จวีจื่อหลิงนั้นเมื่อกลับมาถึงจวนตระกูลฉิน ก็พบเข้ากับฉินเสวียนพอดี ชายหนุ่มจ้องมองนางอย่างไม่เป็มิตร จวีจื่อหลิงเองก็จ้องมองเขากลับไปเช่นเดียวกัน นับั้แ่เขาและนางเปิดศึกกันหนนั้นก็ดูเหมือนว่าต่างฝ่ายจะมองกันเป็ศัตรูไปเสียแล้ว
จวีจื่อหลิงคร้านจะทะเลาะกับคนประเภทนี้แล้ว นางจึงตั้งใจจะเดินเบี่ยงไปอีกทาง แต่ฉินเสวียนกลับเดินเข้ามาขวางทางนางเอาไว้ พลางเอ่ยวาจาไม่น่าฟังออกมา
"หลังจากหย่าขาดกันแล้ว ข้าจะไม่ยกสมบัติให้เ้าแม้เพียงชิ้นเดียว รวมไปถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับงามๆ เหล่านี้ที่เ้าสวมใส่อยู่ข้าก็ไม่ให้ หากเ้าจะไปก็จงออกไปตัวเปล่า และอย่าได้คิดตอแยข้าไม่เลิกอีก"
จวีจื่อหลิงส่ายหน้าไปมาอย่างสุดจะทน คนอย่างฉินเสวียนมันเลวบริสุทธิ์จริงๆ เ้าของร่างเดิมมาแต่งงานกับคนเช่นนี้นับว่าเป็คราวซวยขนานแท้
“อย่าพูดมากให้เสียเวลา รีบเขียนใบหย่ามาเถอะ แล้วข้าจะออกไปจากจวนของเ้าทันที”
“เ้าไม่ต้องรีบร้อน อย่างไรเ้าได้ไปแน่นอน”
จวีจื่อหลิงที่ได้ยินก็ไม่เอ่ยถามสิ่งใดอีก นางเดินกลับเรือนไปทันที ฉินเสวียนมองตามแผ่นหลังของนางไปด้วยสายตาเ็าก่อนจะยกยิ้มอำมหิต
เ้าได้ไปแน่ แต่ต้องจากไปโดยที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เท่านั้น ข้าจะป้ายสีว่าเ้าลอบคบชู้สู่ชายไม่อยู่ในกฎระเบียบประเพณี เมื่อเป็เช่นนี้ข้าก็จะทำตัวเป็สามีแสนดีไม่เอาความกับเ้า ยอมหย่าขาดจากเ้าแต่โดยดี เพียงเท่านี้ชื่อเสียงของข้าก็จะดีงามยิ่งขึ้นไปอีก อนาคตขุนนางของข้าก็จะต้องก้าวหน้าอย่างแน่นอน
ในเมื่อนางเป็หินใต้เท้าเขามาั้แ่แรก มิสู้เขาเหยียบนางให้จมดินอีกสักหน่อยจะเป็ไรไป
หลายวันต่อจากนั้นจวีจื่อหลิงก็ยังไม่เห็นฉินเสวียนมอบหนังสือหย่าให้นางเสียที ยามที่นางไปถามเขาก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงหาเื่ไม่พบนางอยู่ร่ำไป ในใจของจวีจื่อหลิงบังเกิดความสงสัย นางระแวดระวังตนเองมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว คนอย่างฉินเสวียนไว้ใจไม่ได้ นางระวังตัวเอาไว้ก็นับว่าไม่ใช่เื่เสียหายอันใด
จวีจื่อหลิงยังคงออกจากจวนตระกูลฉินเพื่อไปหาลู่ทางทำมาหากินเหมือนเช่นทุกวัน วันนี้ก่อนออกจากจวนนางพบว่าใต้เตียงนอนมีหีบใบหนึ่งซ่อนเอาไว้ เมื่อเปิดออกดูก็พบว่ามันเป็กล่องเครื่องประดับ และตั๋วเงินอีกสองร้อยตำลึง จวีจื่อหลิงดีใจมาก เดิมทียังคิดไม่ตกว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายหลังออกจากจวนตระกูลฉิน แต่ไม่คิดว่าเ้าของร่างเดิมจะยังมีสมบัติซุกซ่อนเอาไว้ เมื่อนางนำเครื่องประดับออกมาจนหมดก็พบว่าที่ก้นหีบใบนั้นมีจดหมายหนึ่งฉบับวางอยู่ พอนางหยิบมาเปิดอ่านก็พบว่าเป็เ้าของร่างเดิมที่เขียนทิ้งเอาไว้ นางบอกว่าเครื่องประดับและเงินเหล่านี้เก็บเอาไว้ให้ฉินเสวียนใช้ยามลำบาก จวีจื่อหลิงนึกเวทนาในความไร้เดียงสาของเ้าของร่างเดิมยิ่งนัก นางจัดการเผาจดหมายฉบับนั้นทิ้งจนไม่เหลือซาก ก่อนจะนำเครื่องประดับทั้งหมดใส่ห่อผ้าอย่างมิดชิด นางจะเอาไปขายให้หมด แล้วเก็บเงินไว้ทำทุน นางไม่มีทางยอมให้เงินนี่ตกไปถึงมือฉินเสวียนแม้แต่อีแปะเดียว!
