้าที่ซับซ้อนเล็กน้อย
“สัตว์สายฟ้านิลกาฬ เ้าเด็กนั่น... ถูกเทพเซียนเฒ่าของสำนักหลิงอวิ๋นรับไว้เป็ศิษย์แล้วจริงๆ ด้วย”
อวิ๋นจื้อกั๋วถอนหายใจเบาๆ รู้ว่านับแต่วันนี้ไป ตระกูลเนี่ยจะหยัดยืนได้อย่างมั่นคงในเมืองเฮยอวิ๋นเพราะเนี่ยเทียน ตระกูลอวิ๋นของพวกเขา... ยากที่จะต่อกรกับตระกูลเนี่ยได้อีก
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเนี่ยเทียนก็มาถึงตระกูลเนี่ย
เมื่อเนี่ยตงไห่รู้ว่าเนี่ยเทียนเดินทางมาพร้อมกับเจียงหลิงจูจึงออกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น และก็หมายจะสืบข่าวด้วยว่าทางฝ่ายของเขาหลิงอวิ๋นเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
แน่นอนว่าเนี่ยเฉี่ยนก็ออกมาต้อนรับด้วย
ไม่นาน อันหรงประมุขตระกูลอันที่ได้รับข่าวก็ตามมาถึงตระกูลเนี่ยด้วยความรีบร้อน
การเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่เกิดขึ้นในหอหลิงเป่า คนของเมืองเฮยอวิ๋นยังไม่ได้รับข่าว เนื่องด้วยผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตปิดผนึกสำนักหอหลิงเป่า ทำให้หินข้อความเสียงทุกก้อนมิอาจใช้งานได้
คนตระกูลเนี่ย รวมไปถึงอันหรงที่เข้าใจว่าเนี่ยเทียนกลับมาจากสำนักหลิงอวิ๋น จึงพากันสงสัยว่าพวกเขาออกมาได้อย่างไร
“พวกเราหนีกลับมาจากหอหลิงเป่า”
อันซืออี๋ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง เล่าเื่การเปลี่ยนแปลงมหาศาลของหอหลิงเป่า การบุกโจมตีของสำนักภูตผีและสำนักโลหิต สัตว์เพลิงพิภพที่หลุดออกมาจากใต้ดิน เทือกเขาชื่อเหยียนท่วมนองไปด้วยลาวา รวมไปถึงเื่ราวมากมายให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดหนึ่งรอบ
ตอนที่นางเล่าเื่เหล่านี้ พวกผู้าุโในตระกูลเนี่ยก็มารวมตัวกันเพื่อรับฟังด้วย
รอจนนางเล่าจบ คนตระกูลเนี่ยทุกคน รวมไปถึงอันหรง อันเหอแห่งตระกูลอันต่างก็มีสีหน้าที่ดูไม่ได้ถึงขีดสุด
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็คาดไม่ถึงว่าหอหลิงเป่าจะเกิดเหตุการณ์น่าใได้ถึงเพียงนี้ วังยมบาล สำนักภูตผี และสำนักโลหิตร่วมมือกันจุดชนวนาที่โหดร้ายภายในอาณาจักรหลีเทียนขึ้นมา
หากาครั้งนี้เปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ เกรงว่าคงไม่อาจสงบลงได้ในชั่วระยะเวลาอันสั้น หรืออาจจะดำเนินต่อไปอีกนานมาก
ตระกูลเนี่ยเป็เพียงแค่ตระกูลในสังกัดของสำนักหลิงอวิ๋นเท่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าสำนักใหญ่ที่แข็งแกร่งซึ่งยึดครองอาณาจักรหลีเทียนมานานหลายปี ความสามารถของตระกูลเนี่ยก็เรียกได้ว่าน้อยนิดจนมองข้ามไปได้เลย
านองเืที่เกี่ยวพันกับตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียนหากดำเนินยืดยาวต่อไป สุดท้ายก็ต้องมีสักวันที่เกี่ยวพันมาถึงพวกเขา
พอคิดว่าอาณาจักรหลีเทียนที่สุขสงบกำลังจะมีลมฝนแห่งคาวเืพัดมาเยือน เนี่ยตงไห่และอันหรงต่างก็เศร้าสลดใจยิ่งนัก รู้สึกสับสนและหวาดกลัวต่ออนาคตข้างหน้า
“ท่านตา นี่คือยาสั่งสมิญญา สามารถช่วยให้ท่านรวบรวมมหาสมุทริญญาที่แตกสลายให้ก่อตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง”
เห็นว่าเนี่ยตงไห่หัวคิ้วขมวดมุ่น เนี่ยเทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบเอากล่องที่บรรจุยาสั่งสมิญญาออกมาจากกำไลเก็บของ แล้วยื่นส่งไปให้เขา
“ยาสั่งสมิญญา?” เนี่ยตงไห่ตะลึงงัน
เขาไม่ได้มีความรู้ด้านระดับและสรรพคุณของยาแต่ละชนิดมากเท่าไหร่นัก จึงไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของยาสั่งสมิญญา
และก่อนหน้านี้ยาสั่งสมิญญาก็ไม่เคยปรากฏในอาณาจักรหลีเทียนมาก่อน ด้วยตำแหน่งและฐานะของเขาจึงไม่เคยได้ัักับยาสั่งสมิญญา ดังนั้นเขาจึงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
อันซืออี๋พูดอธิบาย “ยาสั่งสมิญญาเม็ดนี้มาจากอาณาจักรอั้นิ สรรพคุณที่สำคัญที่สุดก็คือสร้างมหาสมุทริญญาที่แตกสลายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง”
ดวงตาของเนี่ยตงไห่พลันเปล่งประกาย
เนี่ยเฉี่ยนเองก็ตัวสั่นเยือก พูดด้วยเสียงสั่นเทา “พูดจริงหรือ?”
