หลงหลิงยิ้มไม่หุบ
ในเมื่อเสร็จธุระแล้ว หลงเหยียนเตรียมจะบอกลากับท่านแม่และกลับไปยังที่พัก ทว่ากลับถูกท่านแม่รั้งเอาไว้
“เหยียนเอ๋อ คืนนี้เ้ากับเพื่อนพักอยู่ที่นี่เถิด อย่ากลับไปเลย ข้า... ข้าอยากอยู่กับเ้าให้นานกว่านี้ ลูกของข้า...”
หลงเหยียนคล้ายจะตระหนักบางสิ่งขึ้นมาได้ เขาเดินเข้าไปใกล้เว่ยเวยด้วยสายตาคาดหวัง
“ท่านแม่ ก่อนที่จะมายังเมืองอู่ตี้ ท่านพ่อบอกข้าว่าคิดถึงท่านแม่ หวังว่าท่านแม่จะกลับไปอยู่เคียงข้างท่าน”
“เหยียนเอ๋อ ที่เ้าไม่กล้าเผชิญหน้ากับแม่อย่างแท้จริงนั้นเป็เพราะพ่อของเ้า? หรือว่าถึงตอนนี้ เ้ายังนึกโกรธข้าอยู่?”
หลงเหยียนส่ายหน้า “ลูกที่ไหนจะโกรธแม่ของตัวเอง ต่อให้ท่านจะทำอะไรผิด หรือจะถูกใครเข้าใจผิดอย่างไร นั่นก็เป็แค่เื่ในอดีตที่ผ่านมานานมากแล้ว ่ก่อนข้าเพิ่งกลับไปที่ตระกูลหลง ข้าอธิบายเื่ความเข้าใจผิดของพวกท่านให้ทุกคนฟังแล้ว ท่านปู่เองก็หลั่งน้ำตาเพราะสำนึกในความผิดของตนแล้วเช่นกัน”
หลงเหยียนชะงักเล็กน้อยเมื่อพูดมาจนถึงตรงนี้
“ใต้หล้านี้ จะมีลูกคนใดที่ไม่อยากให้บิดาและมารดาอยู่ข้างกายกันเล่า”
พูดจบ ลงเหยียนก็หมุนตัวแล้วเดินจากไป
“รอก่อน!” เว่ยเวยหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด
นางเก็บกลั้นความรู้สึกคิดถึงที่มีต่อหลงอีเอาไว้ พลางมองไปยังหลงเหยียนที่ยืนอยู่ตรงหน้า มองลูกชายที่มีความรู้สึกเกลียดชังต่อตนคนนี้อย่างสงบ
“เหยียนเอ๋อ แม่รู้ว่า่นี้เ้าแสดงความสามารถของตนเองออกมา ท่านตาของเ้าก็ปลื้มในตัวเ้ามาก หากเ้าผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการคัดเลือกและได้เข้าไปเป็สมาชิกของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ข้าจะบอกกับท่านพ่อให้รับบิดาของเ้ามาที่เมืองนี้เอง ไม่แน่ตอนนั้นท่านพ่ออาจจะอารมณ์ดี และยอมให้ตระกูลหลงย้ายมาอยู่ในเมืองอู่ตี้ทั้งตระกูลเลยก็ได้”
“ทว่า...?”
หลงเหยียนคล้ายได้เห็นแสงแห่งความหวังอีกครั้ง “ท่านแม่... ทว่าอะไร?”
“ทว่าหากท่านพ่อของเ้ามาที่นี่จริงๆ ข้าคงต้องไปจากสำนักตงฟาง ออกจากตำแหน่งผู้นำ และไปใช้ชีวิตธรรมดาๆ กับท่านพ่อของเ้าแล้ว”
“ทำ... ทำไมกัน?”
เว่ยเวยมองไปยังหลงเหยียนพลางพูดด้วยท่าทางจริงจัง
“เพื่อเ้าอย่างไรล่ะ ข้าไม่มีทางอยู่ที่นี่ต่อไปได้อย่างแน่นอน ตอนนี้เ้ายังเด็ก ยังไม่เข้าใจเื่พวกนี้ เพราะนอกจากข้าแล้ว เ้ายังมีลุงๆ อีกหลายคน คนพวกนั้นแข็งแกร่งไม่น้อย ทั้งยังจ้องจะชิงตำแหน่งของข้าตั้งนานแล้ว การแข่งขันและแก่งแย่งภายในตระกูลถือเป็เื่ที่อันตรายมากแค่ไหน เ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก”
เว่ยเวยพูดจบก็พบว่าหลงเหยียนก้มหน้าลงต่ำ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทว่าในเวลาเช่นนี้ เขายังจะพูดอะไรได้?
จะให้เขาบีบให้ท่านสละตำแหน่งที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้เพียงเพื่อความเห็นแก่ตัวของตนหรือ?
