“จริงหรือ?” เสี่ยวตงสูดจมูก มองนางด้วยขอบตาแดงก่ำ
ส่วนเ้าตัวเล็กอีกสองคนก็ขอบตาแดงก่ำราวกับกระต่ายน้อยสองตัว
เสิ่นม่านหัวใจอ่อนยวบจิ้มปลายจมูกของทั้งสามอย่างเอ็นดู
“ต้องจริงอยู่แล้ว อาเคยโกหกพวกเ้าที่ไหนกัน? วิญญูชนลั่นวาจา สี่อาชาก็ยากที่จะไล่ตามทัน”
เมื่อปลอบโยนเด็กทั้งสามเสร็จ เสิ่นม่านเองก็เดินเข้าห้องพร้อมกับขอบตาแดงก่ำ ปรากฏว่าเห็นใครบางคนกำลังยืนกอดอกอยู่หน้าประตูห้องของนาง
เสิ่นม่าน “…”
เหตุใดไปไหนก็ต้องเจอเขาด้วย? นางไม่อยากเสวนากับหนิงโม่ แต่หนิงโม่กลับเรียกนางไว้
“ไม่อยากให้พวกเขาถูกจับถ่วงน้ำก็พอมีหนทาง ก็คือให้พวกเขาแต่งงานกัน”
โอ้ ที่พวกเขาสี่คนคุยกันในห้องเมื่อครู่ ถูกเ้าหมอนี่แอบฟังหมดเลยหรือ? เสิ่นม่านกะพริบตาปริบๆ เผยท่าทางราวกับกระต่ายร้อนใจและพร้อมจะกัดคน
“เ้าแอบฟังพวกข้าคุยกันหรือ?!”
หนิงโม่ยักไหล่อย่างขอไปที “ขออภัย เสียงของพวกเ้าสี่คน ข้าไม่อยากได้ยินก็คงยาก”
นางกัดฟันกรอด ผ่านไปนานค่อนวันกว่าจะเค้นคำพูดออกจากไรฟัน “เกินไป!”
หนิงโม่มองนางอย่างสนุกสนาน
แก้มที่เอิบอิ่ม หลายวันมานี้เหมือนจะตอบลง คางก็เริ่มเรียวแหลมให้เห็นปลายคาง เพียงแต่รูปร่างเ้าเนื้อนี้ยังคงไม่ได้ผอมลงแต่อย่างใด ทว่าดูแล้วแข็งแรงเป็พิเศษมากกว่า
แต่ก็… ดูน่ารักน่าชัง
เขาอยากหยิกแก้มนาง แล้วค่อยบีบเนื้อรอบเอวนุ่มนิ่มของนาง แต่เขาก็กลั้นใจไว้ เปลี่ยนเป็เคาะมะเหงกใส่เสิ่นม่านและยิ้มอย่างรักใคร่เอ็นดู
“ข้าพอจะช่วยเ้าไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านได้ ขอเพียงเ้าเรียกข้าว่าบิดา เป็เช่นไร?”
เฮอะ ไม่ว่าจะข้ามมิติย้อนมายุคโบราณก็ตาม แต่ก็ไม่มีทางหนีพ้นตรรกะการยกตนข่มเช่นนี้ หรือว่าธรรมชาติของเผ่าพันธุ์มนุษย์คือการก้มหัวให้บิดา?
เสิ่นม่านหัวเราะเ็า จากนั้นดีดหน้าผากของเขาคืน เรี่ยวแรงนั้นมากพอจนทำให้หน้าผากของอีกฝ่ายมีรอยแดง
นางจิ้งจอกเ้าเล่ห์ะโหลบไปไกล แม้ว่ารูปร่างจะเ้าเนื้อ แต่ร่างกายเคลื่อนไหวแ่เบา พร้อมเชิดหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ลูกชาย! บิดาของเ้าต้องรบกวนเ้าแล้ว ฮ่าๆๆๆ!”
หนิงโม่ “…” เ้ามานี่ ข้ารับรองว่าจะไม่ทุบเ้าให้ตาย!
บังเอิญเยี่ยนชีออกมาจากหลังห้องพอดี เมื่อได้ยินเสียงนี้ก็ถึงกับสะดุ้งโหยงจนิญญาลอยออกจากร่าง ถึงขั้นมีคนกล้าเป็บิดาของเ้านายหรือ?
แม่นางเสิ่นผู้นี้ช่างไม่รู้จักหนักเบาเสียแล้ว หากลือออกไป เช่นนั้นเท่ากับการนำภัยสู่ตัวชัดๆ
เยี่ยนชีมองเ้านายอย่างลังเล ท่าทางอึกอัก “เ้านาย แม่นางเสิ่น…”
จู่ๆ หนิงโม่ก็กำหนดโจทย์ยากให้เขา “เ้าเรียกข้าว่าบิดา”
เยี่ยนชี “?”
