วันเดินทางเด็กน้อยต้องไปกับผู้เป็ลุง สวมใส่ชุดสีเทามีผ้าสีดำปิดทับที่บนใบหน้า เห็นแต่ลูกตาเพื่อให้คนที่พบเห็นหรือเดินผ่านต้องมองเหลียวหลัง เพราะหน้าตาที่ดำไปด้วยปานดำ
“นี่เฟยหย่าคือหลานของข้า ฝากช่วยดูแลกันด้วย อยู่ด้วยกันไปอีกนาน อย่าให้ข้าได้เห็นว่าพวกเ้า มีท่าทีรังเกียจหลานของข้าล่ะ”
“นายท่านพวกเราจะรังเกียจได้ยังไง เด็กคนนี้ก็เหมือนนายน้อยของพวกเรา เื่หน้าตา พวกเรามีแต่สงสารจะรังเกียจได้ยังไง”
“ใช่แล้วพวกเรามีแต่สงสาร ตัวแค่นี้ก็ต้องมาลงเรือเดินทางในทะเล อยู่ห่างไกลจากแม่”
“เฟยหย่าตามลุงมา จะพาไปดูห้องที่เ้าต้องนอนพัก และตรงไหนบ้างที่สามารถเดินออกไปได้ เ้าห้ามปีนป่ายเล่นถ้าตกไปในน้ำแล้ว จะไม่มีใครช่วยเหลือได้ เข้าใจหรือไม่”
เด็กน้อยเดินตามผู้เป็ลุง เข้าไปดูห้องพักที่แยกนอนผู้เดียว แต่…มันแคบมาก ถ้าเป็ผู้ใหญ่มานอน แขนขาคงกางออกไม่หมด
่แรกไม่เป็อะไร พอเรือแล่นออกกลางทะเล เด็กน้อยมีอาการเมาคลื่น ยังดีลุงของเด็กน้อยให้ยาแก้เมา ที่กินแล้วก็มีแต่ง่วงนอนและหลับ จนผ่านไปสิบเจ็ดวัน เรือใหญ่เดินทางมาถึงเมืองท่า ของเมืองหยางไห่
“เฟยหย่า ออกไปเดินข้างนอกเถอะ ไปกับป้า ท่านลุงของเ้าและคนงานเอาสินค้าไปส่ง เรามีเวลาเดินซื้อของไว้กินบนเรือหนึ่งชั่วยาม”
“ไปท่านป้า ถ้าอยากเห็น”
เด็กน้อยถูกจูงแขนลงเรือ เข้าไปในตลาดสด เพื่อซื้อเสบียงมาเก็บไว้บนเรือ ที่ยังต้องเดินทางอีกนาน
อู๋ทงทำการค้ามานาน ด้วยเรือสำเภาที่ตกทอดมา และเป็สมบัติชิ้นเดียวที่ตระกูลกัวมีอยู่ตอนนี้ แม้แต่จวนก็ยังจะถูกยึดไปเมื่อไหร่ยังไม่รู้
ทั้งหมดก็เกิดจาก ระหว่างเดินทางสินค้าเสียหาย แถมซื้อมาแพงขายได้ราคาถูก เมื่อสามปีที่ผ่านมา ทำให้ทั้งตระกูลต้องเป็หนี้ จำนวนมหาศาล จึงกลายเป็ตระกูล ที่ยากจนลงในพริบตา
สินค้าถูกขนลงไปครึ่งหนึ่งของเรือ แล้วรับสินค้ากลับมาใหม่เพิ่ง ส่งไปยังเมืองลี่เจียง ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณยี่สิบวัน
“ท่านป้าข้าอยากกินขนม ข้ามีตำลึงท่านแม่ให้มา”
“เด็กน้อยเ้าอยากกินอะไร บอกป้ามาจะได้พาไปซื้อ ไปร้านขนมเลยดีกว่า อยากกินอะไรก็บอก ชี้บอกป้าได้”
