“ห้าสิบหยวน” ยายแก่ฮั่วชูนิ้วทั้งห้าขึ้นมา ฮั่วต้าซานร้องเสียงหลงทันที “อะไรนะ? แม่ให้ไปห้าสิบหยวนเชียวหรือ?”
ดวงตาของฮั่วต้าซานเบิกกว้างเขามองไปที่ยายแก่ฮั่วด้วยความรู้สึกไม่พอใจ หากไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าคือแม่ของตัวเอง เขาคงตบให้หงายคว่ำไปแล้ว
เขาทำสวนกว่าจะได้เงินมาห้าสิบหยวนต้องเหนื่อยแทบตาย แต่นี่แม่ของเขากลับมอบเงินให้ผู้อื่นง่ายๆเช่นนี้
ยายแก่ฮั่วมองไปที่เขาเหมือนอ่านความคิดในใจออก เธอส่ายหน้าไปมา สีหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าผิดหวังกับลูกชายตัวเองจริงๆ
“ต้าซาน เงินห้าสิบหยวนไม่ได้มากมายอะไรนัก แกก็รู้ เ้าเด็กนั่นแค่ทำแกาเ็ หากติดคุกแค่ครึ่งปีจะทำอย่างไร? เงินห้าสิบหยวนคือหลักประกันว่าเ้าเด็กนั่นจะต้องถูกตัดสินโทษสถานหนัก”
ยายแก่ฮั่วพูดด้วยท่าทางจริงจัง สีหน้าโมโหของฮั่วต้าซานจึงค่อยๆคลายลง แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินที่ยืนฟังอยู่ด้านข้างกลับหน้าเขียวด้วยความโกรธ
เธอพุ่งเข้าไปทุบตียายแก่ฮั่ว ปากพลางด่าไม่หยุด “เหตุใดต้องทำร้ายเขาขนาดนี้ด้วย?” ยายแก่ฮั่วไม่ทันระวังจึงถูกเธอผลักจนล้มใส่ฮั่วต้าซานเต็มแรง
ฮั่วต้าซานร้อง ‘โอ๊ย’ ขึ้นมาเสียงดัง ยายแก่ฮั่วพลันรู้ตัวว่าตนเองล้มทับแผลถูกฟันของลูกชายเข้าให้แล้ว นางจึงรีบลุกขึ้นในทันที ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว
“นังเด็กสำส่อน ชักปีกกล้าขาแข็งแล้วจริงๆ สินะ” ยายแก่ฮั่วอ้าปากด่าพร้อมกับเดินเข้ามาทำท่าจะตบฮั่วเสี่ยวเหวิน ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้ตัวจึงรีบหลบ
จากนั้นเธอรีบวิ่งออกไปทางประตู ในเมื่อขอร้องฮั่วต้าซานไปก็ไม่เกิดประโยชน์เช่นนั้นก็ไม่มีความจำเป็จะต้องอยู่ที่นี่อีก
ฮั่วต้าซานเจ็บแผลจนน้ำตาเล็ด เขาะโบอกยายแก่ฮั่วเสียงดังว่า “ตีนังเด็กนี่ให้ตาย” เมื่อเห็นว่าฮั่วเสี่ยวเหวินกำลังวิ่งไปทางประตูเขาก็รีบะโบอกยายแก่ฮั่วอีกครั้ง “แม่ รีบขวางประตูไว้ อย่าให้หล่อนหนีไปได้”
ยายแก่ฮั่วอายุหกสิบกว่าแล้วแต่วิ่งเร็วมาก ฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งวิ่งไปถึงประตูก็รู้สึกแน่นที่คอขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตอนนี้มือข้างหนึ่งของยายแก่ฮั่วได้คว้าเข้าที่คอเสื้อของเธอเรียบร้อยแล้ว
“เหอะ ยังคิดจะหนีอีกรึ” ยายแก่ฮั่วออกแรงผลักฮั่วเสี่ยวเหวินลงพื้น หล่อนแสดงสีหน้าลำพองใจ
“ต้าซาน าแเป็อะไรหรือไม่?” ยายแก่ฮั่วรีบปิดประตูลง ก่อนจะเดินมาถามฮั่วต้าซานด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยประหนึ่งว่าตัวเองาเ็เสียเอง และทิ้งฮั่วเสี่ยวเหวินให้นอนเจ็บอยู่บนพื้น
ฮั่วต้าซานส่ายหน้า “แม่ ผมไม่เป็ไร”
ยายแก่ฮั่วเบาใจลง นางส่งสายตาเป็นัยให้กับฮั่วต้าซานก่อนจะเดินออกนอกห้องไป
