“ช่างเป็พี่ชายที่ดีเหลือเกิน” เจินเจินผู้เคยพบเจอกับโลกที่ไร้ซึ่งคุณธรรมศีลธรรมมาแล้วเอ่ยอย่างทอดถอนใจ ในโลกของปีศาจไม่มีคำว่าคุณธรรมศีลธรรม หากชอบก็แย่งมา ไม่ชอบก็ฆ่าทิ้ง
ซึ่งมาตรฐานทางคุณธรรมศีลธรรมกลับเป็เพียงการตัดสินที่หน้าตา
แม้แต่โลกของสัตว์ พอถึง่เวลาที่ตัวผู้จะหาคู่ ก็จะทำตัวให้ดูองอาจห้าวหาญเหมือนกันไม่ใช่หรือ
“แต่โง่ ถึงกับปล่อยให้คนมาขโมยเงินที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตไปได้ ข้าไม่เข้าใจเลย ในเมื่อตัดสินใจว่าจะนำชีวิตไปแลก ไฉนก่อนหน้าจึงไม่จัดการบิดากับมารดาเลี้ยงเสียก่อน!” หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวอย่างเจ็บแค้นใจแทน
หากชายหนุ่มจัดการกับบิดาและมารดาเลี้ยง ตัวเองก็จะเป็ใหญ่ที่สุดภายในบ้าน จัดการปัญหาภายในบ้านเสียก่อนแล้วถึงค่อยไปร่วมมือปล้นกับผู้อื่น จะได้สามารถนำเงินกลับมาที่บ้านได้ เพียงแค่นี้ก็ไม่ใช่ว่าหมดปัญหาแล้วหรือ
“ถูกต้อง!” จ้าวซื่อพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของสามี
“ท่านพ่อฉลาดที่สุด!” เจินเจินฟังแล้วก็คิดว่ามีเหตุผลจึงพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
หมอเทวดาชวี “…”
จ้าวจินจู้ “…”
หยางเม่าหลินที่เพิ่งฟื้น หมายความว่าเขาเป็โจรที่ใจดีเกินไปกระนั้นหรือ
“เฉวียนเอ๋อร์…” หยางเม่าหลินนิ่งไปชั่วครู่ เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องเรียกหาน้องชาย พบว่าเวลานี้เขากับน้องชายนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน เพียงแค่หันหน้าไปก็เจอแล้ว
“อาการป่วยของน้องชายเ้าคงที่แล้ว ข้าจะไปต้มยามาให้ หากเขาตื่นขึ้นมาดื่มเมื่อใดก็จะหายดี” หมอเทวดาชวีกล่าวคำ
หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวต่อทันที “สมุนไพรที่ใช้ต้มยาเป็ของข้า นับจากนี้เ้าต้องเป็วัวเป็ม้าให้ข้าถือเป็การชดใช้เงินที่ต้องเสียไป!”
หยางเม่าหลินฟังแล้วรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง โขกศีรษะกับพื้นขอบคุณอีกฝ่ายเป็การใหญ่พลางร่ำไห้ออกมา
“เ้าไม่ต้องกังวลเื่เงินค่าสมุนไพร ท่านรองหยวนแค่พูดล้อเล่นเท่านั้น เ้าดูแลน้องชายให้ดีเถิด” หมอเทวดาชวีพยุงหยางเม่าหลินขึ้นมา แลเห็นหยวนเหล่าเอ้อร์ถลึงตาใส่ตาใส่ตน ชายชราจึงแค่ขยับปากพูดโดยไร้เสียงหนึ่งประโยคทว่าไม่กล่าวคำใดออกมาอีก
‘เฮอะ มีคนให้เงินแทนก็พอ!’
หยวนเหล่าเอ้อร์หยิบหนังสือเืออกมาโบกไปมา “ข้ารู้ความลับของพวกเ้าแล้ว ขอเตือนไว้อย่างหนึ่งว่าอย่าได้คิดจะสังหารข้าปิดปากเป็อันขาด มิเช่นนั้นกว่าจะรู้ตัวอีกทีเ้าก็คงจะตายไปแล้ว!” กล่าวจบชี้มือไปทางเจินเจิน “เห็นหรือไม่ บุตรสาวของข้าร้ายกาจมาก!”
เจินเจินทำหน้าโเี้ประกอบ “ใช่ ข้าร้ายกาจมาก แฮ่!”