เด็กน้อยซื้อขนมมาหลายอย่าง หมดไปหนึ่งตำลึงเงิน เพื่อเก็บไว้กินบนเรือ เดินตามผู้ใหญ่ที่เดินซื้อของนาน โดยที่ไม่งอแง ไม่พูดไม่ถาม
เรือเคลื่อนที่ออกจากเมืองหยางไห่ เพื่อเดินทางไปยังเมืองลี่เจียง เรือใหญ่ไม่ได้วิ่งอยู่กลางมหาสมุทร แต่วิ่งเลาะตามเกาะที่ข้ามระหว่างเมืองเท่านั้น
“นายท่านดูเหมือนข้างหน้าจะมีพายุ เป็ไปได้ยังไงพวกเราดูทิศทางลม ดูเมฆฝนแล้วไม่น่าจะมีพายุ แบบนี้พวกเราจะหลบไปทางไหนดี หรือว่าจะพับใบเรือเก็บก่อน”
“กระแสลมแรง ทิศทางดูจะมุ่งไปเกาะด้านหน้า ถ้าเป็พายุพวกเราคงขวางไม่ได้ หุบใบเรือตอนนี้ยังไม่ได้ พวกเราแวะเกาะข้างหน้านี้ก่อน”
“ตัวเรือจะเสียหายไม่ได้ ข้างในมีกระเบื้องเคลือบกับผ้าไหม ไหนจะอาหารแห้งอีก ทุกคนออกมาช่วยกัน ดูใบเรือให้แรงลม ดันไปที่เกาะข้างหน้า”
ทุกคนออกมาช่วยกัน ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม คลื่นทะเลสูงขึ้นเท่าูเาลูกเล็ก พายุเข้ามาใกล้เรื่อยๆตามด้วยฝนที่ตกกระหน่ำลงมา จนเรือสำเภาโคลงเคลง ถูกลมพายุหอบไปขึ้นเกาะ ที่พวกเขาตั้งใจจะไปหลบพายุอยู่แล้ว
แต่…!เรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก ใบเรือก็ต้องมีการซ่อม ไม่สามารถเดินทางต่อได้ เมื่อพายุสงบลง
“นายท่าน พวกเราคงต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกหลายวัน”
“คงต้องเป็แบบนั้นแหละ ยังดีที่ทุกคนปลอดภัยสินค้าไม่เสียหาย ช่วยเร่งการซ่อม จะได้เสร็จไวขึ้น”
“นายท่าน ข้าว่าคงอีกนานแน่ ข้าเจอใต้ท้องเรือมีรอยรั่ว น่าจะตอนที่ชนกับหินโสโครกใต้พื้นน้ำเป็แน่”
“ทำอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ มีแต่ช่วยกันซ่อมเท่านั้น กลุ่มผู้หญิงมาช่วยกันสร้างกระโจม ทำกับข้าวหาอาหาร อยู่บนเกาะเลย เอาเรือเล็กพายไป ถึงเวลาแล้วค่อยเอาอาหารมาส่ง”
กลุ่มผู้หญิงสี่คนรวมเด็กน้อยไปด้วยหนึ่ง พายเรือเล็กเข้าฝั่งที่เป็เกาะ พร้อมนำอาหารสด และน้ำดื่มติดมาด้วย
“เฟยหย่าเ้าอย่าเดินไปไหนไกล ไม่รู้ว่าในเกาะนี้มีอันตรายไหม”
