โจวเหวินหลงที่เพิ่งจะดีใจจากการได้ยินคำพูดของไป๋เล่อฉิงได้ไม่นาน เจิ้งอู่ก็นำข่าวดีเข้ามารายงานให้เขาได้ทราบอีกครั้ง
“นายน้อยมีคนของเราส่งข่าวเื่สินค้าตระกูลเส้ามาแล้วขอรับ”
“ว่าอย่างไร”
“เรียนนายน้อยขบวนสินค้าของตระกูลเส้าถูกคนของเราสกัดไว้ได้หลายเส้นทาง และทำตามคำสั่งของท่านอย่างเข้มงวด คาดว่าอีกไม่เกินสองชั่วยามข่าวคงมาถึงจวนตระกูลเส้าแล้วขอรับ”
“อืม ดีมากสั่งการลงไปตกรางวัลให้ทุกคน”
“ขอรับนายน้อย”
ขณะนั้นเองซวี่ไห่ก็โพล่งถึงเื่ที่อาจส่งผลกระทบถึงไป๋เล่อฉิง และนั่นทำให้ตัวของซวี่ไห่ต้องถูกส่งไปคอยติดตามเส้าเหยี่ยนเสียง
“เอ่อ นายน้อยขอรับการค้าของตระกูลเส้าครั้งนี้ใช้เงินไปไม่น้อย ในเมื่อสูญเสียเงินทองจำนวนมากเสนาบดีเส้าจะไม่คิดหาเงินมาเติมคลังในจวน อย่างการเร่งให้บุตรชายรีบแต่งงานกับคุณหนูสี่ไป๋หรือขอรับ?”
“หึ เ้าคิดว่าข้าจะยอมให้คนอย่างเส้าเหยี่ยนเสียงทำได้สำเร็จงั้นหรือ ไหน ๆ เ้าก็พูดถึงเื่นี้เช่นนั้นเ้าคอยจับตาดูเส้าเหยี่ยนเสียง ว่าหลังจากนี้คิดวางแผนทำอันใดกับฉิงเอ๋อร์ของข้าหรือไม่”
“นายน้อยจะให้บ่าวเริ่มลงมือั้แ่วันนี้เลยหรือไม่ขอรับ...”
“คำสั่งของข้าควรจะชักช้าหรือลงมือทันทีล่ะซวี่ไห่...”
น้ำเสียงที่เคร่งขรึมของโจวเหวินหลงทำเอาซวี่ไห่ตัวแข็งทื่อ เมื่อนึกได้ว่าเ้านายของตนไม่เคยพูดล้อเล่นไม่ว่าเื่อันใดก็ตาม
“แหะ ๆ ๆ บ่าวจะพยายามอย่างสุดความสามารถและจะรายงานให้นายน้อยทราบอย่างต่อเนื่องขอรับ”
“ดี เ้ารีบตามไปที่จวนตระกูลเส้าเถิด”
“บ่าวทราบแล้วขอรับ”
โจวเหวินหลงอยู่ตรวจบัญชีที่ร้านค้าต่อเพียงไม่นานก็กลับจวน เนื่องจากน้องชายของเขาอย่างโจวฉีิส่งข่าวมาว่า จะเดินทางถึงจวนในปลายยามเว่ยของวันนี้ เขาต้องกลับไปรอรับและตรวจสอบหลักฐานที่จะมอบให้กับสหาย
ทางด้านเส้าเหยี่ยนเสียงที่ถูกไป๋เล่อฉิงป่าวประกาศว่าเลิกสนใจตนเองต่อหน้าผู้คนมากมาย หลังจากออกจากร้านเครื่องประดับตระกูลไป๋ก็ตรงกลับจวน โดยไม่สนใจว่าหลัวอี้หรูจะตามมาหรือไม่ เพราะยามนี้เขาอยากอยู่ตามลำพังมากกว่าให้ใครมารบกวน
ส่วนหลัวอี้หรูเมื่อเห็นว่าเส้าเหยี่ยนเสียงกำลังอารมณ์ไม่ดี และนางก็วิ่งตามเขาไม่ทันจึงหันหลังกลับจวนของตนไปเช่นกัน
“ฮึ่ย ไป๋เล่อฉิงนะไป๋เล่อฉิงเ้าทำแผนการของข้าพังไม่มีชิ้นดี จิวเมี่ยวอย่าลืมกำชับบ่าวที่ซื้อตัวไว้หากมีเื่อะไรให้รีบมารายงานทันที”
“เ้าค่ะคุณหนู”
ภายในห้องตำราของเสนาบดีเส้าที่กลับจากวังหลวง ก็กำลังฟังคนสนิทของตนรายงานเื่ราวที่ถูกพูดถึงเกี่ยวกับบุตรชายคนโต เสนาบดีเส้าคิดไม่ต่างจากบุตรชายว่าไป๋เล่อฉิงก็แค่เรียกร้องความสนใจ เพราะอยากให้บุตรชายของตนไปสู่ขอหมั้นหมายนางโดยเร็วเท่านั้น
