นอกจาก‘ลิฟท์ (ที่ลอกเขามา)’ แล้ว ยังมีพวกช่างหินของเมืองแซมบอร์ดที่เข้าร่วมในขั้นตอนการปรับปรุงเขาวงกตใต้ดินด้วย
พวกช่างหินเหล่านี้หลงใหลในตำนานเทพพระเ้าและชื่นชอบที่จะได้แสดงจินตนาการของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ พวกเขาแกะสลักรูปปั้นเสมือนจริงของสัตว์อสูรและเทพเ้าลงบนกำแพงหินหยาบๆ หรือแม้กระทั่งขั้นบันไดหินทุกขั้นก็สามารถมอฟแงเห็นลวดลายทุกสีสันที่สวยงามได้ จิตรกรรมฝาผนังที่วาดฉากการต่อสู้ระหว่างเทพและปีศาจในตำนานที่พวกวนิพกเคยเล่าก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ แน่นอนว่าในจำนวนนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือรูปปั้นของพวกอดีตาาเมืองแซมบอร์ด ถึงแม้ว่าซุนเฟยจะเป็าาปกครองอาณาจักรได้ไม่ถึงสามเดือน แต่ก็เป็ผู้ที่ฟื้นฟูเมืองแซมบอร์ดให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ดังนั้นจึงมีรูปปั้นของซุนเฟยมากที่สุด รูปปั้นของซุนเฟยสูงประมาณสามสี่เมตรตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาและมีด้วยกันถึงห้ารูป แต่ละรูปจะแสดงอากัปกิริยาที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ ดีใจ โกรธ เมตตา สงสาร และท่าแกว่งดาบ รูปปั้นทั้งห้ารูปจะวางไว้ที่ตำแหน่งทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกและใจกลางเมือง รูปปั้นเหล่านี้มีทั้งความลึกลับและสง่างามอย่างอธิบายไม่ถูก
สิ่งเหล่านี้เป็สิ่งที่พวกช่างหินได้รับอิสระในการแสดงฝีมือและไม่ได้คิดจะแกะสลักเพื่อประจบเอาใจาา
นอกจากการเปลี่ยนแปลงพวกนี้แล้ว ยังมีผลงานที่เด่นชัดอีกหนึ่งอย่างก็คือ การปลูกพืชสีเขียวจำนวนมากในเขาวงกตใต้ดิน
พืชที่สามารถเห็นได้ตามเมืองแซมบอร์ดแทบทั้งหมด ตอนนี้ก็สามารถเห็นได้ที่เขาวงกตใต้ดินเช่นกัน และเนื่องจากอุณหภูมิและอากาศที่พิเศษของเขาวงกตใต้ดิน แม้ว่ามันจะอยู่ใน่ปลายฤดูใบไม้ร่วง แต่พืชที่ปลูกไว้ในเขาวงกตใต้ดินยังคงสดใหม่ มองไปที่ใดก็ยังคงเขียวขจี ผิดกับด้านนอกที่ใบไม้สีเหลืองแห้งเหี่ยวดูเงียบเหงา นี่เป็เพราะว่ามันสมองของซุนเฟย เขาได้ใช้ความรู้ทางชีววิทยาที่มีอยู่น้อยนิด ออกแบบระบบการไหลเวียนที่เป็เอกลักษณ์คล้ายกับเรือนกระจก การมีอยู่ของพืชคลุมดินจะช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศในเขาวงกตใต้ดินอีกด้วย และการปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นจะทำให้พืชคลุมดินเหล่านี้สามารถหลุดจากข้อจำกัดการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลของโลกภายนอก และยังเขียวขจีได้ตลอดทั้งปี
แน่นอนว่า การก่อสร้างและปรับปรุงถ้ำใต้ดินก็ได้รับการช่วยเหลือจาก ‘แขก’ ของโลก Diablo ไม่น้อย
แม่น้ำใต้ดินได้แม่ชีอาคาร่าลงวงเวทแบบง่ายๆ สองสามวงช่วยผันน้ำไปตามทางน้ำที่พวกช่างหินช่วยกันขุดรอกออกมา ด้วยวงเวทนี้ แม่น้ำจะไม่หนาวเย็นอีกต่อไป แต่จะอบอุ่นและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา สายน้ำที่ไหลผ่านคลองเล็กๆ นี้จะทำให้สามารถตักน้ำขึ้นมารดพืชคลุมดินได้อย่างง่ายดาย แม่ชีอาคาร่าและพวกโร้กสาวต่างพากันกระตือรือร้นที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ ถึงขนาดที่สรรหาความคิดที่แหวกแนว อย่างการสร้างน้ำพุเวทมนตร์รูปร่างแปลกๆ และมีขนาดที่แตกต่างกันหลายสิบอัน ตกแต่งให้เขาวงกตใต้ดินกลายเป็สรวง์ สามารถมองเห็นสายน้ำและพืชพันธุ์ที่เขียวขจีในทุกที่ กลายเป็สถานที่ที่สวยงามราวกับฝัน
ระบบผันน้ำนี้เป็แบบอัตโนมัติมีหมอกขาวจางๆ ลอยอยู่เหนือน้ำและมีการปล่อยปลาหางแดงแหวกว่ายไปมา
เขาวงกตใต้ดินแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับสรวง์ จนเกือบจะลืมไปว่าครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็เรือนจำที่มืดมิดและน่ากลัวมาก่อน
นี่ยิ่งกว่าที่ซุนเฟยจินตนาการไว้ซะอีก
“ฝ่าา ได้โปรดตั้งชื่อที่นี่ด้วยขอรับ!”