แม้จะเกรงกลัว แต่เ้านายสั่งอะไรก็ต้องทำตาม เขาเอ่ยเสียงอ่อน “ท่านพ่อ”
ในที่สุดหนิงโม่ก็อารมณ์ผ่อนคลายลงและพึมพำ “อืม สบายใจขึ้นเยอะ ละเว้นศีรษะของนางไปชั่วคราวก่อน”
เยี่ยนชี “…”
เพราะเหตุใด ่นี้เขามักจะรู้สึกว่าเ้านายของตนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายราวกับเด็กน้อยเช่นนี้?
ข้างบ้านยังคงวุ่นวายเป็ไก่บินสุนัขะโ หนิงโม่เหยียบเข้าบ้านสกุลจางอย่างไร้สุ้มเสียงราวกับเมฆเคลื่อน ไม่รู้ว่าเข้าไปคุยอะไรกับหลี่เถี่ยโถวบ้าง ไม่นานนัก คิ้วที่ขมวดเป็ปมของผู้ใหญ่บ้านก็คลายออก
พอสนทนากันจบ หนิงโม่ก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกจากบ้านสกุลจางอย่างเงียบๆ เหลือไว้เพียงผู้กระทำผิดทั้งสี่ที่คุกเข่าเรียงกันอยู่ในลานบ้าน
ผู้ใหญ่บ้านกระแอมก่อนจะเอ่ย “อาจารย์หนิงเป็คนจิตใจเมตตา ทนเห็นการฆ่ากันตายไม่ได้ ในเมื่อพวกเ้าต่างก็มีการร่วมเตียงแล้ว เช่นนั้นก็มีเพียงให้พวกเ้าแต่งงานกันเท่านั้น”
“อะไรนะ?!” ทั้งลานบ้านมีเสียงฉงนสงสัยดังขึ้น
สุดท้ายคนที่อ่อนไหวที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นหลี่โก่วเซิ่ง เขาชี้หน้าด่าตาเฒ่าคัง
“ข้าอายุจะยี่สิบอยู่แล้ว พวกเ้ากลับหาพ่อเลี้ยงให้ข้าหรือ?! ต่อไปข้าจะยังมีหน้าอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างไร หืม?!”
พอด่าจบ หลี่โก่วเซิ่งก็ถูกผู้ใหญ่บ้านตบหน้า
“เ้ายังมีหน้าพูดอีก? เ้าไม่เว้นกระทั่งญาติผู้พี่ของตน! เื่ราวบัดสีของครอบครัวเ้าทั้งหมด ทำให้หมู่บ้านโม๋ผานของเราไม่อาจเชิดหน้าได้! ตอนนี้กลับเพิ่งรู้ตัวว่าอยู่ยากหรือ? ตอนที่เ้าจับจางซิ่วอวิ๋นเปลื้องผ้า ไฉนจึงไม่บอกว่าขายหน้าบ้างเล่า?”
หลี่โก่วเซิ่งถูกตบจนตาพร่ามัวเห็นดาวระยิบระยับ ไม่กล้าพูดมากอีก กลับกลายเป็นางจางที่โอดครวญร้องจะเป็จะตาย
“ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว! ตาเฒ่าคังทำลายชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของข้า แล้วข้ายังต้องแต่งงานกับเขาหรือ? นี่มีเหตุผลที่ไหนกัน? ข้ายอมเอาศีรษะชนกำแพงตายตรงนี้เสียยังดีกว่า!”
ตาเฒ่าคังเองก็โมโหจนทุบหน้าอก “ถุย! นางหญิงหม้ายแก่! เ้าทนความเหงาไม่ไหวจนเป็ดอกซิ่งแดงออกนอกกำแพงเอง แล้วเื่อะไรมาโทษข้า? ตาเฒ่าอย่างข้ายังไม่คิดเรียกร้องการชดเชยจากเ้าด้วยซ้ำ!”
ทางห้องปีก จางซิ่วอวิ๋นเองก็เอ่ยขึ้นบ้าง “ให้ข้าแต่งงานกับญาติผู้น้อง? หลี่เถี่ยโถว เ้าช่างกล้าคิดได้! เื่ที่ทำให้์พิโรธเช่นนี้ เ้ายังกล้าทำหรือ?”
หลี่เถี่ยโถวใบหน้าไร้ความรู้สึก “ในเมื่อพวกเ้าไม่ยินยอม เช่นนั้นก็ขอเชิญบรรดาผู้าุโทั้งหลายของเรามาช่วยตัดสิน จากนั้นหาฤกษ์ยามดีๆ มาหารือกันให้ดีว่าจะจับพวกเ้าใส่กรงหมูถ่วงน้ำหรือมอบผ้าขาวยาวสามฉื่อ [1] ให้พวกเ้าจบชีวิตกันเองดี”
เขาเองก็ไม่อยากสนใจเื่บัดสีเหล่านี้ ชื่อเสียงของหมู่บ้านโม๋ผานตอนนี้ถูกคนเหล่านี้เอามาย่ำเล่น แล้วจะให้เขาเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านอื่นอย่างไร!
