"ด้วยอะไร? ด้วยเศษผ้าพวกนั้นน่ะเหรอ?" เขาชี้ไปที่กองผ้าที่ถูกตัดทำลายที่มุมห้อง "ผมเห็นคุณนั่งเย็บๆ ตัดๆ มาเป็ปี ไม่เห็นมันจะกลายเป็เงินขึ้นมาได้สักหยวนเดียว มีแต่จะเปลืองค่าด้ายเปล่าๆ"
"นั่นเพราะฉันยังไม่ได้เอาจริง" ชูเฟินตอบด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้น "ตอนนี้คุณไปพักผ่อนเถอะ หรือจะไปหาเลขาฯ จางอะไรนั่นก็เื่ของคุณ แต่คืนนี้... ฉันจะทำอาหารที่ 'กินได้' ให้ลูกๆ เอง"
อี้เฉินจ้องมองใบหน้าของภรรยาเนิ่นนาน เขาพยายามค้นหาความลอกแลกหรือคำโกหกในดวงตาคู่นั้น แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็ความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า มันเป็แววตาของผู้ชนะ... แววตาที่เขาไม่เคยเห็นจากผู้หญิงอ่อนแอที่ชื่อหย่าลี่มาก่อน
"ก็ได้" เขาเอ่ยเสียงเย็น "ผมจะรอดูว่าคุณจะทำได้อย่างที่พูดไหม แต่จำไว้... ถ้าผมเห็นลูกต้องร้องไห้เพราะความหิวหรือถูกคุณลงมืออีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมจะส่งลูกไปอยู่กับย่าที่ชนบท และเรา... ก็จบกันแค่นี้"
พูดจบ อี้เฉินก็วางชิงชิงลง แล้วเดินสะบัดหน้าออกไปจากบ้านโดยไม่หันกลับมามองอีก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นจางๆ ของน้ำมันปืนและเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเด็กน้อยทั้งสอง
ชูเฟินถอนหายใจยาว เธอหันไปมองต้าหรงที่ยังยืนมองเธออย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ต้าหรง" เธอเรียกเสียงอ่อน "ไปหยิบตะกร้ามาให้แม่ที เราจะไปดูที่ตลาดกันว่าพอจะมีอะไรมาทำมื้อค่ำได้บ้าง"
เด็กชายมองหน้าแม่สลับกับประตูป่าที่พ่อเพิ่งออกไป "แม่จะไปจริงๆ เหรอครับ? แต่เงิน..."
"แม่มีวิธีของแม่" ชูเฟินยิ้มพลางหยิบกรรไกรเก่าๆ ขึ้นมาถือไว้ในมือ "ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่กรรไกรและเข็มของแม่เปลี่ยนเป็เงินไม่ได้หรอกลูก"
ในใจของชูเฟินตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความแค้น แต่มีความท้าทายที่กำลังเดือดพล่าน อี้เฉินอาจจะมองว่าเธอเป็ก้อนกรวดที่ไร้ค่า แต่เธอจะทำให้เขาเห็นว่า ก้อนกรวดก้อนนี้แหละที่จะถูกเจียระไนจนส่องประกายยิ่งกว่าเพชรเม็ดไหนๆ ในเมืองจีนยุค 80 นี้!
เธอก้มลงเก็บเศษผ้าสีฟ้าครามที่ถูกตัดทิ้งขึ้นมา พิจารณาลวดลายของมันครู่หนึ่ง สมองระดับดีไซเนอร์โลกเริ่มทำงานทันที 'ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ แต่อยู่ทรง ถ้าเอามาทำปกเสื้อแบบกะลาสีให้ชิงชิง แล้วต่อชายกระโปรงด้วยผ้าสาลู'
ชีวิตใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันจะต้องยอดเยี่ยมกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในบ้านพักทหารยังคงเงียบเชียบ แต่สำหรับ ชูเฟิน ในร่างหย่าลี่ มันคือเช้าที่เต็มไปด้วยพลังงาน หลังจากเมื่อคืนเธอใช้เศษผ้าที่หลงเหลือและทักษะการเย็บผ้าขั้นสูงซ่อมแซมชุดให้ลูกๆ จนดูสะอาดสะอ้านและมีสไตล์ขึ้นอย่างประหลาด แม้อี้เฉินจะออกจากบ้านไปปฏิบัติหน้าที่ั้แ่เช้ามืดโดยไม่พูดจา แต่สายตาที่เขาเหลือบมองชุดใหม่ของลูกสาวก็แฝงไปด้วยความฉงน
หย่าลี่นั่งอยู่บนตั่งไม้กลางห้อง แสงแดดส่องกระทบผืนผ้าสีชมพูอ่อนที่เธอเพิ่งขุดเจอจากก้นหีบ มันเป็ผ้าไหมเนื้อดีเพียงชิ้นเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้ เธอตั้งใจจะตัดเป็เสื้อเชิ้ตสไตล์ยุโรปที่กำลังจะเริ่มฮิตในเมืองใหญ่ เพื่อนำไปเสนอขายในตลาด
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูไม้ดังสนั่นจนฝุ่นผงร่วงกราวมาจากเพดาน ยังไม่ทันที่หย่าลี่จะลุกไปเปิด ประตูก็ถูกกระแทกออกด้วยแรงเท้าของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ
"นังหย่าลี่! แกตายอยู่ข้างในหรือไงถึงไม่มาเปิดประตูให้ฉัน!"