“ใช่แล้วขอรับฝ่าา การปรับปรุงเขาวงกตใต้ดินได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ถึงเวลาที่จะตั้งชื่อให้กับที่นี่แล้วขอรับ!”
เหล่าทหารช่างหินและช่างตีเหล็กที่กำลังวุ่นวาย เมื่อพวกเขาเห็นองค์าาเดินเข้ามาก็พากันกรูเข้าไปล้อมรอบ พวกเขาหลายคนตกหลุมรักสรวง์แห่งนี้ ไม่มีใครเคยคิดเลยว่าตัวเองจะสามารถสร้างสถานที่ที่สวยงามแบบนี้ออกมาได้ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจและความรู้สึกประสบความสำเร็จ
ซุนเฟยหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆ ได้ นับจากวันนี้เป็ต้นไป เขาวงกตใต้ดินแห่งนี้จะกลายเป็สถานที่ที่ไว้บ่มเพาะผู้มีพร์และเป็ฐานทัพลับของเมืองแซมบอร์ด ฐานทัพลับแห่งที่สร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของพวกเ้าทุกคน ชื่อของมันคือ...” พูดถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็สะบัดมือ แสงสว่างเจิดจ้าขึ้นก่อนขวานคู่ม่วงเขียวจะปรากฏออกมาท่ามกลางสายตาของทุกคนในเขาวงกตใต้ดิน ซุนเฟยเดินไปที่ด้านหน้าอนุสาวรีย์หินขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้ที่ทางเข้าฐานทัพลับ ทันใดนั้นเขาก็ะโตัวลอย ขวานคู่ม่วงเขียวกลายเป็สายรุ้งสองสีฉวัดเฉวียนลงบนแผ่นป้ายหินอย่างรวดเร็ว สะเก็ดไฟสว่างวูบกระจายไปทั่ว ก่อนที่เศษหินจำนวนมากร่วงตกลงมา “ชื่อของมันคือ เมือง...วีร...บุรุษ”
เมืองวีรบุรุษ!
หลังจากที่ซุนเฟยร่อนลงบนพื้นท่ามกลางเศษหินที่กระจายไปทั่ว บนป้ายหินปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งทั้งสิบสามตัวต่อสายตาของฝูงชน ตัวอักษรทั้งสิบสามตัวเปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจราวกับจะทะลวงออกจากหินทะยานสู่ฟ้า ดูแจ่มชัดและมีชีวิตชีวาจนทำให้คนที่มองรู้สึกตื่นตะลึง
เสียงโห่ร้องดังกระหึ่มไปทั่วเขาวงกตใต้ดิน
“เมืองวีรบุรุษ ฮ่าๆ มีสองความหมาย ความหมายแรก เขาวงกตใต้ดินแห่งนี้ได้วีรบุรุษของเมืองแซมบอร์ดอย่างทุกคนช่วยกันทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจสร้างมันขึ้นมา ความหมายที่สอง ข้าหวังว่านับจากวันนี้เป็ต้นไป บุรุษที่ออกจากฐานทัพลับแห่งนี้ทุกคนจะกลายเป็วีรบุรุษที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ องอาจ และกล้าหาญ!”
