บทที่ ๙:สามร้อยอีแปะแห่งความหวัง
ท้องฟ้ายังคงเป็สีน้ำเงินเข้มเจือด้วยสีม่วงจางๆ เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณยังมาไม่ถึงดี แต่สองร่างในเรือนเล็กท้ายเขาก็ได้เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบมาได้สักพักใหญ่แล้ว
จางซื่อผิงและหงเอ๋อช่วยกันยกตะกร้าผักกวางตุ้งใบใหญ่อวบอิ่มสองใบที่หนักอึ้งขึ้นไปวางบนรถเข็นไม้ของร้านโอสถถังเซิ่งหยวนอย่างระมัดระวังที่สุด
ล้อไม้บดลงบนพื้นดินชื้นน้ำค้างส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ เป็สัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะคุณหนู” หงเอ๋อกระซิบพลางใช้ผ้าผืนบางคลุมตะกร้าไว้อย่างดี
ซื่อผิงพยักหน้ารับ นางหันกลับเข้าไปในเรือนเพื่อดูอาการของป้าเหลียนอีกครั้ง นางยังคงหลับใหลอย่างสงบ ลมหายใจสม่ำเสมอและไม่มีเสียงครืดคราดน่ากังวลเหมือนเช่นหลายวันก่อน ซื่อผิงจึงค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างแ่เบาที่สุด
การเดินทางเข้าสู่เมืองหยางปี้ในยามเช้ามืดนั้นเงียบสงบและเย็นสบาย อากาศบริสุทธิ์หลังฝนตกปรอยๆ เมื่อคืนทำให้ทุกอย่างดูสดชื่นเป็พิเศษ ทั้งสองผลัดกันเข็นรถไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย มีเพียงเสียงล้อรถที่บดไปบนถนนดินและเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ยังคงขับขานอำลาค่ำคืนเป็เพื่อนเดินทาง ตลาดผักคือ ลมหายใจเป็จุดหมายของหลายๆครอบครัวในหมู่บ้านแห่งนี้
“อ้าว...แม่หนูหงเอ๋อ...ซื่อผิง วันนี้พวกเ้ามีรถเข็นผักใช้รึดีเสียจริงนะไม่ต้องแบกให้เมื่อย”ป้าเจิ่นกับลูกชายวันสิบขวบ ที่กำลังแบกตระกล้าผักอยู่ด้านหลังร้องทักทาย เมื่อทั้งคู่เข็นรถผ่าน
“วันนี้ข้าจะนำรถไปคืนรถโอสถหมอถังเ้าคะท่านป้า ไม่ใช่รถเข็นของข้าหรอก”หงเอ๋อตอบกลับและยิ้มให้นาง เหล่าพ่อค้าแม่ค้า มากันเป็กลุ่มๆ พอเดินทางมาสักพัก ภาพกำแพงเมืองหยางปี้ก็ปรากฏให้เห็นอยู่ลิบๆ ที่ปลายทาง บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
จางซื่อผิงสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสองมือของหงเอ๋อที่จับคันเข็นรถอยู่นั้นเริ่มเกร็งขึ้น เด็กสาวเริ่มหันซ้ายหันขวาราวกับมองหาอันตรายอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีเสียงเกือกม้าดังมาจากด้านหลัง หรือมีรถเข็นสินค้าของชาวบ้านคนอื่นแซงขึ้นไป นางจะสะดุ้งเล็กน้อยและมีสีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด
ภาพของรถม้าตระกูลเมิ่งที่พุ่งเข้าใส่... ภาพร่างของคุณหนูที่จมกองเื... มันได้กลายเป็ฝันร้ายที่ยังคงตามหลอกหลอนเด็กสาวผู้ภักดีคนนี้อยู่ไม่จางหาย
ซื่อผิงตัดสินใจหยุดเดินแล้วรับหน้าที่เข็นรถต่อเสียเอง “เ้ามาเดินข้างๆ ข้าเถิดหงเอ๋อ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น
“ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว”
หงเอ๋อพยักหน้ารับเงียบๆ นางเดินมาอยู่ข้างกายผู้เป็นายอย่างว่าง่าย สองมือยังคงกำชายเสื้อของตนเองไว้แน่น แต่การได้อยู่ใกล้ๆ คุณหนูที่ดูสงบและมั่นคงอย่างน่าประหลาด ก็ช่วยให้หัวใจที่เต้นรัวของนางค่อยๆ สงบลงได้บ้าง
เมื่อพวกเธอเดินผ่านประตูเมืองเข้ามา บรรยากาศของเมืองหยางปี้ในยามเช้าก็แตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยพลังงานและความเร่งรีบของเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่ต่างมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน นั่นคือ "ตลาดเช้า"
