“พวกหล่อนเตรียมชุดไปงานปาร์ตี้คืนพรุ่งนี้กันรึยังไม่ทราบยะ?”
เสียงแจ๋วที่ดังขึ้นทำให้เมยาวีและดารา เพื่อนสนิทในแก๊งเดียวกันหันไปมองบุศราที่เดินเข้ามาพร้อมขนมในมือหลายถุง สาวปีหนึ่งเดินนวยนาดเข้ามาแล้วนั่งลงที่โต๊ะม้าหินอ่อนภายในมหาวิทยาลัยหลังเวลาเลิกเรียน หล่อนวางถุงขนมบนโต๊ะและจ้องหน้าเพื่อนสาวทั้งสองซึ่งเรียนอยู่คณะเดียวกัน
คนหนึ่งคือดารา เป็สาวสวยและดาวของชั้นปีหนึ่ง มีหนุ่ม ๆ มารุมจีบจนแทบเดินชนกันตาย ส่วนอีกคนคือเมยาวี ปราศจากความเซ็กซี่ เพราะหล่อนทำตัวเป็เด็กเรียน สวมแว่นตาหนาเตอะ แต่หน้าตาถ้ามองดี ๆ ก็น่ารัก เพื่อนในกลุ่มมักแซวว่าพอจะพาไปวัดไปวาได้ ดารายิ้มกริ่มกับเพื่อนสาวทั้งสอง
“แน่นอนอยู่แล้ว จะถามให้เสียเวลาทำไม ฉันน่ะไม่พลาดอยู่แล้วไอ้เื่ออกงาน ชอบจะตายขอให้บอก ชุดสวย ๆ นี่ไม่ต้องห่วง ยังไงฉันต้องเริ่ดที่สุดในงานอยู่แล้ว”
“จะเริ่ดขนาดไหนกันยะ นี่มันงานเลี้ยงของรุ่นพี่ปรัชสุดหล่อ ไม่ต้องแต่งตัวให้ฉูดฉาดจนเพื่อนจำไม่ได้หรอก”
บุศราพูดพลางแกะขนมในถุง หล่อนเป็หนึ่งในแก๊งเพื่อนที่หน้าตาสวยหมวยอึ๋ม มีหนุ่มมาจีบหลายคนเหมือนกัน แต่ทำเหมือนไม่สนใจทั้งที่เื้ัชอบกินผู้ชายหล่อล่ำ และสำหรับงานเลี้ยงที่หล่อนพูดถึงเป็งานเลี้ยงของรุ่นพี่ปีสี่ เป็หนุ่มมหาลัยหน้าตาดี หล่อเหลาเข้าขั้นสาว ๆ กรี๊ด รวมทั้งสาวทั้งสามที่มองตาเป็มัน ดาราเบ้ปากใส่เพื่อนสนิท
“อย่ามากัดกันหน่อยเลยนังบุศ นี่ฉันยังสงสัยอยู่เลยนะว่าหล่อนไปทำอีท่าไหนถึงได้ทำให้พวกเราได้ไปงานเลี้ยงของพี่ปรัช ฉันเคยคุยกับรุ่นพี่คนนี้นะ แต่ยังไม่เคยแบบว่า...นัดเดทกับเขาสักครั้ง”
“นัดเดทหรือนัดไปกินกันยะ”
“เอ๊ะ! นังบุศ ปากแกนี่นะ”
“เออ...หยุดเถียงกันที” เมยาวีเปิดปากพูดขึ้นบ้าง หล่อนขยับแว่นตาอย่างขัดใจ “นี่จะเถียงกันไปถึงไหน พวกแกเป็เพื่อนกันรึเปล่า เจอกันแล้วกัดกันเหมือน...แมวอ่ะ”
“เออๆ...ไม่ชวนทะเลาะละ” บุศราตัดบท “จะบอกให้นะดาราว่าฉันไปทำความรู้จักกับเพื่อนสนิทของพี่ปรัชที่ชมรมศิลปะ ชื่อเพทาย เขาหล่อกินกันไม่ลงเลยนะกับรุ่นพี่ที่พวกเรากำลังกรี๊ด พี่เพทายใจดีมาก เขาบอกว่าพี่ปรัชจัดงานเลี้ยงที่บ้านของเขา เชิญเพื่อน ๆ ไปกันไม่กี่คน”
