เล่มที่ 3 บทที่ 74 ไอเย็นแปรเปลี่ยนเป็ปราณกระบี่
ภาพที่เกิดขึ้นนั้น ไม่เพียงแต่เหล่าศิษย์ที่กำลังชมการประลองจะพากันใ แม้แต่เหล่าผู้าุโที่อยู่บนบัลลังก์เองก็ยังอดที่จะชะงักไม่ได้
ั้แ่เริ่มงานประลองมา ไม่มีครั้งใดเลยที่หลินเฟยจะเป็ฝ่ายรุก ผู้าุโหลายๆคนก็พากันเสียดาย เพราะศิษย์ที่ถนัดรับเช่นนี้เหมาะที่จะฝึกค่ายกลกระบี่หุ้นหยวนที่สุด แล้วเหตุใดถึงไปเลือกฝึกเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่เสียได้…
ไม่มีใครคาดคิดว่าหลินเฟยจะเปลี่ยนมาเป็ฝ่ายรุก
แถมยังรุกได้อย่างหนักหน่วงเลยทีเดียว…
ผ่านไปนับสิบกระบวนท่าที่สะบั้นมาตามกันติดๆ ทั้งแข็งแกร่งและรวดเร็ว เหล่าเคล็ดวิชากระบี่นับสิบที่สะบั้นออกมาพร้อมกันนั้น แต่ละกระบวนท่าก็ล้วนแตกต่างกันสิ้นเชิง ทว่ากลับแข็งแกร่งและแ่าเช่นเดียวกัน ทำให้ผู้ที่รับชมการประลองอยู่นั้น อดที่จะเอ่ยปากชื่นชมไม่ได้
“ยอดเยี่ยม!” เติ้งเย่วะโเสียงดังอย่างพึงพอใจ มือก็พลางชี้ไปทางหลินเฟย ปากก็เอาแต่เอ่ยชมไม่หยุด
“หากหลินเฟยได้เลื่อนเป็ศิษย์สายตรงจริงๆ เกรงว่าสำนักเวิ่นเจี้ยนจะมีปรมาจารย์ด้านกระบี่ถือกำเนิดขึ้นเสียแล้ว!”
อาจารย์ของสือเหอเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
“ถูกต้อง ไม่รู้ว่าศิษย์พี่หลัวสอนมาอย่างไร เ้าหนุ่มนี่ถึงได้เชี่ยวชาญทุกเคล็ดวิชากระบี่ของสำนักขนาดนี้…”
“เหอะ!” เมื่อเห็นผู้าุโสองคนเอาแต่ชื่นชมหลินเฟย ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนก็อดที่จะแค่นหัวเราะดูแคลนออกมาไม่ได้
“เคล็ดวิชากระบี่ยอดเยี่ยมแล้วจะทำอะไรได้ สำนักเวิ่นเจี้ยนหาใช่พวกปาหี่เสียหน่อย กระบวนท่ามากมายแพรวพราวแล้วจะอย่างไรต่อ อีกไม่นานเดี๋ยวก็คงถูกศิษย์ข้าเอาชนะได้ในกระบวนท่าเดียว…”
“หึหึ…” ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าหุบเขาเทียนเฉวียนกับหุบเขาอวี้เหิงมีเื่บาดหมางกันมาก่อน พอได้ยินเช่นนี้ ผู้าุโคนอื่นๆก็ไม่คิดจะไปโต้แย้งให้เสียแรง…
การต่อสู้บนแท่นประลองยังคงดำเนินต่อไป…
บัดนี้หลินเฟยสะบั้นกระบี่ออกไปร้อยกว่ากระบวนท่าแล้ว…
กระบี่หงส์คำรนในตอนนี้ราวกับกำลังลุกไหม้ เปลวไฟมากมายลุกลามไปทั่วแท่นประลอง แม้แต่ถังเทียนตูเองก็ยังหนีไม่พ้น…
ถังเทียนตูที่อยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงไม่ได้ต่อต้านกลับแม้แต่น้อย เพียงแค่ยกกระบี่ในมือสกัดป้องกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขาเองก็ไม่ได้มีทีท่าเกรงกลัวต่อกระบวนท่ามากมายที่พุ่งเข้ามาแต่อย่างใด
