ห้องใต้ดินลับภายในจวนเมิ่งที่เพิ่งถูกเปิดใช้งานอีกครั้งหลังปิดตายมานาน มีเสียงโหยหวนดังขึ้นเป็ระยะ เมื่อคนที่ตั้งคำถามไม่ได้คำตอบตามที่้า
กลิ่นไหม้ของเนื้อเหม็นคละคลุ้งจนคนที่รออยู่ในลำดับถัดไปเกิดความกลัว ไม่ต้องรอให้ถูกถาม ก็ร้องโอดครวญเล่าทุกอย่างออกมาเอง
"ฮูหยินถึงจวนกวนแล้วขอรับ"
จื่อหานพยักใบหน้ารับรู้ ก่อนจะชักปลายเท้ากลับไม่ให้ฝ่ามือที่เปรอะเปื้อนด้วยเืคว้าจับได้
"คุณชาย.. ไม่สิ แม่ทัพน้อยเมิ่ง ข้ายอมบอกทุกอย่างที่รู้ไปหมดแล้ว ท่านปล่อยข้าไปเถอะนะ"
"ทำไม กลัวตายหรือ ตอนเ้าลงมือทำ ไม่คิดเอาไว้บ้างหรอกหรือ ว่าจุดจบจะออกมาเป็แบบนี้" นิ้วเรียวควงหมุนมีดสั้นในมือเล่นไปมา โดยไม่กลัวว่าจะถูกความคมของมันบาดเนื้อจนเกิดรอยแผล
ชายหนุ่มพยายามข่มใจไม่ให้ปักมีดลงบนหน้าอกคนตรงหน้า หากเขาไม่ใช่เป็คนที่สืบรู้มาด้วยตนเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ที่หักหลังจะเป็บุคคลคนนี้
นับว่าคนสกุลจาง ทำบุญคนไม่ขึ้นจริง ๆ
"ข้าจำใจต้องทำ หากข้าไม่ทำ ไม่ปะ...อืออ"
จื่อหานตวัดปลายมืดส่งสัญญาณให้ลูกน้องปิดปากคน สิ่งที่เขา้ารู้ก็ได้รู้แล้ว ไม่จำเป็ต้องฟังเหตุผลข้อแก้ตัวของคนทรยศอีก
"ไม่ต้องห่วง เ้าจะไม่ได้ตายเพียงลำพังอย่างแน่นอน"
ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็งานเลี้ยงน้ำชา แต่ทุกคนที่อยู่ร่วมงานต่างทราบกันดี ว่าแท้จริงเป็งานจับคู่ดูตัวระหว่างหนุ่มสาว ลี่หลินที่เลยวัยหาคู่ครอง ทั้งตอนนี้ยังเป็แม่ม่าย จึงเลือกนั่งชมความงามของเหล่านางรำด้านหน้า พร้อมดื่มด่ำกับน้ำชารสเลิศ ทำตัวให้ตรงกับชื่อของงานในค่ำคืนนี้
"เมิ่งฮูหยิน ไม่เดินออกไปดูสวนด้านนอกหรือเ้าคะ"
"ให้คุณชายกับคุณหนูทั้งหลายเดินเล่นกันดีกว่า ข้าไปจะทำให้เสียบรรยากาศเปล่า ๆ" ลี่หลินสนทนากับอีกฝ่ายอย่างเป็มิตร ถึงแม้แววตาจากกลุ่มเด็กสาวตรงหน้าจะไม่เป็มิตรต่อนางก็ตาม
"ถ้าอย่างนั้นให้ข้านั่งเป็เพื่อนเมิ่งฮูหยินดีไหมเ้าคะ" กวนซูเจียวแสร้งคลี่รอยยิ้มให้อีกฝ่าย ทั้งที่ภายในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ก่อนหน้านี้พี่สาวของนางต้องพลาดคุณชายใหญ่เมิ่ง ไม่ได้เป็เมิ่งฮูหยินก็เพราะสตรีตรงหน้า พอถึงครานาง แม่ทัพน้อยเมิ่งก็ยังแสดงออกกับอีกฝ่ายจนถูกคนพูดถึงไปทั่วบ้านทั่วเมือง เป็เหตุให้ความเกลียดชังที่นางมีต่อจางลี่หลินเพิ่มมากขึ้นเป็เท่าตัว
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่นางจะกำจัดสตรีตรงหน้าได้ เพราะยังต้องใช้ประโยชน์จากอีกฝ่ายก่อน ทว่าหลังจากได้เป็เมิ่งฮูหยินคนใหม่เมื่อใด รับรองว่านางจะจัดการให้สิ้นซากอย่างแน่นอน
