2
วันแห่งความสำเร็จที่แสนเศร้า
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ปาลิดาก็อดทนจนเธอสำเร็จการศึกษา และอีกไม่กี่วันเธอจะได้รับปริญญา
“คุณพ่อของหนูจะเดินทางมาวันไหน”
กานดาผู้เป็น้า ถามไว้ เพราะจะได้เตรียมต้อนรับ เพราะครั้งนี้พี่เขยจะเอาภรรยาใหม่มาด้วย
“อีกสองวันค่ะคุณน้า ลิดาดีใจที่สุดเลย คิดถึงคุณพ่อจะแย่”
ระยะหลังเธอกับพ่อไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะงานที่บริษัทมีปัญหา ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ปาลิดารู้เพียงเท่านี้เพราะบิดาของเขาไม่ได้บอกอะไรมาก
เวลาที่รอคอยก็มาถึงพรุ่งนี้จะเป็วันรับปริญญาของหญิงสาวผู้รอคอยความสำเร็จเพื่อกลับบ้าน
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คิดถึงที่สุดเลย”
หญิงสาวะโหอมแก้มบิดาด้วยความคิดถึง เมื่อไปรอรับที่สนามบิน
“นี่คุณน้าอัสมา” ผู้เป็พ่อหันไปแนะนำ ทั้งที่ทั้งสองคนเคยเห็นหน้ากันทางโทรศัพท์แล้ว
“สวัสดีค่ะคุณน้า” ปาลิดายกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม
“สวัสดีจ๊ะ น่ารักสมกับที่พ่อของหนู ชมเช้าชมเย็นจริงๆ”
อัสมาเธอเป็คนปากหวาน พูดเป็ มาแต่ไหนแต่ไร ด้วยอาชีพนักร้องที่เธอเคยทำ สร้างความสามารพิเศษของเธอในเื่การเอาใจคนให้เก่งเป็พิเศษอยู่แล้ว
กานดาพาแขกผู้มาใหม่เดินทางกลับที่พัก ระหว่างทางเธอแอบมองอัสมาอยู่หลายครั้งไม่รู้ทำไมเหมือนกัน กานดาถึงได้รู้สึกไม่ไว้วางใจ ในตัวแม่เลี้ยงของหลานสาว ทั้งที่อัสมาก็ดูไม่มีอะไร
คืนนี้สามคนพ่อ ลูกและอัสมา นั่งพูดคุยกันเกือบทั้งคืน โดยมีกานดา คอยมองอยู่ห่าง เพื่อสังเกตแม่เลี้ยงคนใหม่ของหลานสาว
หลายปีที่ปาลิดามาอยู่กับเธอที่นี่ เมื่อหลานจะกลับไป เธอก็อดเป็ห่วงไม่ได้ กานดาจึงอยากแน่ใจ ว่าอัสมาเป็คนดี ไม่ใช่แค่เพียงเสแสร้งแสดงออกมา
งานรับปริญญาผ่านไปอย่างมีความสุข ทุกคนต่างยินดีกับความสำเร็จของปาลิดา โดยเฉพาะนิรัส เขาดีใจ ที่ลูกสาวโตขึ้นและมีความสามารถ มีความรู้ติดตัว
การกลับเมืองไทยครั้งนี้ ปาลิดายังไม่ได้กลับพร้อมกับบิดา เพราะติดขัดเื่ต้องรอเอกสารเื่เรียนอีกนิดหน่อย และเธอตั้งใจจะกลับเมืองไทยพร้อมกับกานดาน้าสาว ที่สามารถลาพักร้อนได้ยาวหลายสัปดาห์
“แล้วเจอกันที่เมืองไทยนะลูก” นิรัสหอมแก้มลูกสาว
“กานดา พี่ฝากลิดาด้วยนะ ยังไงก็อย่าทิ้งหลาน เราก็เหลือกันแค่นี้แล้ว”
“คุณพี่ทำไมพูดแบบนี้คะ ลิดาหลานกานดาทั้งคน ดารักเหมือนลูกแท้ๆเลยแหละค่ะ”
กานดารู้สึกทั้งแปลกใจและกังวลใจกับคำพูดของพี่เขย ปาลิดามาอยู่ที่อเมริกากับเธอสี่ปีแล้ว ไม่เคยเห็นพี่เขยจะพูดฝากฝังอะไรแบบนี้
“เดินทางปลอดภัยนะคะ เื่หลานดาจะดูแลและรักให้เท่าชีวิตของดาเลย”
เมื่อมองเข้าไปในตาของพี่เขย มันมีความเศร้าแปลกๆซ่อนอยู่ กานดาจึงพูดย้ำเพื่อให้นิรัสมั่นใจ ว่าเขาจะไม่วันทิ้งปาลิดาหลานสาวคนเดียวของเขาแน่ๆ