ผู้คนในแดนนี้มีพลังธาตุ ที่ช่วยทำให้อะไรง่ายขึ้น กลุ่มผู้หญิงสี่คนช่วยกันตัดไม้มาสร้างกระโจม ตั้งหม้อไหทำอาหาร ไปส่งบนเรือที่กำลังซ่อมแซมกันอยู่
“ไม่คิดว่าเจอพายุทีเดียว แล้วเรือพวกเราจะชำรุดเสียหายขนาดนี้”อู๋ทงถึงกับปวดหัว
“เร่งมือกันหน่อย สินค้ายังต้องเดินทางไปส่งให้ถึงมือผู้รับ”
แต่ดูเหมือนพวกเขา อยู่บนเกาะหลายวัน เสบียงอาหารหมด
“อาหารสดที่จะมาปรุงอาหาร ไม่มีแล้วพวกเราเข้าไปหาดูตามในป่าก่อนเถอะ เผื่อจะมีบ้าง คงต้องอยู่บนเกาะอีกหลายวันกว่าจะซ่อมแซมเรือเสร็จ”ซูลี่หญิงร่างบางวัยสามสิบห้าพูดขึ้น หลังจากไปส่งอาหารบนเรือมา
“คงต้องเป็แบบนั้นแหละ เก็บข้าวของกันแล้วเข้าป่า”ลี่จังที่มีอายุเยอะกว่าเพื่อนและดูแล เื่อาหารการกินให้คนที่อยู่บนเรือ พาทุกคนเดินเข้าป่า หาอาหาร
“เฟยหย่า เ้าเดินดูผู้ใหญ่ด้วยนะ ระวังจะหลงป่าถึงเกาะนี้ไม่ใหญ่ แต่ถ้าหาทางกลับไม่ได้ เ้าจะนอนในป่าผู้เดียวนะ แถมข้าวน้ำก็ไม่มีให้เ้ากินด้วย”
“ไม่มีผักอะไรที่กินได้เลยในเกาะนี้ คงต้องเปลี่ยนไปหาปลาแทนแล้วล่ะ”หนิงจินหญิงวัยยี่สิบปี พูดขึ้นพร้อมยกมือปาดเหงื่อ พวกเขาเดินหามาหลายชั่วยามแล้ว ไม่มีอะไรที่สามารถใช้มาทำเป็อาหารได้
“เด็กน้อยเ้าเป็อะไร ทำไมถึงใช้มือเกาหน้าตาแบบนั้น โอ้!แย่แล้ว ดูเหมือนหน้าของเฟยหย่า จะเป็ตุ่มพุพองขึ้นมา ไม่ใช่ว่าแพ้ต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่ในเกาะนี้หรือ รีบกลับไปที่กระโจมก่อนกินยาแก้พิษ”
“ข้าคันและเจ็บมากเ้าค่ะ”
“เฟยหย่า หยุดเกาใบหน้าของเ้าก่อน!”ซิ่วอิงรีบเดินเข้าไปจับมือ ของเด็กน้อยไว้
ทั้งหมดรีบเร่งเดินออกจากป่า “เด็กน้อยเ้ามากินยานี้ก่อน ไม่รู้โดนต้นอะไรมา ดูสิเริ่มลุกลามไปทั้งตัวแล้ว เ้าถอดเสื้อผ้าอาบน้ำชำระร่างกายก่อน”
“ข้าจะไปแจ้งนายท่าน ดูเหมือนอาการของเด็ก จะเป็เยอะและลุกลามเร็วมาก”เจียวจูหญิงสาววัยยี่สิบรีบพายเรือเล็กไป
เฟยหย่าที่โดน จับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ยังมีแผลพุพองเป็ตุ่มหนองน้ำ ขึ้นเต็มตัวไม่เว้นแม้กระทั่งใบหน้า
อู๋ทงรีบกลับเข้าฝั่งมาดูหลาน ที่ตามตัวตุ่มพุพองได้แตกบ้างแล้ว