“เหยียนเอ๋อ อย่าคิดมากไปเลย ข้าเองก็อยากจะออกจากตำแหน่งนี้ และให้ลุงๆ ของเ้าเข้ามาแทนตั้งนานแล้ว ถึงอย่างไรท่านตาของเ้าไม่ยอมเพราะเห็นว่าคนพวกนั้นไม่เหมาะสม หากเ้าแสดงความสามารถให้เป็ที่ประจักษ์โดยการถูกรับเข้าไปในตระกูลชั้นใน เ้าจะมีฐานะสูงกว่าท่านตาของเ้า ต่อให้เ้าจะย้ายตระกูลหลงมาที่เมืองนี้ทั้งตระกูล ท่านตาของเ้าก็ไม่ขัดหรอก”
“เมื่อถึงตอนนั้น แม่เองจะได้มีเหตุผลมากพอที่จะบอกเื่นี้กับตาของเ้าด้วย”
แค่ดูก็รู้ว่าท่านแม่ยังรักท่านพ่อมาก หลงเหยียนสาบานกับตัวเองในใจ...
‘เข้าตระกูลชั้นในอย่างนั้นหรือ? ได้ ข้าจะพยายาม เพื่อตระกูลหลง และเพื่อให้ท่านกับท่านพ่อได้อยู่ร่วมกัน แน่นอน ยังเพื่อตัวข้าเองด้วย’
เมื่อตัดสินใจหนักแน่น หลงเหยียนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก กระทั่งกลางดึก หลงเหยียน เ้าสิงโตน้อย และเสี่ยวหลิงถึงออกจากที่พักของเว่ยเวย ทว่าก่อนหน้านั้น พวกเขากินข้าวร่วมกันอย่างอบอุ่นในฐานะของครอบครัว ซึ่งท่านแม่เอาแต่คีบอาหารให้หลงเหยียนอยู่ตลอดมื้ออาหารเลย
ทางด้านของเ้าสิงโตน้อย เขาถือตะเกียบไม่เป็ด้วยซ้ำ ทำให้เ้าสิงโตน้อยที่เคยกินแต่ปีศาจอสูรเป็อาหารก็ถูกคนทั้งหลายหัวเราะกันใหญ่
เสียงหัวเราะเฮฮาดังขึ้นภายในห้องที่เต็มไปด้วยหยกิญญา นี่เป็ครั้งแรกที่หลงเหยียนเห็นท่านแม่มีความสุขขนาดนี้ ที่แท้ท่านแม่ก็มีมุมที่น่ารักเช่นนี้อยู่ด้วยหรือนี่
เว่ยเวยไม่เคยถามเื่ฐานะของเ้าสิงโตน้อยกับเสี่ยวหลิง และไม่เคยถามว่าพวกเขารู้จักกันได้อย่างไร นางรู้ดีว่าหากหลงเหยียนอยากบอกตน เขาคงบอกไปตั้งนานแล้ว
หลงเหยียนไม่อยากปิดบังท่านแม่ ทว่าหากบอกว่าเ้าสิงโตน้อยเป็สัตว์เทพ ไม่ใช่มนุษย์ ส่วนเสี่ยวหลิงก็เป็แค่ดวงจิตที่สถิตอยู่ในร่างของสตรีที่มีนามว่าหยุนโน่เท่านั้น ขนาดแค่คิด หลงเหยียนยังรู้สึกว่าเื่นี้ดูไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะอธิบายเื่ทั้งหมดนี้กับท่านแม่ได้เช่นไร...
กลางดึกเหลือเพียงความเงียบงัน...
หลงเหยียนพักอยู่ในที่ของท่านแม่จึงไม่สะดวกที่จะฝึกพลังอย่างเคย เลยเข้าสู่ห้วงนิทราแทน เพื่อพัฒนาพลังของตนเอง หลงเหยียนจึงไม่ทำแค่หลับเท่านั้น
ทว่าเขาเลือกที่จะปลดปล่อยพลังิญญาขณะนอนหลับเพื่อฝึกฝนตนเองต่างหาก
เว่ยเวยมองหลงเหยียนที่กำลังหลับสนิท พลันก็นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนนั้น นางละทิ้งคนที่เลี้ยงดูมาสิบเอ็ดปีไปอย่างง่ายดาย ทำให้ตนกับหลงเหยียนเหินห่างกันเช่นนี้
“เหยียนเอ๋อ แม่ทำผิดต่อเ้า”
ทั้งสี่คนนอนพักอยู่ในห้องเดียวกัน เ้าสิงโตน้อยกับเสี่ยวหลิงมองหลงเหยียนนอนอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยเวยตลอดทั้งคืน ซึ่งระหว่างนั้น เว่ยเวยไม่ยอมข่มตาหลับด้วยซ้ำ นางอยากมองลูกชายคนนี้ให้นานที่สุด อยากให้เวลาหยุดลงที่วินาทีนี้ตลอดไป
เพราะนางรู้ดีว่าสิบกว่าปีมานี้ ตนให้ความรักกับหลงเหยียนน้อยเกินไป...