ฮั่วต้าซานเหลือบมองฮั่วเสี่ยวเหวินที่กำลังลุกขึ้นจากพื้น ตอนนี้อารมณ์ของเขาได้สงบลงแล้ว เขากวักมือเรียกให้เธอเข้าไปหา
ฮั่วเสี่ยวเหวินมีหรือจะยอมเข้าไป เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกดูถูก “มีอะไรก็พูดมา”
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีกับเธอ แต่ถ้าทีแรกเธอยอมอยู่บ้านอย่างสงบเสงี่ยม เื่พวกนี้คงไม่เกิดขึ้น” คำพูดนุ่มนวลที่โผล่มากะทันหันของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
แต่หลังจากที่ฟังเขาพูดจบ สีหน้าของฮั่วเสี่ยวเหวินกลับไม่สบอารมณ์นัก ความโกรธในใจของเธอถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
“หากไม่ใช่เพราะคุณทุบตีฉันครั้งแล้วครั้งเล่า พี่เจียิจะลงมือกับคุณหรือ? เหอะ ฮั่วต้าซาน ฉันขอบอกอะไรให้นะ วันหน้าฉันจะแก้แค้นแน่ วันนี้คุณทำร้ายพี่เจียิอย่างไร วันหน้าฉันจะเอาคืนให้หมด”
“เก่งกล้านักหรือ ฉันจะฆ่าแกให้ตายเดี๋ยวนี้แหละ” ฮั่วต้าซานยังพูดไม่ทันจบ ยายแก่ฮั่วก็ถือเชือกเข้ามาแล้ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินพลันเข้าใจในทันที จู่ๆ ฮั่วต้าซานก็พูดจาอ่อนโยนกับเธอขึ้นมาเป็เพราะเหตุนี้นี่เอง ที่แท้ก็จงใจดึงความสนใจเพราะกลัวเธอหนีเพื่อรอให้ยายแก่ฮั่วไปหาเชือกมา
“คุณย่า กำลังทำอะไรน่ะคะ?” จู่ๆผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง เธอสวมชุดผ้าฝ้ายหยาบ แม้จะถูกซักจนสีซีดหมดแล้วแต่ไม่มีรอยปะ น่าจะมีความเป็อยู่ที่ดีกว่าบ้านของฮั่วต้าซานเล็กน้อย
“เจียเอ๋อร์ เธอไม่รู้อะไร นังเด็กสำส่อนไร้ยางอายคนนี้ไปมั่วสุมอยู่กับผู้ชายั้แ่อายุยังไม่ทันถึงสิบขวบดี”
จังหวะที่ยายแก่ฮั่วกำลังคุยกับพี่สาวคนรอง ฮั่วเสี่ยวเหวินใช้โอกาสนี้วิ่งหนีออกนอกห้องด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
เธอรู้ว่ายายแก่ฮั่วนำเชือกมาเพื่อมัดตัวเธอ หากไม่หนีตอนนี้คงไม่มีโอกาสหนีอีกแล้ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินออกแรงวิ่งสุดชีวิต วิ่งสวนผ่านยายแก่ฮั่วที่ยืนอยู่ไกลๆ
ยายแก่ฮั่วจะวิ่งไล่ตาม แต่ฮั่วเสี่ยวเจียเอาตัวมาขวางไว้ ก่อนจะเกลี้ยกล่อมว่า “คุณย่า ฉันไปเองค่ะ ย่าจะได้ไม่สะดุดล้ม”
ฮั่วเสี่ยวเจียเป็คนไล่ตาม ยายแก่ฮั่วต้องวางใจอยู่แล้ว หล่อนจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ มองไปยังทิศที่ทั้งสองวิ่งออกไปแล้วหันหลังกลับเข้าห้อง
ถึงอย่างไรฮั่วเสี่ยวเหวินก็ยังเป็เด็ก วิ่งเพียงครู่เดียวก็หมดแรงแล้ว แต่เธอไม่กล้าหยุด เพราะเสียงฝีเท้าของฮั่วเสี่ยวเจียใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เกือบจะถึงตัวเธออยู่แล้ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินกำลังตัดสินใจที่จะหยุด เพราะดูท่าตนเองคงจะไม่รอดแล้ว ทว่าฮั่วเสี่ยวเจียที่ไล่ตามมาถึงตัวกลับเอ่ยเตือนเสียงเบาว่า “รีบหนีเร็วเข้า!”
