หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ต่อสู้ หยอกเล่นกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนั่งหายใจหอบ
“พี่เหยียน หากพละกำลังของข้าฟื้นฟูแล้ว อย่าว่าแต่เทียนหลางนั่นเลย ต่อให้เป็ตระกูลอู่ตี้ ข้าก็ช่วยท่านชิงมาได้”
“ขอบคุณเ้า อย่างไรก็น่าเสียดาย พลังของเ้าสลายไปหมด ข้าคงต้องค่อยๆ แกร่งขึ้นทีละก้าว ทีละก้าว”
เมื่อนึกถึงมารดา หลงเหยียนก็เดินไปถึงหน้าประตู เงยหน้ามองดวงจันทร์ที่กลมเกลี้ยง กี่ปีแล้ว เขาเคยชินกับชีวิตตัวคนเดียว อยู่ๆ ก็กลับมามีมารดา ทว่ามารดาคนเดิมก็เปลี่ยนไปแล้ว
“ท่านแม่ ท่านเป็คนเช่นไรกันแน่ กำลังทดสอบข้าอยู่หรืออยากเอาชีวิตข้ากันแน่? หรือ… อยากสืบว่าิญญายุทธ์ข้าคืออะไร ครั้งแรกท่านส่งลั่วซางมา หากไม่ใช่เพราะข้าได้ศพปีศาจอสูรโดยบังเอิญ พลังเลื่อนขึ้น บางทีอาจถูกลั่วซางฆ่าตายแล้ว เพิ่งกลับมาถึงเรือนเหยากวาง ยังไม่ทันปรับสมดุลพลัง เทียนหลางก็โผล่มาอีกคนแล้ว!”
“มีหรือที่ซือถูหม่าจะรู้ว่าข้าเป็คนฆ่าลั่วซาง อีกทั้งพลังระดับชีพมนุษย์ของข้า เ้าจะรู้ได้อย่างไร?” หลงเหยียนมองตราประจำตัวในมือ
“หรือเ้าทำอะไรกับป้ายประจำตัวของข้า? เทียนหลางต้องเป็คนบอกเ้าล่ะสิ! หากซือถูหม่านึกได้ั้แ่แรก เขาก็คงรู้ั้แ่อยู่เมืองอารักษ์นิทราแล้ว”
หลงเหยียนตั้งคำถามในใจ เพราะเขาสังเกตถึงรายละเอียดข้อนี้ได้ ด้วยนิสัยของซือถูหม่าและเทียนหลาง พวกเขาหรือจะยอมรับให้ข้าเข้าไปฝึกในห้วงมิติเฉียนคุน?
เวลาใน่บ่ายผ่านไปอย่างสงบ ยิ่งทำให้ความคิดของหลงเหยียนชัดเจนยิ่งขึ้น
“ท่านแม่บอกว่าในนี้ ท่านตาเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง เช่นนั้นตำแหน่งของเขาในเมืองอู่ตี้จะสูงแค่ไหนนะ? แม้แต่เทียนหลางยังต้องฟังท่านแม่ คิดว่าในเมืองอู่ตี้ ตำแหน่งของท่านตาต้องไม่ธรรมดา”
เมื่อนึกเช่นนั้น หลงเหยียนก็ถอนหายใจอีกครั้ง
…
ในห้องที่หรูหราและมีธาตุพลังมากที่สุดในเรือนเหยากวาง เว่ยเวยถือป้ายสีทองที่มีกลิ่นอายมายา มองหลงเหยียนที่อยู่ในนั้น
“เหยียนเอ๋อ เ้าฉลาดอย่างที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิด เดาได้ว่าข้าต้องทำอะไรกับป้ายประจำตัวของเ้า อย่างไรก็ตาม ความฉลาดนี้ยังไม่พอ อย่าหาว่าข้าใจดำเลย หากเ้าอยากแกร่งขึ้นในนี้ รวมถึงอยากลุกขึ้นมาเป็ใหญ่ เ้าต้องอยู่กับความเป็จริงที่น่าอนาถนี้ให้ได้ ที่แห่งนี้ไม่มีใครช่วยเ้าได้ มีแค่ตัวเ้าเอง! ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น เ้าถึงจะเหมาะกับการอยู่รอดที่นี่ หากเ้าไร้ประโยชน์ ข้าจะส่งเ้ากลับเมืองัด้วยตัวเอง”
