หลงเหยียนเป็คนฉลาด ทว่าในครั้งนี้ ดูเหมือนความฉลาดของเขาจะทำร้ายเขาเองเสียแล้ว เขาไม่ควรปลดปล่อยพลังมากมายเช่นนั้นออกไปั้แ่เริ่มแรกเลยจริงๆ ทีนี้เป็อย่างไรเล่า กลับกลายเป็เขาเองที่ถูกเทียนหลางกระหน่ำโจมตี
“อะไรกัน? เทียนหลางมีกระบวนท่าที่แข็งแกร่งขนาดนี้ด้วยหรือนี่ แย่แล้ว ครั้งนี้หลงเหยียนต้องตายแน่”
เดิมทียังมีผู้ชมบางส่วนที่ส่งกำลังใจไปให้หลงเหยียน ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดที่แสนเ็าของเทียนหลาง คนทั้งหลายก็ชะงักไปตามๆ กัน พวกเขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น การต้องทนเห็นหลงเหยียนตายไปต่อหน้าต่อตาทำให้คนเหล่านี้รู้สึกเสียดายมากจริงๆ
เว่ยเชียนมู่ยกมือที่สั่นเทามากุมหน้าอกของตน ขณะที่ริมฝีปากก็ถูกเม้มแน่น
‘พี่เทียนหลาง ครั้งนี้ช่วยไว้ชีวิตเขาสักครั้งดีไหม? แค่นี้ท่านก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าท่านแข็งแกร่งแค่ไหน’ นางอยากจะพูดแบบนั้นออกไป ทว่าท้ายที่สุดก็กลืนคำพูดลงคอ เพราะตอนที่อยู่ในโลกเฉียนคุน เป็เพราะนาง หลงเหยียนกับเทียนหลางถึงท้าประลองกันเช่นนี้
“ท่านพ่อ!”
ตงจวินลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองเว่ยเวย “เวยเอ๋อ ครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ยอมทนเห็นหลานแท้ๆ ของตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาแน่ ข้าจะลงมือช่วยเขาในวินาทีสุดท้ายของการต่อสู้นี้”
เว่ยเวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าหนักๆ ในที่สุด
บนลานประลอง หลงเหยียนมองไปยังเทียนหลาง “มาเถิด แสดงกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเ้าออกมา พวกเราสองคนเป็ดั่งน้ำกับไฟที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อีกแล้ว เมื่อครู่นี้ ข้าชดใช้ชีวิตของลั่วซางแก่เ้าแล้ว มาตอนนี้ ถึงเวลาที่เ้าต้องชดใช้ชีวิตให้ข้าบ้างแล้ว”
ระหว่างที่สายตาของทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน คลื่นพลังที่มองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเช่นกัน พลังที่แข็งแกร่งนั้นทำให้คนทั้งหลายตกตะลึงเป็อย่างมาก หลงเหยียนเองก็รับรู้ได้ว่าพลังของอีกฝ่ายแข็งแกร่งเหนือกว่าตน
“หลงเหยียน ตายเสียเถิด ถึงอย่างไรครั้งนี้ข้าก็ไม่เปิดโอกาสให้เ้ารอดชีวิตไปได้อีกแล้ว! เพราะพลังที่ก้าวหน้าอย่างน่าเหลือเชื่อของเ้าทำให้ข้ารู้สึกกดดันเหลือเกิน เ้าช่างมีพร์ที่น่าตกตะลึงเสียจริง ทว่าวันนี้ ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็ต้องตาย”
หลงเหยียนรวบรวมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตนไปรวมกันที่ฝ่ามือ ทางด้านของเทียนหลางเองก็เช่นกัน สายลมพัดให้ชายเสื้อของเขาปลิวไสว ลมระลอกใหญ่โหมกระหน่ำไปทั่วบริเวณ ท้องนภาเปลี่ยนสี พิภพแปรผัน พลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้กันก่อตัวขึ้นในร่างกายของเทียนหลาง กลิ่นอายแห่งพลังที่กระจายออกมาก็ถูกยกระดับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง วินาทีนี้ พลังของเทียนหลางเลื่อนขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงจนน่าใทีเดียว
“หลงเหยียน เตรียมตัวตายได้เลย ได้ตายด้วยพลังนิ้วที่แข็งแกร่งจากข้าก็ถือเป็เกียรติของเ้ามากแล้ว เ้าเป็คนบีบให้ข้าแสดงพลังนิ้วที่แข็งแกร่งที่สุดนี้ออกมาเอง!”
