ตอนที่ 5
ชายลึกลับ
ณ ห้องผ่าตัดห้องสุดท้าย ชิงหลี่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เฝ้ามองเหตุการณ์ภายในอย่างเงียบเชียบ
ชายในชุดกาวน์สวมหน้ากากอนามัยสีขาว เขากำมีดผ่าตัดในมืออย่างมั่นคงและลงมืออย่างเป็ระบบ ค่อยๆ กรีดเปิดหนังศีรษะของจูต้าเฉียงออก เส้นด้ายที่ควบแน่นจากไอสีดำจางๆ ถูกดึงแยกออกมา แล้วม้วนแทงกลับเข้าไปในหัวของจูต้าเฉียงแทน
บนเตียงผ่าตัด จูต้าเฉียงที่แทบไม่เหลือเค้ามนุษย์แผดเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า ั์ตาเบิกโพลงจนเืไหลทะลักออกจากเบ้าตา…
ชิงหลี่จ้องมองด้วยความตั้งใจ น่าสนใจแฮะ... นี่เป็ครั้งแรกเลยที่เธอเห็นคนกำลัง "ผ่าตัด" ให้ผี
แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ... ชายตรงหน้าเธอคนนี้ ดูเหมือนจะเป็ "คนเป็"
[ ยัยหนูบ้านนอก ช่วยหมายเลข 89 ที! ]
[ หมายเลข 89 น่าสงสารจัง นั่นโดนผีถลกหนังหัวสดๆ เลยเหรอ? ]
[ ถึงตาหมอผีคนนี้จะใส่แมสก์ แต่ตาเขาสวยมากนะ เดาเลยว่าต้องหล่อลากดินแน่ๆ ]
เมื่อชายคนนั้นลอกหนังศีรษะของจูต้าเฉียงออกได้สำเร็จ แววตาของเขากลับฉายแววผิดหวังออกมาวูบหนึ่ง
ล้มเหลวอีกแล้วอย่างนั้นหรือ…
“สาวน้อย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรมานะ”
จู่ๆ ชายคนนั้นก็เอ่ยขึ้น เขาถอดถุงมือออกอย่างไม่รีบร้อน ตามด้วยการถอดหน้ากากอนามัย เผยให้เห็นใบหน้าที่ดู "ประหลาด" อย่างยิ่ง
ที่บอกว่าประหลาด เป็เพราะเครื่องหน้าของเขานั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทว่ากลับดูไม่เข้าพวกกัน ราวกับมีคนนำชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่เพอร์เฟกต์ที่สุดมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกันบนใบหน้าเดียว และที่มุมปากทั้งสองข้างของเขาก็มีรอยเข็มด้ายเย็บปิดไว้อย่างแ่า ริมฝีปากแดงฉานดั่งโลหิต
แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาลดน้อยลงเลย กลับยิ่งดูมีเสน่ห์แบบดิบเถื่อนและวิปริตจนชวนให้ใจสั่น
ชิงหลี่มั่นใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าชายตรงหน้าคือคนเป็ เธอจึงคลี่ยิ้มใสซื่อ “ฉันหลงทางน่ะค่ะ พอดีเผลอเดินมาถึงที่นี่ คุณพอจะพาฉันออกไปได้ไหมคะ?”
