《ทรราช์》วิชานี้ก็เหมือนกับชื่อของมัน มันเป็วิชาที่มุ่งเน้นไปทางวิถีแห่งความเป็จ้าว จอมยุทธ์ที่ฝึกฝนวิชานี้ในสำนักปีศาจนั้นมีน้อยนิดเพียงนับนิ้ว
จะว่าไปแล้ว《ทรราช์》มีความคล้ายคลึงกันกับ《ทมิฬเก้าอาสัญ》ของขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ในทวีปเฉียนหยวน วิชาส่วนใหญ่จะเป็การควบแน่นลมปราณในร่างกาย จากนั้นจึงเหนี่ยวนำกลั่นหลอมพลังออกมา ทว่า《ทรราช์》นั้นตรงกันข้าม ่เริ่มต้นของการฝึกจะต้องอาบน้ำอมฤตจำนวนมหาศาลเพื่อให้ร่างกายแกร่งกล้าใน่เวลาสั้นๆ
กระบวนการนี้ทั้งเ็ปทั้งทรมาน จอมยุทธ์เกือบครึ่งข้ามผ่านมันไม่ไหว ถูกฤทธิ์ยาทำลายจุดตันเถียนกับเส้นลมปราณกลายเป็คนพิการ บางคนก็เคราะห์ร้ายถึงแก่ชีวิต
《ทรราช์》เป็วิชาที่มุ้งเน้นในการฝึกฝนร่างกายเป็หลัก ยิ่งร่างกายแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกักเก็บลมปราณได้มากเท่านั้น!
เหมือนกันกับ《ทมิฬเก้าอาสัญ》ที่ระหว่างการฝึกฝนเต็มไปด้วยอันตรายมิอาจคาดเดา สิ่งเดียวที่แตกต่างจาก《ทมิฬเก้าอาสัญ》ก็คือ《ทรราช์》ไม่จำเป็ต้องทรมานตัวเองให้อยู่ระหว่างความเป็และความตาย
กวานซิงสูดลมหายใจเข้าลึก กระบี่ยาวในมือสั่นสะท้าน ฟาดฟันแสงกระบี่ทรงพลังออกไป!
กงหยางตาวยืนหยัดไม่ถอยหนี เขาฟันดาบสวนกลับ แสงดาบกับกระบี่หักล้างกันกลางอากาศ ลมพัดกรรโชกครอบคลุมรัศมีสิบจั้ง
“ครืนนน!” พวกเขาโจมตีติดต่อกันสิบครั้งภายใน่เวลาแค่หนึ่งลมหายใจ
“เคร้ง!” เสียงดาบกับกระบี่ปะทะกันดังสนั่นอึกทึกต่อเนื่อง
ลมปราณของพวกเขาพุ่งทะยานเป็ทวีคูณ บ้างครั้งก็มีแสงกระบี่พุ่งออกมาเกือบผ่าร่างคนที่อยู่ใกล้เป็สองส่วน
กงหยางตาวกับกวานซิงเป็จอมยุทธ์ที่มีขั้นพลังสูงสุดในเขาพันจั้ง นอกจากผู้ที่เก่งกาจอีกเพียงไม่กี่คน คนที่เหลือไม่มีกระทั่งคุณสมบัติที่จะยืนดูการต่อสู้นี้ด้วยซ้ำ
ชีเหวินนิกายพุทธมองดูการต่อสู้เงียบๆ ถึงจะมีแสงกระบี่พุ่งออกมาเป็ครั้งคราว ทว่าเขาก็ไม่ได้เหยียดเท้าถอยแต่อย่างใด แสงกระบี่พวกนั้นทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
ชีเหวินนิกายพุทธเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ในหมู่อนุชน ดังนั้นเขามีคุณสมบัติที่จักยืนดูการต่อสู้
นอกจากชีเหวินแล้วยังมีจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าอยู่อีกสองสามคนที่กำลังมองดูการต่อสู้จากระยะไกล บริเวณที่พวกเขาอยู่ห่างจากชีเหวินประมาณสิบกว่าจั้ง ทว่าพวกเขาไม่เหมือนกับชีเหวินที่ฝึกฝนบ่วงวชิระ หากไม่ระวังถูกแสงกระบี่โจมตีเข้า ถึงตัวตายไปแล้วก็ยังไม่รู้ตัวว่าตายได้อย่างไร
ส่วนเย่หงเฉินผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของลัทธิเต๋าหายตัวไปแล้ว เขามิได้สนใจการต่อสู้นี้สักนิดเดียว!
