"เป็ความผิดของกระหม่อม ต้องขออภัยที่นำความเดือดร้อนรำคาญใจมาให้ทุกท่าน"
ท่าทีของฉีจือโจวทำให้พวกเขารู้สึกได้ว่ามีลับลมคมในบางอย่าง
"กระหม่อมยังมีธุระ ต้องขอตัวก่อน" เขาเอ่ยอย่างจริงจัง
แล้วจากไปโดยไม่รั้งรอให้เสียเวลา
องค์หญิงหนิงอันมองมู่หรงจิ่วตลอดเวลา หัวคิ้วของมู่หรงจิ่วเดิมทีสงบนิ่งย่นเข้าหากัน
...
ก่อนหน้านี้สองชั่วยาม
ฉีจือโจวมองอวี้อ๋อง แล้วถามเพื่อความแน่ใจอีกครา "ท่านแน่ใจหรือ?"
หรงจ้านพยักหน้า "ข้ารู้จักมู่หรงจิ่วดี เขาจะไม่เก็บคนไว้ข้างกาย ทหารของพวกเราแบ่งเป็สองทาง ข้ารับผิดชอบประตูเมือง ท่านไปสถานพักม้า เมื่อมีการลักพาตัว ก็ต้องพาออกนอกเมือง พวกเขาจะต้องเหนี่ยวรั้งท่านไว้เพื่อถ่วงเวลาเป็แน่ ท่านก็ต้องทำทีเป็ขอตรวจสอบสัมภาระของพวกเขา เวลานี้สิ่งที่พวกเขาต้องทำสิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดเผยจุดที่น่าสงสัยออกมาแม้เพียงส่วนเสี้ยว ท่านก็ต้องจับตาทางนั้นไว้ ให้พวกเขาเข้าใจว่าท่านหลงกล เช่นนี้ถึงจะวางใจปล่อยคนออกจากเมือง"
เห็นฉีจือโจวคลางแคลงใจ หรงจ้านก็กล่าวอย่างจริงจัง "ข้าสาบาน จะต้องพาเฉียวเยว่กลับมาอย่างแน่นอน หากพากลับมาไม่ได้ ข้าจะไม่กลับมาคนเดียว"
เขาเว้นจังหวะ "ท่านเชื่อข้า ข้าจะไม่ให้นางเกิดเื่ ข้าจะไปหานางเอง"
ฉีจือโจวไม่ตอบ หมุนตัวจากไป
หรงจ้านออกคำสั่งกับซื่อผิงทันที "จัดกำลังพลไปที่ประตูเมือง วางคนของเราไว้โดยรอบ ข้าจะร่อนตะแกรงดักทีละคน"
หรงจ้านเฝ้าอยู่ที่ประตูเมือง มองคนออกไปทีละคน เวลาผ่านไป แม้แต่ซื่อผิงยังวิตกกังวล แต่หรงจ้านกลับไม่แสดงท่าทีอันใด เขายืนอยู่มุมหนึ่งของประตูเมือง มองชายหญิงคนชราและเด็ก คนมากหน้าหลายตาเดินผ่านไปไม่แม้แต่ขยับ
"นายท่าน..."
หรงจ้านส่ายหน้า "รอ"
รอ เขารู้จักมู่หรงจิ่วดี มู่หรงจิ่วก็รู้จักเขา หากรู้ว่าเขาเข้าร่วมกับเื่นี้ จะต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า หรงจ้านใคร่ครวญตามความคิดของมู่หรงจิ่ว แล้วเม้มปาก
"ทุกคนสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากันหน่อย"
"พ่ะย่ะค่ะ"
สิ้นเสียง ก็มีขบวนส่งศพเดินเข้ามา เสียงร่ำไห้ดังมาแต่ไกล
เมื่อเห็นรถม้าส่งศพถูกขวางไว้ หรงจ้านยืนอยู่ด้านข้าง พลทหารเข้าไปตรวจสอบขบวนส่งศพ คนเดินผ่านไปทีละคน หลังจากนั้นก็โบกมือ "ไปเถอะ"
พอเห็นขบวนส่งศพออกจากเมืองไปแล้ว หรงจ้านก็ยกมือขึ้นโบก "จัดคนของเราตามไป"
ซื่อผิงอึ้งเล็กน้อย "พ่ะย่ะค่ะ"
แล้วทำตามคำสั่งทันที
หรงจ้านหายไปอย่างรวดเร็ว
เพียงแต่ไม่มีใครเห็น หลังจากหายตัวไปหรงจ้านก็เปลี่ยนไปเป็ชุดชาวนาธรรมดา สวมหมวกสานไม้ไผ่ยืนอยู่ไม่ไกล เขาหาได้ตามขบวนส่งศพนั้นไป และมิได้จากไปไหน
ตรงกันข้าม หลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก็ยังคงรออยู่ที่นี่ต่อไป
เป็ไปตามที่คาดไว้ล่วงหน้า ไม่ช้าก็มีรถเทียมลาเก่าคร่ำคร่าผ่านมาคันหนึ่ง กลิ่นเหม็นสายหนึ่งกำจายมาั้แ่ยังไม่มาถึงประตูเมือง
ทหารรักษาการณ์ประตูเมืองรั้งให้หยุด แล้วเอ่ยถาม "นี่อะไร?"
