“โยวซานเสียน วันหน้าข้าจะต้องสังหารเ้าแน่”
แววตาของเยี่ยเฉินเฟิงทอประกายคมกริบ หลังจากผ่านการตรวจสอบทุกอย่างแล้วก็เดินก้มศีรษะลงต่ำ แฝงตัวอย่างแเีไปกับกลุ่มคนแล้วมุ่งหน้าเข้าไปภายในเมืองเป่ยหลิงที่มีสิ่งปลูกสร้างรูปร่างแปลกตา และมีการคุ้มกันอย่างรัดกุมแ่าอย่างยิ่ง
ที่เยี่ยเฉินเฟิงยอมเสี่ยงเดินทางเข้ามาในเมืองเป่ยหลิง เป็เพราะเขาเตรียมตัวจะเดินทางต่อไปที่แนวเทือกเขาหิมะขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ไกลออกไปอีกหลายหมื่นลี้ หากยึดตามสัญลักษณ์บนแผนที่ในม้วนคัมภีร์หนังแกะฉบับนั้น ในส่วนลึกของูเาหิมะลูกนั้นจะเป็ตำแหน่งของน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ที่ใช้หลอมกายา
ถ้าเขาสามารถตามหาน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์จนพบได้ เช่นนั้นเขาก็จะสามารถฝึกฝนขั้นหลอมอวัยวะได้จนถึงระดับสูงสุด และเพิ่มพลังที่แท้จริงให้กับร่างกายได้อีกหลายเท่า
เพียงแต่เทือกเขาหิมะขนาดใหญ่นั่นอยู่ห่างไกลจากแคว้นจื่อจินมาก ระยะทางประมาณหมื่นลี้เห็นจะได้ เมื่อไร้ทางเลือก เขาจึงต้องเดินทางเข้ามายังเมืองเป่ยหลิงเพื่อหาซื้ออาชาโลหิตทองที่มีสายเืของสัตว์วิเศษไหลเวียนอยู่ภายในร่าง สามารถเดินทางไกลได้นับพันลี้ในหนึ่งวัน
“อืม ร้านค้าที่ขายสัตว์พาหนะทั้งหมดพร้อมใจกันปิดร้านสินะ” เยี่ยเฉินเฟิงใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการเดินสำรวจรอบๆ เมืองเป่ยหลิง และพบว่าร้านค้าที่ขายสัตว์พาหนะสำหรับเดินทางในเมืองเป่ยหลิงมีทหารยามคุมเข้มอยู่ด้านหน้าร้านทั้งหมด อย่าว่าแต่อาชาโลหิตทองเลย แค่สัตว์ขี่ธรรมดายังหาไม่ได้เลยกระมัง
“เพื่อจับตัวข้า โยวซานเสียนถึงกับต้องให้ตระกูลเซินถูยื่นมือช่วยเลยหรือ ดูมีความพยายามกันเหลือเกิน”
เยี่ยเฉินเฟิงกวาดสายตามองบรรดายอดฝีมือที่เฝ้าอยู่หน้าร้านขายสัตว์พาหนะ ก่อนจะล้มเลิกความคิดที่จะหาซื้อสัตว์พาหนะ และเดินเท้าตรงไปทางด่านตรวจตรงแนวชายแดน
“หือ เซินถูเหิง ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงเดินทางมาถึงด่านตรวจคนเข้าออกของเมืองเป่ยหลิง สายตาก็เหลือบไปเห็นเซินถูเหิงที่เสียแขนข้างขวาไปกำลังยื่นหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงด่านตรวจ ปล่อยพลังิญญาตรวจตราผู้คนที่สัญจรไปมาทีละคน
“ตรวจสอบพลังิญญา คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะใช้วิธีนี้ในการตามหาตัวข้า!” เยี่ยเฉินเฟิงจ้องมองเซินถูเหิงด้วยแววตาอาฆาต ลอบโคจรทักษะกลืนิญญาอย่างเงียบเชียบ เก็บซ่อนกลิ่นอายของตนเองก่อนจะก้มศีรษะเดินตรงเข้าไป
“เ้าน่ะ หยุดก่อน”
เยี่ยเฉินเฟิงเพิ่งจะเดินได้เพียงสองก้าวเท่านั้นก็ได้ยินเสียงเซินถูเหิงตวาดลั่นขึ้นมา เยี่ยเฉินเฟิงแอบสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะหันขวับไปทางต้นเสียง พบว่าเซินถูเหิงกำลังจับแขนของเด็กสาวคนหนึ่งเอาไว้แน่นและจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาร้อนแรง เด็กสาวนางนั้นมีหน้าตาที่งดงามและรูปร่างสูงเพรียว สวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวมรกต
“เ้า เ้าคิดจะทำอะไร? ลูกสาวของข้าทำผิดอะไร ทำไมเ้าถึงจับตัวนางเช่นนั้น”