“มีผู้หญิงด้วยรึเปล่า” ดาราถามอย่างสนใจและสงสัย
“อืม...เห็นว่าเขาจัดเลี้ยงกันเฉพาะหนุ่มๆ”
“อ้าว...แล้วพวกเราจะไปทำไมกันเนี่ย แค่สามคน”
เมยาวีทำหน้าม้าน ทั้งที่หล่อนก็ตื่นเต้นตอนที่รู้ครั้งแรกว่าจะได้ไปงานเลี้ยงของรุ่นพี่ที่หล่อนแอบชอบอยู่ แต่เื่นี้ไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรู้เพราะกลัวถูกเพื่อนหัวเราะเยาะ ทั้งบุศราและดาราต้องหัวเราะหล่อนแน่ ๆ เพราะเมยาวีรู้ตัวดีว่าหล่อนทั้งเฉิ่มทั้งเชย คงไม่ได้แม้แต่เฉียดเข้าใกล้หนุ่มหล่อที่สาวทั้งมหาลัยกรี๊ด บุศรายิ้มกว้าง
“ไม่เห็นเป็ไรเลยนี่เพื่อน...ฉันว่าดีเสียอีกที่เราจะได้พูดคุยกับรุ่นพี่หล่อ ๆ แถมน่ารัก ว่าแต่ทำเสียงเหมือนไม่อยากไปนะนังเมย์”
“ฉันไม่ปล่อยให้พวกแกไปกันตามลำพังหรอกน่า”
“จะบอกว่าแกเป็ห่วงเพื่อน เป็คนดีว่างั้น?” ดาราทำเสียงสูง “ฉันว่าแกก็คงอยากไป ไม่แน่นะยะ บางทีหล่อนอาจจะได้พบกับหนุ่มรุ่นพี่ เผื่อจะมีคนสนใจสาวเฉิ่มอย่างหล่อนบ้าง”
แล้วดาราก็หัวเราะขึ้นพร้อมกับบุศรา เมยาวีกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย ถึงหล่อนจะรู้นิสัยเพื่อนสาวทั้งสองว่าชอบจิกกัดตนเองอยู่เป็นิจแต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ว่าหล่อนไม่ได้สวยใสอย่างเพื่อนทั้งสอง หน้าตาหล่อนก็ไม่ได้เลวร้าย ถ้ามองดี ๆ ก็น่ารักออกจะตาย เป็สาวแอบสวยแบบญี่ปุ่นเกาหลี แต่เมยาวีไม่ชอบแสดงออกว่าหล่อนบ้าผู้ชายเหมือนเพื่อนสาวทั้งสอง หล่อนสวมแว่นหนาเตอะและแต่งตัวเรียบร้อยกว่าใครเพื่อน และเวลาที่หล่อนชอบใครก็เหมือนกับว่าจะพูดไม่ออกบอกไม่ได้เพราะเป็คนขี้อาย เลยโดนดาราและบุศราตัดหน้าเอาไปซะทุกที
หลังจากคุยกันสักครู่ใหญ่ทั้งสามจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ทั้งดาราและบุศราชอบนั่งแท็กซี่เพราะสะดวกสบายแต่เมยาวีชอบนั่งรถเมล์มาตลอด และวันนี้ก็เช่นกัน หล่อนเดินไปหยุดที่ป้ายเพื่อรอรถเมล์เช่นเคย แต่วันนี้มันไม่ปกติเหมือนอย่างเคยเพราะสายตาของหล่อนเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งซึ่งทำให้เมยาวีหัวใจเต้นแรง