จิติญญาของกวานซิงมาถึงจุดสูงสุดแล้ว พลานุภาพเหนือชั้นหาใดเทียม ถึงทั่วร่างจะเต็มไปด้วยาแหากเขากลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ในทางกลับกัน ยิ่งสู้กลับยิ่งกล้าหาญขึ้น!
ยามนี้ดวงตากวานซิงกลายเป็สีแดงก่ำ ซึ่งเป็สัญญาณที่บอกว่า《ทมิฬเก้าอาสัญ》ขับเคลื่อนเต็มกำลังแล้ว คนนอกอาจคิดว่ากวานซิงเป็บ้าไปแล้ว แต่มีเพียงกวานซิงเท่านั้นที่รู้ ภายในจิตใจจองเขานิ่งสงบ สงบอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขามองเห็นวิถีดาบของกงหยางตาวได้อย่างชัดเจน!
“ฉึก!” ดาบยาวแทงเข้าที่ไหล่ซ้ายของกวานซิง จากนั้นกงหยางตาวออกแรงยกดาบมาดหมายฟันแขนของกวานซิงให้ขาดเสีย
กวานซิงเปล่งเสียงทุ้ม กระบี่ยาวร่วงหลุดจากมือ เขาใช้มือขวาพยายามจับดาบยาวของกงหยางตาวที่ฝังลึกในเนื้อของตัวเองไว้แน่นแล้วก้าวไปข้างหน้า!
“อั่ก!” เืสาดกระเซ็น ดาบยาวของกงหยางตาวเสียบไหล่ของกวานซิงจนมิดแต่นั่นก็ทำให้กงหยางตาวไม่สามารถใช้ดาบได้อีก
กงหยางตาวมิได้เป็ปีติที่แทงอีกฝ่ายได้ทั้งคิ้วยังขมวดแน่นเป็ปม ในเมื่อไม่มีดาบยาวแล้วเขาจึงหมุนควงแขนเหวี่ยงหมัดพุ่งเข้าใส่ศีรษะของกวานซิง
ถึงแม้ผู้ที่ฝึกฝน《ทมิฬเก้าอาสัญ》จะถูกขนานนามว่าฆ่าไม่ตาย ทว่าก็เป็เพียงคำเล่าขาน เมื่อใดที่ศีรษะะเิจนแหลกเป็จุณ ทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลง
มิใช่เพราะกงหยางตาวตอบสนองช้า แต่เพราะกวานซิงไวยิ่งกว่า เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า กระแทกฝ่ามือลงบนอกของกงหยางตาว!
“วิ้ง!” กงหยางตาวแค่นเสียงต่ำแต่ไม่คิดที่จะถอย ยังคงปล่อยหมัดตรงไปที่ศีรษะของกวานซิง
กงหยางตาวที่ฝึกฝน《ทรราช์》นั้นมีร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า ถึงผลลัพธ์จะเทียบมิได้กับอักขระาหลัวโหว ทว่าก็สามารถรับฝ่ามือของกวานซิงได้ แม้ว่าจะได้รับาเ็ก็ตาม
ถ้ารับฝ่ามือนี้ของกวานซิงเข้าไป กงหยางตาวน่าจะต้องใช้เวลารักษาตัวอย่างมากสุดก็ครึ่งเดือน หากแต่กวานซิงนั้นเดิมพันการโจมตีครั้งนี้ด้วยชีวิต และสุดท้ายแล้วเขาจะต้องเป็ฝ่ายชนะ!
“ดูเหมือนศิษย์สำนักปีศาจของข้าจักเหนือชั้นยิ่งกว่า!” ครั้นเห็นดังนั้น มือเหล็กก็หัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
ทว่าขณะที่หมัดกงหยางตาวจะถึงตัวกวานซิง กวานซิงก็คำรามออกมาดังลั่น เืที่อาบชโลมทั่วสรรพางค์กายเดือดพล่านราวกับเตาหลอม ผลาญเผาโลหิตในร่างกายอย่างต่อเนื่อง!
“เตาหลอมโลหิต!” กงหยางตาวส่งเสียงประหลาด รีบชักมือกลับแล้ววิ่งหนี ไม่กล้าสู้อีกต่อไป!
เพียงแค่ก้าวเดียว อีกก้าวเดียวเท่านั้น เขาก็จะสังหารกวานซิงได้แล้ว แต่ใครเล่าจักไปคิดว่ากวานซิงจะทะลวงขั้นพลัง เป็เหตุให้เตาหลอมโลหิตก่อตัวผสานขึ้นใหม่!