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยนางก็ออกจากจวนนำเครื่องประดับทั้งหมดไปขาย ได้เงินมาเกือบหกร้อยตำลึงเลยทีเดียว จวีจื่อหลิงดีใจมาก นางนำเงินจำนวนหนึ่งไปซื้อร้านค้าเล็กๆ หลังหนึ่งเอาไว้ ร้านนี้อยู่ใกล้กับตลาด มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาเหมาะแก่การค้าขายเป็อย่างมาก เ้าของร้านเดิมจะย้ายไปอยู่นอกเมืองหลวงจึงขายร้านทิ้งในราคาถูก สภาพร้านแม้จะดูเก่าไปเล็กน้อย แต่หากซ่อมแซมสักหน่อยก็เป็อันใช้ได้ อีกทั้งภายในร้านยังมีห้องนอนห้องหนึ่งสำหรับเอาไว้พักอีกด้วย จวีจื่อหลิงจึงตัดสินใจซื้อเก็บเอาไว้อย่างไม่ลังเล
เมื่อจัดการเื่ราวต่างๆ แล้วเสร็จ จวีจื่อหลิงก็รู้สึกหิวขึ้นมา นางจึงแวะไปที่ร้านบะหมี่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านที่นางซื้อเอาไว้มากนัก แม้จะเป็ร้านเล็กๆ แต่รสชาติดีมาก วันนี้นางไม่ได้พาซุนฉิงมาด้วยเพราะอยากมาเดินเล่นเพียงลำพัง
หลังจากที่กินบะหมี่อิ่มแล้วนางก็เดินเตร็ดเตร่เที่ยวเล่นต่ออีกหน่อย ระหว่างทางนางเดินสวนกับผู้คนมากมาย จู่ๆ จวีจื่อหลิงก็เดินชนเข้ากับสาวน้อยนางหนึ่งเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ นางรีบหันไปเอ่ยขออภัยก่อนจะต้องย่นหว่างคิ้วเมื่อเห็นว่ายามนี้สาวน้อยนางนั้นดูเหมือนไม่ค่อยสบายเท่าใดนัก ใบหน้าของนางซีดเผือด ริมฝีปากไร้สีเื ท่าทางเหมือนจวนเจียนจะเป็ลมอยู่รอมร่อ
“แม่นาง เ้าไหวหรือไม่ มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่?”
จวีจื่อหลิงรีบเข้าไปประคองสาวน้อยนางนั้นทันที สตรีนางนั้นหันมามองจวีจื่อหลิงก่อนจะเอ่ย
“ข้าเวียนหัว”
“เช่นนั้นก็นั่งพักสักหน่อย”
จวีจื่อหลิงเอ่ยจบก็รีบประคองนางมานั่งที่ริมทางเดิน พลางมองอย่างห่วงใย
“รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่แม่นาง”
“อืม”
สาวน้อยนางนั้นตอบรับเสียงอ่อย ไม่นานนักก็มีสาวใช้ผู้หนึ่งวิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าพวกนางและเอ่ยกับสาวน้อยนางนั้นอย่างร้อนใจ