เว่ยเวยนึกในใจ เมื่อไรที่หลงเหยียนมีอันตรายถึงชีวิต นางจะพุ่งไปช่วยหลงเหยียนเป็คนแรก โดยไม่ลังเลเลย การเคลื่อนไหวของหลงเหยียนในตอนนี้อยู่ในรัศมีที่นางสามารถควบคุมได้
มองหลงเหยียนที่มีสีหน้าเด็ดเดี่ยว มันคือความทะนงที่มาจากสายเื เว่ยเวยจึงนึกถึงความยากลำบากในตอนที่ตนต้องปีนป่ายในที่แห่งนี้
และยามนี้ บุตรชายของเขาก็ต้องผ่านประสบการณ์แบบนั้นเช่นกัน นางถึงจะแยกแยะได้ว่าแท้จริงแล้ว หลงเหยียนเป็ัหรือเป็หนอนกันแน่
…
หลงเหยียนใช้เวลา่ดึกในการสร้างความแข็งแกร่งด้านพลัง พอรุ่งสางก็รับรู้ได้ถึงธาตุพลังที่เต็มเปี่ยม เมืองอู่ตี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
“สิงโตน้อย ไม่ต้องนอนแล้ว พวกเราไปกัน ไปดูที่ห้องโทษรางวัลกันหน่อย” เดินอยู่บนถนนในเรือนเหยากวาง แค่เรือนเหยากวางก็มีสมาชิกหนึ่งหมื่นกว่าคนแล้ว มองผู้คนที่เดินผ่านมาผ่านไป ทำให้เขารู้สึกว่าการแย่งชิงของคนในเรือนนั้นดุเดือดจริงๆ
เช่นนั้นสิบหน่วยแห่งตำหนักตงฟาง และสี่ผู้ควบคุมใหญ่ การแย่งชิงระหว่างนั้นจะร้อนแรงแค่ไหน? หาก้ายิ่งใหญ่ในที่แห่งนี้ ไม่รู้ว่าต้องยากลำบากมากเท่าใด
ไม่นานหลงเหยียนก็เดินไปยังห้องโทษรางวัลตามการบอกทางที่ถามระหว่างนี้
ห้องโทษรางวัลกว้างมาก ไม่รู้ว่าใหญ่กว่าร้านค้าหรือกิจการด้านนอกมากเท่าไร ห้องโทษรางวัลเป็ถึงหอสามชั้น ด้วยระดับพลังที่หลงเหยียนมีในตอนนี้ เขาสามารถเข้าได้แค่ชั้นแรกเท่านั้น
จากข้อมูลส่วนตัวในป้ายประจำตัว ผลงานที่หลงเหยียนสร้างได้ ทำให้รางวัลที่เขาแลกมาได้เป็เพียงสมุนไพรช่วยสิงโตน้อยเท่านั้น สามารถยื้อเวลาให้สิงโตน้อยได้มากขึ้น ทว่าตอนนี้ยังอยู่ในเมืองอู่ตี้ สิงโตน้อยไม่สามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้ ฉะนั้นสิงโตน้อยสามารถนำหญ้าวิเศษที่ได้มา กลับไปหลอมให้กลายเป็ไอสมุนไพร ช่วยเลื่อนระดับพลัง
และด้านในสุดของห้องโทษรางวัล หลงเหยียนพบสมุนไพรที่มีแสงสีทองกะพริบวาบ หลงเหยียนเดินเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย จากนั้นก็เห็นว่ามันมีลักษณะคล้ายต้นหญ้าวิเศษ
ด้านล่างหญ้าวิเศษ หลงเหยียนเห็นว่ามันมีชื่อว่าหญ้าดูดิญญา! ก่อนพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “หญ้าต้นเล็กๆ นี่เป็ถึงหญ้าวิเศษระดับมายาเชียวหรือ สรรพคุณช่วยรักษาอาการาเ็ของผู้ฝึกยุทธ์ ฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว”
“อะไรนะ? ต้องสร้างผลงานทั้งหมดสามสิบผลงานเชียวหรือ เป็รางวัลที่สูงและแพงจริงๆ”
หลงเหยียนลองคำนวณดู เขาพบหญ้าวิเศษที่ตนคุ้นเคยหลายชนิด หากเปรียบเทียบกับราคาขายด้านนอก ห้าสิบผลงานมีค่าเท่ากับหยกิญญาห้าร้อยชิ้น!
