“ไม่มีเนื้อเหลือแล้วหรือ?” ฉินหรูเยียนถามกลับไปทันที จากนั้นสายตาของนางก็เหลือบไปที่งูหลามไฟลายเมฆที่เหลือแค่เพียงโครงกระดูก ชั่วขณะต่อมา ฉินหรูเยียนที่เพิ่งรู้สึกตัว อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงฃ
ดวงตากลมโตของนางเหลือบมองไปที่ใบหน้าของทุกคน ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง “ทุกคน ข้าขอโทษ ข้า...คิดไม่ถึงจริงๆ ว่า...จะกินเนื้องูหลามไฟลายเมฆหมดทั้งตัวแบบนี้!”
“ฮ่าๆ ศิษย์พี่หญิงไม่จำเป็ต้องขอโทษหรอก แค่วันนี้ท่านทำให้พวกเราทุกคนตกตะลึงไปหน่อยเท่านั้น!” เฉียนหม่านควงหัวเราะ
“จริงด้วย ศิษย์พี่หญิง ท่านรู้ไหมว่าวันนี้ท่านสุดยอดมากจริงๆ!” ถังเซียวชูหัวแม่โป้งให้ “ข้าเกือบจะลงไปคุกเข่าคำนับหลายรอบแล้ว! ทั้งแข็งแกร่งและสุดยอดจริงๆ!”
“ใช่แล้วๆ ข้าเองก็เกือบจะลงไปคำนับหลายรอบเหมือนกัน!” คำพูดของถังเซียวนำมาซึ่งการเห็นด้วยจากหยวนอิ่งและศิษย์สำนักแม่มดเพลิงร้อนจำนวนหนึ่ง
“หรูเยียน ความอยากอาหารของเ้าในวันนี้ทำให้พวกเราประหลาดใจไม่น้อยเลยจริงๆ” หม่าิฮุ่ยก็พูดแบบเดียวกัน
“พอแล้วๆ ศิษย์พี่หญิงไม่ต้องโทษตัวเอง และทุกคนก็ไม่ต้องแสดงความรู้สึกอะไรแล้ว! เสี่ยวหมิน หยวนอิ่ง พวกเ้ายังมีเนื้อสัตว์อสูรระดับสองเหลืออยู่บ้างหรือไม่ เอาออกมา” เซียวหลิงอวิ๋นกล่าวทันทีที่เห็นท่าทางของฉินหรูเยียน เซียวหลิงอวิ๋นก็รู้ด้วยว่าเืของเด็กสาวคนนี้ยังไม่พัฒนาไปถึงขั้นสูงสุด หรือพูดอีกอย่างคือยังห่างไกลจากการพัฒนาอีกขั้น
“มะ...ไม่ต้องแล้วล่ะ!” ฉินหรูเยียนรีบโบกไม้โบกมือทันที แม้ว่านางจะยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเืสีแดงทองในหัวใจของนางยังคงว่ายวนไปวนมา ยังคงมองหาพลังโลหิตแสนอร่อยอยู่ และยังคงส่งผ่านความ้านั้นออกมายังตัวok’
แต่ฉินหรูเยียนกินเนื้อและเืของงูหลามไฟลายเมฆไปจนหมดทั้งตัวแล้ว นางจึงรู้สึกอับอายเกินกว่าที่จะกินเนื้อย่างที่เหลืออยู่ไม่มากนักของเพื่อนร่วมคณะได้อีก
ฉินหรูเยียนรู้สึกได้เช่นกันว่าเืสีแดงทองที่ยาวและกว้างขึ้นเล็กน้อยนั้นยังคงห่างไกลจากการพัฒนาไปอีกขั้น และมันไม่ใช่ช่องว่างที่เืเนื้อของสัตว์อสูรระดับหนึ่งหรือสองจำนวนเล็กน้อยนั้นจะสามารถชดเชยได้เลย
“กว่าพลังสืบสายเืจะพัฒนายังอีกไกลหรือ?” เซียวหลิงอวิ๋นถามผ่านทางโทรจิต
ฉินหรูเยียนใเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“ไม่ต้องกังวลหรอก ยิ่ง้าพลังโลหิตมากเท่าไร เมื่อพลังสายเืโบราณพัฒนาขึ้น ก็จะยิ่งกำเนิดพร์สืบสายเืที่ดีขึ้นยิ่งขึ้นเท่านั้น นับเป็เื่ที่ดี!” เซียวหลิงอวิ๋นกล่าวผ่านทางโทรจิต
“อื้ม!” ฉินหรูเยียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของนางเผยรอยยิ้มอันสดใสออกมา
ส่วนเืสีแดงทองที่ว่ายวนวนมาอยู่ในหัวใจ หลังจากที่วนไปหลายรอบแล้วก็ยังไม่เห็นพลังโลหิตใหม่ไหลเข้ามาเสียที จึงเปล่งแสงสว่างวาบแล้วหายไปซ่อนตัวอีกครั้ง
ในขณะที่ฉินหรูเยียนกำลังจะลุกขึ้น
จู่ๆ ใบหน้าของนางก็แดงก่ำ
กระดูกทั่วร่างกายส่งเสียงกรอบแกรบดังก้องกังวานอย่างน่าใด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