บรรยากาศอันตึงเครียดผ่อนคลายลงไม่น้อย หยางเม่าหลินที่เดิมทีกำลังร่ำไห้พลันส่งเสียงหัวเราะออกมา นี่ตนได้เจอกับเทพเซียนบน์ที่จำแลงกายลงมาช่วยมนุษย์ใช่หรือไม่
“ท่านผู้มีพระคุณ โปรดวางใจเถิด หากน้องชายหายดีเมื่อใดข้าจะไปมอบตัวกับที่ว่าการ” หยางเม่าหลินเอ่ยคำ
น้องชายหายดีนับว่า์มีเมตตา ในเมื่อตนทำผิดก็ต้องยอมรับและได้รับการลงโทษ ต่อให้ต้องชดใช้ด้วยชีวิตตนก็ยินดี
“ก่อนที่เ้าจะไปมอบตัวกับที่ว่าการ ต้องกลับไปจัดการบิดาและมารดาเลี้ยงเสียก่อน หาไม่แล้วระหว่างที่เ้าไปมอบตัว พวกเขาอาจจะเอาตัวน้องชายของเ้าไปขายก็ได้” หยวนเหล่าเอ้อร์ออกความเห็น
หมอเทวดาชวีทนไม่ไหวกล่าวเตือน “ท่านรองหยวน ท่านจะสั่งสอนคนอื่นเช่นนี้ไม่ได้ สังหารบิดามารดานับว่าไม่กตัญญู อีกอย่างหากลงมือฆ่าคนก็ต้องชดใช้ความผิดเช่นกัน”
“ใช่ ข้าลืมไปเสียสนิทเลยว่าฆ่าคนต้องชดใช้” หยวนเหล่าเอ้อร์ตบศีรษะตัวเองอย่างไม่แรงนัก
“เช่นนั้นก็ตัดขา!” เจินเจินช่วยออกความคิดเห็นอีกคน
แววตาจ้าวซื่อเปล่งประกาย “ความคิดนี้ไม่เลว!”
หมอเทวดาชวี “…”
“ไม่ได้ ใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใดจะยิ่งใหญ่เท่าบิดามารดา เืเนื้อร่างกายล้วนได้มาจากที่บิดามารดาเป็ผู้มอบให้ ท่านจะสอนให้พวกเขาอกตัญญูไม่ได้!”
หยวนเหล่าเอ้อร์กลอกตา “ท่านจะไปรู้อันใด มารดาแท้ๆ ของพวกเขาตายไปแล้ว ส่วนบิดามีหน้าที่แค่คอยดูแลเท่านั้น คนที่ตั้งท้องพวกเขามาสิบเดือนคือมารดา ฉะนั้นมารดาของเขาต่างหากจึงจะคือผู้ที่ให้เืเนื้อและร่างกาย ไม่ได้เกี่ยวอันใดกับผู้เป็บิดาเลยแม้แต่น้อย!”
“จะไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร สตรีเปรียบเสมือนท้องนา บุรุษเปรียบเสมือนคนปลูกข้าว ต้องมีทั้งคู่จึงจะก่อเกิดชีวิตใหม่” หมอเทวดาชวีอธิบายอย่างเร่งร้อนใจ
หยวนเหล่าเอ้อร์มีสีหน้าเย้ยหยัน “หากระหว่างที่ไปมอบตัว น้องชายของเขาที่เพิ่งถูกช่วยเอาไว้ถูกบิดากับมารดาเลี้ยงผู้นั้นนำตัวไปขายหรือถูกทรมานจนตายเล่า ท่านจะว่าอย่างไร ข้าว่าท่านต่างหากที่เป็คนไม่ดี ก่อนหน้านี้ก็รังแกเจินเจินของข้า ทว่านางกลับไม่ถือสาทั้งยังช่วยท่านเอาไว้ก็แล้วไปเถิด แต่ยามนี้ท่านยังจะผลักไสเด็กคนนี้ออกไปอีก นี่ท่านอิจฉาเขาอยู่ใช่หรือไม่!”
ประโยคนี้ทำให้หมอเทวดาชวีถึงกับพูดไม่ออก
หลังจากสั่งสอนหมอเทวดาชวีเสร็จหยวนเหล่าเอ้อร์ก็หันไปตบไหล่หยางเม่าหลิน กล่าวว่า “เ้าหนุ่ม จงฟังข้า หากเ้าฆ่าบิดากับมารดาเลี้ยงไม่ลงก็ให้ตัดขาพวกเขาเสีย ระหว่างที่เ้าไปมอบตัว พวกเขาจะได้ทำอันใดไม่ได้ หากบิดาและมารดาเลี้ยงของเ้าไม่สามารถทำอันใดได้อีก น้องชายเ้าก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างปลอดภัย ข้าจะบอกเ้าให้ หากเชื่อฟังข้าย่อมไม่มีทางผิดแน่นอน ก่อนหน้านี้ข้าเองก็ถูกบิดามารดารังแกเช่นกัน ตอนหลังจึงแยกบ้านออกจากสกุล ชีวิตถึงมีความสุขขึ้น”
หยางเม่าหลินฟังแล้วประหนึ่งได้เปิดมุมมองชีวิตใหม่ก็มิปาน ในใจรู้สึกตื่นตะลึง ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง เขาเอามือตบอกรับปาก “ท่านอา ท่านวางใจได้เลย กลับไปข้าจะทำตามที่ท่านบอก!”
