นอกเมืองซานเซียนเงียบกริบราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงสายลมโบกพัด
การะเิอย่างกะทันหันทำให้เผ่าสมุทรล้มเลิกแผนโจมตีเมืองทันที จากนั้นถอยออกไปหลายสิบลี้ ไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ
บนกำแพงเมือง เ้าเกาะทั้งสามกับเ้าเมืองตื่นเต้นมาก แม้เป็จั๋วอวิ๋นเซียนกับเหมาปู้เอ้อต่างก็สั่นสะท้านเช่นกัน
ส่วนคนของขั้วอำนาจต่างๆ ที่มาสืบข่าวก็ใกับภาพการะเิเมื่อครู่นี้
ค่ายกลหอคอยรวมิญญาเพลิงอัสนีทลาย์เรียกได้ว่าเป็อาวุธาสังหารอย่างแท้จริง พลังทำลายล้างของมันทรงพลังยิ่งกว่าลูกปัดเพลิงอัสนีนับสิบเท่า! แต่การะเิเมื่อครู่นี้ก็เทียบเท่ากับการโจมตีของยอดฝีมือระดับกายาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือค่ายกลหอคอยรวมิญญาไม่ว่องไวเหมือนยอดฝีมือระดับกายาศักดิ์สิทธิ์
แต่ถึงกระนั้น สำหรับเ้าเกาะทั้งสามคนแล้วนี่ก็เป็เื่น่ายินดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบนาขนาดใหญ่ หากยิงเพลิงอัสนีทลาย์เข้าไปในกองทัพ ผู้ใดที่ต่ำกว่าระดับเปิดชีพจรต่อให้ไม่ตายก็ต้องาเ็ ต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่กล้ารับตรงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายกลหอคอยรวมิญญาเช่นนี้มิได้มีเพียงอันเดียว เหมาปู้เอ้อเตรียมวัตถุดิบเอาไว้สิบชุด เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็จะมีค่ายกลหอคอยรวมิญญานับสิบอัน
แต่การเผาผลาญศิลาเซียนเช่นนี้ก็ทำให้เ้าเกาะทั้งสามรู้สึกเ็ปใจ ค่ายกลหอคอยรวมิญญายิงหนึ่งครั้งต้องใช้ศิลาเซียนหนึ่งหมื่นก้อน ยังไม่นับต้นทุนเื่ลูกะเิเพลิงอัสนีทลาย์ อาวุธชิ้นนี้ผลาญเงินเร็วเสียยิ่งกว่านำไปเผาเสียอีก
เพียงแต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ พวกเขาจะมัวสนใจเื่เล็กน้อยมิได้แล้ว ถึงอย่างไรศิลาเซียนหนึ่งหมื่นก้อนก็มิอาจขอให้ยอดฝีมือระดับกายาศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งลงมือได้
เมื่อลองคิดเช่นนี้แล้วก็รู้สึกคุ้มค่าขึ้นมากจริงๆ
……
ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ตื่นเต้นดีใจ จั๋วอวิ๋นเซียนกลับเงียบขรึม
ตอนที่เขาออกแบบค่ายกลหอคอยรวมิญญา เดิมทีก็เพื่อป้องกันเหตุการณ์เลวร้าย เตรียมไว้ป้องกันขั้วอำนาจอื่น แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้ใช้กับเผ่าสมุทรก่อน นับว่าบังเอิญไม่น้อย
แต่พลังทำลายของค่ายกลหอคอยรวมิญญาเหนือกว่าการคาดการณ์ของเขา ของเช่นนี้ไม่ควรปรากฏบนโลกใบนี้ พลังทำลายล้างทรงพลัง พลังสังหารรุนแรง เพียงการโจมตีเดียวก็สังหารชีวิตได้นับหมื่น แม้แต่์ยังโศกเศร้า
ขณะกำลังครุ่นคิดจั๋วอวิ๋นเซียนก็นึกถึงอาจารย์เฒ่าหวังเจิ้งหยางขึ้นมา…
อาจารย์เฒ่าหวังเคยกล่าวในชั้นเรียนว่า ในยุคโบราณ เหล่าทวยเทพทำา อสูรปีศาจออกอาละวาด ผู้บำเพ็ญเซียนต่อสู้กันเพื่อผลประโยชน์ เนื่องจากพลังของพวกเขาแข็งแกร่งมากเกินไป และไม่มีวิธีผูกมัดพวกเขาได้ สุดท้ายจึงทำให้ท้องนภาพังทลาย ดวงดาราแตกสลาย