ตลาดเช้าของเมืองหยางปี้คือหัวใจที่สูบฉีดชีวิตชีวาให้กับเมืองนี้ เสียงโหวกเหวกเรียกลูกค้า เสียงสับหมูบนเขียงไม้ เสียงต่อรองราคา และกลิ่นหอมของซาลาเปานึ่งใหม่ๆ ผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวปลาและกลิ่นสดชื่นของผักนานาชนิด มันคือสมรภูมิการค้าที่วุ่นวายแต่ก็เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
พวกเธอได้ทำเลที่ค่อนข้างดีตรงหัวมุมถนนสายหลักที่ผู้คนเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน ซื่อผิงช่วยหงเอ๋อจัดเรียงผักกวางตุ้งที่มัดเป็กำๆ ไว้หน้าร้านอย่างสวยงาม ความสดใหม่และขนาดที่อวบใหญ่ของผักทำให้มันดูโดดเด่นกว่าแผงผักอื่นๆ ในระแวกนั้น อย่างเห็นได้ชัด
แต่การมีของดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ... ในตลาดแห่งนี้ ผู้ที่ส่งเสียงได้ดังที่สุดคือผู้ที่จะได้รับความสนใจก่อน
“ขายซาลาเปาร้อนๆ จ้า! ซาลาเปาไส้หมูสับหอมๆ เพิ่งลงจากเตานึ่งเลยจ้า!” เสียงของอาซิ่มร้านข้างๆ ดังขึ้นแข่งกับเสียงเจื้อยแจ้วของแม่ค้าปลาอีกฝั่ง
หงเอ๋อยืนอยู่หลังกองผักด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ นางมองซ้ายมองขวาอย่างประหม่า ปากอ้าๆ หุบๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อหลายวันก่อนทำให้เด็กสาวเกิดความขลาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
จางซื่อผิงไม่ได้เร่งรัดหรือตำหนินางแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ยืนมองดูทุกอย่างรอบตัวด้วยสายตาที่สงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยความสนใจ ในโลกเก่าของเธอ การแข่งขันคือการชิงตำแหน่งในโรงพยาบาล คือการแย่งชิงทุนวิจัย คือการต่อสู้ในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและคำพูดเชือดเฉือน แต่ที่นี่... การแข่งขันนั้นช่างตรงไปตรงมาและ จริงจังอย่างน่าประหลาด มันคือการแข่งขันเพื่อปากท้อง คือการใช้พลังเสียงและรอยยิ้มเพื่อดึงดูดลูกค้า
แล้วนางก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่โจวเม่ยหลิงไม่เคยคิดจะทำในชีวิต... “ผักกวางตุ้งสดๆ จ้า! ผักกวางตุ้งงามๆ เพิ่งตัดจากสวนเมื่อเช้านี้เลยจ้า! หวานกรอบ ปลอดภัย ไม่มีหนอนแน่นอนจ้า!”
เสียงของนางไม่ได้ดังเท่าแม่ค้ามืออาชีพคนอื่นๆ แต่มันก็ชัดเจนและน่าฟัง หงเอ๋อหันขวับมามองคุณหนูของตนด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง คุณหนู... คุณหนูของนางกำลังะโขายของเป็ครั้งแรก!
ั้แ่ขายผักในตลาดนี้มาเกือบปี นี่เป็ครั้งแรกที่นางเห็นเ้านายะโขายของอย่างไม่เขินอาย การกระทำของคุณหนูราวกับเป็ตัวจุดประกายความกล้าหาญในใจของหงเอ๋ออีกตครั้ง เมื่อเห็นว่าแม้แต่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยังไม่รังเกียจที่จะต้องลดตัวลงมาทำเช่นนี้ แล้วบ่าวอย่างนางจะมัวยืนอายอยู่ได้อย่างไร!
เด็กสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วเปล่งเสียงออกไปสุดแรงเกิด
“ขายผักกวางตุ้งเ้าค่า! ผักกวางตุ้งงามๆ สดๆ จากสวนเลยเ้าค่า ! คุณพี่ คุณน้า ลองแวะดูก่อนได้นะเ้าคะ! รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนเ้าค่า!”
