เมื่อลู่เต้ามาถึงหน้าประตูบ้านสกุลกู่ เขากลับได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากกู่เสี่ยวอวี่โดยสิ้นเชิง
เขาถือปลากระดี่มุกที่ชนะเดิมพันมาได้ แล้วถามยามหน้าประตูบ้านสกุลกู่ว่า “ขออภัย ขอรบกวนถามหน่อย กู่เสี่ยวอวี่อยู่ที่นี่หรือไม่”
ยามเห็นว่าเป็คนแปลกหน้าจึงหรี่ตามองลู่เต้าด้วยความหวาดระแวง “เ้ามาหาพ่อครัวของร้านอาหารสกุลกู่มีธุระอันใด”
ลู่เต้ารีบแจ้งจุดประสงค์ “ข้าไม่มีเจตนาอื่นใด เพียงแค่นำปลามามอบให้นาง”
คิ้วที่ขมวดมุ่นของยามก็ค่อยๆ คลายออก “วางปลาลง แล้วก็ไปได้แล้ว”
ลู่เต้าทำได้เพียงล้มเลิกความคิดที่จะพบกับกู่เสี่ยวอวี่ เพราะอีกฝ่ายไม่ต้อนรับ แล้วยามก็ไม่ยอมช่วยแจ้งให้กู่เสี่ยวทราบอีกด้วย
ทว่าในขณะที่เขาวางปลาตัวโตลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วหันหลังเตรียมจะจากไป ทันใดนั้นยามก็เอ่ยขึ้นว่า “เสี่ยวอวี่ออกไปตามหาคน”
ตามหาคนงั้นหรือ ลู่เต้าพึมพำกับตัวเอง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็นึกได้ว่ากู่เสี่ยวอวี่เคยบอกว่าจะไปเยี่ยมเขาที่จวนสกุลหง!
ลู่เต้าตบหน้าผากตัวเองโทษตนเอง ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปที่จวนสกุลหง เพราะกลัวว่าจะพลาดโอกาสพบหน้ากับนางอีก
ขณะที่เขาวิ่งกระหืดกระหอบกลับไป ไป๋เสียก็เอ่ยห้ามเสียงเย็น “หยุดก่อน”
“เกิดอะไรขึ้น” ลู่เต้าที่อยากพบหน้ากับกู่เสี่ยวอวี่เร็วๆ ก็เอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“ทำไมหน้าประตูจวนสกุลหงถึงได้มีคนตายยืนอยู่สองคน” ไป๋เสียขมวดคิ้ว
“คนตายงั้นหรือ” ลู่เต้าหัวเราะออกมา เขามองบ่าวสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ก็ไม่เห็นว่าเหมือนคนตายตรงไหน
“มีร่างแต่ไร้ิญญา นั่นแหละคือคนตาย” ไป๋เสียเอ่ยอย่างหนักแน่น “บ่าวสองคนนี้ถูกคนทำเป็หุ่นเชิดไปแล้ว พวกเขาจะทำตามคำสั่งของเ้านายเท่านั้น”
“เ้าลองกลั้นหายใจไปแกล้งพวกเขาดูสิ ถ้าทั้งสองเป็หุ่นเชิดจริง พวกเขาก็จะมองไม่เห็นเ้า”
ลู่เต้าทำตามอย่างกังขา เขาสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าบ่าวทั้งสอง ไม่ว่าเขาจะโบกมืออย่างไร อีกฝ่ายก็ราวกับมองไม่เห็นเขา เหมือนสายตาของพวกเขาจะมองทะลุผ่านร่างเขาไป
เพื่อทดสอบ ลู่เต้าจึงถอดกางเกงของทั้งสองคนออกต่อหน้าต่อตา
ทว่าบ่าวทั้งสองก็ยังคงทำท่าทางเช่นเดิม มือถือไม้เท้า ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูจวนสกุลหงโดยไม่ขยับเขยื้อน
“ไม่จริงน่า” ลู่เต้าเผลอสูดหายใจเฮือก
ทันใดนั้นบ่าวทั้งสองก็ััได้ถึงลู่เต้า แล้วหันมามองเขาราวกับว่าจู่ๆ ก็มีลู่เต้าโผล่มา
ทั้งสองทำสีหน้าเฉยชา แล้วเปิดทางให้เขาอย่างนอบน้อม “เชิญขอรับ”
คราวนี้ลู่เต้าจะไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้ว เขาเอ่ยเสียงสั่น “นะ...นี่มัน...”
ทันใดนั้นเขาที่คิดอะไรได้ก็รีบคว้าตัวบ่าวที่กลายเป็หุ่นเชิดมาถาม “หงฝูกับหงฮวาล่ะ พวกเขาเป็อย่างไรบ้าง แล้วเสี่ยวอวี่เล่า นางมาที่นี่หรือไม่ ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน”
ดวงตาของบ่าวที่ไร้แววชีวิตจ้องมองลู่เต้าอย่างว่างเปล่า ปากก็เอาแต่พูดซ้ำๆ ว่า “เชิญขอรับ เชิญขอรับ”
ลู่เต้าที่ไม่ได้คำตอบก็สะบัดบ่าวทั้งสองออก แล้วพุ่งตรงไปในจวนสกุลหงด้วยความโกรธ
สัญชาตญาณบอกลู่เต้าว่าเสี่ยวอวี่อยู่ในจวนสกุลหง!