หลังจากนั้นก็ตรวจสอบ "เงยหน้าขึ้น"
สองพ่อลูกผู้ขนมูลสัตว์เงยหน้าขึ้นทันที หลังจากนั้นก็เอ่ยว่า "ข้าน้อยกำลังจะส่งมูลไปที่หมู่บ้านเกษตรของนายจ้างในเขตชานเมือง ปรกติจะต้องส่งไปทุกห้าวันขอรับ"
ทหารที่รักษาการณ์ประจำประตูเมืองด้านข้างพยักหน้า "ไม่ผิด ทุกห้าวันเขาจะออกไปส่งครั้งหนึ่ง กลิ่นนี่เหม็นไปหมด"
เขาบีบจมูกตรวจสอบทั้ง้าด้านล่าง นอกจากถังใส่มูลสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่คล้ายโลงศพที่ตั้งอยู่บนรถที่ไม่ได้เปิดดู นอกนั้นล้วนตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาก็ผงกศีรษะ
"เอาล่ะ ไปได้"
"ขอรับ"
สองพ่อลูกขึ้นไปบนรถ ไม่ช้ารถก็เคลื่อนออกจากเมือง เฉียวเยว่อยู่บนรถ ไม่ได้ยินสถานการณ์ด้านนอก แต่กลับรู้ว่าเมื่อครู่รถหยุด นางเดาว่าจะต้องมีการตรวจสอบก่อนออกจากเมือง นางพยายามที่จะแสดงตนแต่กลับทำไม่ได้ ไม่ว่านางจะขยับตัวอย่างไร แต่พื้นที่แคบเกินไป ยากที่จะทำอะไรได้
แต่แม้จะเป็เช่นนี้ นางก็ไม่หลั่งน้ำตาสักหยด นี่ไม่ใช่เวลาร้องไห้ นางต้องยืนหยัดต่อไป ต้อง...
รถหยุดลงอีกครา
เฉียวเยว่ไม่กล้าขยับ อยากฟังว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น หลังจากดิ้นไปดิ้นมาอยู่สักพัก ในที่สุดผ้าที่อุดหูนางก็หลุดออก นางพยายามเงี่ยหูฟัง
"แอ๊ด..."
ดูเหมือนว่ามีคนกำลังเปิดหีบที่ขังนางอยู่ เฉียวเยว่หลับตาทันควัน ไม่กล้าปริปากแม้แต่ประโยคเดียว แสร้งทำเป็ว่าตนเองยังสลบอยู่
มีคนอุ้มนางออกมา เฉียวเยว่ไม่กล้าลืมตา
คนผู้นั้นเอาผ้าที่อุดปากของนางออก และดึงผ้าที่ปิดหูออกด้วย ก่อนจะพูดถากถาง "อย่าเสแสร้งอีกเลย ข้ารู้ว่าเ้าตื่นอยู่"
เสียงนี้... เฉียวเยว่ลืมตาทันควัน คนที่อุ้มนางอยู่หาใช่ใครอื่น ก็คือหรงจ้าน
หรงจ้านแต่งตัวเป็ชาวบ้านสามัญชน ไม่เหมือนเขายามปรกติแม้แต่น้อย
เขาไม่สนใจเฉียวเยว่ที่เหม่อลอย หันกลับมาแก้มัดที่มือให้นาง
เขาโบกมือไปมา "เป็อันใด ใจนเซ่อไปแล้วหรือ?"
แม้ถ้อยคำจะแฝงแววเยาะหยัน แต่ความห่วงใยจากน้ำเสียงก็ยังเด่นชัด
เฉียวเยว่กัดริมฝีปาก ก่อนจะร้องไห้โฮออกมา นางโผเข้ากอดหรงจ้าน น้ำตาไหลป้อยๆ "พี่จ้าน ฮึกๆ พี่จ้าน..."