แม้เป็จอมยุทธ์สร้างลมปราณที่อ่อนแอแต่ก็ยังคงเป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณ จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแทบไม่มีโอกาสชนะเลย หากเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณ
สิ่งที่จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณแตกต่างกับจอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณก็คือเตาหลอมโลหิต เมื่อใดที่เตาหลอมโลหิตก่อตัวภายในกายา ลมปราณจักเพิ่มพูนไม่ขาดสาย เมื่อผลาญเผาพลังออกมาก็สามารถเผาไหม้จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณจนดับสิ้นวายชีวาได้
แน่นอนว่าลมปราณภายในร่างของจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณใช่ว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด ทว่าเพียงแค่ความเร็วในการฟื้นฟูลมปราณนั้นก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณมากแล้ว ใน่เวลาวิกฤติพวกเขาสามารถผลาญเผาเืของตัวเองแลกเปลี่ยนเป็พลังลมปราณได้
เดิมทีกวานซิงเป็ขั้นสร้างลมปราณเก้าชั้นฟ้า ทว่าเพื่อเข้าร่วมเขาพันจั้ง เขาจึงทำลายเตาหลอมโลหิตของตัวเอง ในตอนที่เขาตัดสินใจเช่นนั้น มีจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนหลายคนเสียดาย คิดว่าเขาคงไม่สามารถกลั่นหลอมเตาหลอมโลหิตออกมาได้อีกชั่วชีวิต
ทว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กวานชิงมิใช่แค่ทำให้ขั้นบำเพ็ญเพียรคงเสถียร แต่ยังสามารถทะลวงขั้นพลัง กลั่นหลอมเตาหลอมโลหิตขึ้นมาได้อีกครั้ง
อีกทั้งเตาหลอมโลหิตที่กลั่นหลอมออกมาได้ครั้งนี้ทั้งบริสุทธิ์ทั้งแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนหลายเท่า ความเร็วในการฟื้นฟูลมปราณเองก็เพิ่มขึ้นถึง 30%!
“《ทมิฬเก้าอาสัญ》ทำลายสร้างขึ้นใหม่ ฟื้นคืนชีพอีกครั้งจากความตาย!” มือเหล็กสูดลมหายใจเข้าลึก รู้สึกตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของมัน
โชคดีที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีคนฝึกฝนวิชานี้ไม่มากนัก ั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีชายชราผู้นั้นเพียงคนเดียว และแม้ว่ากวานซิงจักมีพร์ แต่ในตอนนี้เขาก็เป็เพียงจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณ ไม่มีอะไรต้องกังวล
กงหยางตาวสำนักปีศาจหนีไปแล้ว กวานซิงจึงเป็ฝ่ายชนะโดยมิต้องสงสัย!
กวานซิงหันมองชีเหวิน พอเห็นอนุชนที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายพุทธ ถึงเป็เขาในตอนนี้ก็ยังอดขมวดคิ้วมิได้
กวานซิงไม่มั่นใจว่าสามารถทำลายกายทองคำของชีเหวินได้หรือไม่ เขาไม่เหมือนกับอาจารย์ของเขาที่สามารถทำลายกายทองคำของฮุ้ยเหวินได้ในฝ่ามือเดียว ชีเหวินเองก็แข็งแกร่ง แม้เผชิญหน้ากับกวานซิงซึ่งเป็ขั้นสร้างลมปราณสีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แปรเปลี่ยน
“อมิตาพุทธ ยินดีกับเ้าด้วย!” ชีเหวินยิ้ม
กวานซิงขมวดคิ้ว “อาจารย์ข้าไม่ชอบลาหัวโล้น ข้าเองก็ไม่ชอบลาหัวโล้นเหมือนกัน”
“เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้” ชีเหวินสวดมนต์เสียงเบา สีหน้าเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด
ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ จางหายกลับกลายเป็ดั่งเดิม ความเ็ปที่ส่งออกมาจากร่างกายนั้นทำให้กวานซิงขมวดคิ้ว เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดขับเคลื่อน《ทมิฬเก้าอาสัญ》เต็มกำลังเพื่อให้ได้รับพลังเหนือชั้นฟ้าใน่เวลาสั้นๆ ทว่าผลที่ตามมาหลังจากนั้นก็เกินกว่าจะรับไหว
ขณะที่ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่การต่อสู้ระหว่างกวานซิงกับกงหยางตาว จูชิงกับจ้าวจิ้งอยู่ที่ไหน พวกเขาตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
กระดานหยกของขุนเขากระบี่เทียนหยวนมองเห็นได้เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน ถ้าพวกเขาไม่พบร่องรอยของพวกจูชิง ดังนั้นก็หมายความว่าพวกจูชิงลงไปในใต้ดินแล้ว!