เืเนื้อของงูหลามไฟลายเมฆที่เกือบจะขึ้นสู่ระดับสี่ ซึ่งนอกจากจะมีพลังโลหิตแล้ว ก็ยังมีพลังิญญาสัตว์อสูรที่เข้มข้นมากอีกด้วย
เืสีแดงทองนั้นได้ดูดซับพลังโลหิตจำนวนมหาศาลที่ฉินหรูเยียนดื่มเข้าไป แต่กลับคัดเอาพลังิญญาสัตว์อสูรบางส่วนออก พลังิญญาสัตว์อสูรเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วร่างกายของฉินหรูเยียน และสะสมอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อเืสีแดงทองนี้หลบซ่อนตัวอีกครั้ง พลังิญญาสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลที่ถูกคัดออกเหล่านี้จึงะเิปะทุออกมาอย่างฉับพลัน
“ฉูดๆๆ!” แม้ว่าร่างกายของฉินหรูเยียนจะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาทุกคนที่อยู่ที่นี่ แต่ใน่เวลาที่พลังิญญาสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลปะทุออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้ละอองเืพุ่งออกมาจากทางจมูกและปากของนาง รวมถึงรูขุมขนเล็กๆ ทั่วร่างกาย
ภายในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วอึดใจ ฉินหรูเยียนก็กลายเป็คนที่มีเืโชกไปทั้งตัว
ทุกคนต่างก็ใมาก เซียวหลิงอวิ๋นจ้องมองอย่างถี่ถ้วนแล้วะโออกมา “ใช้หงส์เพลิงเร็ว!”
ในเวลานี้วิธีเดียวที่จะปลดปล่อยพลังิญญาสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลให้ออกมาได้ในรวดเดียว คือการใช้พลังพิเศษที่ต้องใช้พลังิญญาจำนวนมหาศาล
ที่สำคัญที่สุดคือสภาพร่างกายของฉินหรูเยียนคือกายาหงส์ะเคลือบทอง เมื่อใดที่หงส์เพลิงปรากฏขึ้น สัตว์อสูรทั้งหลายก็จะยอมจำนน และจะสามารถสยบพลังิญญาสัตว์อสูรได้อย่างรวดเร็ว นับเป็การได้ประโยชน์จากความโชคร้ายโดยแท้
ภายในหมอกเื ฉินหรูเยียนรีบใช้นิ้วมือทั้งสองข้างประสานมือที่หน้าอก มีแสงสีแดงพุ่งออกมาจากหมอกเื พุ่งทะยานขึ้นไปสามพันฉื่อ ในวินาทีถัดมาเสียงร้องของหงส์เพลิงที่ใสแจ๋วก็ดังก้องฟ้า
ทันทีที่หงส์เพลิงตัวเล็กสง่างามปรากฏตัวขึ้นบนฟ้า แรงกดดันอันสูงส่งและงดงามแต่แฝงเอาไว้ด้วยแรงกดดันที่น่าเกรงขาม ขยายแผ่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่โดยรอบเป็ระยะหลายพันจั้ง
และเมื่อแรงกดดันนี้แผ่ออกมา
สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็เกิดขึ้น เมื่อหมอกเืรอบๆ ตัวฉินหรูเยียนสลายหายไปด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง! ไม่สิ ไม่ใช่สลายไป แต่พวกมันมารวมตัวใหม่ แล้วหมอกเืก็กลายเป็เส้นไหม จากนั้นก็รวมตัวกันจนกลายเป็เส้นยาวอย่างรวดเร็ว ชั่วขณะต่อมา เส้นเืนี้ก็พุ่งตรงขึ้นไปบนฟ้า
บนฟ้า หงส์เพลิงตัวเล็กที่สง่างามนี้ก็ส่งเสียงดัง “ฉ่าๆ” ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เส้นเืที่อยู่ข้างในเปลวไฟซึ่งมันปล่อยออกมานั้น สิ่งสกปรกเข้มข้นจะกลายเป็ควันดำและลอยหายไป ส่วนพลังิญญาบริสุทธิ์หลังจากที่ถูกเปลวไฟของหงส์เพลิงเผาก็กลายเป็กลุ่มก้อนพลังิญญา ให้หงส์เพลิงจิกกินทีละเส้นราวกับไก่จิกหนอน
สิบเส้น ยี่สิบเส้น ห้าสิบเส้น หนึ่งร้อยเส้น สองร้อยเส้น...