เมื่อเห็นสายตาหื่นกระหายของเซินถูเหิง บิดาของเด็กสาวชุดมรกต พ่อค้าเศรษฐีที่ทำการค้าขายในเมืองเป่ยหลิงมานานหลายปีก็หน้าเปลี่ยนสีทันที ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก
“ทำอะไรงั้นหรือ ข้าสงสัยว่านางจะเป็คนร้ายที่ตระกูลเซินถูกำลังประกาศจับอยู่น่ะสิ” เซินถูเหิงแค่นเสียงเ็า
“เป็ไปไม่ได้หรอก ลูกสาวของข้าเพิ่งจะเคยมาที่เมืองเป่ยหลิงครั้งแรก นางจะเป็คนร้ายที่ตระกูลเซินถูของเ้า้าตัวได้อย่างไร? เ้าต้องจำคนผิดแน่ๆ เลย” พ่อค้ากล่าวอธิบายเสียงดังลั่น
“จะจำคนผิดหรือไม่ ลองตรวจสอบดูก็จะรู้เอง” เซินถูเหิงเผยรอยยิ้มหื่นกระหายบนใบหน้า ก่อนจะฉุดกระชากเด็กสาวเข้าไปยังกระโจมข้างๆ โดยไม่สนใจการต่อต้านของอีกฝ่าย
“ได้...ได้โปรดปล่อยลูกสาวของข้าไปเถอะนะ ขอเพียงเ้ายอมปล่อยนางไปข้าจะจ่ายเงินให้เ้าเอง มากมายแค่ไหนก็ย่อมได้”
เมื่อพ่อค้าเศรษฐีเห็นเซินถูเหิงลากแขนบุตรสาววัยสาวสะพรั่งของตนเองไปทางกระโจมที่พัก ก็ทราบได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร จึงรีบถลาเข้าไปขวางด้านหน้าพร้อมเอ่ยวิงวอนอย่างน่าเห็นใจ
บรรดาผู้คุ้มกันของพ่อค้าเศรษฐีไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือเลยแม้แต่คนเดียว เนื่องจากหวาดกลัวจิตสังหารอันคุกรุ่นของยอดฝีมือจากตระกูลเซินถู
“บ้าเอ๊ย เ้าไสหัวออกไปซะ ถ้ายังมายุ่งวุ่นวายอีกข้าจะฆ่าเ้าทิ้งซะ”
ั้แ่ถูกเยี่ยเฉินเฟิงตัดแขนขาดไปข้างหนึ่ง เซินถูเหิงก็กลายเป็พวกที่จิตใจบิดเบี้ยว เขายกเท้าถีบพ่อค้าเศรษฐีจนล้มคว่ำคะมำหงายไปกับพื้น พร้อมทั้งข่มขู่อีกฝ่ายด้วยความโเี้
“ท่านพ่อ!” เด็กสาวในชุดสีเขียวมรกตเห็นบิดาของตนอยู่ในสภาพเ็ปรวดร้าว น้ำตาก็รินไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม เปียกซึมใบหน้างดงามจนชุ่มโชก
“แกมันสัตว์เดรัจฉาน แกจะไม่มีวันได้ตายดี” เด็กสาวชุดเขียวมรกตเอ่ยสาปแช่ง
“ร้องเลย ะโเลย อีกเดี๋ยวข้าจะทำให้เ้าร้องดังยิ่งกว่านี้ ะโเสียงดังมากกว่านี้อีก”
มองดูสองขาที่เพรียวบางเรียวยาว รูปร่างที่มีเสน่ห์ยั่วยวนใจและหน้าตาท่าทางที่ชดช้อยอ่อนหวานของเด็กสาวในชุดเขียวมรกตแล้ว เซินถูเหิงก็ััได้เพียงไฟราคะในใจที่ลุกโชน จนอยากจะกดนางเอาไว้ใต้ร่างแล้วระบายอารมณ์ให้หนำใจเสียเดี๋ยวนี้เลย
“เฮ้อ หญิงสาวที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น ต้องถูกกระทำย่ำยี่จนพังทลายอีกแล้ว”
“คนผู้นั้นช่างเลวร้ายจริงเชียว แค่วันนี้วันเดียว เขาย่ำยีหญิงสาวไปตั้งสามคนแล้วนะ”
แม้ว่าผู้คนที่สัญจรไปมาจะรู้สึกโกรธแค้นแทนผู้ไม่ได้รับความเป็ธรรม แต่พวกเขาก็หวาดกลัวยอดฝีมือของตระกูลเซินถู ทำให้กล้าเดือดดาลแต่ไม่กล้าออกปากพูดแทน ทำได้เพียงยืนมองจากที่ไกลๆ เท่านั้น
“เซินถูเหิง เ้านี่มันยิ่งนานวันยิ่งเลวทรามต่ำช้าลง”
เมื่อเด็กสาวชุดเขียวมรกตกำลังจะถูกเซินถูเหิงลากเข้ากระโจมและกระทำย่ำยีอย่างโหดร้าย ทันใดนั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คล้ายกับอัสนีบาตก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขาเสียก่อน
“ใคร?”
ได้ยินเสียงคล้ายสายฟ้าฟาดดังขึ้น ใบหน้าของเซินถูเหิงก็พลันเปลี่ยนสี สายตาจ้องเขม็งไปทางผู้ชายคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมยาวทอจากผ้าลินิน ใบหน้าค่อนข้างเหลืองซีด แต่กลับแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมาจากร่าง
“เ้าเป็ใคร?”