นึกว่าเขาจะปฏิเสธ แต่เขากลับยิ้มอย่างอ่อนโยน “ได้สิ”
[ ยัยหนู อย่าไปหลงเสน่ห์มันนะ ไอ้หมอนี่ดูยังไงก็โรคจิตชัดๆ ]
[ หมอนี่ดูไม่เหมือนผีแฮะ รู้สึกเหมือนเป็มนุษย์จริงๆ ]
[ พอกันทีเถอะ ไม่เห็นเหรอว่ามันถลกหนังหัวหมายเลข 89 น่ะ ต่อให้เป็คนก็ไม่ใช่คนดีหรอก! ]
ยามนี้ ผู้ชมในห้องไลฟ์สดไม่มีใครรู้เลยว่าหมายเลข 89 ได้กลายเป็ผีไปแล้ว
หากพวกเขารู้ว่าชายคนนี้กำลัง "ผ่าตัดให้ผี" คงได้เกิดอาการช็อกกันถ้วนหน้าอีกรอบแน่
ชายหนุ่มเดินนำหน้าชิงหลี่ เงาของเขาถูกยืดออกด้วยแสงไฟสีเื ใบหน้าที่ดูอมโรคถูกฉาบไว้ด้วยสีแดงจางๆ
ในอุ้งมือของชิงหลี่พลันมีกระดูกนิ้วมือปรากฏขึ้น มันคือไอเทมที่เธอได้จากการฆ่าผีสาวนั่นเอง
หลังจากพึมพำเรียกใช้ไอเทม กระดูกนิ้วมือก็หายไปจากฝ่ามือของเธอ
นี่คือไอเทมประเภทคำสาป เมื่อเรียกใช้แล้ว ฝ่ายตรงข้ามจะพบกับความโชคร้ายต่อเนื่อง หรือหากรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
สัญชาตญาณบอกชิงหลี่ว่าชายคนนี้อันตรายมาก เธอจึงไม่ลังเลที่จะใช้ไอเทมนี้เพื่อลองเชิง
ทว่า... ทันทีที่ชิงหลี่ใช้ไอเทม ไอคำสาปที่ควรจะเข้าสิงร่างชายคนนั้นกลับถูกพลังบางอย่างกลืนกินจนหายวับไปสิ้น
“สาวน้อย... เป็เด็กไม่ดีเลยนะ”
ชายหนุ่มหันกลับมา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย รอยเย็บที่มุมปากถูกดึงรั้งตามการเคลื่อนไหว กลิ่นอายความชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก
“แค่ล้อเล่นขำๆ เองค่ะ” ชิงหลี่ยิ้มตอบ
ในโถงทางเดินที่แคบอุดอู้ บรรยากาศเริ่มกดดันและหนักอึ้งขึ้นทุกที
“อ้อ... งั้นเหรอ—”
ชายหนุ่มลากเสียงยาวพลางเดินนำต่อ
วินาทีเมื่อครู่นี้ ชิงหลี่ััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน มันรุนแรงเสียจนเกือบจะบีบให้เธอต้องงัดไม้ตายออกมาสู้
ในมิติเร้นลับที่บิดเบี้ยวแห่งนี้ มีความสยองขวัญที่ยังไม่ถูกค้นพบซ่อนอยู่จริงๆ
เมื่อมีชายคนนี้เดินนำทาง ตลอดทางจึงราบรื่นไร้ภยันตราย จนกระทั่งมาถึงสุดทางเดินที่เป็บันไดปูน
เขาหยุดฝีเท้าลงแล้วยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “สาวน้อย... ไว้พบกันใหม่นะ”
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป แผ่นหลังเลือนหายไปในความมืดของโถงทางเดิน…
——: หมายเลข 100 ขอเตือนด้วยความหวังดี อย่าไปยุ่งกับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด
ระบบที่แสนเย็นเยียบ ยอมเอ่ยปากเตือนเป็ครั้งแรก
ชิงหลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย “แล้วถ้าฉันจะยุ่งล่ะ?”
ระบบตอบอย่างไร้เยื่อใย: [ รนหาที่ตาย ]
ชิงหลี่ไม่ได้สนใจระบบ เธอเป็คนประเภทที่มีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม แต่เป็ "กระดูกขวางโลก" ไปเสีย 48 กิโลครึ่ง!
ยิ่งห้ามไม่ให้ยุ่ง... หึ เธอนี่แหละจะเข้าไปยุ่งเอง
ชิงหลี่แบมือออก ในนั้นมีบัตรพนักงานใบหนึ่งที่เธอแอบจิ๊กมาจากห้องผ่าตัดสุดท้าย
บนบัตรมีรูปถ่ายของชายคนนั้นระบุไว้อย่างชัดเจน ชื่อของเขาคือ — ฉู่สือ
“ตุ๊บ... ตุ๊บ... ตุ๊บ...”
เสียงเดาะลูกบอลหนักๆ เริ่มดังใกล้เข้ามาจากความมืด
“พี่สาวครับ... มาเล่นด้วยกันไหม?”
เสียงเด็กผู้ชายพลันดังขึ้นจากทางด้านหลังของชิงหลี่
ชิงหลี่หันกลับไป พบเด็กชายในชุดคนไข้ใบหน้าซีดเซียวซูบผอมจนผิวเริ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคอยคำตอบจากเธอ
คำใบ้ที่ 3: อย่าเล่นซ่อนแอบกับ "เขา" เชียวนะ
“ได้สิ!” ชิงหลี่ยิ้มตอบตกลง
“งั้นเรามาเล่นซ่อนแอบกันดีไหมครับ?” เสียงเด็กไร้เดียงสาดังสะท้อนในโถงทางเดินโรงพยาบาลที่เงียบงัน ช่างดูวังเวงและสยดสยองยิ่งนัก
เด็กชายกอดลูกบอลไว้แนบอก ก้มหัวลงแต่เหลือบตาขึ้นมองจ้องชิงหลี่เขม็ง
ชิงหลี่ยิ้มร่าพลางพยักหน้า “อื้ม หนูชอบเล่นซ่อนแอบที่สุดเลยละ!”