แม่นางน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
"ข้านึกว่าข้าจะถูกคนจับตัวไปแล้ว ไม่รู้ใครเป็คนทำ ข้ากลัวมาก แต่ข้าไม่กล้าร้องไห้ คิดแต่ว่าจะหนีอย่างไร ข้าจะทำอย่างไร ฮึก ฮึก ฮึก... "
นางกอดเอวหรงจ้าน มือหนึ่งป้ายน้ำมูกอีกมือเช็ดน้ำตา แล้วซบลงบนตัวของชายหนุ่ม
"ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร ข้ากลัวพวกเขาจะขายข้าให้กับหอนางโลม แล้วก็กลัวว่าพวกเขาจะสังหารข้าทิ้ง ข้ากลัวมาก..."
เดิมทีหรงจ้านอยากจะแกล้งหยอกนางเล่นอีกสักหน่อย แต่ยามนี้กลับพบว่าตนเองพูดอะไรไม่ออก รู้สึกแต่เพียงปวดใจอย่างบอกไม่ถูก
หัวใจของเขาเหมือนถูกทึ้งจนเจ็บไปหมด หากไม่ใช่เพราะเขา เฉียวเยว่จะเจอกับเื่น่ากลัวเหล่านี้ได้อย่างไร
เขาตบหลังของนางเบาๆ ปลอบเสียงเบา "ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร อย่ากลัว พี่จ้านจะปกป้องเ้าเสมอไม่ว่ายามใดก็ตาม"
จากวาจาเราะรายแปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนในชั่วพริบตา เขาลูบศีรษะนาง "เ้าดู นี่ก็ปลอดภัยแล้วมิใช่หรือ?"
เฉียวเยว่สะอื้นไม่หยุด กอดเขาไม่ยอมปล่อยมือ ถึงอย่างไรนางก็เป็เพียงเด็กสิบเอ็ดขวบ เป็ธรรมดาที่จะตื่นกลัวกระสับกระส่ายหรือหวาดวิตก
หรงจ้านเอ่ยเสียงเบา "อยากให้ข้าแบกเ้าขึ้นหลังหรือไม่"
เฉียวเยว่ร้องไห้พอแล้ว ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเจือไปด้วยเสียงสะอื้น
"อยาก"
หรงจ้านยิ้มน้อยๆ "เช่นนั้นก็อย่าร้องไห้อีก โตเป็สาวแล้ว ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งได้อย่างไร?"
"เวลาแบบนี้ใครจะไปสนเื่เ่าั้" เฉียวเยว่บ่นพึมพำ
นางกลัวมากจริงๆ เพราะหวาดกลัวเกินไป ถึงรู้สึกเหมือนโลกพังทลายไปชั่วขณะ
หรงจ้านย่อตัวลง เฉียวเยว่ปีนขึ้นไปบนหลังของเขาทันที
พอนึกว่าต้องมีคนลักพาตัวนางมาแน่ เฉียวเยว่ก็อยากจะหันกลับไป หรงจ้านรู้สึกได้ถึงการขยับตัวของนาง ด้วยเกรงว่าเฉียวเยว่จะใกลัวจึงเอ่ยว่า "อย่ามอง"
เฉียวเยว่พยักหน้าและไม่หันกลับไป
"พี่จ้าน ท่านหาข้าพบได้อย่างไร?" นางถามเสียงเบา
หลังจากนั้นก็หัวเราะออกมา "พี่จ้านแต่งตัวธรรมดาเช่นนี้ไม่คล้ายเป็ท่านแม้แต่น้อย"
แล้วก็ดมตนเอง พึมพำเสียงเบา "เหม็นมาก ท่านไม่สะอิดสะเอียนบ้างเลยหรือ?"
"ไหนเลยจะไม่ ข้าสะอิดสะเอียนจะแย่อยู่แล้ว แต่จะปล่อยให้เ้าร้องห่มร้องไห้อยู่ที่นี่ได้อย่างไร ข้าทนดูไม่ได้"
เฉียวเยว่หัวเราะคิกคักออกมา
หรงจ้านถอนหายใจ "เดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะ โง่งมเสียไม่มี"
ยามนี้ซื่อผิงก็พาคนมาถึง
"ท่านอ๋อง ผู้สมรู้ร่วมคิดของทางนั้นจัดการเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
หรงจ้านพยักหน้า แล้วยิ้มเยาะ "อุดหูไว้"
เฉียวเยว่ "อะไรนะ?"
หรงจ้าน "บอกให้เ้าอุดหู"
เฉียวเยว่ตอบทันควัน "อื้อ"
นางอุดหูของตนเอง ไม่ฟังว่าหรงจ้านพูดอะไร
"คนเดียวก็อย่าให้เหลือ แล้วเอาศพไปแขวนที่ประตูเมืองั้แ่เมืองหลวงไปถึงซีเหลียง เมืองละหนึ่งศพ"
ซื่อผิง "พ่ะย่ะค่ะ"
หรงจ้านแบกเฉียวเยว่ บีบขาของนาง เฉียวเยว่วางมือลง "คุยจบแล้วหรือ?"
