แรงสั่นะเืจากส่วนลึกของผืนดินทวีความรุนแรงขึ้นจนผนังหินรอบด้านเริ่มปริแตก แสงเรืองรองสีฟ้าที่เคยนวลตาบัดนี้กลายเป็สีแดงฉานประหนึ่งหยดเืของปีศาจที่ชโลมไปทั่ววิหารใต้พิภพ ควันสีเหลืองหม่นพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน มันส่งกลิ่นฉุนกึกราวกำมะถันจากขุมนรก แผดเผาทางเดินหายใจจนทุกลมหายใจเข้ากลายเป็ความทรมาน
"ทางขึ้นถูกปิดตายแล้ว!" เสี่ยวชุนร้องะโท่ามกลางเสียงหินถล่มที่ดังกึกก้อง แสงสว่างจางๆ จากข้างบนถูกแทนที่ด้วยฝุ่นควันและซากหินที่ถมทับลงมา
หลี่หยางกัดฟันกรอด เขาใช้ร่างกำยำกำบังเซียวหลันจากเศษหินที่ร่วงหล่น แววตาของเขากวาดมองไปรอบโถงถ้ำที่กำลังล่มสลาย "ทางเข้าถูกปิด แต่พลังแห่งธรรมชาติมักทิ้งทางออกไว้เสมอ"
เซียวหลันหอบหายใจหนัก ั์ตาของนางจ้องมองไปที่สระน้ำมืดมิดใจกลางวิหารที่กำลังเดือดพล่าน ฟองอากาศขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย แต่นางสังเกตเห็นบางอย่าง ทิศทางของกระแสน้ำในสระไม่ได้หมุนวนอยู่ที่เดิม แต่มันกำลังถูกฉุดกระชากไปทางทิศหนึ่งอย่างรุนแรง
"หลี่หยาง! ดูนั่น!" นางชี้ไปยังทิศทางที่น้ำในสระไหลบ่าเข้าไป "ที่นั่นมีอุโมงค์ใต้น้ำ! มันคือทางระบายน้ำโบราณที่ไหลออกไปสู่โลกภายนอก"
"แต่น้ำนั่นเต็มไปด้วยก๊าซพิษและซากปรักหักพังนะเ้าคะ!" เสี่ยวชุนร้องด้วยความหวาดกลัว
"ถ้าอยู่ตรงนี้ เราจะถูกถมทับหรือไม่อีกไม่กี่อึดใจ ปอดเราก็จะมอดไหม้เพราะลมหายใจปีศาจพวกนี้!" เซียวหลันคว้าห่อผ้าที่บรรจุยาสารพัดชนิดมาสะพายไว้มั่น "เราต้องเดิมพันกับสายน้ำ!"
หลี่หยางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเซียวหลัน เขาเห็นเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ไร้ซึ่งความกังขา เขาพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะรวบตัวนางและเสี่ยวชุนเข้ามาใกล้
"กลั้นหายใจให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเราพลัดหลงกันจงปล่อยตัวไปตามกระแสน้ำ อย่าฝืนแรงมัน!"
ตูม!!!
ยังไม่ทันสิ้นคำพูดเพดานวิหารส่วนขนาดั์ก็พังถล่มลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ ทั้งสามคนตัดสินใจกระโจนลงสู่สระน้ำสีดำสนิทพร้อมกันในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
โลกของพวกขเากลายเป็ความมืดมิดและเหน็บหนาวในทันที กระแสน้ำใต้ดินเชี่ยวกรากประหนึ่งอสูรกายที่โกรธเกรี้ยว มันฉุดกระชากร่างของพวกเขาให้หมุนวนไปตามอุโมงค์หินที่คดเคี้ยว เซียวหลันรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาล ปอดของนางเริ่มประท้วงด้วยความโหยหาอากาศ ร่างกายกระแทกกับผนังหินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความเ็ปชาหนึบไปทั่วสรรพางค์กาย
ในความเลือนลางนางรู้สึกถึงมือที่แข็งแกร่งของหลี่หยางที่ยังคงเกี่ยวกระหวัดข้อมือของนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แม้ในยามที่สติกำลังจะดับวูบ ความอบอุ่นจากฝ่ามือนั้นคือสิ่งเดียวที่บอกให้นางรู้ว่ายังมีความหวัง
เนิ่นนานเท่าใดไม่ทราบได้เสียงอื้ออึงของสายน้ำถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันเยือกเย็น
เซียวหลันรู้สึกถึงััของทรายที่หยาบละเอียดใต้แผ่นหลัง และเสียงน้ำไหลรินแ่เบาที่ข้างหู นางสำลักน้ำออกมาคำโตก่อนจะสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปจนเต็มปอด รสชาติของอากาศยามเช้าที่เจือไปด้วยกลิ่นดินและใบไม้ช่างหอมหวานอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
"หลี่หยาง... เสี่ยวชุน..." นางพยายามเปล่งเสียงที่แหบพร่า
"ข้าอยู่นี่..." เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยอ่อนดังขึ้นข้างๆ หลี่หยางนอนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล สภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นและมีรอยถลอกปอกเปิกทั่วตัว แต่ดวงตายังคงจับจ้องมาที่นางด้วยความห่วงใย ส่วนเสี่ยวชุนก็นอนสลบไสลอยู่อีกด้านหนึ่ง ร่างกายปลอดภัยดีแต่เพียงแค่อ่อนแรงจากการขาดอากาศ
พวกเขาลอยมาติดอยู่ที่ริมฝั่งลำธารเล็กๆ ในหุบเขาที่ลับตาคน แสงแดดรำไรสีทองพาดผ่านยอดไม้พฤกษาเขียวขจี ลบภาพนรกสีแดงใต้ดินไปจนสิ้น
เซียวหลันยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก นางมองไปที่ยอดเขาเื้ัที่ตอนนี้มีกลุ่มควันสีเทาพวยพุ่งออกมาจากยอดหลุมยุบเบาๆ กองทัพปีศาจและอดีตที่เน่าเฟะของราชวงศ์เก่าถูกฝังกลบลงสู่ใต้พิภพไปตลอดกาลด้วยฝีมือของน้ำยาราชันย์และเพลิงล้างโลกที่นางสร้างขึ้นมา
"จบสิ้นเสียที" เซียวหลันพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มที่เปื้อนคราบดิน
หลี่หยางเอื้อมมือมากุมมือนางไว้ "ไม่หรอกเซียวหลัน ข้าเชื่อว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่"
เขามองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่ทอดยาวไปตามแนวป่าแดนใต้ที่ยังคงเต็มไปด้วยความลึกลับ
“หมายความว่ายังไง”
"เ้าบอกว่าจะเปิดหอโอสถเซียวให้ทั่วแผ่นดินไม่ใช่หรือ? เมืองบาดาลล่มสลายไปแล้ว แต่ความเจ็บป่วยและพิษร้ายในใจผู้คนยังคงอยู่ เ้ายังมีงานต้องทำอีกมากนะ คุณหมอปีศาจ"
เซียวหลันยิ้มออกมาทั้งน้ำตา นางมองดูมือที่ประสานกันแน่น
“นั่นสินะ และข้าก็ยังมีคนคุ้มครองที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกคอยตามรับใช้อยู่ข้างๆ จะหยุดพักได้ยังไงกัน"