“เฟยหย่า! เ้าเป็อย่างไงบ้าง ทำไมสภาพของเ้าเป็แบบนี้กัน”เขาพูดพร้อมกับจับดูตัวเด็กน้อยที่ร้อนเป็ไฟ
“ไม่ได้การแล้ว! เตรียมสมุนไพรและถังน้ำ เอาเด็กลงไปแช่ก่อน ดูเหมือนร่างกาย้าขับ บางอย่างออกมาจากตัว ทำให้ร่างกายร้อนแบบนี้”
“นายท่านหรือว่า! เด็กน้อย! พลังธาตุกำลังจะตื่น หลังจากที่หลับใหลอยู่ในร่างกายของเด็กมานาน”จางหย่ง ชายชราที่พ่ายเรือเล็กมาพร้อมกันพูดขึ้น เขาสงสัยอาการเด็กน้อยจึงได้ตามมาดู
“จริงหรือ! เฟยหย่าไม่มีพลังธาตุ ลุงจางดูให้หน่อย อาการแย่ลงแล้ว เหมือนหายใจจะติดขัดด้วย”
“โอ๊ะ!ใช่แล้วนายท่าน! พลังธาตุไฟที่สะสมอยู่ในร่างกาย กำลังจะปะทุออกมา”
“เด็กน้อยเ้าฟังข้า นั่งอยู่นิ่งๆหายใจเข้าลึกๆ”
“ใครก็ได้หากระบอกไม้เล็ก ขนาดนิ้วมือแล้วมีรูอยู่ข้างใน ให้มีขนาดยาวที่สุดมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”คนที่วิ่งไปหาไม่ใช่ใครถึงอู่ทงนั่นเอง
“ลุงจาง ยาวขนาดนี้พอไหม”ชายชรารับไม้ไผ่ขนาดเล็ก แต่ยาวเกือบหนึ่งวา มาจากอู๋ทง
“เฟยหย่าฟังปู่น่ะ หายใจเข้าลึกๆเวลาหายใจออก ให้เป่าไม้ไผ่นี้ห้ามหายใจออกทางจมูก ใช้ปากเป่าพร้อมกับกับพ่นลมหายใจออกมาด้วย”
เด็กน้อยที่ทุกคนคิดว่าไม่มีพลังธาตุ จึงไม่มีการสอนการโคจรพลังมาก่อน ยากที่จะสอนตอนนี้ได้ มีเพียงใช้วิธีนี้ที่จะทำให้ พ่นพิษออกมาจากในกายก่อน
“นั่นแหละแบบนั้น หายใจเข้าลึกๆพอจะหายใจออกก็ให้เป่ามาในท่อไม้ไผ่นี้ เป่าจนกว่าลมหายใจของเ้าจะหายร้อน”
“ฮึบ!ฟู่ววว!”
เด็กน้อยทำแบบนั้น ไปประมาณจิบชาตัวที่ร้อน เริ่มเย็นลงเป็ปกติ
“เตรียมสมุนไพรและถังน้ำไว้แล้วใช่ไหม ข้าจะได้อุ้มเด็กน้อยไปแช่ในถังน้ำ”
“ลุงจางเรียบร้อยแล้ว อุ้มเด็กไปแช่เถอะ ดูเหมือนเนื้อตัวจะเต็มไปด้วยน้ำเหลือง ที่ตุ่มพุพองแตกออก แช่น้ำยาคงจะแสบตัวไม่น้อย”
เด็กน้อยนั่งตัวเกร็งอยู่ในถังน้ำ มือสองข้างจับขอบถังไว้แน่น มีเสียงกัดฟันความเ็ปดังขึ้น ทำให้ชายชรารีบเตือน “เฟยหย่าลิ้นของเ้าต้องแตะอยู่ที่ เพดานปาก้า”
“พวกเ้าไปเตรียมน้ำไว้อีกถังหนึ่ง โรยผงทำความสะอาดาแลงไปด้วย”
ทั้งหมดหกคน ลุ้นไปกับเด็กน้อย ที่ปลุกพลังไม่เหมือนใคร
“อ๊ากกก! ตึ้ง !เปรี้ยะ!”
