แกร๊งๆๆๆ
“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”
ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็เสียงดังลั่น ก่อนจะะโลั่นด้วยความโกรธเคือง
“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”
และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันที
ตุบ...!!
“อะ...โอ๊ย...!!”
“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”
เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน
“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็ใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”
หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที
“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”
คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเ่าั้มันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี
“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”
ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเองจะเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ ก็ตาม
“ฮ่าๆๆ ติดคุกหรอ คำนี่ไม่อยู่ในพจนานุกรมของกูเลยว่ะ อีกอย่างเ้านายกูใหญ่คับฟ้ามึงจะทำอะไรได้ ฮ่าๆๆ รู้จักไหมตระกูลต้นตระกูลรุ่งเรืองน่ะรู้จักไหม ฮ่าๆๆๆ”
คนพูดที่มีคนหนุนหลังอยู่พูดไปพร้อมกับหัวเราะไปด้วยความสะใจไม่หยุด และด้วยคำพูดของคนตรงหน้านั้นก็ทำให้หัวใจของคนฟังที่เหมือนจะทุเลาความเ็ปในความจริงข้อนี้ไปพลันปะทุให้ปวดหนึบขึ้นมาอีกครั้ง
“มะ...หมายความว่ายังไง??” (O_O)
เสียงตะกุกตะกักถามออกไปแม้ว่าข้างในใจจะมั่นใจแล้วว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นต้นเหตุมาจากบ้านของผู้ชายที่ฉันรักแล้วก็ตาม เพียงแต่ฉันก็ยังไม่อยากเชื่อว่ามันคือความจริงอยู่ดี
“ก็หมายความตามที่พูดไงว่ะอีนี่ หน้าตาดีแต่หูตึงหรือไง...”
“นะ...นายหมายความว่า...เ้าของใหม่คือคนของตระกูลต้นตระกูลรุ่งเรืองงั้นหรอ”
ฉันถามย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นก่อนจะเปลี่ยนจากเดินถอยหลังหนีเป็ก้าวเท้าเดินขึ้นไปเผชิญหน้าแทน
“หึหึ...ก็เอ่อซิวะ...ท่านอารัญ ท่านทิตยา ท่านอาทิตย์ก็พวกท่านไงที่เป็เ้าของบ้านหลังนี้ แล้วก็ของในบ้านหลังนี้ทุกอย่างทุกตารางเขตตารางนิ้วเป็ของพวกท่านหมดนั่นแหละ...ฮ่าๆๆๆ”
เสียงะเิหัวเราะด้วยความสะใจ เหมือนกับถูกสั่งมาให้เย้ยหยันคนสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างฉันให้เต็มที่ และด้วยคำพูดเ่าั้ก็ทำให้ฉันแทบจะล้มทั้งยืนทันที
“ไม่...ไม่จริง...เป็ไปไม่ได้...ไม่จริงงงง...!!”
ฉันะเิอารมณ์อย่างสุดจะกักกลั้นออกมา ก่อนจะตรงเข้าไปทุบคนหน้าตาร้ายกาจที่คำพูดคำจาก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน
ตุบๆๆๆ
“เอาบ้านฉันคืนมานะ ไอ้คนชั่ว เอาบ้านฉันคืนมา ฮือออออ ~~”
“โอ๊ะ...โอ๊ยยยยย เจ็บนะอีบ้านี่ หน้าตาดีแต่เป็บ้าหรอมึงอ่ะ”
คนถูกทุบออกปากโวยวายเพราะถึงแม้ว่าจะเป็กำปั้นเล็ก ๆ แต่ทว่าแรงที่ส่งออกไปนั้นกลับเต็มไปด้วยกำลังที่มีและนั่นจึงทำให้คนโดนทั้งรู้สึกเจ็บทั้งรู้สึกหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน
ก่อนที่กำปั้นเล็กที่ส่งรัวมาไม่หยุดนั้นจะได้ถูกหยุดด้วยฝ่ามือคนถ่อยในเวลาต่อมา...
เพี๊ยะ...!!
ตุบ...
“อีบ้านี่ ถ้าไม่ติดว่านายสั่งไว้นะกูเอามึงตายแน่...!!”
“ฮึก...ฮือออออ ~~ เอาบ้านฉันคืนมานะ ฮือออออ ~~ เอาบ้านฉันคืนมา...”
กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งในปากอันเกิดมาจากรอยแตกที่อยู่ด้านใน แต่ทว่า...มันกลับไม่รู้สึกเจ็บเท่าหัวใจของฉันตอนนี้เลยสักนิดเดียว
“ไสหัวไป...!! เดี๋ยวเจาะกบาลแม่งเลยนิ...จิ๊”
สิ้นคำถ่อยร่างกำยำก็สะบัดหน้าเดินไปไขกุญแจที่ล็อกโซ่แล้วเข้าไปในบ้านฉันทันที และถึงแม้ว่าฉันเองก็คิดที่จะวิ่งตามคนใจร้ายเข้าไป แต่สุดท้ายแล้วตัวเองก็จำต้องหยุดชะงักเท้าเอาไว้ เนื่องจากตรงหน้าได้มีมัจจุราชสีดำวาวที่ปลายกระบอกของมันชี้ตรงมาที่ฉันอยู่...