รูม่านตาของเซินถูเหิงหดเล็กอย่างฉับพลัน ก่อนจะซักถามอีกฝ่ายด้วยใบหน้าหวาดระแวง
“เ้ากำลังตามหาข้าอยู่ไม่ใช่หรือ? เหตุใดพอข้ายอมปรากฏตัวตรงหน้า เ้ากลับทำเป็ไม่รู้จักข้าขึ้นมาเสียอย่างนั้นล่ะ?” เยี่ยเฉินเฟิงที่ปลอมแปลงรูปลักษณ์อยู่พลันเผยรอยยิ้มบางๆ ดวงตาล้ำลึกทอประกายคมกริบดุจใบมีด
“เ้าคือเยี่ยเฉินเฟิง!”
เซินถูเหิงแอบตระหนกเล็กน้อย เขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าหวาดผวา จิตอสูรตะกวดั์ปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างกายของเขาทันที
“ยินดีด้วย เ้าตอบถูก”
เยี่ยเฉินเฟิงยิ้มบางๆ ร่างกายพุ่งทะยานออกไปด้านหน้าอย่างฉับพลัน แปรเปลี่ยนเป็ร่างเงาลวงตาอันรวดเร็วก่อนจะปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของเซินถูเหิงที่กำลังตื่นตระหนก
ครู่ต่อมา คลื่นกระบี่ความเร็วสูงก็วาดผ่านสายตาของเซินถูเหิงไป ก่อนจะฟาดฟันลงบนแขนข้างซ้ายของเขา ตัดขาดเกราะป้องกันกายของเขาได้อย่างง่ายดาย และเฉือนแขนข้างซ้ายจนขาดกระเด็นหล่นลงพื้น
เืจำนวนมากไหลทะลักออกมาราวกับน้ำพุ สาดกระเซ็นออกมาจากแขนข้างที่ถูกตัดขาดของเขา เซินถูเหิงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปรวดร้าวปานจะขาดใจตาย
“ตายซะ!”
กระบี่หักปรากฏขึ้นบนมือของเยี่ยเฉินเฟิง เขายกกระบี่ขึ้นฟาดฟันไปบนอากาศ ก่อเกิดเป็คลื่นกระบี่คมกริบตัดเฉือนศีรษะของเซินถูเหิง ปลิดลมหายใจของอีกฝ่ายภายในชั่วพริบตา
“ข้าจะจัดการตรงนี้เอง พวกเ้ารีบหนีออกไปเถอะ”
หลังจากสังหารเซินถูเหิงแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็ปรายตามองเด็กสาวชุดเขียวมรกตที่กำลังหน้าซีดเผือดเพราะโดนเืกระเซ็นใส่จนเปื้อนไปทั้งตัว ะโเร่งรัดอีกฝ่ายเสียงดังลั่น
“ขอบคุณผู้มีพระคุณ พวกเราหนีเร็ว!”
พ่อค้าเศรษฐีรีบตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพื้น เอ่ยขอบคุณแล้วลากตัวเด็กสาวชุดเขียวมรกตที่ใกลัวจนสติหลุดวิ่งหนีออกไปจากเมืองเป่ยหลิง
“คุณชายสามตายแล้ว”
เมื่อเห็นร่างที่ศีรษะขาดกระเด็นของเซินถูเหิงนอนจมแอ่งเืบนพื้น ยอดฝีมือของตระกูลเซินถูต่างก็ตื่นใจนโง่งม รู้สึกราวกับเื่ทั้งหมดเป็เพียงฝันฉากหนึ่ง
“มัวยืนอึ้งอยู่ทำไมล่ะ ยังไม่รีบไปจับตัวมันมาอีก”
ยอดฝีมือตระกูลเซินถูคนหนึ่งที่ได้สติคืนกลับมาจึงะโสั่งเสียงดังลั่น ก่อนจะนำยอดฝีมืออีกนับสิบคนเข้าล้อมวงจู่โจมเยี่ยเฉินเฟิง
“ในเมื่อพวกเ้าอยากตายมากนัก ข้าก็จะสวดส่งิญญาให้”
ประกายเย็นะเืฉายผ่านแววตาของเยี่ยเฉินเฟิง กระชับกระบี่หักในมือแล้วพุ่งทะยานเข้าใส่
ปราณกระบี่หลากหลายสายพุ่งทะยานฟ้า อำนาจกระบี่อันแสนน่ากลัวเข้าบดขยี้เคล็ดิญญาที่พุ่งโจมตีมาด้วยพลังทำลายล้างสูงจนแหลกละเอียด พลังงานน่าหวาดหวั่นสั่นะเืไปทั้งแปดทิศ
เพียงไม่นาน พื้นที่ตรวจคนเข้าออกแนวชายแดนก็เต็มด้วยเืสีแดงฉานที่รินไหลเป็สายธาร ประกอบกับเศษชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ เปลี่ยนแปลงพื้นที่แห่งนี้จนกลายเป็ขุมนรกบนพื้นดิน