อันซืออี๋พยักหน้าเบาๆ
“นึกไม่ถึงเลย นึกไม่ถึงเลยว่า... จะมีวันที่ข้าจะสามารถฟื้นฟูมหาสมุทริญญาขึ้นมาได้ และยังได้กลับไปฝึกบำเพ็ญตบะอีกครั้ง” มือของเนี่ยตงไห่ที่รับกล่องนั้นมาก็สั่นระริกไม่หยุด ตื่นเต้นซาบซึ้งจนยากจะควบคุมตัวเองได้
หลายปีมานี้ แม้แต่หลับตานอนเขาก็ยังฝันถึงวันที่ตัวเองจะได้รวบรวมมหาสมุทริญญาขึ้นมาใหม่และฝึกบำเพ็ญตบะต่อไป
หลังจากที่มหาสมุทริญญาพังทลาย ประตูแห่งการฝึกบำเพ็ญตบะของเขาก็ถูกปิดลงตลอดกาล และก็ด้วยเหตุนี้ ก่อนหน้านั้นตำแหน่งของเขาในตระกูลเนี่ยถึงได้ดิ่งลงเหว ถูกเนี่ยเป่ยชวนฉวยโอกาสแย่งชิงตำแหน่งประมุขตระกูลไปครอง
ผู้าุโในตระกูลที่เคยเห็นดีเห็นงามกับเขา สนับสนุนเขาต่างก็พากันถอยห่าง ทอดทิ้งเขาไป
หลายปีมานี้เขาแบกรับความกดดันมากมายยิ่งนัก ความกดดันเ่าั้แทบจะทับถมให้เขาพังทลาย ทำให้เขาไร้ความคิดใดๆ ที่จะต้านทาน
หากไม่เป็เพราะเนี่ยเทียนมีความสามารถโดดเด่นขึ้นมาจนสำนักหลิงอวิ๋นยอมแหกกฎเพื่อรับตัวไว้เป็ศิษย์ เขาก็คงจะสูญเสียทุกอย่างไป
“ท่านพ่อ เื่ของเมืองเฮยอวิ๋นท่านไม่ต้องสนใจก่อนชั่วคราว รีบไปหลอมยาสั่งสมิญญาที่ห้องลับ สร้างมหาสมุทริญญาขึ้นมาใหม่เถอะ!” เนี่ยเฉี่ยนดีใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้
“ได้!” เนี่ยตงไห่สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง บังคับให้ตัวเองสงบลง หลังจากที่เอ่ยขออภัยกับอันหรงแล้วก็รีบจากไปอย่างเร่งร้อน
คนตระกูลเนี่ยทุกคนมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาตะลึงระคนประหลาดใจ ต่างก็แอบรู้สึกประทับใจ
เนี่ยเทียนถึงขนาดเอายาล้ำค่าเม็ดหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาโรคเรื้อรังที่รุมเร้าเนี่ยตงไห่มาหลายปีกลับมาจากงานพินิจของวิเศษได้
อีกอย่าง ได้ยินอู๋เทาพูดด้วยว่าก่อนหน้านี้เนี่ยเทียนนั่งบนหลังสัตว์วิเศษตัวหนึ่งลงจากฟ้ามาปรากฏที่เมืองเฮยอวิ๋น
พวกเขารู้เพียงแต่ว่าเนี่ยเทียนถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับตัวไป ทว่าเนื่องจากฐานะของพวกเขาไม่สูงมากพอ จึงได้ยินเพียงว่าเนี่ยเทียนถูกบุคคลสำคัญของสำนักหลิงอวิ๋นคนหนึ่งหมายตา แต่ไม่รู้ว่าเป็เื่จริงหรือเท็จ
จนกระทั่งบัดนี้ พวกเขาถึงพลันตระหนักได้ว่า เด็กน้อยที่ก่อนหน้านี้มีเพียงพละกำลังกาย แต่กลับไม่เคยแสดงออกให้เห็นถึงพร์มหัศจรรย์อันใดได้เป็ดั่งปลาที่ะโข้ามประตูั กลายมาเป็บุคคลที่เลิศล้ำคนหนึ่งแล้ว
“ฮ่า! ดูออกแต่แรกแล้วว่าเ้าไม่ธรรมดา นึกไม่ถึงว่าเ้าจะถึงขนาดหายาสั่งสมิญญามาให้ท่านตาของเ้าได้!”
