เสิ่นอิ๋นหวนสอบถามเจียงเฉิงอย่างจริงจังว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงทะเลาะกับหลี่อันหรานหนักขนาดนี้
ทว่าคำตอบที่ได้จากเจียงเฉิงกลับกลายเป็ว่าหลี่อันหรานโมโหเขาโดยไม่มีเหตุผล เจียงเฉิงไม่รู้เช่นกันว่านางเป็อะไร
นี่ทำให้เสิ่นอิ๋นหวนไม่พอใจ เดิมทีนางตั้งใจจะรั้งเจียงเฉิงไว้เป็ลูกเขยแต่งเข้า เพราะโชคชะตาอุตส่าห์นำพาให้เขาประสบภัยมาอยู่ที่นี่ทั้งที นอกจากนี้เขายังดูเป็ห่วงหลี่อันหรานไม่น้อย และตัวหลี่อันหรานเองก็มีใจให้เจียงเฉิง
ที่สำคัญคือ ท่าทีที่เจียงเฉิงมีต่อหลี่อันหรานแตกต่างจากบุรุษคนอื่นๆ เขาไม่ได้รังเกียจนางเมื่อเห็นแผลเป็เหมือนคนพวกนั้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเจียงเฉิงเป็ห่วงหลี่อันหรานจากใจจริง
เสิ่นอิ๋นหวนออกจากห้องของเจียงเฉิงแล้วตรงไปหาหลี่อันหรานทันที ตอนนี้หลี่อันหรานกำลังสอนหลี่อันหลินเขียนหนังสือ เพราะอีกสองเดือนเขาจะถึงวัยที่ต้องไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว
หลี่อันหรานอยากให้เขารู้ตัวหนังสือเยอะหน่อย ถึงอย่างไรวันนี้นางก็ทำเต้าเจี้ยวเผ็ดใกล้เสร็จหมดแล้ว
เมื่อเสิ่นอิ๋นหวนเดินเข้ามา หลี่อันหรานหันมามองนางเพียงแวบหนึ่ง “ท่านแม่…”
นางเพิ่งจะเอ่ยเสียงเรียก ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อก็ถูกเสิ่นอิ๋นหวนเดินเข้ามาบิดหูเสียก่อน แต่เสิ่นอิ๋นหวนไม่อยากสั่งสอนนางต่อหน้าหลี่อันหลินกับหลี่อันอัน นางลากหลี่อันหรานออกไปข้างนอก “ออกมา แม่มีเื่จะคุยด้วย”
หลี่อันหรานแยกเขี้ยวกุมหูตัวเองด้วยความเ็ป “ท่านแม่ แม่แท้ๆ ของข้า ท่านจะทำอันใด? มีอะไรก็คุยกันดีๆ เหตุใดต้องบิดหูข้าด้วย?”
หลี่อันหลินกับหลี่อันอันตามออกมามองพี่สาวตาปริบๆ ที่ประตู เสิ่นอิ๋นหวนสังเกตเห็นจึงโบกมือไล่ “กลับเข้าห้องไป เื่นี้ไม่เกี่ยวกับพวกเ้า”
ทั้งสองคนจำยอมเดินกลับเข้าห้องเพราะกลัวถูกลงโทษ เสิ่นอิ๋นหวนดึงหูหลี่อันหรานไปที่ข้างบ่อน้ำ จากนั้นมองไปทางประตูห้องของเจียงเฉิงและกล่าวเสียงเบา “เ้าปฏิบัติต่อฉางควนแบบนี้ได้อย่างไร? เขาดีต่อเ้าปานนั้น เ้าทำลงได้อย่างไร”
หลี่อันหรานอดเบะปากไม่ได้ “ท่านแม่ นี่เขากรอกน้ำแกงลวงตาอะไรให้ท่านดื่ม เอาอะไรมาบอกว่าเขาดีต่อข้า?”