"เ้าไม่เคยได้ยินหรือ ว่าสตรีที่ยังไม่ออกเรือน ถ้าขืนไปอยู่ใกล้สตรีม่ายจะถูกไออัปมงคลเล่นงานเอาได้ ซูเจียว เ้าไปกับพวกข้าดีกว่า ขืนอยู่ตรงนี้นาน จะโชคไม่ดีเข้าจริง ๆ "
"อย่าพูดแบบนั้นสิ เมิ่งฮูหยินขออภัยแทนลู่หนิงด้วยนะเ้าคะ สหายของข้าชอบพูดจาตรง ๆ เช่นนี้ แต่ก็เพราะเป็ห่วงข้าเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายอันใด"
มือเรียวยกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อย พร้อมปรายตามองคุณหนูที่เพิ่งพูดจาถากถางนาง ก่อนจะวางถ้วยชาลงด้วยใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มหวาน ประหนึ่งคำพูดเ่าั้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวนาง
คนหนึ่งร้อง อีกคนหนึ่งรับ ช่างเป็สหายที่รักกันดีเหลือเกิน
"ไม่ถือสาหรอกเ้าค่ะ เพราะข้ารู้ดี ว่าคนเรามีปากเหมือนกัน แต่ใช่ว่าจะพูดออกมาได้ดีเหมือนกัน"
คำตอบจากเมิ่งฮูหยินทำให้เด็กสาวสี่คนที่ยืนอยู่ถึงกับสีหน้าบึงตึงขึ้นในทันที โดยเฉพาะหวังลู่หนิงที่ถูกพูดกระทบโดยตรง
"นี่เ้า..."
"งานเลี้ยงจวนกวน ดูครึกครื้นดีจริง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยกระแสกดดันจากทางด้านหลัง ทำให้กลุ่มเด็กสาวที่ยืนอยู่หยุดชะงัก โดยเฉพาะลู่หนิงที่คิดจะเข้าไปเอาเื่เมิ่งฮูหยิน หลังได้เห็นท่าทีคุกคามของอีกฝ่าย สีหน้าไม่พอใจของนางก็แปลเปลี่ยนเป็ความหวาดเกรงขึ้นมาในฉับพลัน
ลู่หนิงถึงกับเซถอยออกไปทางด้านหลัง หากไม่มีสหายอีกคนช่วยจับประคองไว้ ขาคงอ่อนแรงจนล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นแล้วก็เป็ได้
นางไม่เคยรู้มาก่อน ว่าแม่ทัพน้อยเมิ่งที่คอยแอบมองอยู่ในที่ไกล ๆ ดูเป็บุรุษสง่างามแลอ่อนโยน แท้จริงจะเป็คนน่ากลัวและเต็มไปรังสีอำมหิตเช่นนี้
"แม่ทัพน้อยเมิ่ง" ซูเจียวดันร่างลู่หนิงไปด้านข้าง ให้ตนได้เผชิญหน้ากับบุรุษที่หมายปองเพียงผู้เดียว
"คิดว่าท่านจะไม่มาเสียแล้ว ท่านพ่อท่านแม่กำลังถามหาท่านอยู่เลยเ้าค่ะ"
"ถามหาข้า ทำไม"
"ไม่..ไม่ทำไมเ้าค่ะ" รอยยิ้มของหญิงสาวเป็อันต้องแข็งค้าง คำพูดที่เหลืออยู่ถูกกลืนลงคอ สองเท้าก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เมื่อถูกชายหนุ่มตวัดดวงตาคมกริบมอง
แววตาจื่อหานที่มีให้กลุ่มเด็กสาวเต็มไปด้วยไอสังหาร เขาได้ยินพวกนางพูดถึงจางลี่หลินั้แ่แรก ยังดีที่คนของเขายังรู้จักพูดโต้กลับคืน ไม่เช่นนั้นงานเลี้ยงนี้คงได้มีอันต้องได้เลิกลาก่อนเวลากำหนดเป็แน่
"แม่ทัพน้อยเมิ่ง มาแล้วหรือ เหตุใดถึงมายืนทางฝั่งสตรีตรงนี้ละเ้าคะ เชิญเข้าไปนั่งฝั่งบุรุษด้านในดีกว่า" กวนฮูหยินพอได้รับเื่ว่าแม่ทัพน้อยเมิ่งมาที่งาน นางก็ไม่รีรอเดินมาหาด้วยตนเองทันที