"อย่าคิดว่ากูไม่กล้ายิงมึงนะ...เดี๋ยวก็ล่อให้ซะนี่"
คำพูดร้ายที่ส่งออกมาอีกครั้งก่อนที่คนทรามจะเดินลับตาไป นั่นจึงทำให้ขาที่เคยหยัดยืนไหวพลันอ่อนล้าทรุดลงไปนั่งทันที
"ฮือออออ ~~ แต่นี่มันเป็บ้านของฉันนะ ฮึก...ฮึก...ฮืออออ..."
เสียงร้องไห้ที่มาพร้อมกับความสิ้นหวังพลันเกิดขึ้นมาอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งความะเืใจด้วยบัดนี้ตัวเองไม่สามารถเอาอะไรออกมาจากบ้านของตัวเองได้เลยก็ยิ่งทำให้มืดแปดด้านไปหมด
“ฮึก...ฮึก...จะทำยังไงดี เราต้องทำยังไงดี ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...ฮึก...ฮึก...ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
คำพูดตัดพ้อในขณะที่ร่างบางได้แต่มองบ้านของตัวเองที่บัดนี้กลายไปเป็ของคนอื่นเสียแล้ว
จากนั้นความเสียใจที่คละเคล้าไปด้วยความกังวลใจว่านับั้แ่นี้ตัวฉันจะทำยังไงต่อไปดีก็ได้เกิดขึ้นด้วยพ่อแม่ของตัวฉันนั้นพวกท่านก็ไม่เหลือญาติที่ไหนอีกแล้ว อีกทั้งที่ผ่านมาครอบครัวของฉันที่ลืมตาอ้าปากได้ส่วนใหญ่ก็เพราะได้รับความช่วยเหลือมาจากคนในตระกูลต้นตระกูลรุ่งเรืองมาโดยตลอด นั่นจึงไม่แปลกที่การกระทำของพวกเขาในวันนี้จะทำให้ครอบครัวฉันต้องกลายเป็บุคคลล้มละลายในทันที
เพียงแต่ว่า...เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจที่สุดเลยก็คือ เพราะเหตุใดหรือเพราะเหตุผลอะไรกันทำไมถึงทำให้เพื่อนที่รักเพื่อนที่สนิทกันจนถึงขั้นที่ลูกของทั้งสองครอบครัวก็กำลังจะแต่งงานด้วยกันถึงได้มาทำร้ายกันจนอีกฝ่ายมีสภาพได้ถึงขนาดนี้
ฉันที่ยิ่งคิดยังไงก็ยิ่งไม่เข้าใจยิ่งคิดเท่าไรก็เหมือนว่าความคิดนั้นจะตันไปหมด ด้วยเพราะที่ผ่านมาก็ไม่มีสัญญาณแม้แต่น้อยว่าครอบครัวฉันไปทำอะไรให้กับครอบครัวเขาถึงต้องทำร้านกันถึงขนาดนี้ อีกทั้งสองครอบครัวที่ต่างมีไมตรีจิตให้กันมาตลอดทั้งพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ของฉันที่ต่างก็เป็เพื่อนรักกันมาั้แ่สมัยเรียน แต่เพราะเหตุอะไรสิ่งผิดพลาดมันเกิดที่ตรงจุดไหนทำไมพวกเราถึงมาลงเอยกันแบบนี้...ฉันนั้นก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้เลย...
เพราะไอ้ครั้นจะเข้าไปหาหลักฐานที่อยู่ในบ้านเพิ่มเติมในเวลานี้ก็ไม่อาจจะเข้าไปได้อีกแล้วและไอ้ครั้นจะไปขอคำอธิบายจากต้นสายปลายเหตุพวกเขาเองก็ไม่ยอมให้พอ และแม้จะมีหลักฐานเดียวที่เหลืออยู่ในมือนั่นก็คือเอกสารการจำนองบ้านที่เป็เหตุทำให้แม่ของฉันคิดสั้นและทำให้พ่อของฉันบัดนี้ยังต้องนอนไม่ได้สติ แต่มันก็เป็หลักฐานที่ไม่อาจให้คำตอบอะไรกับฉันได้เลยนอกจากจะบอกได้แค่ว่า ณ เวลานี้บ้านของฉันได้มีสถานะ ‘ล้มละลาย’ เป็ที่เรียบร้อยแล้ว...
ความคิดความกังวลใจมากมายยังคงถาโถมเข้ามาในสมองไม่หยุด โดยที่สายตาเหม่อลอยก็ยังคงจับจ้องไปยังบ้านที่เคยเป็ดินแดนอันแสนอบอุ่นของตัวเองเหมือนกับว่าตัวเองนั้น้าจดจำเื่ราวดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้เอาไว้เป็ความทรงจำสุดท้าย ก่อนที่สองขาจะพาร่างที่บอบช้ำทั้งกายใจให้เดินจากไปตามทางที่เหลือของตัวเอง...