ถังไม้เนื้ออย่างดี แตกหักปลิวว่อนเศษไม้กระจายไปทั่ว ดีที่ทุกคนมีพลังธาตุหลบหลีกได้ไว
ชายชรารีบอุ้มเด็กน้อย ไปแช่น้ำถังใหม่ที่เตรียมไว้แล้ว
“ลุงจางเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ ทำไมถึงมีแรงะเิ ถังไม้เนื้อดีที่มีั้แ่สมัยหลายร้อยปีมาแล้ว แตกไม่มีชิ้นดีแบบนั้นเล่า”
“ท่านอู๋ทง มันเกิดจากพลังธาตุไฟ ที่สะสมอยู่ในร่างกายของเด็กน้อยมานาน พลังมันควรจะถูกปลุกขึ้นเมื่อสองปีก่อน ไม่รู้เพราะเหตุใดพลังถึงไม่ถูกเปิดออกมา”
“รุนแรงขนาดนี้เชียวหรือ เป็ไปได้ยังไงที่พลังธาตุไม่ถูกเปิดออก แต่กลับสะสมอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ว่าร่างกายที่มีแต่ตุ่มหนอง หรือใบหน้าที่มีแต่ปานสีดำเกิดจาก พลังธาตุไฟไม่ได้ถูกระบายออกมา”
“ท่านรอดูก็รู้ หลานสาวของท่านต้องมีพลังธาตุไฟ ที่แรงเป็แน่ถึงกับทำให้ถังแตกเป็เสี่ยงๆออกมาได้”
“พวกเ้าที่ยืนกันอยู่ตรงนี้ เข้าไปหาอาหารในป่าได้มาหรือไม่ ไม่งั้นคงต้องจับปลาในทะเลกินไปก่อน”
“ยังไม่ได้อะไรเลยเ้าค่ะนายท่าน พวกข้ากำลังเตรียมตัวจะกลับมาหาอาหารที่ทะเล แต่เกิดเื่ขึ้นกับเฟยหย่าเสียก่อน พวกเราจะไปหาเดี๋ยวนี้”ทั้งสี่คนรีบออกไปที่ชายหาด
“กุ้งหอยปูปลาก็จับยากเสียจริง ถึงจะมีพลังไล่จับพวกมันไม่ทันหรอก ทำยังไงทีนี้”
“ต้องเดินไปแถวโขดหินเผื่อจะมีหอย ให้เอาไปทำอาหารกินได้บ้าง”
“อ๊ากกก !ร้อนๆ!”
เด็กน้อยร้องได้เท่านั้น ะโออกจากถังไม้ วิ่งไปยังทะเล ชายทั้งสองที่ยืนเฝ้าจะห้ามไว้ก็ไม่ทัน
“ตูมมม! ซ่าา!”
เสียงน้ำในทะเลแตกกระจายเป็วงกว้าง พลังธาตุไฟผสมไปกับสายน้ำ ทำให้มีฝูงปลาลอยขึ้นจากน้ำ มาตกอยู่บนผืนทรายพร้อมกับน้ำ เป็จำนวนมาก
“โอ๊ะ!พวกเราดูนั่น ดูปลาลอยอยู่บนฟ้า แล้วร่วงลงมาที่ชายฝั่ง ไปเก็บกันเถอะเร็วเข้า มีอาหารกินแล้วไม่ต้องงมแล้ว หายังไงก็ไม่ได้”
“เฟยหย่าเ้าเป็ยังไงบ้าง พลังธาตุของเ้าตื่นแล้ว”
“ท่านลุง! ความอึดอัดที่มี กลับหัวที่มึนอยู่ตลอดเวลา จนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรเวลาไหน เพราะมันสับสนไปหมด เหมือนมีแรงกดดัน ตอนนี้ข้ารู้สึกโล่งสบายดีแล้วเ้าค่ะ”
เฟยหย่ายกมือ ของตัวเองขึ้นมาดู “เฮ้อ!ข้าไม่เคยรู้สึกสบายแบบนี้มาก่อนเลย”
“เ้าสบายขึ้นก็ดีแล้ว ต่อไปจะได้ไม่มีใครว่าเ้า ไม่มีพลังธาตุ แปลกประหลาดไม่เหมือนชาวบ้านอีกแล้ว!”
“ลุงว่าเ้าขึ้นมาจากน้ำ แล้วทายารักษาแผล ที่เกิดจากอาการแผลพุพองก่อนเถอะ”
เฟยหย่าได้ยินแบบนั้น ก็วิ่งขึ้นมาจากน้ำทะเล