เสียงของนางดังแหลมและสั่นเครือในตอนแรก แต่เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าสองสามคนเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ นางก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้น เสียงของนางเริ่มดังขึ้น... มั่นคงขึ้น... และแข่งขันกับเหล่าแม่ค้าพ่อค้าในตลาดได้อย่างไม่น้อยหน้า!
ลูกค้าคนแรกคือท่านป้าคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหยิบผักขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ผักของพวกเ้างามจริงนะแม่หนู ขายอย่างไรล่ะ?”
“สามกำห้าอีแปะเ้าค่ะท่านป้า!” หงเอ๋อตอบอย่างฉะฉาน “รับรองว่าหวานกรอบเ้าค่ะ! ที่บ้านข้าปลูกเองกับมือเลยนะเ้าคะ!”
“อืม... งั้นป้าเอาหกกำ”
การซื้อขายครั้งแรกผ่านไปอย่างรวดเร็ว หงเอ๋อรับเงินเหรียญทองแดงมาไว้ในมือด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย นางมองเหรียญในมือสลับกับมองหน้าคุณหนูด้วยแววตาที่เปล่งประกายแห่งความสำเร็จ
ณ วินาทีนั้นเอง... ขณะที่จางซื่อผิงมองภาพของหงเอ๋อที่กำลังต่อรองราคากับลูกค้าคนต่อไปอย่างคล่องแคล่ว มองดูกองผักที่ค่อยๆ พร่องลงไปทีละน้อย และมองดูเหรียญทองแดงที่เพิ่มขึ้นในถุงผ้า... รอยยิ้มแรก... ก็ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง
มันไม่ใช่รอยยิ้มเสแสร้งตามมารยาท ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งชัยชนะที่เย้ยหยันคู่แข่ง และไม่ใช่รอยยิ้มที่ฝืนออกมาเพื่อปกปิดความเหนื่อยล้า... แต่มันคือรอยยิ้มที่แท้จริง... รอยยิ้มที่มาจากความสุขอย่างสุดซึ้ง
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า... อาชีพขายผักที่ดูต่ำต้อยในสายตาของคนทั่วไป จะสามารถสร้างความสุขและความรู้สึกอิ่มเอมใจได้มากมายถึงเพียงนี้ ความสุขที่ได้เห็นหยาดเหงื่อแรงกายของตนเองแปรเปลี่ยนเป็ผลผลิตที่งดงาม ความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจของหงเอ๋อ และความสุขที่ได้ัักับชีวิตที่เรียบง่ายแต่ "จริงแท้"
ความทรงจำของโจวเม่ยหลิงแวบเข้ามาในหัว... ภาพของตัวเองในห้องผ่าตัดที่เคร่งเครียด ภาพของการประชุมที่ต้องต่อสู้ฟาดฟัน... ชีวิตเ่าั้ดูช่างห่างไกลและว่างเปล่าเหลือเกินเมื่อเทียบกับความรู้สึกที่นางกำลังััอยู่ในตอนนี้
เวลาผ่านไปจนถึง่สาย แสงแดดเริ่มแรงขึ้น และผักในตะกร้าทั้งสองใบก็ถูกขายออกไปจนหมดเกลี้ยง!
หงเอ๋อนั่งลงนับเงินเหรียญทั้งหมดที่อยู่ในถุงผ้าด้วยหัวใจที่พองโต “หนึ่งร้อยเก้าสิบแปด... หนึ่งร้อยเก้าสิบเก้า... สองร้อย! คุณหนูเ้าขา! สองร้อยอีแปะพอดีเลยเ้าค่ะ!”
เด็กสาวเทเหรียญทั้งหมดลงบนฝ่ามือของซื่อผิง น้ำหนักของมันทำให้มือนางหนักอึ้ง มันคือเหรียญทองแดงธรรมดาๆ ที่มีคราบดินติดอยู่บ้าง แต่มันคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับพวกนางในตอนนี้
สามร้อยอีแปะ... คือรายได้ทั้งหมดสำหรับการขายผักครั้งแรกของนางในร่างนี้ มันคือเงินค่ายาที่จะต่อชีวิตให้ป้าเหลียน... มันคือเงินค่าเสบียงที่จะหล่อเลี้ยงพวกเธอไปได้อีกหลายวัน... และที่สำคัญที่สุด... มันคือสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่พวกเธอสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง.!