จนกระทั่งเกือบถึงสองชั่วยามอย่างที่เจิงอู่พูดไว้ พ่อบ้านเส้าก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพบเ้านายด้วยสีหน้าแตกตื่น และเกรงโทสะที่เสนาบดีเส้าจะแสดงออกมายามได้ยินข่าวที่ตนนำมารายงาน
แฮ่ก ๆ ๆ “นายท่าน ๆ แย่แล้วเกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ”
“เกิดเื่ใหญ่อันใดกันพ่อบ้านถึงได้ส่งเสียงดังั้แ่ยังมาไม่ถึงห้องตำราของข้า”
ฟู่ “นายท่านเื่ใหญ่ที่บ่าวพูดถึงก็คือขบวนสินค้าที่กำลังมุ่งหน้ามาเมืองหลวง ถูกกลุ่มคนสกัดไว้และเผาทำลายทั้งหมด ครั้งนี้ไม่มีสินค้ามาเติมให้กับร้านค้าแล้วขอรับ”
พรึบ! “เ้าพูดว่าสินค้าของผู้ใดถูกเผานะพ่อบ้านเส้า!”
“ขบวนสินค้าที่นายท่านกับฮูหยินสั่งซื้อจากต่างแคว้นและจากหัวเมืองใหญ่ ๆ ในแคว้นขอรับ”
เสนาบดีเส้าเกิดอาการเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด เมื่อได้ยินอย่างชัดเจนว่าสินค้าของตนถูกทำลายทั้งหมด “นี่มันเกิดเื่บ้าอันใดกัน หากไม่มีสินค้าพวกนั้นมาต่อยอดก็เท่ากับว่าข้าเสียเงินหลายหมื่นตำลึงไปเปล่า ๆ น่ะสิ แล้วคนของเราไม่มีใครจับตัวคนลงมือได้เลยหรือพ่อบ้านเส้า”
“เราจะทำอย่างไรดีขอรับ เงินในคลังของจวนคงไม่พอหากจะสั่งซื้อสินค้าครั้งใหม่ ยังมีค่าใช้จ่ายประจำวันของคนในจวนอีกนะขอรับนายท่าน” พ่อบ้านเส้าอยากพูดเหลือเกินว่าเงินที่เหลืออยู่คงพอให้ใช้ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน
เสนาบดีเส้านั่งลงบนเก้าอี้อย่างคนหมดแรง เนื่องจากอีกสองเดือนตนต้องส่งเงินนับหมื่นตำลึงให้กับองค์ชายรอง แต่กลับเกิดเื่ไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้นเสียได้ ความสิ้นหวังที่เพิ่งปะทุกลับมอดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเสนาบดีเส้าคิดแผนการบางอย่างจึงสั่งให้พ่อบ้านเส้าไปตามบุตรชายคนโตมาพบโดยด่วน
“หึ ข้ารู้แล้วว่าจะหาทางออกให้กับเื่นี้ได้อย่างไร พ่อบ้านเส้าเ้าไปตามเสียงเอ๋อร์มาพบข้าที่นี่อย่าได้ชักช้า”
“ขอรับนายท่านบ่าวจะไปตามคุณชายใหญ่เดี๋ยวนี้”
พ่อบ้านเส้ารับวิ่งไปที่เรือนของเส้าเหยี่ยนเสียง และถ่ายทอดคำสั่งของเสนาบดีเส้าว่า้าพบ เส้าเหยี่ยนเสียงที่อารมณ์ไม่ดีจึงต้องปรับเปลี่ยนอารมณ์ของตนเพื่อไปพบบิดาตามคำสั่ง
“ท่านพ่อ้าพบข้าหรือขอรับ”
“มาแล้วหรือเ้านั่งลงก่อนพ่อมีเื่อยากถามเ้าสักหน่อย”
“ท่านพ่ออยากถามเกี่ยวกับอันใดก็ถามมาเถิดขอรับ”
เสนาบดีเส้าเห็นท่าทางบุตรชายคล้ายกำลังอารมณ์ไม่ดี จึงได้เริ่มถามอย่างจริงจังไม่มีอ้อมค้อมแต่อย่างใด