ทันทีที่ซุนเฟยพูดจบ ทหารและช่างหินบางส่วนก็พลันรู้สึกตื่นเต้นและเืเดือดพล่านขึ้นมา ในแผ่นดินนี้จะให้ความสำคัญกับลำดับชั้นมาก สำหรับพวกเขาที่มีสถานะทางสังคมต่ำ มันเป็เื่ง่ายมากที่จะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้รับคำว่า ‘วีรบุรุษ’ จากองค์าา ถือเป็เกียรติยศต่อตัวเองและวงศ์ตระกูล สามารถนำไปโอ้อวดกับรุ่นลูกรุ่นหลานได้
……
จากนั้นฝูงชนก็ค่อยๆ แยกย้ายกันไปทำงานต่ออย่างแข็งขัน เพื่อดำเนินงานส่วนท้ายของ 'เมืองวีรบุรุษ'
ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์แปเตอร์ แช็ค ได้นำเล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์ขึ้นไปป้องกันและลาดตระเวนรอบๆ ต่อ มีเพียงพัศดีโอเลเกร์ที่ถูกซุนเฟยรั้งตัวไว้ชั่วคราว โอเลเกร์เดินตามก้นซุนเฟยไปจนมาถึงห้องพิเศษสำหรับองค์าา ซุนเฟยกวาดสายตามองชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ ส่วนใหญ่ในห้องนี้จะมีโต๊ะหิน เก้าอี้หิน ตรงกลางห้องยังมีน้ำพุเล็กๆ และยังมีฝูงปลาหางแดงแหวกว่ายในน้ำพุ ดอกไม่ใบหญ้าสีสันสดใส การตกแต่งไม่ได้หรูหรา แต่ดูสะอาดสดชื่นและเรียบง่าย นี่เป็รูปแบบที่ซุนเฟยชื่นชอบ
“เล่ามา การสืบสวนราบรื่นไหม?” ซุนเฟยหยิบอาหารปลาขึ้นมา ก่อนจะเดินไปที่หน้าน้ำพุเพื่อโปรยอาหารปลาขณะที่ถามขึ้น
“ทูลฝ่าา ราบรื่นดีขอรับ คนพวกนั้นไม่ได้ทำตัวให้สมกับยศที่สูงส่งสักนิด ขี้ขลาดตาขาวเหมือนหนูท่อ แค่ดร็อกบาและเพียร์ซมัดผู้คุ้มกันของมันเข้ากับหินแล้วถีบตกลงไปในแม่น้ำจูลี่ คนพวกนั้นก็ใกลัวไม่กล้าขัดขืนใดๆ ยินยอมลงนามในสัญญาค่าปฏิกรรมาแต่โดยดี ตามที่ฝ่าาได้สั่งการ พวกข้าได้ปล่อยตัวทหารคนสนิทที่สุดของพวกเขาพร้อมสัญญาค่าปฏิกรรมาให้นำกลับไปที่อาณาจักรเพื่อขอค่าชดเชย....” พัศดีโอเลเกร์หยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “พวกข้าได้สอบปากคำองค์าาทุกอาณาจักรแยกกัน พวกนั้นได้เล่าเหตุผลที่พวกเขากล้าที่จะรวมตัวกันก่อาครั้งนี้ขึ้นมา นอกจากไม่เต็มใจที่จะมอบค่าชดเชยตามสัญญาค่าปฏิกรรมาที่พวกองค์ชายลงนามแล้ว ยังได้รับการส่งเสริมจากชายลึกลับคนหนึ่ง”
“หือ? ชายลึกลับ?” อาหารปลาในมือซุนเฟยก็ถูกกำจนละเอียดก่อนจะโปรยลงในน้ำแล้วปัดมือ “ชายลึกลับแบบไหน?”
“ความเป็มาของคนคนนั้น พวกาาโง่พวกนี้ก็ไม่แน่ชัดเช่นกันขอรับ รู้ข้อมูลเพียงแค่ผิวเผินว่าเป็นักเวทแข็งแกร่งที่มาจากเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เขาไม่ได้ตามมาในาครั้งนี้ แต่เขาได้ส่งผู้ใต้บังคับบัญชาตามมากับกองทัพพันธมิตรด้วย คนคนนั้นเป็นักเวทธาตุลมที่เป็ฝ่ายลงมือโจมตีพวกเราที่สะพานหินเมื่อบ่ายวันนี้ ตอนนี้ถูกพวกข้าจับตัวไว้แล้ว แต่ผู้ชายคนนี้เป็ขุนนางเล็กๆ ในตระกูลใหญ่ของราชอาณาจักร มันจึงหยิบยกฐานะตัวเองขึ้นมากล่าวอ้างและจองหองมาก ไม่มีคำสั่งจากฝ่าา ข้าก็ไม่กล้าลงทัณฑ์ ดังนั้น....” บนใบหน้าของพัศดีโอเลเกร์เต็มไปด้วยความลำบากใจ ชายผู้หยิ่งยโสคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลชั้นสูงที่มีอำนาจมากในราชอาณาจักร สถานะของชายคนนี้สูงยิ่งกว่าพวกาาทั้งเก้าอาณาจักรเสียอีก ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำอะไรผลีผลามลงไป ต้องรายงานเื่นี้ให้ฝ่าาทราบเสียก่อน