“เ้าจะอธิบายเื่ที่หลายวันมานี้เอาแต่หาเื่เขาแบบไม่มีเหตุผลว่าอย่างไร”
“ข้าไม่ได้หาเื่เขา ท่านไม่เห็นหรือว่าเขาไปอยู่กับหลี่เยวี่ยซือ?” หลี่อันหรานรู้ว่าเสิ่นอิ๋นหวนอยากให้เจียงเฉิงอยู่ที่นี่ แต่นั่นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ หลี่อันหรานไม่ได้โง่ นางมองออกว่าเขาไม่มีความคิดที่จะอยู่ที่นี่เช่นกัน
ที่ทุกวันนี้ยังอยู่เป็เพราะ้าตอบแทนบุญคุณนางที่ช่วยชีวิตก็เท่านั้น ทว่าเสิ่นอิ๋นหวนไม่รู้เื่นี้ หลี่อันหรานจึงทำได้เพียงพูดปากเปียกปากแฉะว่า “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องสนใจเื่ระหว่างเขากับข้า เขามาอาศัยที่นี่เพียงชั่วคราว วันหน้าก็ต้องจากไป ท่านเลิกคิดเพ้อฝันเถิด เขาไม่มีทางอยู่ต่อหรอกเ้าค่ะ”
“อีกเื่ ตอนนี้ข้าไม่มีอารมณ์มาคิดเื่พวกนั้นเช่นกัน” นางว่าต่อ สิ้นเสียงก็หนีกลับไปสอนหลี่อันหลินเขียนหนังสือต่อ
แต่เสิ่นอิ๋นหวนลากหูนางกลับมาอีกรอบ หลี่อันหรานอ้าปากเหวอด้วยความเ็ป “ท่านแม่ ท่านมีอะไรก็รีบว่ามาเถิด”
หลี่อันหรานกระทืบเท้าด้วยความโมโหแต่ไม่กล้าใส่อารมณ์กับเสิ่นอิ๋นหวน “ท่านเลิกดึงหูข้าเสียที หูข้าจะหลุดอยู่แล้ว”
นางลูบหูตัวเองพลางบ่นอุบอย่างนึกหงุดหงิด
เสิ่นอิ๋นหวนขมวดคิ้ว “เ้าจงไปขอโทษเขาเสีย”
“อะไรนะ?” หลี่อันหรานขึ้นเสียงสูงทันที “เหตุใดข้าต้องขอโทษเขา? ข้าไม่ได้ทำอันใดผิดต่อเขา เหตุใดต้องขอโทษด้วย”
“ข้าถามเื่ที่เขาเกือบตาบอดเมื่อคราวก่อน เื่นี้เ้าจงใจทำใช่หรือไม่? แล้วยังมีเื่วันนี้อีก เ้าจงใจลงกลอนประตูไม่ให้เขาเข้าบ้านใช่หรือไม่? เ้าเจตนาทั้งหมดใช่หรือไม่?”
หลี่อันหรานไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีเหตุผลมาอธิบาย นางบ่นในใจว่าฉางควนผู้นี้เ้าคิดเ้าแค้นไม่เบา นึกไม่ถึงว่าจะแอบไปฟ้องเสิ่นอิ๋นหวน ตัวนางยังไม่ทันได้พูดอะไร เขาก็เล่าทุกอย่างออกมาหมดแล้ว เตรียมตัวโดนสั่งสอนได้เลย
ขณะที่กำลังคิดกับตัวเอง เสิ่นอิ๋นหวนก็ตีแขนนางและดึงนางกลับสู่โลกความเป็จริง “แม่คุยกับเ้าอยู่นะ เดี๋ยวเ้าจงไปขอโทษเขา เขาเป็คนดี ไม่รังเกียจฐานะครอบครัวเรา ทั้งยังอยู่ช่วยเ้าทำงานพวกนั้น จงพอใจเสียเถอะ”
หลี่อันหรานไม่อยากคุยเื่พวกนี้กับเสิ่นอิ๋นหวนอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่ว่านางจะอธิบายอย่างไร เสิ่นอิ๋นหวนก็ดูจะปักใจเชื่อแล้วว่าฉางควนจะอยู่เป็ลูกเขยของตัวเอง