“ความสัมพันธ์ระหว่างเ้ากับคุณหนูสี่ไป๋ไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“ก่อนหน้านางพยายามตามติดและเอาใจข้าทุกอย่าง แต่วันนี้ตอนที่ข้าไปพบนางที่ร้านเครื่องประดับ นางกลับไล่ข้าเหมือนหมูเหมือนสุนัข ทั้งยังประกาศกร้าวว่าจะไม่ทำเหมือนเดิมอีกแล้ว ข้าคิดว่าที่นางทำเช่นนี้คง้าเรียกร้องความสนใจจากข้าอยู่ขอรับ”
“อืม สตรีอย่างคุณหนูสี่ไป๋ที่เป็บุตรสาวคนสุดท้อง นางย่อมเอาแต่ใจบ้างเ้าไม่ควรละเลยนางบ่อยเกินไป เพราะพ่อคิดว่าถึงเวลาที่เ้าต้องทำให้นางเอ่ยปาก ขอให้เ้านำสินสอดไปสู่ขอหมั้นหมายนางโดยเร็ว”
เส้าเหยี่ยนเสียงขมวดคิ้วมุ่นยามได้ยินบิดาพูดถึงไป๋เล่อฉิง และเกิดสงสัยว่าเหตุใดบิดาถึงอยากทำให้นางพูดถึงเื่การแต่งงานโดยเร็ว
“ท่านพ่อท่านไม่เคยเร่งเร้าข้าให้แต่งงานกับไป๋เล่อฉิงมาก่อน เกิดเื่อันใดกันแน่ท่านถึงได้พูดเื่นี้ขึ้นมาขอรับ”
“ใช่เกิดเื่ใหญ่ที่ต้องใช้ประโยชน์จากตระกูลไป๋แล้ว เพราะขบวนสินค้ามากมายที่กำลังเดินทางมายังเมืองหลวง ถูกคนลึกลับขัดขวางและเผาทำลายสินค้าทั้งหมด ซึ่งมันทำให้เงินจำนวนหลายหมื่นตำลึงหายวับไปกับตา เ้าเข้าใจความหมายของพ่อหรือไม่เสียงเอ๋อร์”
“นี่มัน! หมายความว่าพวกเราเหลือเงินทองเพียงหยิบมือเท่านั้น และมันคงไม่เพียงพอกับคนในตระกูลใช่หรือไม่ท่านพ่อ”
“เ้าพูดถูกแล้ว ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตามเ้าต้องแต่งงานกับนางให้เร็วที่สุด จะด้วยวิธีใสสะอาดหรือแผนการที่จะทำให้ได้ตัวนางมา ขอเพียงเ้าทำได้สำเร็จพวกเราจะมีเงินทองให้ใช้ไม่ขาดมือแน่”
เส้าเหยี่ยนเสียงฟังมาถึงตรงจุดนี้เขาใคร่ครวญกับสิ่งที่ไป๋เล่อฉิงเพิ่งพูดตอกหน้าเขา หาก้าให้สำเร็จโดยเร็วย่อมต้องใช้วิธีสกปรกสักหน่อย จากนั้นค่อยปลอบใจนางให้ยอมตกปากรับคำก็มิใช่เื่ยาก
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ ท่านวางใจวางเถิดไม่เกินเจ็ดวันไป๋เล่อฉิงต้องเป็ฮูหยินของข้าอย่างแน่นอนขอรับ”
“ดีมาก หากเ้า้าใช้คนก็บอกกับเิปู้ก็แล้วกัน เ้ากลับไปวางแผนให้ดีอย่าได้เกิดข้อผิดพลาดจนเป็เื่ใหญ่เด็ดขาด”
“ข้าทราบแล้วท่านพ่อเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”
“ไปเถิด”
เสนาบดีเส้าถอนหายใจประหนึ่งได้ยกูเาออกจากอก เมื่อบุตรชายคนโตรับปากว่าสามารถจัดการเื่นี้ได้ เพียงแต่ทั้งสองไม่รู้ว่าการสนทนาเกี่ยวกับไป๋เล่อฉิงนั้น มีซวีไห่ที่ตามเส้าเหยี่ยนเสียงมาได้ยินเื่ทั้งหมดเต็มสองหู
‘ไม่นึกว่านายน้อยจะคาดการณ์ได้แม่นยำเช่นนี้ รอให้รู้แผนการทั้งหมดเสียก่อนค่อยกลับไปรายงานนายน้อยก็แล้วกัน’