"กลับจวนไปอาบน้ำ พี่จ้านจะกลับไปทำชาระงับความตื่นตระหนกให้เ้า"
ไม่พูดว่าเพราะเหตุใดนางถึงถูกลักพาตัว และไม่พูดสิ่งใดมากไปกว่านั้น
"ท่านพ่อท่านแม่ของข้าคงจะร้อนใจแย่แล้ว" เฉียวเยว่เอ่ยปากทันควัน
หรงจ้านพยักหน้า "ก็ใช่น่ะสิ พวกเขาทั้งร้อนใจ ทั้งหวาดวิตก กลัวว่าเ้าจะเกิดเื่ แต่วางใจเถอะ ข้าส่งคนไปแจ้งท่านลุงของเ้าแล้ว เขาจะไปจวนของเ้าก่อน ให้ท่านลุงของเ้าช่วยปลอบขวัญบิดามารดาเ้าให้คลายกังวลก่อนจะดีกว่า"
เฉียวเยว่พยักหน้า "ข้าสร้างปัญหาให้ทุกคนอีกแล้ว"
หรงจ้านเม้มปาก เอ่ยเสียงเบา "ไม่ใช่หรอก"
"หืม?"
"ไม่ใช่ เป็ข้าไม่ดีเอง" หรงจ้านเอ่ยเสียงเบา
แต่กลับไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านั้น
เฉียวเยว่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงกล่าวเช่นนี้ แต่กลับััความละอายใจของหรงจ้านได้ เขาคงจะกลัวมากเหมือนกันกระมัง? หลังจากร้องไห้ไปแล้ว เฉียวเยว่ก็เหมือนจะผ่อนคลายลงมาบ้างแล้ว รู้สึกสบายขึ้นมาก
ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงหายไปในชั่วพริบตา
นางร้องเพลงเสียงเบา "ข้ามีลาน้อยตัวหนึ่งแต่ไรมาไม่เคยขี่มัน อยู่มาวันหนึ่งนึกครึ้มอกครึ้มใจ ขี่มันไปตลาด..."
หรงจ้านยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกทะแม่ง เขาเม้มปากก่อนถามว่า "เ้า... คงไม่ได้บอกว่าข้าเป็ลาตัวนั้นกระมัง"
เฉียวเยว่หัวเราะคิกคัก ตอบเสียงเบา "ไม่ใช่ ท่านคิดมากไปแล้ว"
หลังจากนั้นก็ร้องเพลงต่อเสียงดังยิ่งกว่าเดิม ในน้ำเสียงยังกลั้วหัวเราะ
หรงจ้านยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
แต่รู้สึกได้ว่าเฉียวเยว่ดูเหมือนจะสงบลงไม่หวาดกลัวแล้ว และผ่อนคลายลงมาก พูดตามตรง เขาวิตกมากกลัวว่าเฉียวเยว่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ไม่ดี
"เ้ารู้หรือไม่ว่าใครจับตัวเ้าไป?" เขาคล้ายไม่ตั้งใจถาม
เฉียวเยว่ส่ายหน้า แต่พอนึกได้ว่าตนเองถูกเขาแบกบนหลัง เขามองไม่เห็น จึงเอ่ยว่า "ไม่รู้ ข้าสลบไปั้แ่ต้น" หลังจากนั้นก็หัวเราะอย่างมีเลศนัย "น่าแปลกมากใช่หรือไม่ ข้าถึงกับสลบไปั้แ่แรกเลย"
หรงจ้านเริ่มเข้าใจ นี่คือจะบอกว่านางถูกคนวางยา
"ข้าจะส่งสาวใช้คนหนึ่งไปให้เ้า"
"เอ๋?" เฉียวเยว่ตบบ่าของหรงจ้านอย่างคึกคะนอง "เสี่ยวจ้านจื่อ ไม่ต้องหรอก"
ซื่อผิงหัวเราะพรืดออกมา
เสี่ยว... จ้าน... จื่อ?
หรงจ้าน "เ้าขวัญกล้าเกินไปแล้ว"
เฉียวเยว่หัวเราะฮิฮิ "เสี่ยวจ้านจื่อ เ้าตัวเหม็นมาก"
หรงจ้านหัวเราะหึๆ "ตัวเ้าเองเหม็นกว่าชัดๆ"
เฉียวเยว่ไม่ยอมรับ "ข้าเป็ซาลาเปาน้อยแสนหวานตัวหอมฟุ้ง จะตัวเหม็นได้อย่างไร"
หรงจ้านกลอกตา เฉียวเยว่ยิ่งร้องเพลงเสียงดัง "ข้ามีลาน้อยตัวหนึ่ง..."
มุมปากของหรงจ้านโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มี...