ณ ทางเดินใต้ดิน ทั่วร่างของจูชิงอาบชโลมโชกไปด้วยโลหิต ัคะนองน้ำน้อยพยายามเลียาแจูชิงเพื่อบรรเทาความเ็ปให้กับเขา
หลังจากการต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงเป็คนเหล็กก็ยากที่จักทานทน คู่ต่อสู้ที่จูชิงเผชิญหน้าด้วยล้วนแล้วแข็งแกร่งกว่าเขาทั้งสิ้น มือกระบี่ทั้งเจ็ดคนของสำนักปีศาจต่างเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า ทั้งยังฝึกฝนวิชาวรยุทธ์แบบเดียวกัน ลมหายใจผสานรวมเป็หนึ่งคล้ายกับเป็คนคนเดียวกัน
พวกเขาเจ็ดคนผนึกกำลังสำแดงกระบวนท่า แทบไม่มีข้อบกพร่องใดๆ อย่างไรก็ตาม ภายใต้เส้นแบ่งระหว่างความเป็และความตาย จูชิงทำให้หนึ่งคนในนั้นเสียหลัก เมื่อมีหนึ่งคนเสียหลัก คนที่เหลือก็เสียศูนย์ เขาจึงหลุดรอดจากการล้อมปราบมาได้
มือกระบี่ทั้งเจ็ดของสำนักปีศาจเพียงสร้างความเสียหายภายนอกเล็กน้อยให้กับจูชิงเท่านั้น าแที่ร้ายแรงที่สุดก็คือหมัดของชีเหวินกับดาบของกงหยางตาว หมัดนั้นทำลายอวัยวะภายในของจูชิงไปครึ่งหนึ่ง กระดูกซี่โครงหัก 2 ซี่ กระดูกส่วนหนึ่งแทงทะลุปอด ทุกครั้งที่หายใจจูชิงเ็ปจนแทบทนไม่ไหว
อีกทั้งกงหยางตาวยังใช้มีดแทงเปิดช่องท้อง ทำให้เืไหลของเขาไม่หยุด แผลใหญ่มากจนสามารถมองเห็นอวัยวะภายใน
าแสาหัสเฉกเช่นนี้ เดิมทีจูชิงควรตายไปตั้งนานแล้ว แต่เพราะหินโลหิตกับความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ เขาจึงรอดชีวิตมาได้
ในโลกนี้ไม่มีใครที่มีความมุ่งมั่นอยากมีชีวิตอยู่เท่ากับจูชิงอีกแล้ว เขาคือผู้ที่ใกล้ชิดกับความตายมากที่สุด เขาเคยตายไปแล้วหนึ่งครั้ง ไม่มีใครเกลียดความตายมากไปกว่าเขาอีกแล้ว!
ถ้ามิใช่เพราะจิตที่แน่วแน่และมุ่งมั่น ถึงมีหินโลหิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายเส้นสุดท้าย เขาก็คงกลายเป็ศพไปแล้ว
จ้าวจิ้งมองจูชิงอย่างฉงนสงสัย นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจูชิงถึงยังมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าต้องมีชีวิตอยู่โดยที่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บเจียนตายเยี่ยงนั้น เหตุใดไม่ดับสิ้นลมหายใจตัวเองให้รอดพ้นจากความทรมานนั้นเสียล่ะ?
จ้าวจิ้งอยากจบชีวิตจูชิงเสีย แต่เพราะมีัคะนองน้ำน้อยคุ้มกันอยู่ นางจึงทำให้ความปรารถนานั้นเป็จริงไม่ได้
“ข้าบอกแล้วว่าเ้าเป็ยันต์คุ้มครองของข้า ถ้าข้าตาย ยันต์คุ้มครองอย่างเ้าก็ไร้ประโยชน์!” จูชิงหน้าขาวซีด
“ข้าก็บอกเ้าแล้วเหมือนกันว่าเ้าฆ่าข้าไม่ได้” จ้าวจิ้งพูด
“เอายาโอสถทั้งหมดในถุงเอกภพของเ้ามา” จูชิงขยับนิ้ว ัคะนองน้ำรับรู้ได้ทันที มันแยกเขี้ยวใส่จ้าวจิ้งค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้นาง
“อย่าเข้ามานะ ข้าบอกว่าอย่าเข้ามา!” จ้าวจิ้งใมาก นางเห็นงูเหลือมทองคำขับไล่กงหยางตาวไปด้วยตาตัวเอง กระทั่งชีเหวินยังไม่กล้าไล่ตามมัน