ระหว่างที่เทียนหลางเปล่งเสียงออกมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ใบหน้าของเขากลายมาเป็เหี้ยมเกรียมและดุดัน แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง เขาในบัดนี้ทั้งหยิ่งผยอง อำมหิต และน่าเกรงขามอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะเสียงหัวเราะที่เปล่งออกมา แค่ฟังก็ทำให้ขนลุกไปทั่วทั้งร่าง
หลงเหยียนต้องยอมรับเลยว่าเทียนหลางเป็คนที่รับมือด้วยยากมากจริงๆ ทว่าหลงเหยียนเองก็ยังมีท่าไม้ตายอีกมากมายที่ยังไม่ได้ใช้เช่นกัน
รอยยิ้มที่จองหองและได้ใจของอีกฝ่ายทำให้หลงเหยียนอดแค้นใจไม่ได้ “ดูเหมือนเ้านี่้าฆ่าข้ามากจริงๆ ประเสริฐ ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าจะได้ไม่ต้องเกรงใจเ้าอีก”
“หลงเหยียน ตายเสียเถิด! เ้าคนบ้านนอก เ้าไม่คู่ควรที่จะเป็คู่ต่อสู้ของข้าด้วยซ้ำ เพื่อฆ่าเ้า ต่อให้มือของข้าต้องแปดเปื้อนก็ไม่เป็ไร ดังนั้นวันนี้เ้าต้องตายสถานเดียว”
เขาส่งเสียงคำรามดังก้อง ทันใดนั้น ก้อนพลังสีโลหิตก็ปรากฏขึ้นที่กลางนภา มันเป็พลังจากสายเือันสูงส่งของตระกูลพยัคฆ์ขาวนั่นเอง วินาทีนี้ ราวกับโลกทั้งใบตกอยู่ในการควบคุมของเทียนหลางโดยสิ้นเชิง เงาของพยัคฆ์สีขาวขนาดั์ค่อยๆ โผล่ออกมาจากก้อนพลังบนฟ้า เงาพยัคฆ์ที่ยิ่งใหญ่จนมืดฟ้ามัวดินเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว จ้องไปยังหลงเหยียนซึ่งอยู่ในลานประลองเบื้องล่างอย่างแค้นเคือง
“โฮก!” เสียงคำรามดังจนแสบแก้วหู ศิษย์ที่มีพลังค่อนข้างต่ำจำต้องปิดหูตัวเองเอาไว้อย่างทนไม่ไหว น่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว ผู้าุโทั้งสามเองก็ลุกจากที่นั่งด้วยความตกตะลึง มองพยัคฆ์ที่กลางนภาอย่างหวาดผวาไม่ต่างกัน
“อะไรกัน? เ้าเทียนหลางฝึกวิชายุทธ์ระดับสูงของตระกูลพยัคฆ์ขาวสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ ช่างเป็พร์ที่น่าทึ่งเหลือเกิน”
ผู้าุโที่ยืนอยู่ข้างฉินกว่างเองก็ทั้งใและหวาดผวาไม่ต่างกัน
“นี่มัน... นี่มันเป็วิชาระดับมายาขั้นสูงจากตำราภพพิรุณศักดิ์สิทธิ์นี่ ในนั้นบันทึกวิชายุทธ์เอาไว้สองกระบวนท่า นั่นก็คือกรงเล็บปราศเงากับฝ่ามือกลืนตะวัน! ทว่ามีเพียงผู้ที่มีพร์ล้ำเลิศเท่านั้นจึงจะฝึกฝนและแสดงวิชายุทธ์นั้นออกมาได้”
“โฮก!” ในที่สุดพยัคฆ์ที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้าก็ทนไม่ไหว มันส่งเสียงคำรามขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งดิ่งลงมาหาหลงเหยียนพร้อมกับพลังที่รุนแรงจนเพียงพอจะแหวกนภาทลายปฐี
“กรงเล็บปราศเงา!”
ลำพังแค่กระบวนท่าเดียวก็ทรงพลังถึงเพียงนี้แล้ว ด้วยพลังจากกรงเล็บปราศเงา กรงเล็บที่แหลมคมปานเหล็กกล้าของพยัคฆ์ร้ายสามารถฉีกทึ้งศัตรูให้กลายเป็เสี่ยงๆ ได้ด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตาเลยทีเดียว
เทียนหลางพุ่งเข้ามาหาหลงเหยียนด้วยความเร็วสูง แน่นอนว่าที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันยังรวมไปถึงพลังโจมตีที่น่าสะพรึงด้วย
แม้แต่หลงเหยียนก็ยังไม่อาจตั้งข้อกังขาในความเร็วและรุนแรงของพลังนี้เลย
การโจมตีที่น่าสยดสยองนี้ทำให้ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ใจนพูดไม่ออกไปตามๆ กัน อย่าว่าแต่หลงเหยียนเลย ต่อให้จะเป็ปีศาจอสูรระดับมายาที่เจอในครั้งก่อน ด้วยพลังของการโจมตีนี้ เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถสังหารพวกมันได้แล้ว
“เหยียนเอ๋อ... เหยียนเอ๋อ... เ้า... เ้ารีบถอยออกไปเร็ว” ฟึ่บ... ตงจวินพุ่งทะยานขึ้นไปบนลานประลองด้วยความเร็วที่แม้แต่ผู้าุโทั้งสามก็ยังตกตะลึง
“ตงจวิน การขัดขวางการประลองถือเป็การทำผิดกฎ!”