“งั้นผมจะเป็คนหา พี่สาวรีบไปซ่อนให้ดีๆ นะครับ” เด็กชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
สิ้นคำพูดของเขา ผู้ชมในไลฟ์สดสังเกตเห็นว่าโถงทางเดินที่เคยมืดสลัวกลับยิ่งมืดมิดลงไปอีกหลายเท่าตัว
[ ฉันว่าไอ้เด็กนี่แหละ เ้าของตัวอักษรเืบนกำแพงนั่น! ]
[ ในโลกนี้ ผีที่หน้าตาเหมือนคนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น ยัยหนูระวังตัวด้วย! ]
[ เด็กเปรตไม่เชื่อฟังก็แค่จับมาตบสั่งสอนสักทีก็สิ้นเื่ ]
[ มีชิงหลี่อยู่ทั้งคน พวกคุณห่วงไอ้เด็กนั่นแทนดีกว่ามั้ง! ]
“1... 2... 3...”
เด็กชายหลับตาลง เริ่มขานตัวเลขอย่างช้าๆ
พร้อมๆ กับเสียงนับเลข ไอเย็นะเืเริ่มแผ่ซ่าน หมอกบางๆ ปกคลุมไปทั่วโถงทางเดินจนหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
ชิงหลี่เหล่ไปเห็นห้องผ่าตัดที่คุ้นเคย เธอรีบเปิดประตูแล้วมุดเข้าไปปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอีกครั้ง เธอก็ฉีกยิ้มทักทาย “ไฮ... ไม่นึกเลยนะคะว่าเราจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้... คุณ—หมอ—ฉู่—สือ”
เธอจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวล
เบื้องหน้าของฉู่สือคือศพที่อาบไปด้วยเืสดๆ เขาเห็นชิงหลี่แต่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
“เร็วจริงๆ นั่นแหละ” เขาตอบพลางยิ้มบางๆ แล้วหยิบทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อขึ้นมาเช็ดคราบเืบนนิ้วมืออย่างพิถีพิถัน
ชิงหลี่เลื่อนสายตาไปมองที่ศพบนเตียงผ่าตัด พบว่าเป็เ้าคนดวงจู๋อย่างหมายเลข 89 จูต้าเฉียงอีกแล้ว
ตายแล้วิญญายังโดนเอามาผ่าตัด แถมร่างก็ยังหนีไม่พ้นเงื้อมมือหมอโรคจิตคนนี้อีก
“คุณหมอฉู่กำลังวิจัยเื่ ‘ยืมร่างคืนิญญา’ อยู่เหรอคะ?” ชิงหลี่ถามขึ้น
หางตาที่เชิดขึ้นเล็กน้อยของฉู่สือสั่นไหว เขาพึมพำเบาๆ “ยืมร่างคืนิญญา?”
ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งเคยได้ยินคำศัพท์ที่แปลกใหม่แบบนี้เป็ครั้งแรก
“คุณหมอฉู่สะกดิญญาผีไว้ในร่างศพ คงไม่ใช่ว่าอยากจะให้ศพนี่กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาหรอกนะคะ?”
ชิงหลี่ยกมุมปากยิ้ม เธอสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งก็ปลิวไปแปะเข้าที่หน้าผากของศพที่นอนแข็งทื่ออยู่
ศพที่เคยเบิกตากว้างตายตาไม่หลับพลันขยับเปลือกตาขึ้นมาทันที!
[ เชี่ย... ฟื้นแล้ว! ]
[ แม่เ้าโว้ย ศพขยับตาได้จริงๆ ด้วย ]
[ ยัยหนูบ้านนอกทำอะไรลงไปเนี่ย ยันต์นั่นมันของจริงชัดๆ! ]
[ นี่มันคือการชุบชีวิตคนตายเหรอ? เปิดโลกทัศน์ฉันใหม่เลยเนี่ย! ]
อย่าว่าแต่ในห้องไลฟ์ที่ตกตะลึงเลย แม้แต่ฉู่สือที่เคยวางมาดนิ่งขรึมก็ยังแสดงสีหน้าตื่นตะลึงออกมา
งานวิจัยที่เขาเพียรพยายามทำมาหลายปีแต่ไม่เคยสำเร็จ กลับถูกเด็กสาวตรงหน้าจัดการได้โดยง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว
ในชั่วพริบตานั้น ชิงหลี่ก็ััได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และโหยหาจากชายหนุ่มตรงหน้า...