“คุณพ่อของเรา เขาพูดจาแปลกๆ อยู่ดีๆเพิ่งจะมาฝากเรากับน้า อยู่จนจะกลับเมืองไทยแล้ว”
“เมื่อคืนคุณพ่อบอกลิดาว่า โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เราต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ลิดาเองฟังแล้วก็ไสบายใจเลยค่ะ แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก”
สองคนน้าหลานต่างรู้สึกไม่ต่างกัน ว่าการมาครั้งนี้นิรัสดูมีความกังวล ในขณะที่อัสมาดูสดใสร่าเริง แต่ทั้งคู่ก็ดูรักกันดี อัสมาเองก็ดูรักใคร่ในตัวปาลิดาผู้เป็ลูกเลี้ยง
ปาลิดาแอบเป็กังวลในการเดินทางกลับของบิดากลัวจะเกิดอันตราย เพราะท่าทางและคำพูดที่ดูแปลกๆของพ่อ เธอนอนไม่หลับทั้งคืน จนเมื่อบิดาโทรศัพท์มาบอกว่าถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว หญิงสาวถึงได้สบายใจ
“เอกสารเื่เรียนเรียบร้อยหรือยัง” กานดาถามหลานสาว เพราะอีกสองวันต้องเดินทางกลับเมืองไทย
“เอกสารครบแล้ว พร้อมเดินทางค่ะ คิดถึงเมืองไทย ใจจะขาดแล้ว”
ั้แ่วันแรกที่เธอมาเรียนที่นี่ ปาลิดาก็ไม่เคยได้กลับไปเมืองไทยอีกเลย
เวลาที่รอคอยก็มาถึง เครื่องบินกำลังพาเธอกลับสู่แผ่นดินเกิด แผ่นดินที่เธอจากมานาน สองน้าหลานต่างดีใจ ที่จะได้กลับบ้านกัน
“สวัสดีค่ะ ทำไมคุณพ่อไม่มารับเองล่ะคะ”
ปาลิดาแปลกใจ ทีทำไมบิดาของเธอไม่มารับ ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้ว ว่าพ่อจะเป็คนมารับเธอ แต่พอมาถึงเมืองไทยกลับกลายเป็อัสมาที่มาคอยรับแทน
“คุณพ่อเขามาไม่ได้ เขารอหนูอยู่รีบไปกันเถอะ”
อัสมาตอบลูกเลี้ยงด้วยน้ำเสียงที่ดู ราบเรียบเหมือนคนที่อยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากพูดอะไรมาก
ตลอดทางที่นั่งอยู่ในรถยนต์ ปาลิดาน้อยใจบิดาที่ไม่ยอมมารับเธอด้วยตัวเอง
กานดารู้สึกถึงความผิดปกติ วันนี้เป็วันดีเพราะปาลิดาได้กลับมาเมืองไทย แต่ทำไมอัสมาถึงใส่ชุดดำทั้งชุด แถมหน้าตาดูไม่แจ่มใส เหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืน
“ทำไมพาลิดามาที่นี่ล่ะคะ ลิดาอยากกลับบ้าน ลิดาคิดถึงพ่อ”
หญิงสาวแปลกใจ เมือเห็นว่าอัสมาไม่ได้พาเธอกลับบ้าน แต่กลับพาเธอมาที่วัดที่อยู่ใกล้บ้านเธอแทน
“พ่อหนูคอยอยู่ข้างในแล้ว”
อัสมาพูดจบ ปาลิดาเปิดประตูวิ่งลงจากรถทันที กานดารีบวิ่งตามหลานไป เพราะเธอพอจะเริ่มเดาออก ว่าสิ่งที่ปาลิดากำลังจะพบเจอต้องไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ
“คุณพ่อ.....!!”
ปาลิดาะโเรียกบิดาสุดเสียง ร่างบางทรุดลงตรงประตูทางเข้าศาลา ภาพที่เธอเห็น คือภาพของบิดาของเธอถูกตั้งอยู่หน้าโลงศพ
“ลิดา น้าอยู่นี่ลูก ทำใจดีๆนะ ตั้งสตินะลูก”
กานดากอดหลานสาวที่ตัวสั่นเทาไว้แน่น ทั้งที่ตัวเธอเอง ก็แทบสติหลุดลอยเหมือนกัน
ภาพที่เห็นตรงหน้าของสองน้าหลาน เป็ภาพที่ทั้งคู่ไม่สามารถทำใจยอมรับได้ เมื่อวานก่อนขึ้นเครื่อง ปาลิดายังโทรศัพท์คุยกับพ่ออยู่เลย
