เสียงเคาะประตูร้อนรนดังขึ้น ิหยวนผุดลุกขึ้นยืน ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ประตูไม้ก็ถูกใครบางคนพังเข้ามาอย่างแรง บานพับประตูถึงกับกระเด็นหลุดลงบนพื้น
“เกิดเื่อันใดขึ้น?”
“หยวนเก้อเอ๋อร์เ้าเชี่ยวชาญเื่รักษาใช่หรือไม่?!”
“ข้า…แค่พอมีความรู้ผิวเผิน เพราะอ่านตำราแพทย์มาบ้าง...”
“อย่าพูดให้มากความ!” หม่านสือชีลากิหยวนวิ่งออกไปนอกบ้าน “ไปกับข้า!”
สำนักศึกษาหลวงห้ามขี่ม้า ิหยวนจึงถูกอีกฝ่ายลากให้วิ่ง มุ่งหน้าไปยังตรอกที่พวกเขาพักอาศัยอยู่นอกสำนักศึกษา
ิหยวนอยากเอ่ยถามว่าเกิดเื่อันใดขึ้น แต่เพราะเหนื่อยหอบจึงพูดไม่ออก
พอมาถึงที่หมายก็เห็นร่างสูงโปร่งยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตู ิหยวนเพียงแค่เห็นท่าทางก็รู้ทันทีว่าเป็ิเยี่ย ิหยวนแอบรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เขากลัวว่าิเยี่ยจะได้รับาเ็
ยังไม่ทันได้หยุดพักหายใจ ิเยี่ยก็เข้ามาลากิหยวนเข้าไปข้างใน พร้อมกับอธิบาย
“พี่อู๋จิ่วได้รับาเ็สาหัสก่อนจะหมดสติไป เขากำชับว่าห้ามส่งเสียงดังและห้ามไปตามหมอ”
“เกิดเื่อันใดขึ้น?”
“์เท่านั้นที่รู้ ตอนนั้นข้าไม่อยู่ สือชีบอกว่าวันนี้พวกเขาท่องตำราที่เขียนโดยเ้าอยู่ในสำนักศึกษา จึงกลับหอพักช้ากว่าปกติ พวกเขาไปขอป้ายอนุญาตเข้าออกห้องพักไว้ล่วงหน้าเพื่อที่จะได้กลับหอพักในยามวิกาลได้สะดวก แต่ระหว่างทางจู่ๆ ก็มีคนร้ายสองคนปรากฏตัวขึ้นและตรงเข้ามาทำร้ายพวกเขา”
“โจรหรือ?”
“ตอนแรกข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ด้วยวรยุทธ์สูงส่งของพวกเขาทั้งสองย่อมรับมือโจรกระจอกสองคนได้สบาย”
หม่านสือชีรีบวิ่งตามมาสมทบ
“ใช่ๆ หากเป็โจรก็ดีสิ! แต่วรยุทธ์อีกฝ่ายสูงส่งนัก ลงมือโเี้ ไร้ปราณี มิใช่คนธรรมดาแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันมุ่งหวังจ้องทำร้ายแต่เหล่าเฉา ไม่รู้ว่าเขาไปทำให้ผู้ใดขุ่นเคืองหรือไม่”
ิหยวนรีบสาวเท้าไปยังหอพักด้านทิศตะวันออก ขณะยังไม่ทันได้เข้าไปถึงตัวเรือน กลิ่นคาวเืก็โชยมาเตะจมูก หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ
ร่างไร้สติของเฉาอู๋จิ่วนอนอยู่บนเตียงอย่างสงบนิ่ง ลำตัวส่วนบนพันด้วยผ้าพันแผลหลายชั้น รอยเืซึมผ่านผ้าพันแผลออกมา ตรงหน้าอกมีรอยเืแห้งกรัง ิหยวนรีบพุ่งตัวไปที่ข้างเตียง กำลังจะแกะผ้าพันแผลออกเพื่อตรวจาแ จู่ๆ ิหยวนก็สังเกตเห็นว่านอกจากเด็กรับใช้แล้ว ยังมีคนนั่งอยู่ข้างโต๊ะอีกหนึ่งคน
“ใคร?”
ิเยี่ยกับหม่านสือชีเดินตามเข้ามา
“ลืมบอกไปตอนที่พวกเขาถูกโจมตี วรยุทธ์สู้ไม่ได้ พี่อู๋จิ่วก็ได้รับาเ็สาหัส โชคดีที่...”
บุคคลที่นั่งอยู่เดินถือเชิงเทียนเข้ามาใกล้ ไส้เทียนเกิดประกายไฟเปรี๊ยะๆ ทันใดนั้นเปลวไฟก็ลุกโหม ิหยวนมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยผ่านแสงสลัวๆ จึงอุทานด้วยความใ
“ท่านเองหรือ?”
ิเยี่ยรีบพูดต่อ
“โชคดีที่ท่านป๋อน้อยผ่านมาพบเข้าจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ พวกเขาถึงรอดมาได้”
ิหยวนถึงกับพูดไม่ออก
หยางจวินเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
“เ้าเป็หมอหรือ?”