น่าปวดศีรษะนัก!
หลังจากให้คนมาจับสี่คนนี้มัดไว้ในบ้านสกุลจาง คนทั้งหมดไม่ได้กินดื่มอะไรทั้งวัน พอตกค่ำเพิ่งจุดตะเกียงไฟ จู่ๆ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทุกคนคิดตกและยินยอมที่จะแต่งงาน
เมื่อรับรู้ว่าคนทั้งหลายยินยอม หลี่เถี่ยโถวก็ถอนหายใจโล่งอก
เื่ราวที่ไม่น่ารื่นรมย์เช่นนี้ จึงไม่ได้จัดงานแต่ง วันรุ่งขึ้นก็ให้ตาเฒ่าคังสู่ขอนางจางกลับบ้านตนเองไป ทว่าจางซิ่วอวิ๋นกลับหอบข้าวของเงินทองทั้งหมดของตนเองหลบหนีไปในกลางดึกคืนที่สองหลังแต่งงานกับหลี่โก่วเซิ่ง
ท่ามกลางความมืดมิด เรือนร่างเย้ายวนนั้นเดินอยู่บนถนนโคลนในหมู่บ้าน ก่อนจะพ้นหมู่บ้านไป นางหันหลังมองไปยังทิศทางบ้านสกุลเสิ่น แววตาเผยความชั่วร้ายออกมา
“เสิ่นม่านเหนียง เ้ารอก่อนเถิด ความอับอายในวันนี้ข้าจะจดจำไว้ ต้องมีสักวันที่ข้าจะให้เ้าชดใช้เป็ร้อยเท่าพันเท่า ข้าจะทำให้เ้าต้องตายทั้งเป็!”
พอพูดจบ นางก็หอบสัมภาระที่หนักอึ้งและหายตัวไปท่ามกลางหมอกหนาอย่างช้าๆ
เื่ราววุ่นวายเช่นนี้มาเกิดขึ้นก่อนตรุษจีน และทำให้เปลวไฟในใจของนางจางลดลงไปมาก
หลี่โก่วเซิ่งไม่มีภรรยา เขานอนเปื่อยอยู่บนเตียงอย่างเอื่อยเฉื่อยไร้ชีวิตชีวา ดูไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าสมัยก่อน
เมื่อผ่านพ้นเทศกาลล่าปาไปแล้วก็คือตรุษจีน เมื่อใกล้ถึงวันส่งท้ายปี เสิ่นม่านจึงมีวันหยุดให้คนงานทั้งหลายและแจกจ่ายรางวัลปลายปี
ไม่มีอะไรมาก เป็พวกของแช่อิ่ม ผลไม้แห้ง เนื้อเค็ม และปลาแห้ง พวกนี้ล้วนเป็ของที่นางทำเอง นางแจกจ่ายให้กับคนงานได้นำกลับบ้านไปลิ้มชิมรสชาติกันใน่ปีใหม่
ก่อนวันส่งท้ายปีหนึ่งวัน ซึ่งก็คือวันจ่ายตลาดในตำบลพอดี เสิ่นม่านพาเด็กๆ และหนิงโม่กับเยี่ยนชีเช่าเกวียนวัวออกจากบ้านกันแต่เช้าเพื่อจับจ่ายซื้อของปีใหม่กัน
ใกล้จะถึงปีใหม่แล้ว มีข้าวของมากมายหลากหลายในตลาด กระทั่งมีคนขายหน่อไม้ที่ยามปกติยากที่จะได้เห็น
เสิ่นม่านซื้อไปไม่น้อยและยังซื้อเนื้อหมูมากมายจากแผงเนื้อหมู จบแล้วก็ไปร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูป เด็กน้อยทั้งสามได้ชุดใหม่กันคนละสองชุด ตัวนางเองหนึ่งชุด แล้วก็มีหนิงโม่กับเยี่ยนชี รวมถึงคังต้าลี่กับครอบครัวเองก็ได้ชุดใหม่กันคนละหนึ่งชุด
หลังออกจากร้านขายเสื้อสำเร็จรูป เสิ่นม่านชำเลืองเห็นเถ้าแก่หวังที่สีหน้าหม่นเศร้า
เมื่อเถ้าแก่หวังเห็นนางปุ๊บ ดวงตาว่างเปล่าก็เปล่งประกายออกมา
-----
เชิงอรรถ
[1] 1 ฉื่อ เท่ากับ 10 นิ้ว (หรือประมาณ 1 ฟุต)