ฮั่วเสี่ยวเหวินใ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่จับเธอ แต่ยังช่วยเธอด้วย
ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงรวบรวมแรงออกวิ่งอีกครั้ง ฮั่วเสี่ยวเจียเห็นเธอวิ่งจากไปไกลแล้วจึงหยุดนั่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยเดินกลับไปหายายแก่ฮั่ว
ยายแก่ฮั่วเห็นฮั่วเสี่ยวเจียกลับมาคนเดียว จึงถามว่า “ไหนล่ะนังเด็กนั่น?”
“คุณย่าคะ ฮั่วเสี่ยวเหวินวิ่งเร็วมาก ฉันไล่ตามออกไปก็หาไม่เจอแล้ว” ฮั่วเสี่ยวเจียก้มหน้าตอบ ในใจรู้สึกกลัวยายแก่ฮั่วเล็กน้อย
“ช่างเถอะ เด็กนั่นคงจะหนีไปไหนได้ไม่ไกลนักหรอก ไว้ค่อยรวบรวมคนในหมู่บ้านให้ช่วยตามหาทีหลัง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจับตัวนังนั่นกลับมาให้ได้” ยายแก่ฮั่วพูดอย่างใจเย็นจากนั้นจึงเดินออกไปตามหมอ เพื่อบอกว่าหากไม่เป็อะไรแล้ว ขอให้ฮั่วต้าซานกลับไปพักที่บ้านดีกว่า
หมอคิดเห็นเช่นเดียวกับยายแก่ฮั่ว เขาบอกว่าฮั่วต้าซานไม่ได้เป็อะไรมาก จ่ายค่ายารักษาเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้เลย
ยายแก่ฮั่วจึงไปจ่ายค่ายา ส่วนฮั่วเสี่ยวเจียช่วยประคองฮั่วต้าซานออกมา
“คุณพ่อ ไหล่ไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ?” ฮั่วเสี่ยวเจียถามด้วยความเป็ห่วง แม้เธอจะถูกเขาตบตีมาไม่น้อยั้แ่เด็ก แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็พ่อของตัวเอง ฮั่วต้าซานาเ็ เธอจะไม่เป็ห่วงได้อย่างไร
“ไม่เป็ไร? ฉันเกือบถูกไอ้เด็กชั่วนั่นฆ่าตายอยู่แล้ว” ฮั่วต้าซานอารมณ์ขึ้นเมื่อเอ่ยถึงเื่าแ
เห็นพ่อตัวเองโมโหเช่นนั้น ฮั่วเสี่ยวเจียพลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย แต่กระนั้นก็ยังคงช่วยแก้ตัวให้ฮั่วเสี่ยวเหวิน “พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ หากตอนนั้นพ่อใจดีกับฮั่วเสี่ยวเหวินบ้าง เื่ราวคงไม่ดำเนินมาถึงขั้นนี้”
ฮั่วเสี่ยวเจียถูกขายออกไปตอนอายุสิบเจ็ด หลายปีมานี้ไม่มีความสุขเลยสักนิด ดูจากท่าทีเมื่อครู่ของยายแก่ฮั่วแล้ว เธอรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงคิดจะขายฮั่วเสี่ยวเหวินออกไปเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้จึงออกอุบายไม่ให้ยายแก่ฮั่วไล่ตามไป จากนั้นจึงจงใจปล่อยฮั่วเสี่ยวเหวินไป
ฮั่วเสี่ยวเจียถูกขายไปยังหมู่บ้านข้างเคียง พอจะได้ยินเื่ของฮั่วเสี่ยวเหวินมาบ้าง เธอรู้สึกเห็นใจน้องสาวตัวผอมบางดูน่าสงสารคนนี้ไม่น้อย
“กลับบ้าน คุยเื่เด็กนั่นแล้วฉันอารมณ์ไม่ดี” ฮั่วต้าซานไม่ฟังที่ฮั่วเสี่ยวเจียพูดซ้ำยังพาลโมโหใส่เธอด้วย ฮั่วเสี่ยวเจียจนปัญญา จำต้องยอมเงียบไปก่อน
เมื่อทั้งสามคนกลับมาถึงบ้านฮั่ว ที่หน้าบ้านกลับมีร่างของคนสองคนยืนอยู่ ฮั่วเสี่ยวเจียร้องด้วยความใ “ฮั่วเสี่ยวเหวิน”