ดังนั้นยิ่งมีพลังมาก ก็ยิ่งทำลายมาก หากค่ายกลหอคอยรวมิญญาตกอยู่ในมือของคนที่ชอบทำาเข่นฆ่าสังหาร คงมิใช่เื่ที่ดีสำหรับโลกใบนี้
แน่นอนว่าถึงแม้จั๋วอวิ๋นเซียนจะเงียบขรึม แต่เขากลับมิได้เสียใจ เพราะด้านหลังของเขาก็มีมนุษย์หลายแสนคนที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเช่นกัน หาก้ามีชีวิตต่อไป ก็ต้องมีพลังที่แข็งแกร่งเพื่อปกป้องตัวเอง
ตอนนี้จั๋วอวิ๋นเซียนเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า ‘เซียนยุทธ์’ แล้ว
เซียนยุทธ์นั้นหมายถึงยุทธภัณฑ์แห่งเซียน แต่ในยุคสมัยโบราณ คำว่า ‘ยุทธ์’ มีไว้เพื่อหยุดา นี่ก็คือความคิดและความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาในสำนักเทียนกง
เวลาไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนดั่งโลกใบนี้ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
บางครั้งพวกเราสร้างอาวุธมิใช่เพื่อทำาฆ่าฟัน แต่เพื่อเอาชีวิตรอดและปกป้องตัวเอง
มรดกสืบทอดของสำนักเทียนกง เดิมทีมีไว้เพื่อสร้างความสุขให้ทุกสรรพชีวิต หากใช้ในทางที่ถูกจะเป็สิ่งที่ดี หากใช้ในทางที่ผิดจะเป็สิ่งที่เลวร้าย
……
เมื่อเห็นท่าทางผิดปกติของจั๋วอวิ๋นเซียน เหมยซิ้งหงจึงเดินเข้าไปถาม “ไป๋เฮ่อเป็อะไรไปหรือ? หรือว่ามีปัญหาอันใด?”
“ไม่มี เพียงประสิทธิภาพดีกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาไว้เสียอีก”
จั๋วอวิ๋นเซียนส่ายศีรษะพลางกล่าว “ข้าเพียงกำลังคิดว่า ค่ายกลหอคอยรวมิญญามีพลังสังหารที่รุนแรงมาก เป็ภัยต่อมวลมนุษย์ วันหน้าหากไม่จำเป็แล้ว ก็อย่าใช้เลยดีกว่า โดยเฉพาะกับเผ่าพันธุ์เดียวกัน”
เหมยซิ้งหงขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ จากนั้นถอนสายตากลับไป เดิมทีเขาคิดว่าจั๋วอวิ๋นเซียนที่ผ่านประสบการณ์ครอบครัวแตกแยกมาแล้ว ต่อให้มีนิสัยสูงส่งเพียงใดก็คงต้องโกรธแค้นโลกใบนี้ แต่ตอนนี้เขาถึงพบว่าตัวเองดูถูกนิสัยของอีกฝ่ายเกินไป
กล่าวตามตรงแล้ว คนที่ดีเกินไปไม่เหมาะสมกับสถานที่อย่างทะเลล่วนซิง แต่เหมยซิ้งหงกลับวางใจยิ่งขึ้น คงไม่มีผู้ใดอยากให้คนข้างกายตัวเองเป็พวกจิตใจโเี้อำมหิต
เพียงแต่สำหรับความกังวลของจั๋วอวิ๋นเซียน เหมยซิ้งหงกลับไม่รู้ควรตอบอย่างไร
เกาะสามเซียนของพวกเขาเดิมทีก็เป็หนึ่งในสามขั้วอำนาจใหญ่ของทะเลล่วนซิงอยู่แล้ว หลังจากเคยลิ้มรสชาติของอำนาจไปแล้ว จะให้ปล่อยวางง่ายๆ ได้อย่างไร? ตอนนี้มีอาวุธสังหารอย่างค่ายกลหอคอยรวมิญญาแล้ว ความทะเยอทะยานของเ้าเกาะทั้งสามจึงมากยิ่งขึ้น ในอนาคตพวกเขายิ่ง้ามากกว่านี้
ในเวลานี้หวู่อันถงกล่าวปลอบใจว่า “ไป๋เฮ่อเ้าคิดมากเกินไปแล้ว การต่อสู้ระหว่างขั้วอำนาจจะไม่มีคนตายได้อย่างไร? ต่อให้ไม่มีค่ายกลหอคอยรวมิญญา คนตายในทะเลล่วนซิงจะลดลงหรือ? มองอีกมุมหนึ่งแล้ว ถึงแม้ค่ายกลหอคอยรวมิญญาจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังมิอาจเทียบกับยอดฝีมือระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ได้ บางทีอาจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของพื้นที่หนึ่งได้ แต่กลับมิอาจเปลี่ยนแปลงวิถีเซียนได้”