น้ำเสียงแหลมสูงปรีดอันเป็เอกลักษณ์มาพร้อมกับร่างท้วมของ นางหลิว แม่เลี้ยงใจั์ที่สวมเสื้อคอจีนสีสดดูราคาถูก และเดินตามมาติดๆ คือ เสี่ยวเม่ย น้องสาวต่างแม่ที่แต่งหน้าจัดจ้าน ทาปากสีแดงสดจนดูเกินวัย ยืนกอดอกมองหย่าลี่ด้วยสายตาดูแคลน
ชูเฟินนิ่งสนิท เธอค่อยๆ วางเข็มและด้ายลงอย่างใจเย็น ดวงตาเรียวสวยเงยขึ้นมองผู้มาเยือนด้วยความเฉยเมย "มีธุระอะไร?"
นางหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง ปกติหย่าลี่ต้องวิ่งหน้าตั้งมาต้อนรับและก้มหัวขอโทษที่เปิดช้า แต่วันนี้อีกฝ่ายกลับนั่งตัวตรง แผ่รังสีบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกวูบวาบในใจ
"ธุระรึ? แกอย่ามาไขสือ! วันนี้วันที่เท่าไหร่ เงินค่าเลี้ยงดูที่แกต้องส่งให้ฉันทำไมยังไม่ถึงมือเสี่ยวเม่ย!" นางหลิวแผดเสียงพลางก้าวฉับๆ เข้ามาในบ้าน "ฉันอุตส่าห์เลี้ยงแกมาจนโต ป้อนข้าวป้อนน้ำจนได้ดิบได้ดีเป็เมียนายทหาร แต่แกกลับเนรคุณจะเก็บเงินไว้ใช้คนเดียวงั้นเหรอ?"
"เงินเดือนของอี้เฉินเป็เงินสำหรับเลี้ยงลูกและดูแลบ้าน" หย่าลี่ตอบเสียงเรียบ "ไม่ใช่เงินำาญของใครคนอื่น และที่สำคัญ... ฉันไม่มีเงินให้พวกคุณอีกแล้ว"
"ไม่มีงั้นเหรอ?" เสี่ยวเม่ยกรีดร้องขึ้นมาบ้าง เธอเดินเข้าไปใกล้พี่สาวต่างแม่ พลางมองสำรวจไปทั่วห้อง "แล้วผ้าไหมชิ้นนี้ล่ะ? อู้ว... สวยเชียวนะ พี่แอบซ่อนของดีไว้เหรอ กะจะตัดใส่ไปอ่อยพี่อี้เฉินล่ะสิ เสียใจด้วยนะ เสื้อผ้าสวยๆ แบบนี้มันต้องอยู่บนตัวคนสวยๆ แบบฉันมากกว่า!"
เสี่ยวเม่ยยื่นมือหมายจะคว้าผ้าไหมสีชมพู แต่หย่าลี่ตวัดมือหลบอย่างรวดเร็ว
"อย่า-แตะ-ต้อง-มัน" หย่าลี่เน้นทีละคำ น้ำเสียงเย็นเยียบจนเสี่ยวเม่ยเผลอชักมือกลับ
"แกกล้าขึ้นเสียงกับน้องเหรอหย่าลี่!" นางหลิวถลันเข้ามาตบโต๊ะปัง "เอาเงินมาให้ฉัน 50 หยวนเดี๋ยวนี้ เสี่ยวเม่ยต้องไปซื้อชุดใหม่เพื่อเตรียมตัวเข้าประกวดนางงามประจำเมือง ถ้าแกไม่ให้ ฉันจะไปฟ้องอี้เฉินว่าแกแอบขโมยเงินทหารไปให้ชู้!"
หย่าลี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็เสียงหัวใจที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก "ฟ้องสิคะ ถ้าคุณคิดว่าอี้เฉินจะเชื่อคำพูดของผู้หญิงที่รีดไถลูกเลี้ยงตัวเองจนไม่มีจะกิน และถ้าอยากได้เงินนัก ทำไมไม่ลองให้ลูกสาวสุดที่รักของคุณไปหางานทำดูล่ะ? อ้อ... ลืมไป นอกจากแต่งหน้าหนาเตอะไปวันๆ เสี่ยวเม่ยก็ทำอะไรไม่เป็เลยนี่นา"
"นังหย่าลี่! แกด่าฉันเหรอ!" เสี่ยวเม่ยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอเห็นกรรไกรวางอยู่บนโต๊ะจึงคว้ามันขึ้นมาทันที "ในเมื่อฉันไม่ได้ แกก็อย่าหวังว่าจะได้! ผ้าสวยๆ นี่มันควรจะเป็เศษขยะเหมือนแก!"