เช้าวันต่อมา หลงเหยียนตื่นนอน พบว่าใบหน้าของท่านแม่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา จึงยกมือขึ้นไปเช็ดหน้าให้มารดาอย่างแ่เบา
“ท่านแม่ เหตุใดถึงร้องไห้ เพราะคิดถึงท่านพ่อหรือ?” หลงเหยียนพูดแกมแซว
เว่ยเวยหลุดหัวเราะออกมา นางพูดกับหลงเหยียนอย่างอ่อนโยน “จริงสิ เหยียนเอ๋อ มีบางเื่ที่ข้าอยากจะบอกเ้า อีกสามวัน เย่ซีหรานจากสำนักซีเหมินก็จะมาสู่ขอหานอวี่แล้ว ตอนนี้เ้าถือเป็ศิษย์รุ่นใหม่ที่มีพร์มากที่สุดของสำนักเรา ข้าอยากให้เ้าเป็ตัวแทน ไปต้อนรับพวกเขาสักหน่อย”
“เย่ซีหนาน? เขากับหานอวี่เนี่ยนะ?”
หลงเหยียนประหลาดใจนัก คิดไม่ถึงเลยว่าสองคนนั้นจะมาลงเอยกันได้ ทันใดนั้น เขาก็คิดบางอย่างขึ้นมาในหัว...
ถึงว่า วันที่หลี่เมิ่งเหยาถูกรับตัวไป หลงเหยียนเคยพูดแซวหานอวี่ในห้องโถงมาก่อน ตอนนั้นเย่ซีหรานมองมาที่เขาด้วยสายตาแค้นเคือง ที่แท้ก็เป็เพราะหานอวี่นั่นเอง ในที่สุดหลงเหยียนก็เข้าใจสาเหตุเสียที
“รับทราบขอรับท่านแม่ ไม่มีปัญหา”
หลงเหยียนคิดไม่ถึงเลยว่าสตรีที่สองพี่น้องตระกูลเย่หลงชอบจะเป็คนของท่านแม่ทั้งสองคน
อย่างไรก็ตาม เมื่อลองคิดดูแล้ว เย่ซีหนานมีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำ ซึ่งถือเป็บุคคลที่มีพร์ล้ำเลิศมากคนหนึ่ง ทั้งยังมีพี่ชายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคอยช่วยอีก
ทว่าเมื่อคิดถึงนิสัยเ็าของหานอวี่ หลงเหยียนก็นึกถึงหลงอวี่ซีที่เป็พี่สาวคนโตของตระกูลหลงขึ้นมา ทั้งสองคนเ็าเหมือนกัน ถึงอย่างไรก็งดงามอย่างไร้ที่ติเหมือนกันทั้งคู่ หากตนได้ลิ้มลองสักหน่อยละก็ ฮึๆ!
“เหยียนเอ๋อ คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าจะตอบตกลงไวเช่นนี้ ข้าคิดว่าเ้ากับนางมีเื่เข้าใจผิดกันเสียอีก”
หลงเหยียนมองไปยังมารดาด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็ไรหรอกท่านแม่ เพียงแต่สองพี่น้องตระกูลเย่ล้วนเก่งกาจกันนัก โดยเฉพาะผู้เป็พี่ชาย เขาก็มีรายชื่ออยู่ในการคัดเลือกของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน ต่อไปพวกเราต้องกลายเป็คู่ต่อสู้กันแน่ๆ”
หลงเหยียนบอกความคิดของตนเองออกไป เว่ยเวยตอบด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้เรายังไม่อาจตัดสินว่าสองคนนั้นจะเป็มิตรหรือศัตรูกันแน่ ตามกฎแล้วจะมีการจับฉลากเพื่อหาคู่ประลอง ไม่แน่เ้ากับเขาอาจจะได้เป็คู่ประลองกัน หรืออาจจะได้ประลองกับคนอื่นก็ได้ ใครจะไปรู้?”
“หืม? ใช้วิธีนี้เองหรือ?”
เว่ยเวยพยักหน้า “ปีที่ผ่านมาล้วนเป็เช่นนี้ คนจากตระกูลชั้นในอยากดูความสามารถในด้านต่างๆ ของผู้เข้าคัดเลือกเหล่านี้ อยากรู้ว่าพวกเขามีความสามารถโดยรวมอย่างไร อย่างไรก็ตาม เหยียนเอ๋อ เื่นี้ข้าเองก็ไม่อาจรับประกันได้ ไม่แน่ ปีนี้อาจเปลี่ยนกติกาเป็อย่างอื่นก็ได้”
หลงเหยียนพยักหน้า เมื่อลาท่านแม่แล้วกลับมายังที่พักของตน หลงเหยียนก็เริ่มจดจ่อกับการฝึกพลังทันที ทางด้านของเ้าสิงโตน้อยก็เอาแต่โยกตัวไปมา คล้ายกำลังอารมณ์ดีไม่น้อย
--------------------