หมอเทวดาชวี “…”
หมอเทวดาชวีลากตัวหยวนเหล่าเอ้อร์เข้าไปในกระโจม กล่าวเตือนอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ท่านรองหยวน เื่ที่เขาเล่ามาไม่แน่ว่าอาจจะเป็เื่จริงหรือโกหกก็ได้ หากบิดาและมารดาเลี้ยงไม่ได้เป็ดั่งเช่นที่เขาเล่า ท่านสอนเขาเช่นนี้…”
“ไร้สาระ อะไรคือสั่งสอน หากข้ายื่นดาบให้ท่านแล้วบอกให้ท่านไปฆ่าคน ท่านจะไปหรือไม่ ท่านโตแล้วย่อมคิดเองได้ถูกหรือไม่ อีกประการเพื่อให้มีเงินมารักษาน้องชายเด็กคนนั้นถึงกับตัดสินใจทำเื่ไม่ดีลงไป แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามิได้พูดโกหก ซ้ำยังไม่มีความจำเป็จะต้องโกหกด้วย พวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับเขา ข้าว่าท่านต่างหากที่มีปัญหา หากกลัวว่าเด็กนั่นจะกลับไปสังหารบิดาและมารดาเลี้ยงจริง ท่านก็นำเื่นี้ไปแจ้งต่อที่ว่าการเสียสิ” หยวนเหล่าเอ้อร์พูดแทรก ไม่รอให้หมอเทวดาชวีพูดจบ
หมอเทวดาชวี “…”
เขาผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริงๆ
ในกระโจมไม่ได้เก็บเสียง อีกทั้งหยวนเหล่าเอ้อร์ยังพูดเสียงดังปานนั้น หยางเม่าหลินย่อมได้ยินทุกประโยคอย่างชัดเจน เขาซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลออกมา หากหลังไปมอบตัวชดใช้ความผิดแล้วและยังมีชีวิตรอดกลับมาได้ หากมีโอกาสตอบแทนบุณคุณ เขาจะยอมเป็วัวเป็ม้าให้ท่านรองหยวนผู้นี้
อีกด้านหนึ่ง มาดูกันว่าเ้าใหญ่คิดแผนการใดออก
ครั้นมาถึงในตำบล เ้าใหญ่ขอแยกตัวจากบิดามารดา นางหาที่ปลอดคนถอดเสื้อผ้าสตรีแล้วปลอมตัวเป็บุรุษ นำดินบนพื้นมาป้ายบนใบหน้าให้ดูมอมแมม ก่อนจะเดินเข้าไปยังซอยแห่งหนึ่ง
ภายในซอยมีบ้านอยู่หนึ่งหลังซึ่งเป็บ้านของพวกกลุ่มโจรลักพาตัว ชาติก่อนเ้าของบ้านหลังนี้ลักพาตัวแม่นางน้อยผู้หนึ่งมา ก่อนจะถูกจับได้ในที่สุด ยามนั้นแม้แต่ใต้เท้าจากในเมืองและในเมืองหลวงล้วนลงมาทำคดีนี้ด้วยตนเอง
ตอนหลังเ้าหน้าที่สืบได้ความว่า นอกจากเ้าของบ้านจะทำความผิดในการลักพาตัวผู้อื่นแล้ว ยังทำการค้าขายที่ผิดคุณธรรมศีลธรรมด้วย นางยังคงจดจำวิธีที่เ้าของบ้านใช่แยกแยะว่าใครเป็ลูกค้า สหายหรือเพื่อนบ้านได้อย่างแม่นยำ
เ้าใหญ่ยกมือเคาะประตู ยาวสามครั้ง สั้นสามครั้ง
“มีธุระใด” เสียงของหญิงชราดังตอบมาจากหลังประตู หากเป็ยามปกติมีคนมาเคาะประตูควรต้องถามว่าผู้ใด หากนี่ถามว่ามีธุระใด เ้าหกยกยิ้มมุมปาก คิดในใจว่าการที่เื่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมนี่มันช่างดีเหลือเกิน
“ต้าเหนียง[1] ข้า้าซื้อผงแป้งถั่วปากอ้า”
[1] ต้าเหนียง เป็คำเรียกขานหญิงที่มีอายุแล้ว