“ช่างป็นเด็กดีจริงๆ! ตระกูลเนี่ยมีเ้าเป็ความภาคภูมิใจ!”
“ต่อไปหากว่างๆ ก็กลับมาบ่อยๆ เด็กทุกคนในตระกูลจะมีเ้าเป็แบบอย่าง!”
ผู้าุโเ่าั้พลันยกย่องชมเชยเนี่ยเทียนไม่หยุดปาก บนใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมตตา แทบจะอยากจะเข้ามาลูบหัวเนี่ยเทียน แสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยนและความเอื้ออาทรของพวกเขา
เนี่ยเทียนที่เคยเห็นสีหน้าท่าทางเช่นนี้ของพวกเขามานานแล้วทำเพียงหัวเราะฮ่าๆ เออออตามไปด้วย จากนั้นจึงอ้างว่าเหน็ดเหนื่อยมากแล้วขอตัวออกไปจากห้องโถงใหญ่ตระกูลเนี่ย
อันหรงไม่ได้รีบร้อนจากไป เขากับพี่น้องตระกูลอันเลือกเข้าไปในห้องพักแขกห้องหนึ่งของตระกูลเนี่ยแล้วพูดคุยกันเบาๆ ปรึกษากันว่าหากสำนักหลิงเป่าล่มสลายจริงๆ ตระกูลอันควรจะทำเช่นไร
เจียงหลิงจูและเย่กูโม่ที่กลับสำนักหลิงอวิ๋นไม่ได้ก็ทำได้เพียงอยู่ในตระกูลเนี่ยชั่วคราว รอฟังข่าวจากทางสำนักหลิงอวิ๋น
พันเทาเองก็อยู่ต่อด้วย
คืนนั้น เนี่ยเทียนที่เหนื่อยล้าจริงๆ นั่งอยู่ในห้องของตัวเอง ไม่ได้ฝึกบำเพ็ญตบะ แต่ครุ่นคิดเงียบๆ อยู่ตามลำพัง
เขากำลังคิดว่าอาณาจักรหลีเทียนพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน แต่ละสำนักใหญ่อาจจะเปิดศึกกันเต็มรูปแบบเนื่องจากานองเืที่เทือกเขาชื่อเหยียนนั่น
าครั้งนี้อาจจะดำรงอยู่ไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง เขา... ควรจะรับมืออย่างไรดี?
กลางดึก
เขาที่ครุ่นคิดอย่างหนักแต่กลับหาคำตอบไม่ได้พลันััได้ถึงอะไรบางอย่างจึงลืมตาโพลง
ในห้องหินมืดมิดที่ไม่ได้จุดไฟสักดวง เงาร่างหนึ่งค่อยๆ เปลี่ยนจากเลือนรางกลายมาเป็ชัดเจน
“ใคร?” เนี่ยเทียนตวาดเสียงทุ้ม
เงาร่างนั้นคล้ายเกิดจากการรวมตัวกันของแสงรุบรู่บางอย่าง แค่ไม่กี่วินาทีให้หลัง แสงรุบรู่เ่าั้ก็หายเข้าไปในร่างนั้นจนหมด
“เนี่ยเทียน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” คนผู้นั้นเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ท่าน ท่านหัว?” เนี่ยเทียนตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี
หัวมู่หัวเราะเบาๆ หยิบเอาศีรษะของคนสองคนออกมาจากชายแขนเสื้อของเขา แล้ววางศีรษะทั้งสองนั้นลงบนพื้นหิน กล่าว “สองคนนี้เ้ารู้จักใช่หรือไม่?”
“กันคังและล่ายอี้!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
ศีรษะคนที่หัวมู่วางไว้บนพื้น เห็นได้ชัดว่าเป็กันคังช่างหลอมอาวุธของหอเป่า และล่ายอี้ผู้ที่มาจากอาณาจักรอั้นิคนนั้น
“นี่คือคนที่เ้ารู้จัก ยังมีที่เ้าไม่รู้จักอีกหลายคน ซึ่งคนพวกนี้ต่างก็มาจากอาณาจักรอั้นิ” หัวมู่สีหน้าเป็ปกติ กล่าว “พวกผู้ที่มาจากอาณาจักรอั้นิข้าสังหารไปหมดแล้ว ข่าวคราวเื่เกราะัเพลิงน่าจะยังไม่เล็ดรอดออกไปในชั่วระยะเวลาอันสั้นนี้”
-----