ิหยวนทำหน้านิ่งไม่ตอบ
ิเยี่ยเสริมอย่างกระตือรือร้น “หยวนเก้อเอ๋อร์เชี่ยวชาญเื่สมุนไพรไม่ว่าจะเป็โรคภัยไข้เจ็บอันใด เขารักษาหายมาหมดแล้ว”
ิหยวนจ้องิเยี่ยตาเขม็ง ิเยี่ยจึงรีบหุบปากและหันไปหาหยางจวินแทน
“ยังไม่ทันได้แสดงความยินดีกับท่านป๋อน้อยที่ชนะการประลอง ทว่าท่านควรอยู่ที่งานเลี้ยงมิใช่หรือขอรับ?”
หยางจวินไม่ตอบ
ิหยวนจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่คิดว่าจะได้พบกับสหายอี้อีกยิ่งไปกว่านั้นข้ายังเป็หนี้บุญคุณท่านอีกครั้งไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรดี”
“สหายอี้?” หม่านสือชีมองหน้าิหยวนสลับกับอี้อวิ๋นด้วยความสับสน
หยางจวินขมวดคิ้ว เขารู้สึกได้ถึงความเ็าและห่างเหินของิหยวนอีกครั้ง ช่างต่างจากเด็กหนุ่มผู้มีน้ำใจที่่ป่าช้าคนนั้นอย่างสิ้นเชิง ทำให้หยางจวินรู้สึกผิดหวังและหวาดกลัวเล็กน้อย เพียงแค่แพ้การแข่งขันที่ไม่สำคัญ ไฉนถึงใจแคบเช่นนี้? หยางจวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วหันไปหาหม่านสือชีพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้มฝืนๆ “เราสองคนเคยพบกันครั้งหนึ่ง เขาชื่อหยวนิ เ้าต้องจำชื่อนี้ไว้ให้ดี”
ิหยวนเบือนหน้าหนี อารมณ์ก็ยิ่งไม่ดี
“หืม?” หม่านสือชียิ่งงุนงง จึงตัดสินใจไม่สนใจพวกเขา “หยวนเก้อเอ๋อร์ รีบมาดูหน่อยว่าจะรักษาเขาได้หรือไม่ เหล่าเฉาย้ำแล้วย้ำอีกว่าห้ามไปตามหมอ ข้าร้อนใจแทบแย่ เยี่ยเก้อเอ๋อร์บอกว่าเ้าพอมีความรู้จึงลากตัวเ้ามาที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ ”
ิหยวนค่อยๆ แกะผ้าพันแผลออกอย่างระมัดระวัง เืสีแดงสดไหลทะลักออกมาทันที มันเป็แผลถูกแทง ลึกมาก คมดาบแทงทะลุซี่โครง โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ ไม่เช่นนั้นคงตายไปแล้ว ตอนนี้เฉาอู๋จิ่วเสียเืมาก ใบหน้าซีดเซียวริมฝีปากซีดเผือด
“ผ้าสะอาด น้ำร้อน” ิหยวนสั่งโดยไม่หันกลับมามอง แล้วโรยผงยาที่หม่านสือชีเตรียมไว้ให้ ก่อนจะหยิบม้วนผ้าลินินบางๆ ออกมาจากอกเสื้อ เมื่อคลี่ออกก็พบว่ามีเข็มเงินขนาดเล็กปักอยู่ “ไฟ”
หม่านสือชีรีบยกเชิงเทียนมาให้ ิหยวนนำเข็มเงินอังไฟ ก่อนจะปักลงบนตำแหน่งต่างๆ บนหน้าอกอย่างรวดเร็ว เืค่อยๆ หยุดไหล หม่านสือชีและิเยี่ยมองดูด้วยความกังวล ผ่านไปครู่หนึ่ง ิหยวนจึงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดรอบๆ าแ ก่อนจะทายาสมานแผลที่เซี่ยโหวเจี๋ยให้เขามา โดยทาบนาแหนาๆ จากนั้นค่อยพันผ้าพันแผลอย่างกระชับ
“พรุ่งนี้เช้าไปร้านขายยา บอกว่าขอซื้อชะมด ขี้ผึ้ง การบูร พิมเสน เืั [1] แก่นสีเสียด [2] กำยาน [3] และมดยอบ [4] ไม่สิ...ในเมื่อเหล่าเฉากำชับเช่นนั้น ก็อย่าไปเลย รอจนกว่าจะพ้นเวลาห้ามออกจากเคหะสถาน ข้าจะให้คนรู้จักหามาให้เอง”
“เขาไม่เป็ไรแล้วใช่หรือไม่?”
ิหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หากเขาฟื้นภายในสองชั่วยามก็ไม่เป็ไร”
“แล้วจะแจ้งความหรือไม่?”
จู่ๆ ก็มีเสียงน่าตื่นใจากใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เืั (血竭) หมายถึง สมุนไพรห้ามเืชนิดหนึ่ง รักษาาแ และยังช่วยให้เืลมไหลเวียนดี
[2] แก่นสีเสียด (儿茶) หมายถึง สมุนไพรรักษาแผล สมานแผล
[3] กำยาน (乳香) หมายถึง สมุนไพรที่ใช้เป็ยาฆ่าเชื้อ สมานแผล และระงับอาการปวดได้
[4] มดยอบ (没药) หมายถึง สมุนไพรที่ใช้เป็ยาฆ่าเชื้อและระงับอาการปวดได้เช่นกัน