เขาเดินผ่านลานหน้าจวนเข้าไปในทางเดิน ระหว่างทางก็มองหาร่องรอยของกู่เสี่ยวอวี่ ทว่าไป๋เสียกลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เลยเอ่ยสิ่งที่น่าใกับลู่เต้า
“ถ้าข้าดูไม่ผิด ตอนนี้ทุกคนในจวนสกุลหงล้วนกลายเป็หุ่นเชิดไปหมดแล้ว”
“อีกฝ่ายทำได้อย่างไร” ลู่เต้าถามอย่างตกตะลึง
เขาเพิ่งจะจากไปแค่ครึ่งวัน อีกฝ่ายใช้วิธีใดกัน ถึงเปลี่ยนคนทั้งจวนสกุลหงให้กลายเป็หุ่นเชิดที่เชื่อฟังคำสั่งได้ในเวลาอันเร็วรวดเช่นนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลู่เต้าก็ยิ่งเป็ห่วงความปลอดภัยของกู่เสี่ยวอวี่ กลัวว่านางจะถูกหางเลขไปด้วยเพราะมาตามหาเขา
ลู่เต้ากัดฟันแน่น แล้วออกตามหากู่เสี่ยวอวี่ต่อไป “เสี่ยวอวี่! เ้าอยู่ที่นี่หรือไม่”
เมื่อลู่เต้าเข้าไปในสวนด้านใน ทันใดนั้นก็มีคนเป่านกหวีดเสียงแหลมดังขึ้น แล้วเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังวิ่งตรงมาทางเขา
บ่าวรับใช้ยี่สิบห้าคนยืนเรียงแถวกัน ล้อมเขาเอาไว้ ก่อนจะยกไม้เท้าในมือขึ้นชี้ไปที่ลู่เต้าโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ
“ในที่สุดข้าก็ได้หาเ้าเจอ” เจี่ยเหยียนอันเดินออกมาจากฝูงชนด้วยท่าทีที่ใจเย็นและมั่นใจอย่างยิ่งยวด
“เป็แผนของเ้าสินะ!” ลู่เต้ากัดฟันกรอด “เ้ามีเป้าหมายอันใดกันแน่!”
เจี่ยเหยียนอันยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าได้รับคำสั่งจากท่านหงเทา ผู้ดูแลสาขาเมืองประดาั ให้มาผนวกสาขาเมืองัทมิฬเข้ากับอำนาจของท่านหงเทา ท่านหงเทาต้องได้เป็ผู้นำรุ่นต่อไปของหอเงินสกุลหง!”
เขาโบกมือ บรรดาบ่าวรับใช้พากันยกไม้เท้าขึ้นโจมตีลู่เต้า ไม้เท้าทั้งยี่สิบห้าอันฟาดลงมาพร้อมกัน แต่ก่อนที่จะััตัวลู่เต้า ก็กลับหยุดชะงักกลางอากาศ
เจี่ยเหยียนอันพลันเืขึ้นหน้า เขาเป่านกหวีดอีกครั้งเพื่อบังคับหุ่นเชิดให้เชื่อฟังคำสั่ง ทว่าไม้เท้าทั้งหมดยังคงหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ไม่กล้าล้ำเส้นแม้แต่ก้าวเดียว
“เป็ไปได้อย่างไร ทำไมนกหวีดข้าถึงใช้ไม่ได้ผล”
“น่าเสียดายยิ่งนัก” ลู่เต้ายิ้มเร้นเลศนัย “ในเื่ควบคุมหุ่นเชิด ดูเหมือนว่าข้าจะเหนือกว่าเ้าขั้นหนึ่ง”
เพียงเขาดีดนิ้วเบาๆ บ่าวรับใช้ทั้งยี่สิบห้าคนก็หันกลับไปโจมตีเจี่ยเหยียนอันแทน
“บัดซบ!” เจี่ยเหยียนอันสบถคำหนึ่ง ก่อนจะถูกบีบให้รับมือกับบ่าวรับใช้มากมาย
หากเป็คนธรรมดา เจี่ยเหยียนอันคงเอาชนะได้อย่างง่ายดาย แม้จะมีบ่าวรับใช้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ก็ไม่อาจทำร้ายเขาได้ แต่ถ้าเป็หุ่นเชิดยี่สิบห้าตนก็เป็อีกเื่หนึ่ง
ถึงแม้จะชนะ ก็คงลำบากไม่น้อย
ลู่เต้าฉวยโอกาสนี้ตามหาพี่น้องสกุลหงและกู่เสี่ยวอวี่ต่อไป
ประตูไม้ห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลู่เต้าพุ่งเข้าไปด้านใน พบว่ามีคนนอนอยู่บนพื้น เขารีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความรู้สึกไม่ดีนัก และก็เป็อย่างที่คิดไว้จริงๆ นั่นคือกู่เสี่ยวอวี่! ใบหน้าของนางซีดเซียว ริมฝีปากม่วงคล้ำเหมือนโดนพิษ
“เสี่ยวอวี่!” ลู่เต้าเขย่าตัวนางเบาๆ “ฟื้นสิ!”