“ไอ้าาพวกนั้นมันโง่จริงๆ แม้แต่คนที่มีความเป็มาไม่ชัดเจนยังโดนยุยงจนสูญเสียสติปัญญาในการตัดสินใจไปได้ แถมกล้าที่จะเคลื่อนทัพมาโจมตีเมืองแซมบอร์ดอีก? สมองของมันถูกปลวกแทะกินหมดแล้วหรือไง คนพวกนี้เป็าาได้อย่างไรกัน?” ซุนเฟยหัวเราะออกมาก่อนจะส่ายหัว “ไม่ต้องห่วงเื่ตระกูลขุนนางใหญ่อะไรนั่น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดข้าจะเป็คนรับมันไว้เอง เ้าทำอย่างไรก็ได้ ขุดความเป็มาของไอ้ชายลึกลับบัดซบนั่นออกมาให้ได้! เ้าจงรู้ไว้ เมื่อมาอยู่ในห้องมืดของเมืองแซมบอร์ด ไม่ว่ามันจะเป็ใคร มันก็ไม่สามารถเชิดหน้าออกไปได้ เมื่อมันกล้าที่จะมาหาเื่เมืองแซมบอร์ด นั่นก็เป็เื่สมควรที่จะต้องให้มันลิ้มรสชาติอยู่ไม่สู้ตาย ข้าจำได้ว่าในอดีตเ้าไม่ใช่ถูกชาวเมืองแซมบอร์ดเรียกว่า ‘หัตถ์เทพแห่งความตาย’ หรือ บุรุษที่เืเย็นโหดร้ายคนนั้นที่เพียงได้ยินชื่อก็หน้าเปลี่ยนสี ตอนนี้ เ้าจงใช้วิธีทรมานที่เคยทำใน 'เรือนจำเหล็ก' บีบบังคับมันให้ร่ำไห้และคายทุกอย่างออกมา! จำไว้ ศัตรูน่ะ ไม่้าความเมตตา การมีอยู่ของห้องมืดมีประโยชน์เพียงอย่างเดียว สิ่งใดที่ข้าอยากรู้ ข้าก็ต้องรู้”
“น้อมรับพระบัญชา ฝ่าา!” คำตอบที่ตัดตะปูแยกเหล็ก1ของซุนเฟย ทำให้พัศดีโอเลเกร์สั่นสะท้านทั่วร่าง เขาโค้งกาย
“เื่อื่นพักไว้ชั่วคราวก่อน รีบไปจัดการเื่นี้เถอะ!” ซุนเฟยพูดพลางโยนหนังแพะไปให้โอเลเกร์ ซุนเฟยกล่าวต่อไปว่า “สิ่งที่เขียนในนั้นให้เริ่มทำให้ั้แ่เดือนนี้” ซุนเฟยไม่อธิบายต่อ ในความเป็จริงแล้ว นอกจากพัศดีโอเลเกร์ ผู้นำเมืองแซมบอร์ดทั้งสองอย่างบรู๊คและเบสท์กับคนอื่นๆ ก็ได้รับกระดาษที่คล้ายๆ กัน
พัศดีโอเลเกร์ชะงัก เพียงชั่วครู่ก็เข้าใจความหมายของซุนเฟยจึงพูดอย่างแปลกใจ “ฝ่าา ท่าน...ท่านจะออกจากเมืองแซมบอร์ดไปสักพักหรือ?”
ซุยเฟยพยักหน้า
เขาไม่พูดอะไร ซุนเฟยมองผ่านร่างของโอเลเกร์ บุรุษทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในห้องต่างพากันเหม่อมองไปยังส่วนลึกที่สุดในเขาวงกต ที่นั่น ตรงบานประตูเหล็กั์ที่สูงกว่ายี่สิบเมตร เสียงร้องคำรามประหนึ่งสัตว์ร้ายดังเล็ดลอดออกมา ไม่มีใครรู้ว่าด้านหลังประตูเหล็กั์นั่นมีอะไร เป็เวลากว่าสองร้อยปีที่าาเมืองแซมบอร์ดพยายามสำรวจในนั้น แต่นอกจากความสูญเสียมหาศาลแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถััถึงความลับที่ซ่อนไว้ในนั้นได้
“ฝ่าา ท่านคงไม่ได้...” โอเลเกร์สบตากับซุนเฟย เพียงครู่เดียวก็เข้าใจถึงความมุ่งมั่นของซุนเฟย “ฝ่าา ที่นั่นอันตรายมาก...อันตรายมากๆ นะขอรับ!”
------------------------
1 ตัดตะปูแยกเหล็ก อุปมาว่า พูดจาหรือทำการเด็ดเดี่ยว