จำนวนหยกิญญาเกือบทำให้หลงเหยียนสะดุ้ง หญ้าวิเศษนี้ต้องแลกมาด้วยสามสิบผลงาน แม้มันจะมีค่าสูงมาก ถึงอย่างไรหลงเหยียนก็ไม่มีทางคิดว่าของชิ้นนี้ไม่มีค่า เพราะเขาคุ้นเคยหญ้าวิเศษเหล่านี้ดี ด้านนอกต้องใช้หยกิญญามูลค่าหนึ่งร้อยก้อน ทว่าในนี้ เขาสามารถใช้ห้าสิบผลงานมาแลก เท่ากับสะสมผลงานมาแลกถูกกว่าซื้อข้างนอกหนึ่งเท่าตัว
ในนี้ ผลงานที่เราสร้างยังสามารถแลกหยกิญญาได้ด้วย ทำให้สะดวกกับหลงเหยียนไม่น้อย
หลงเหยียนส่ายหน้า เตรียมออกไป เวลานี้สิงโตน้อยมุดหัวออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุน ใช้จมูกดมหญ้าดูดิญญานั้น “ของดีนี่ ของดีจริงๆ พี่เหยียน รีบซื้อมันเร็ว นี่มันเป็ของดี”
“ของดีอะไร แพงเสียปานนั้น มันมีประโยชน์ต่อข้าหรือ? มันต้องแลกด้วยสามสิบผลงาน เท่ากับหยกิญญาสามร้อยชิ้น ทั้งยังช่วยแค่รักษาาแ ฟื้นฟูร่างกาย ในนี้มีของถูกๆ เยอะแยะ”
ดูเหมือนสิงโตจะร้อนใจมาก “พี่หยียน ท่านเจอโลกมาน้อยจริงๆ ข้าที่เป็ถึงสัตว์เทพยอมเป็ลูกน้องท่าน อย่างไรเสีย ข้าก็มีชีวิตมานานหมื่นปีแล้วนะ หญ้าดูดิญญานี่มีประโยชน์มาก นึกไม่ถึงว่าอยู่ที่นี่ มันจะถูกใช้มาเป็สมุนไพรรักษาาแ ในอนาคต หญ้าวิเศษนี้สามารถช่วยชุบชีวิตท่านได้”
หลงเหยียนส่ายหน้า “หยกิญญาสามร้อยชิ้นเชียวนะ มูลค่ามหาศาล ใช้แลกกับใบไม้…”
ถึงกระนั้น สุดท้ายหลงเหยียนก็ยอมซื้ออยู่ดี ใส่เข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุน ผู้นำแห่งห้องโทษรางวัลพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก “มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ กลับซื้อหญ้าวิเศษระดับมายา แถมยังเสียหยกิญญาไปตั้งสามร้อยชิ้น โง่จริงๆ”
หลงเหยียนก็จนปัญญาเหมือนกัน! อย่างไรก็ตาม นี่เป็ครั้งแรกที่สิงโตน้อยเห็นหญ้าวิเศษแล้วตื่นเต้นขนาดนี้ ดูเหมือนเขาคงไม่ได้โกหก หญ้าวิเศษต้นนี้ยังสามารถทำอย่างอื่นได้ด้วยหรือ?
เมื่อนึกดูแล้ว หลงเหยียนก็เดินออกจากห้องโทษรางวัล เงยหน้ามองชั้นสองครู่หนึ่ง เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเมื่อไรที่ตนจะมีสิทธิ์ขึ้นไปดูชั้นบน ที่นั่นต้องมีหญ้าวิเศษและของที่มูลค่าสูงมากแน่
“สิงโตน้อย พวกเรากลับกันเถิด!” วินาทีที่หลงเหยียนหมุนตัว เขาพบแววตาที่ร้อนแรงกำลังจ้องมาที่ตน!
หลงเหยียนสบตากับเขา ปฏิกิริยาแรกของหลงเหยียนคือสะดุ้ง ทว่าไม่นานฝีเท้าของหลงเหยียนก็หยุดลง
สิงโตน้อยรีบมุดเข้าไปในถึงผ้าเฉียนคุน ชายหนุ่มที่เยือกเย็นหาใดเปรียบ คือเทียนหลางที่อยากสังหารหลงเหยียนเสียตอนนี้นั่นเอง ยามนี้เขามาพร้อมสตรีนางหนึ่ง สัดส่วนร่างกาย กิริยาท่าทางั้แ่หัวจรดเท้านั้นแทบเต็มไปด้วยรังสีแห่งความสูงส่ง
ใบหน้าของหญิงสาวแลดูเย็นเยือก นางหันมามองตามสายตาของเทียนหลาง มองไปทางหลงเหยียน แววตาประกายความไม่สบอารมณ์
“พี่เทียนหลาง เขาคือใครกันหรือ เหตุใดท่านถึงมองเขาแบบนี้ หรือเขามีเื่กับท่าน?”
เวลาที่นางพูด แววตาประกายความสูงส่ง ทำให้หลงเหยียนเห็นแล้วไม่สบอารมณ์ แม้รูปร่างหน้าตานางไม่เลว ผมสีดำสนิท คิ้วโก่งได้รูป ดวงตาโตและแวววาว ทว่าใบหน้าที่งดงามและสมบูรณ์แบบนั้น ทำให้ิญญาในตัวราวกับพร้อมถูกบุรุษที่อยู่ข้างกายดูดไปทุกเมื่อ
โดยเฉพาะน้ำเสียงที่เล็กแหลมของนาง เมื่อเสียงดังเข้าไปในแก้วหู มันเกิดอารมณ์บางอย่างที่แทบจะควบคุมความร้อนรุ่มไม่ได้
รูปร่างหน้าตานางคล้ายคลึงกับหลี่เมิ่งเหยาที่มักโปรยเสน่ห์ไปทั่ว มาพร้อมความสดใสของหญิงสาว ทว่ากลับมีกลิ่นอายที่ดูเป็ผู้ใหญ่ ช่างดูประหลาดยิ่งนัก
--------------------