เหมยซิ้งหงพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตอนนี้ศัตรูอยู่ตรงหน้า พวกเราจัดการเื่ตรงหน้ากันก่อนเถอะ”
“อืม ข้าคงคิดมากเกินไปเอง”
จั๋วอวิ๋นเซียนตอบรับ ใบหน้ามิได้มีการเปลี่ยนแปลงอารมณ์มากเท่าไรนัก
ค่ายกลหอคอยรวมิญญาสามารถควบคุมสถานการณ์ ลดความกดดันในการป้องกันเมืองได้ แต่ยังคงมิอาจขับไล่เผ่าสมุทรได้ ายังคงดำเนินต่อไป
……
จากนั้นเ้าเกาะทั้งสามจึงปรึกษากันเื่ใช้ค่ายกลหอคอยรวมิญญา ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร หลักการยังคงมีเพียงอย่างเดียว อาวุธสังหารเช่นนี้มิอาจปล่อยให้ตกอยู่ในมือของคนอื่นได้
“ใช่แล้วไป๋เฮ่อ เ้าเป็คนฉลาดเ้าแผนการมาตลอด ไม่รู้ว่าเ้าคิดอย่างไรกับาต่อจากนี้”
เหมยซิ้งหงเปลี่ยนน้ำเสียง หันไปถามจั๋วอวิ๋นเซียน
การปรากฏของค่ายกลหอคอยรวมิญญาเพิ่มความมั่นใจให้พวกเขาอย่างมาก และทำให้พวกเขาได้รู้จักจั๋วอวิ๋นเซียนใหม่อีกครั้ง มิเช่นนั้นเื่ใหญ่เช่นนี้ พวกเขาจะปรึกษากับชายหนุ่มอายุสิบแปดคนหนึ่งได้อย่างไร?
จั๋วอวิ๋นเซียนอดตะลึงมิได้ หลังจากนั้นตอบกลับอย่างตั้งใจ “ศัตรูประชิดเมือง เหตุการณ์คับขัน! หากตะกร้าไข่ตก จะเหลือไข่ที่ยังไม่แตกได้อย่างไร? ข้าคิดว่าควรกระตุ้นขวัญกำลังใจ ให้ชาวบ้านทุกคนออกรบด้วย”
ถึงแม้จั๋วอวิ๋นเซียนจะไม่มีประสบการณ์ทำามาก่อน แต่เขาก็อ่านตำราามาไม่น้อย อีกทั้งยังอาศัยอยู่ที่ชายแดน จึงรู้เื่าเป็อย่างดี การทำาเขาอาจจะเทียบเหล่าขุนพลแม่ทัพมิได้ แต่หากเป็กลยุทธ์ศึกา สถานการณ์โดยรวมเขามีฝีมือไม่เลวเลย เพียงแต่ยังไม่เคยทำจริงเท่านั้น
“โอ้?”
เหมยซิ้งหงค่อนข้างสนใจจึงถามต่อว่า “ไป๋เฮ่อ จะกระตุ้นขวัญกำลังใจอย่างไรหรือ? จะให้ชาวบ้านออกรบด้วยอย่างไร? เ้าลองอธิบายอย่างละเอียดที!”
“ได้ขอรับ”
ครั้งนี้จั๋วอวิ๋นเซียนมิได้เกรงใจ เขากล่าวออกไปตามตรง “คิดจะให้ศัตรูถอยทัพ ข้ามีความเห็นสามอย่าง หนึ่งคือสร้าง ‘ทำเนียบผลงาน’ ให้ผู้คนที่เข้าร่วมการปกป้องเมืองทุกคน ได้รับผลงานจากการสังหารสัตว์อสูรเผ่าสมุทรและทุกคนสามารถใช้ผลงานมาแลกเปลี่ยนกับศิลาเซียนหรือสมบัติฟ้าดินได้ สำหรับจะเอาสมบัติมาจากที่ใด ก็ให้ขั้วอำนาจต่างๆ เป็คนออกร่วมกัน เพื่อเป็รางวัลกระตุ้นขวัญกำลังใจ…”
“สอง จัดลำดับทรัพยากรทั้งหมด ไม่ว่าผู้บำเพ็ญเซียนหรือคนธรรมดา นอกจากคนแก่ เด็ก และสตรีแล้ว ให้ทุกคนสลับกันเข้าร่วมการต่อสู้ป้องกันเมือง หากไม่ยอมให้ขับไล่ออกจากเมือง หากตายในการต่อสู้ ผลงานและทรัพย์สินของเขาจะถูกส่งมอบให้ครอบครัวกับสหาย…”
“ข้อสุดท้าย เทียบกับการนั่งรอความตายแล้ว ไม่สู้เป็ฝ่ายโจมตีก่อน เผ่าสมุทรนั้นแพร่พันธุ์รวดเร็วมาก จะให้เวลาพวกมันพักมิได้ ศัตรูรุกเรารับ ศัตรูถอนเราบุก ศัตรูพักเรากวน นี่ถึงเรียกว่ากลยุทธ์า”