กู่เสี่ยวอวี่เหมือนจะได้ยินเสียงเรียกของลู่เต้า นางลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง “ลู่เต้า...ในที่สุดเ้าก็มา...”
ลู่เต้ายื่นสามนิ้วออกมาแตะชีพจรของกู่เสี่ยวอวี่ พบว่าชีพจรของนางอ่อนลงเรื่อยๆ
ไป๋เสียพบขนมชิ้นหนึ่งบนโต๊ะ มีรอยกัดอยู่คำหนึ่ง เขาจึงพบความผิดปกติ “นี่คือยาพิษควบคุมหุ่นเชิดที่ข้าคิดค้นขึ้น มิน่าเล่า เ้าแซ่เจี่ยนั่นถึงเปลี่ยนคนทั้งจวนสกุลหงให้กลายเป็หุ่นเชิดได้ในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้”
“ยาพิษควบคุมหุ่นเชิดงั้นหรือ”
“ถูกต้อง พูดง่ายๆ ก็คือลูกกวาดิญญาขั้นต่ำ สรรพคุณก็ใกล้เคียงกัน เพียงแต่จะมีรสขมเป็พิเศษ ทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวได้ง่าย ส่วนลูกกวาดิญญานั้น ข้าปรับปรุงแล้วจนไม่มีข้อบกพร่องนี้”
ไป๋เสียมองกู่เสี่ยวอวี่ “โชคดีที่เด็กสาวผู้นี้กินเข้าไปไม่มาก ยังไม่กลายเป็หุ่นเชิดหรอก”
ลู่เต้าดีใจยิ่ง “เช่นนั้นเ้ารีบช่วยเสี่ยวอวี่เถิด! นางแย่มากแล้ว”
“เื่นี้ข้าทำไม่ได้” ไป๋เสียกลับส่ายหน้า
ลู่เต้าอึ้งคิดว่าตัวเองหูฟาดไป จึงถามย้ำอีกครั้ง “เป็ไปไม่ได้ นี่ยาที่เ้าคิดค้นขึ้นมาเองไม่ใช่หรือ ในเมื่อมียาพิษ ก็ต้องมียาแก้สิ!”
“หากเด็กสาวผู้นี้เป็ผู้ฝึกตน ข้าช่วยก่อนที่นางจะกลายเป็หุ่นเชิดได้ แต่น่าเสียดาย...” ไป๋เสียเอ่ยอย่างจนใจ
“นางเป็แค่คนธรรมดาเท่านั้น การที่กลายเป็หุ่นเชิดก็เป็เื่ของเวลาแล้ว เพียงแต่กระบวนการช้ากว่าคนอื่นๆ เท่านั้น”
“ลู่เต้า...เ้ายังอยู่หรือเปล่า...” กู่เสี่ยวอวี่เอ่ยเสียงแ่เบา
“ข้าอยู่ตรงนี้ เ้าพูดเถิด” ลู่เต้ากล่าวด้วยความเสียใจ
“ที่นี่อึดอัด...ข้าอยากออกไปรับลม...”
ลู่เต้าไม่รอช้า อุ้มกู่เสี่ยวอวี่เดินตรงไปยังสวนด้านในทันที
ค่ำคืนนี้แสงจันทร์งดงามนัก แสงจันทร์ส่องสว่างทั่วผืนดินประดุจผ้าโปร่งบาง ลู่เต้าโอบอุ้มนางอาบแสงจันทร์
สายลมพัดผ่านเบาๆ สีหน้าของกู่เสี่ยวอวี่ดูดีขึ้นเล็กน้อย
ทว่าไม่นานนัก จู่ๆ อาการของนางก็ทรุดลง ไอเป็เื ตัวสั่นไปทั้งตัว มือข้างหนึ่งกุมท้อง เหงื่อเย็นไหลรินด้วยความเ็ป
ลู่เต้าอยากช่วยนางเหลือเกิน แต่กลับทำได้เพียงมองดูด้วยความร้อนใจ ไป๋เสียถอนหายใจพลางเป่านกหวีดไปทางหอชมจันทร์
ภายในหอชมจันทร์ เฉายวนิที่กำลังนั่งฝึกวิชาสีหน้าเคร่งขรึมก็รีบลืมตาโพลงลุกจากเตียง แล้วเดินตรงไปที่หน้าต่าง
ครั้งนี้เฉายวนิมั่นใจว่าเขาได้ยินไม่ผิด!