"หรือว่าจะไปเดินชมสวนข้างนอกดี ถ้าอย่างนั้นให้เจียวเอ๋อร์บุตรสาวของข้าพาไปดีไหมเ้าคะ เจียวเอ๋อร์พาแม่ทัพน้อยเมิ่งไปสิ แม่ทัพน้อยเมิ่งเพิ่งเคยมาที่จวนเราครั้งแรก เ้าก็พาเดินดูให้ทั่ว ๆ หน่อยแล้วกัน"
แม้ใจแทบอยากจะยกมือปิดปากให้มารดาหยุดพูด แต่ซูเจียวก็ทำได้แต่ดึงแขนมารดา ที่ไม่รู้จักมองสถานการณ์ตรงหน้าว่าเป็อย่างไร ให้เงียบปากสงบคำลงโดยเร็ว
มารดาไม่ได้สังเกตเห็นเลยหรืออย่างไร ว่าั้แ่เข้ามา ดวงตากับท่าทางแม่ทัพน้อยเมิ่งดูน่ากลัวมากเพียงใด
"ท่านแม่ พอเถอะเ้าค่ะ"
"อะไรกัน เด็กคนนี้รู้จักเขินเป็ด้วย ปรกติก็เห็นพูดจาฉะฉาน แม่ทัพน้อยเมิ่งอย่าถือสาเลยนะเ้าคะ เพิ่งได้พบกันครั้งแรกก็เป็แบบนี้ ประเดี๋ยวถ้าได้สนิทกันแล้ว นางจะพูดไม่หยุดเชียว"
"ดี คุณหนูกวนรู้จักเขินอายเป็แล้ว ต่อไปก็ควรรู้จักคบหาสหายด้วย ไม่เช่นนั้นคงได้ทำให้ตนเองเดือดร้อนเข้าสักวัน ส่วนข้าแค่เพียงมารับฮูหยินกลับจวนเท่านั้น ต้องขออภัยกวนฮูหยินด้วยที่ไม่ได้อยู่ร่วมงาน"
กลุ่มเด็กสาวที่ฟังออกว่าที่แม่ทัพน้อยเมิ่งพูดหมายถึงพวกตน ก็ต่างพากันใบหน้าถอดสี ไม่มีท่าทีเหมือนตอนแรกที่ตั้งใจเข้าไปหาเื่เมิ่งฮูหยินให้เห็นอีก
"ฮู..ฮูหยินหรือเ้าคะ แม่ทัพน้อยเมิ่ง ไม่ใช่ว่ายัง..."
ไม่เพียงกวนฮูหยินที่อยู่ในอาการตกตะลึงในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ทุกคนที่ยืนอยู่และได้ยินสิ่งที่แม่ทัพน้อยเมิ่งพูด ก็ต่างตกอยู่ในอาการเดียวกัน
แม่ทัพน้อยเมิ่งยังไม่แต่งงาน แล้วจะมีฮูหยินที่ไหนกัน
ลี่หลินที่นั่งเงียบไม่ได้เอ่ยปากพูดั้แ่เมิ่งจื่อหานปรากฏตัว ยื่นมือให้สาวใช้คนสนิทช่วยประคองนางลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ข้างกายร่างหนา เมื่อเื่ทั้งหมดกำลังมาถึงตัว
"งานวันนี้สนุกมากเ้าค่ะ แต่ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ไม่อาจอยู่จนจบได้ ไว้วันหน้าจะส่งของขวัญมาขออภัยกวนฮูหยินอีกทีนะเ้าคะ"
หลังเมิ่งฮูหยินเอ่ยจบ ตามด้วยแม่ทัพน้อยเมิ่งยกมือประสานคำนับแทนคำกล่าวลา กระทั่งทั้งสองคนพากันเดินออกจากงานไป ทุกคนที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์ถึงเพิ่งได้ฟื้นสติกลับคืน
ฮูหยินที่แม่ทัพน้อยเมิ่งมารับ คือ เมิ่งฮูหยินที่อยู่ในฐานะพี่สะใภ้
แล้วเมื่อครู่หากสังเกตให้ดี ชุดที่พวกเขาสวมใส่ มิใช่เป็อาภรณ์แบบเดียวกัน ไม่ว่าจะสีหรือลวดลายบนผ้า ล้วนตัดเย็บจากผ้าพับเดียวกันอย่างแน่นอน
มีที่ไหนกันเล่า ที่พี่สะใภ้กับน้องสามีจะแต่งกายเข้าคู่กันเช่นนี้ออกงาน
นี่ไม่เท่ากับตอกย้ำข่าวลือที่มีอยู่หรอกหรือ
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ มันเป็เช่นไรกันแน่