เมื่อเส้นพลังิญญาเหล่านี้ถูก “หงส์เพลิง” ตัวจิ๋วจิกกินเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ขนปุยเส้นเล็กๆ สามเส้นบนหัวของหงส์เพลิงก็เริ่มสว่างขึ้นทีละเส้น จนเมื่อแสงสว่างวาบขึ้น ขนปุยก็หนาขึ้น ยาวขึ้น และกว้างขึ้น มีขนปีกเส้นเล็กๆ ปรากฏขึ้นมา
หลังจากที่ขนปุยเส้นเล็กๆ เส้นที่สามถือกำเนิด
มีสามเหลี่ยมลึกลับตกลงมาจากฟากฟ้า! ในขณะที่สามเหลี่ยมนี้ตกลงมาอย่างรวดเร็ว บางคนที่มีสายตาดีก็ต้องใเมื่อพบว่าสามเหลี่ยมนี้ยังมีสามเหลี่ยมที่เล็กกว่าอยู่ข้างใน ยิ่งทิ้งดิ่งลงมาด้านล่างก็ยิ่งพบว่าไม่ได้มีแค่นั้น แต่ยังมีสามเหลี่ยมอื่นซ้อนอยู่ข้างในอีก
ไม่มีใครที่มองออกว่ามีสามเหลี่ยมทั้งหมดกี่ชั้นกันแน่?
แม้ว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะมองไม่เห็น แต่แค่เพียงเหลือบมองผ่านๆ ก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่ามีสามเหลี่ยมทั้งหมดเก้าชั้น
‘เพลิงสามยอดเก้าชั้น’ เป็เปลวไฟที่ทรงพลังถึงขีดสุด ของหงส์เพลิงที่เป็นกศักดิ์สิทธิ์ของโลกเบื้องบน
แล้วสามเหลี่ยมนั้นก็ตกลงมาบนหัวของฉินหรูเยียน
“ซู่!” ร่างกายของฉินหรูเยียนถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีแดงทอง
ดวงตาของเซียวหลิงอวิ๋นฉายแววประหลาดใจ ก่อนหน้านี้ตอนที่ร่างกายของนางถูกหลอมด้วยเพลิงหงส์ คราวนี้กลับถูกหลอมกายด้วยเพลิงสามยอดเก้าชั้นอีก ทั้งพร์และโชคชะตาของเด็กสาวคนนี้ช่างน่าทึ่งเสียจริง
“หลิงอวิ๋น ศิษย์พี่หญิงเป็อะไร จะไม่เป็อะไรมากใช่หรือไม่?” ถังเซียวรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงของเปลวไฟสีแดงทองนั้นจากระยะสามสิบหมี่ จึงหันไปถามเซียวหลิงอวิ๋นด้วยความเป็กังวล
“ต้องเ็ปแน่อยู่แล้ว แต่ก็ถือเป็โอกาสมากกว่า เป็โอกาสที่ยิ่งใหญ่ หากนางสามารถผ่านพ้นไปได้ เป็ไปได้มากว่าศิษย์พี่หญิงอาจจะบรรลุขึ้นไปอีกขั้น!” เซียวหลิงอวิ๋นตอบ
แม้แต่เซียวหลิงอวิ๋นก็ยังประเมินผลของเพลิงสามยอดเก้าชั้นต่ำไป! เพราะไม่เพียงแต่จะหลอมกายเท่านั้น แต่ยังหลอมพลังิญญาสัตว์อสูรจำนวนมากที่ยังไม่สลายหายไปไหน ทำให้บริสุทธิ์ใหม่แล้วแปรเปลี่ยนเป็พลังิญญาที่บริสุทธิ์ หลอมรวมเข้ากับร่างกายของฉินหรูเยียนทันที
ด้วยเหตุนี้ ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามต่อมา ฉินหรูเยียนจึงรวบรวมพลัง เปิดขดิญญาขดที่เจ็ดและแปดได้ติดต่อกัน
จนในที่สุดเมื่อขดพลังิญญาขดที่แปดใกล้จะเต็มแล้ว พลังเพลิงสามยอดเก้าชั้นก็หายไป!