ไม่มีใครเข้าใจจุดประสงค์ของตงจวิน เพราะต่อให้หลงเหยียนจะมีพร์สูงเพียงใด ก็ยังเป็เื่แปลกที่ตงจวินให้ความสำคัญกับเขามากเช่นนี้
ทว่าเหตุการณ์ต่อมากลับทำให้ฝูงชนร้องอุทานขึ้นอีกครั้ง เพราะนอกจากหลงเหยียนจะไม่ยอมถอยกลับไปแล้ว เขายังปล่อยพลังสายฟ้าออกไปรอบด้าน และขับเคลื่อนพลังด้วยความเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาขับเคลื่อนพลังทั้งหมดที่มี จากนั้นก็รวบรวมพลังเข้าด้วยกัน
พลังที่แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงปรากฏขึ้นในมือของหลงเหยียน เขาสามารถตอบโต้กลับได้ทุกเมื่อ
“อะไรกัน? นี่มันอะไรกัน? หลงเหยียนบ้าไปแล้วหรือ นอกจากจะไม่หนีแล้ว ยังคิดจะพุ่งเข้าใส่อีก นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ?” ศิษย์ที่มีพลังอ่อนแอถูกสายลมและเม็ดทรายที่ลอยโหมอยู่กลางอากาศซัดถล่มจนลืมตาไม่ขึ้นด้วยซ้ำ มีเพียงศิษย์ที่มีพลังมากกว่าระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำเท่านั้นที่ยังฝืนลืมตาได้อยู่
ตงจวินได้เห็นดังนั้นก็ร้อนใจจนแทบแย่
“เหยียนเอ๋อ เ้าโง่งม รีบถอยกลับมาเดี๋ยวนี้”
แม้ตงจวินจะเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว ทว่าก็ไม่อาจขัดขวางหลงเหยียนได้อยู่ดี เพราะปัญหาเื่ระยะห่าง หลงเหยียนที่อยู่ใกล้กว่าจึงรวดเร็วกว่าเขามาก
ระหว่างที่หลงเหยียนเคลื่อนไหวร่างกาย หินวิเศษในร่างกายก็ปลดปล่อยละอองพลังสีโลหิตออกมาอย่างมหาศาล
“แดนโลหิต เริ่มได้!”
ตงจวินยืนอยู่บนลานประลองอย่างอ่อนแรง เขาแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเลยทีเดียว ดูก็รู้ว่าเขาให้ความสำคัญกับหลานชายคนนี้มากถึงเพียงนี้ อีกด้านหนึ่ง เว่ยเชียนมู่ที่อยู่ไกลออกไปมองปู่ของตัวเองด้วยความตกตะลึง เพื่อเ้าบ้าหลงเหยียน ท่านปู่ยอมทุ่มเทขนาดนี้เชียวหรือ นางไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไรกันแน่
เว่ยเวยพุ่งเข้าไปหาตงจวินด้วยความรวดเร็ว นางประคองบิดาลงมาจากลานประลอง เพราะทุกคนต่างก็มีความคิดตรงกันว่าครั้งนี้ หลงเหยียนต้องถูกบดขยี้จนแหลกเป็ชิ้นๆ แน่
ทว่า!
เมื่อละอองพลังสีโลหิตปรากฏขึ้นกลางนภา ทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ดูเหมือนิญญาัในร่างของหลงเหยียนจะโกรธเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“โฮก!” เสียงคำรามแห่งัดังสะท้านไปทั่วทุกสารทิศ จากนั้น กลิ่นอายแห่งพลังที่ดุร้าย อำมหิต น่าเกรงขาม บ้าคลั่ง และโเี้ยิ่งกว่าก็ะเิออกมาจากร่างกายของหลงเหยียน สิ่งที่ะเิออกมาพร้อมกันยังมีความเดือดดาลที่มากจนยากจะพรรณนา มันเป็รังสีแห่งอำนาจของราชันที่แท้จริงนั่นเอง ซึ่งนั่นทำให้คนทั้งหลายยอมศิโรราบต่อเขาแทบจะทันที กระทั่งผู้าุโทั้งสามก็ยังอดใและสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้
ความรู้สึกยกย่องจนอยากจะคุกเข่าลงนี้ช่างรุนแรงจนพวกเขาแทบจะควบคุมไม่ไหวแล้ว
“นั่นมันอะไรกัน?”
เงาัคำรามและกลืนเงาพยัคฆ์ลงท้องด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น มันเป็พลังอำนาจที่มหาศาล เป็การเอาชนะอย่างสิ้นเชิง
วินาทีนี้ ตงจวินเพิ่งหลุดออกมาจากความตกตะลึง เขามองไปยังเงาัขนาดั์กลางนภาด้วยความสะพรึง ละอองสีโลหิตปกคลุมไปทั่วฟ้า ห้วงอากาศรอบด้านอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวของโลหิตที่เข้มข้น
--------------------