“ในเมื่ออยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้ตัวตาย ถ้าอย่างนั้นก็จะสงเคราะห์ให้แล้วกัน จงดูให้เต็มตาว่าข้าได้อะไรมาจากผากระบี่บ้าง…”
เมื่อสิ้นคำถังเทียนตู กระบี่อู๋ซางในมือก็ะเิกระแสไอเย็นออกมาทันที
เพียงพริบตาเดียวทะเลเพลิงที่โชติ่ก็ถูกกระแสไอเย็นแช่แข็ง แม้แต่ศิษย์ที่อยู่ใกล้แท่นประลอง ยังถูกกระแสไอเย็นอันดุดันนี้ทำให้าเ็ไปด้วยเช่นกัน หลังจากเห็นศิษย์ที่อยู่ใกล้แท่นประลองหนีตายอย่างทุลักทุเลแล้ว ทุกคนในบริเวณอื่นๆต่างพากันตื่นตระหนกไม่น้อย แม้จะรู้ว่าน้ำแข็งห้าสีนี้ร้ายกาจ แต่ไม่คิดเลยว่าจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ จากนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้แท่นประลองในระยะร้อยจ้างอีก…
กระแสไอเย็นมหาศาลปกคลุมไปทั่ว ทำให้ทะเลเพลิงยังถูกแช่เป็น้ำแข็งต่อไป กระบี่อู๋ซางในมือถังเทียนตูกระตุกตอบรับ ทันใดนั้นก็เกิดเงาัเก้าตนรายล้อมอยู่รอบตัว ตอนแรกทั้งคู่ยังอยู่ห่างกันนับสิบจ้าง แถมตรงกลางยังมีทะเลเพลิงขวางกั้น ทว่าในเวลานี้ ถังเทียนตูกลับพุ่งทะยานมาพร้อมกับัเก้าตนและกระบี่อู๋ซางด้วยความเร็วราวกับเซียน์มาจุติ!
เขาพยายามฝ่าปราณกระบี่มากมายที่สะบั้นเข้ามา
แต่ไม่อาจทำอะไรถังเทียนตูได้แม้แต่น้อย…
“บ้าไปแล้ว!”
ศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยนที่ชมการประลองอยู่พากันสูดลมหายใจ…
‘แม้จะถูกปราณกระบี่นับร้อยสะบั้นใส่ แต่กลับไร้ซึ่งรอยขีดข่วน…’
ดูๆไปถังเทียนตูคงจะใกล้บรรลุกายเหล็กที่ฟันแทงไม่เข้าตามตำนานเข้าให้แล้ว…
“นี่ต่างหากคือกระบี่ไร้พ่ายของจริง…”
ทันทีที่สิ้นคำเขาก็สะบั้นกระบี่อู๋ซางในมือ เงาัเก้าตนพากันคำรามและกางกรงเล็บอย่างดุร้าย ก่อนจะพุ่งตรงเข้าใส่หลินเฟย…
พริบตาต่อมาก็มีปราณกระบี่สีขาวสายหนึ่งสะบั้นออกมาท่ามกลางเงาั
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าปราณกระบี่ที่เต็มไปด้วยกระแสไอเย็นเช่นนี้ คือท่าไม้ตายอีกหนึ่งกระบวนท่าของหลินเฟย ย้อนกลับไปขณะที่ประลองกับหวังหลิน ปราณกระบี่สีขาวนี้ยังสามารถแช่แข็งภาพนิมิตขวานทุนเทียนได้เลยทีเดียว
แต่ว่าครั้งนี้…
ถังเทียนตูเตรียมกลับเตรียมรับมือไว้ก่อนแล้ว เมื่อปราณกระบี่สีขาวปรากฏขึ้น เงาัเก้าตนก็พากันคำรามกึกก้องราวกับอสรพิษั์ ซึ่งบัดนี้พวกมันกำลังโอบรัดปราณกระบี่สีขาวไว้อย่างแ่า…
ขณะเดียวกัน กระบี่อู๋ซางก็มีแสงห้าสีสว่างขึ้นมา
แท่นประลองในตอนนี้ ได้กลายสภาพเป็ลานน้ำแข็งในทันที
‘น้ำแข็งห้าสี!’
ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวทุกคนเฉกเช่นเดียวกันก็คือ นอกจากน้ำแข็งห้าสีจะมีกระแสไอเย็นรุนแรงแล้ว มันยังมีพลังกัดกร่อนอีกด้วย…
และก็เป็ไปตามคาด ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น ปราณกระบี่สีขาวที่ถูกเงาัเก้าตนโอบพันแแ่ ก็ค่อยๆคลายสลายออกไป…
“เห็นหรือยัง…” ผู้าุโหุบเขาเทียนเสวียนยกยิ้มเยือกเย็น ขณะที่สายตาก็ยังคงจดจ้องไปที่แท่นประลอง
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเ้าจะไม่เห็น ไม่รู้เหมือนกันว่าเ้าหลินเฟยใช้วิธีอะไรถีบตัวเองให้บรรลุย่างหยวนขั้นสูงขึ้นมาได้ ทว่าการทำแบบนี้กลับจะทำให้รากฐานไม่มั่นคง ที่สามารถรับมือสิบกว่ากระบวนท่าเมื่อครู่นี้ได้ ก็เพราะเปลวไฟจอมปลอมนั่น แล้วคนแบบนี้น่ะหรือจะมาเทียบเทียมศิษย์ข้าได้? บัดนี้ปราณกระบี่ที่แสนภูมิใจนักหนาก็ถูกน้ำแข็งห้าสีสะกดไว้หมดแล้ว เกรงว่าอีกไม่นานคงต้องพ่ายแพ้จนต้องลงไปจากแท่นประลอง…”
บนบัลลังก์ขณะนี้ เงียบสนิทลงทันที…
แม้แต่อู๋เย่วและเติ้งเย่วรวมถึงผู้าุโอีกบางส่วนที่ประทับใจในตัวหลินเฟยก็ยังอดเป็กังวลไม่ได้…
ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ล้วนมีขั้นบำเพ็ญไม่ต่ำกว่าระดับจิงตัน มีหรือที่พวกเขาจะมองไม่ออก?
ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนไม่ได้พูดเกินจริงไปเลยแม้แต่น้อย…
ทุกคนดูออกเช่นเดียวกันว่าหลินเฟยมีรากฐานที่ไม่มั่นคง
แค่เห็นลำแสงจากกระบี่หงส์คำรนก็รู้แล้ว หากฝึกฝนจนบรรลุย่างหยวนขั้นสูงจริงๆ ลำแสงกระบี่ย่อมจะต้องบริสุทธิ์กว่านี้ ทุกลำแสงกระบี่ที่สะบั้นออกไปก็จะต้องหนักแน่นกว่านี้เช่นกัน แม้ภายนอกกระบี่หงส์คำรนจะดูน่ากลัวเพียงใด แต่ลำแสงกระบี่ที่สะบั้นออกไปกลับมีสีอื่นเจือปนอยู่ด้วย สำหรับเื่นี้หากจะปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด เพราะนี่คือลางบอกว่ารากฐานของผู้ฝึกนั้นไม่มั่นคงนั่นเอง…
ยิ่งตอนนี้ปราณกระบี่สีขาวถูกน้ำแข็งห้าสีสะกดเอาไว้ได้ เกรงว่าคงจะยากไปเสียแล้ว…
ทว่า…
หลินเฟยที่อยู่บนแท่นประลองมีท่าทีไม่ได้รู้สึกเป็เดือดเป็ร้อนเลยสักเพียงนิด แม้ปราณกระบี่อิ๋นเหวินจะถูกสะกดเอาไว้ได้ เขาก็ไม่คิดจะใช้ปราณกระบี่ไท่อี๋แต่อย่างใด ปล่อยให้ปราณกระบี่อิ๋นเหวินต่อกรกับถังเทียนตูอย่างเดียวเท่านั้น
หลินเฟยไม่รู้สึกร้อนใจเลยแม้แต่น้อย แถมยังเผยรอยยิ้มออกมาได้อีก…
พอเห็นรอยยิ้มนี้ ถังเทียนตูก็ทนไม่ได้อีกต่อไป เขากัดฟันโคจรพลังปราณให้น้ำแข็งห้าสีให้เกิดพลังทำลายล้างสูงสุด จากตอนแรกที่ปราณกระบี่สีขาวกำลังสลายไปอย่างช้าๆ ในตอนนี้กลับสลายหายไปเร็วกว่าเดิม…
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