แต่เพื่อไม่ให้เสิ่นอิ๋นหวนยกเื่นี้มาบ่นอีก หลี่อันหรานยอมกลั้นใจตอบในท้ายที่สุดว่า “ก็ได้ ขอโทษก็ขอโทษ”
นางหันตัวเดินไปทางห้องของเจียงเฉิงทันที ทว่าเมื่อเดินมาถึงประตูกลับรู้สึกลังเลขึ้นมา นางอยากหันหลังกลับแต่พบว่าเสิ่นอิ๋นหวนกำลังจ้องอยู่ไกลๆ และโบกมือไล่ให้นางรีบเข้าไป
หลี่อันหรานไม่อยากถูกเสิ่นอิ๋นหวนดึงหูอีกรอบจึงเดินเข้าไป ในตอนที่ผลักประตูเข้ามา เจียงเฉิงกำลังนั่งจัดอะไรบางอย่าง หลี่อันหรานไม่คิดจะเดินไปดู และไม่มองเขาตรงๆ เช่นกัน
นางทำเพียงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ท่านเอาเื่พริกไปฟ้องแม่ของข้าใช่หรือไม่ แล้วก็เื่ที่ขังท่านไม่ให้เข้าบ้านเพราะไปหาหลี่เยวี่ยซือด้วย? ท่านปัดความผิดมาไว้ที่ข้าใช่หรือไม่? ทั้งหมดนี่ใช่ความผิดข้าหรือ?”
เจียงเฉิงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขายอมรับว่ามีการคุยเื่นี้กับเสิ่นอิ๋นหวนเมื่อครู่ แต่เขาไม่ได้บอกอะไรมาก เขาหันมามองหลี่อันหรานอย่างสับสน “ข้าไม่ได้บอกอะไรกับท่านป้า”
“ไม่ได้บอกงั้นหรือ? นี่ท่านกำลังโกหกหน้าตายหรืออย่างไร? หากท่านไม่พูดแล้วท่านแม่ข้าจะรู้ได้อย่างไร?” หลี่อันหรานถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลายวันนี้นางคิดมาแล้ว ในเมื่อเจียงเฉิงไม่อาจอยู่ต่อ เช่นนั้นฝืนรั้งไปก็ไม่มีประโยชน์
นางเดินไปตรงหน้าเจียงเฉิงและมองเขาด้วยสายตาจริงจัง “ในเมื่อท่านไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อ สักวันก็ต้องจากไป เช่นนั้นก็รีบจากไปในเร็ววันเถิด ส่วนบุญคุณที่ช่วยชีวิตอะไรนั่น ข้าไม่้าให้ท่านตอบแทน ที่ผ่านมาท่านก็ช่วยงานข้าไว้ไม่น้อย ถือเสียว่าตอบแทนหมดแล้วได้หรือไม่?”
“เ้ากำลังไล่ข้าหรือ?”
“ก็คงใช่ เพราะการที่ท่านอยู่ที่นี่นั้นทำให้ข้า… ลำบากมาก” หลี่อันหรานขมวดคิ้ว นางไม่ได้พูดความรู้สึกตัวเองออกมาทั้งหมด
คำพูดของหลี่อันหรานทำให้เจียงเฉิงเสียใจไม่น้อย เขาจดจ้องมายังนาง แววตาทั้งลุ่มลึกทั้งมืดมน “ลำบากอย่างไร ข้าทำอะไรให้เ้าไม่พอใจขนาดนั้นเชียวหรือ?”
หลี่อันหรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดิมทีนางอยากตอบว่าไม่ได้ไม่พอใจ แต่จังหวะที่เตรียมจะพูดก็รู้สึกว่าเหตุใดต้องทำให้ตัวเองอึดอัดเพื่อเขาด้วย สุดท้ายจึงตัดสินใจตอบออกไปอย่างกล้าหาญ “ถูกต้อง ข้าไม่พอใจมาก ท่านไปหาหลี่เยวี่ยซือ ข้าไม่พอใจมาก”
